การขับขี่ยามค่ำคืน

Posted on : 28-12-2013 | By : Author | In : การขับรถยนต์

การขับขี่ยามค่ำคืนเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องการเทคนิคและความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ปัญหาของการขับขี่ยามค่ำคืนแตกต่างกันอย่างกว้างขวางขึ้นอยู่กับประเภทของถนนและปริมาณการจราจร ในที่นี้จะกล่าวถึงส่วนที่สำคัญต่างๆ
ปัญหาต่างๆ ในยามค่ำคืน
คุณจะพบว่าการขับขี่ในยามค่ำคืนมีเงื่อนไขข้อจำกัดมากกว่าการขับขี่ในตอนกลางวัน คุณไม่สามารถมองเห็นได้ไกลเท่า ทำให้คุณไม่ทราบข้อมูลได้มากพอ
คุณจะต้องตื่นตัวและยอมรับอยู่เสมอว่าคุณไม่สามารถขับขี่ด้วยความเร็วสูงในยามค่ำคืนได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้รวมถึงการขับขี่ในขณะที่เริ่มจะมืด และเริ่มรุ่งสางในตอนเช้า แม้ในสภาพอากาศที่ดี
ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นแตกต่างกันมากตามสภาพของถนนและปริมาณการจราจร ให้สภาพการณ์เป็นเครื่องชี้นำคุณ
การขับขี่ในขณะเริ่มที่จะมืด
คุณควรเปิดไฟก่อนที่จะมืดสนิท ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นคนแรกที่เปิดไฟ การเปิดไฟแสงสว่างจะช่วยให้มองเห็นเส้นทางดีขึ้น และผู้ขับขี่คันอื่นสามารถมองเห็นรถยนต์ของคุณได้ดีเช่นกัน
การขับขี่ในขณะรุ่งสาง
อย่าพึ่งปิดไฟแสงสว่าง ในขณะรุ่งสางจนกว่าคุณจะมั่นใจว่ามีความปลอดภัยแล้ว คุณสามารถมองเห็นถนนและผู้ขับขี่คันอื่นสามารถมองเห็นคุณได้อย่างชัดเจน
รถยนต์ที่มีสีดำ สีน้ำเงิน สีนํ้าตาล ฯลฯ ซึ่งเป็นสีคลํ้าๆ มักจะไม่ค่อยสะท้อนแสง ทำให้ผู้ขับขี่คันอื่นมองไม่เห็น ดังนั้นรถยนต์ที่มีสีต่างๆ ดังกล่าวควรเปิดไฟแต่เนิ่นๆ เมื่อเริ่มที่จะมืด และปิดไฟช้ากว่าคันอื่นใน ยามรุ่งสาง เพราะอุบัติเหตุมักเกิดขึ้นในเวลาดังกล่าว จึงควรระวังเมื่อคุณขับขี่ในขณะที่เปิดไฟหน้า ไม่เพียงผู้ขับขี่คนอื่นจะสามารถเห็นคุณได้แต่เนิ่นๆ แต่ยังสามารถบอกทิศทางรถยนต์ของคุณได้อีกด้วย
สายตาของคุณในยามค่ำคืน
คุณควรตรวจสอบสายตาของคุณเป็นประจำ ถามตัวเองว่าคุณสามารถมองเห็นได้ดีเท่าที่ต้องการจะเห็นหรือไม่
ถ้าคุณไม่สามารถมองเห็นได้ดีในยามค่ำคืน แสดงว่าคุณอาจมีปัญหาเรื่องสายตา
ควรตรวจสอบสายตาเมื่อขับขี่ยามคํ่าคืนเป็นประจำ ปัญหาของสายตานี้สำคัญมากถ้าต้องขับขี่ในยามคํ่าคืนเป็นประจำ
การปรับสายตาเข้ากับความมืด
ให้เวลาแก่สายตาของคุณที่จะปรับให้เข้ากับความมืดสักหนึ่งหรือสองนาที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เพิ่งจะขับขี่ผ่านพ้นจากบริเวณที่มีแสงสว่างมาก หรือบริเวณอาคาร
คุณควรทำความสะอาดโคมไฟ กระจกมองหลัง และมองข้าง กระจกหน้า ฯลฯ ให้สะอาดอยู่เสมอ
เมื่อคุณออกจากจุดพัก หรือจากสถานีบริการนํ้ามันเชื้อเพลิง
กระจกหน้าที่สะอาดสามารถช่วยตัดแสงสะท้อนที่ระคายเคืองต่อการมองเห็นที่ดี
อย่า
-ใส่แว่นกันแดดหรือแว่นสีชาเมื่อขับขี่ในยามคํ่าคืน
-ติดฟิล์มที่กระจกหน้า หรือกระจกหน้าต่างจนมืดทึบ
การขับขี่ในตัวเมืองยามค่ำคืน
ให้ใช้ไฟต่ำเสมอในเขตที่มีสิ่งปลูกสร้างเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่รายอื่นมองเห็นคุณได้ สำหรับบริเวณที่มีเงาทอดยาว เนื่องจากแสงไฟสว่างของ ถนนในเมือง คุณจะต้องระวังคนเดินเท้า โดยเฉพาะผู้ที่สวมเสื้อสีเข้มซึ่งเห็นได้ยาก
การใช้แตรในยามค่ำคืน
ไม่ควรใช้แตรในยามค่ำคืนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดึกมากและเป็นเวลาที่ผู้คนหลับนอนแล้ว นอกจากจำเป็นจริงๆ คุณสามารถใช้ไฟสูง-ต่ำเตือนแทนได้
ข้อควรจำ
-ระวังคนเดินถนน
-ใช้อัตราเร็วที่คุณสามารถหยุดได้อย่างปลอดภัยเมื่อมีคนเดินข้ามถนนที่ทางข้าม
-คอยสังเกตรถจักรยาน และคนวิ่งออกกำลังกาย
เสียงดังในยามค่ำคืน
พยายามให้มีเสียงต่างๆ ให้น้อยที่สุด เช่น อย่าเร่งเครื่องยนต์อย่างแรง
ปิดประตูอย่างเบาๆ เพื่อไม่ให้รบกวนเพื่อนบ้าน ระมัดระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับเสียงสัญญาณกันขโมยที่อาจส่งเสียงรบกวนโดยบังเอิญ
ไฟแสงสว่างของรถยนต์
ในยามค่ำคืน ไฟแสงสว่างจากรถยนต์มีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับทั้งตัวคุณและผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ
ไฟแสงสว่างจะบอกให้ผู้ขับขี่รายอื่นทราบการเคลื่อนไหวของคุณ จงใช้อย่างระมัดระวังและเอาใจใส่
สิ่งที่ควรปฏิบัติ
-ทำความสะอาดกระจกหลอดไฟแสงสว่างอยู่เสมอ
-ควรใช้ไฟหน้าทั้งสูง และต่ำ ตามความเหมาะสม เมื่อเริ่มมืด
-ขับขี่บนถนนต่างๆ ที่ไม่มีไฟแสงสว่างริมถนน
-ขับขี่บนถนนที่ขับเคลื่อนด้วยอัตราเร็วสูง
-ขับขี่บนทางด่วน ถึงแม้ว่าจะมีไฟสว่างก็ตาม
-ใช้ไฟต่ำเมื่อการมองเห็นไม่ค่อยชัดเจนถึงแม้จะเป็นเวลากลางวัน
-ตรวจสอบไฟแสงสว่างของรถยนต์ทั้งหมดก่อนและในระหว่างเดินทางไกล
-ซ่อมแซมไฟแสงสว่างทันทีเมื่อบกพร่อง เพื่อความปลอดภัยของคุณและผู้อื่น ควรมีหลอดไฟอะไหล่เตรียมไว้ในรถยนต์ด้วย
-รถยนต์ที่บรรทุกของหนักด้านหลังมักทำให้ไฟหน้าพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติและอาจทำให้ระคายเคืองตาผู้ขับขี่รายอื่น คุณควรปรับระดับไฟหน้าใหม่ให้เหมาะสม

ไฟช่วยเสริมการขับขี่
เมื่อคุณใช้ไฟต่ำ ไฟช่วยเสริมการขับขี่สามารถช่วยจับภาพของคนเดินเท้าและผู้ขี่รถจักรยาน ถ้ารถยนต์ของคุณไม่มีไฟช่วยเสริม การขับขี่ คุณสามารถติดตั้งเสริมได้
ต้องแน่ใจว่าไฟต่างๆ เหล่านี้ได้รับการปรับแต่งอย่างถูกต้อง โดยจะต้องไม่สร้างความรำคาญให้กับรถยนต์คันที่วิ่งสวนทางมา
การขับบนทางแยกในยามค่ำคืน
ไฟเบรกอาจสร้างความระคายเคืองตาให้แก่ผู้ขับขี่รายอื่นได้ อย่าแช่เท้าไว้บนแป้นเบรกเมื่อจอดรอที่ทางแยก ยกเว้นกรณีที่มีหมอกลง ควรใช้เบรกมือแทน ในขณะจอดรออยู่นั้น คุณอาจปิดสวิตช์ไฟเลี้ยวไว้ก่อน และเมื่อรถเริ่มที่จะเคลื่อนตัว จึงเปิดไฟเลี้ยวอีกครั้งหนึ่ง เพื่อช่วยลดความระคายเคืองต่อรถคันหลัง
การแซงและการขับขี่ตามหลังในยามค่ำคืน
-ต้องระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นก่อนที่จะแซงในยามค่ำคืน
-จะยากมากขึ้นเพราะการมองเห็นของคุณถูกจำกัด
-อย่าแซงรถยนต์คันหน้าถ้าเป็นไปได้ว่าจะมี
ทางแยกข้างหน้า
ทางโค้งข้างหน้า
ทางชันหรือสะพานข้างหน้า
ทางข้ามสำหรับคนเดินข้ามถนนข้างหน้า
เส้นทึบแบ่งช่องจราจรบนถนนข้างหน้า
รถยนต์คันอื่นกำลังจะแซงหรือเลี้ยวขวา
อันตรายใดๆ ข้างหน้า
-อย่าขับขี่ตามรถยนต์คันหน้าจนชิดเกินไป และใช้ไฟต่ำอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ระคายเคืองตาผู้ขับขี่คันหน้า
ลำแสงของไฟหน้าควรพุ่งไปยังจุดที่สั้นกว่าส่วนท้ายของรถยนต์คันหน้า
อย่าลืมเว้นระยะห่างให้เหมาะสม
บนทางหลวงแบบคู่หรือบนทางด่วน อย่าใข้ไฟสูงส่องตรงไปยังรถยนต์ที่กำลังวิ่งสวนทางมาในระหว่างการแซง
-เมื่อมีรถยนต์คันอื่นแซงคุณขึ้นไป และในขณะนั้นคุณกำลังใช้ไฟสูงอยู่ ควรเปลี่ยนเป็นไฟต่ำทันที เมื่อมีรถยนต์แซงขึ้นไปแล้ว

การใช้ไฟสูงต่ำ

ควรเปลี่ยนเป็นไฟต่ำทันทีเมื่อมีรถยนต์แซงขึ้นไปแล้ว
การจอดรถยนต์ในยามค่ำคืน
การจอดรถยนต์ริมถนน ควรจอดขนานกับถนน และจอดใกล้ขอบถนนหรือในบริเวณสำหรับจอดโดยเฉพาะ โดยหันหน้าไปในทิศทางเดียวกันกับการเคลื่อนที่ของการจราจร
การจอดรถยนต์ในหมอก
ถ้าไม่สามารถนำรถยนต์ออกไปนอกถนนได้ ควรเปิดไฟเบรกไว้ด้วย อย่าปล่อยรถยนต์ไว้บนถนน โดยไม่เปิดไฟจอดทิ้งไว้ ดีที่สุดคือนำรถยนต์ออกไปให้พ้นจากถนน อย่าจอดรถยนต์บนด้านขวาของถนน ยกเว้นในกรณีของถนนที่วิ่งได้ทางเดียว
ในขณะที่จอดรถยนต์บนถนน ควรปิดไฟหน้าถึงแม้ว่าจะจอดไม่นานนักก็ตาม เพราะแสงไฟจะรบกวนรถยนต์ในด้านตรงข้าม เมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นไฟเขียวแล้วจึงค่อยเปลี่ยนไฟหน้า
ลำแสงที่แรงกล้าจะทำให้ตาพร่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ารถยนต์คันที่จอดอยู่นั้นส่องไฟตรงไปยังรถยนต์คันที่กำลังวิ่งสวนทางมา
อัตราเร็วในยามค่ำคืน
อย่าขับขี่ด้วยความเร็วสูงจนคุณไม่สามารถหยุดรถยนต์ในระยะทางที่คุณสามารถมองเห็นได้ หมายถึงระยะทางที่ไฟหน้าของคุณส่องไปถึง ถ้าคุณไม่สามารถหยุดได้ในระยะทางที่ไฟหน้าส่องไปถึง แสดงว่าคุณขับขี่เร็วเกินไป
คุณสามารถมองเห็นได้ไกลเท่าใด
คุณสามารถทดสอบได้ในสถานที่ที่เหมาะสมโดยเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ไฟหน้าของคุณสามารถส่องไปถึง และคุณสามารถมองเห็น ถ้าคุณสามารถหยุดได้พอดีที่คุณเคลื่อนที่ไปถึงแสดงว่าระยะทางพอดีกับการหยุดรถยนต์
คุณจะแปลกใจว่าเป็นการยากลำบากในการมองเห็นบนถนนมืด เมื่อใช้ไฟตํ่า
ควรมองให้ดีก่อนที่จะใช้ไฟต่ำ วัตถุที่มีสีอ่อนจะง่ายต่อการมองเห็นในยามค่ำคืน
ข้อสังเกต
วัตถุเรืองแสงจะเห็นได้ดีในตอนกลางวันและตอนโพล้เพล้ และยิ่งมองเห็นยากในตอนกลางคืน มีเพียงวัตถุสะท้อนแสงเท่านั้นที่จะสามารถมองเห็นได้ดี จากไฟหน้าของรถยนต์ในยามค่ำคืน
การสวนทางกับรถยนต์คันอื่นในยามค่ำคืน
แสงไฟจากรถยนต์คันอื่นสามารถบอกคุณได้ว่า รถยนต์คันนั้นกำลังมุ่งหน้าไปทางไหนและสามารถให้ข้อมูลได้ว่ารถยนต์คันนั้นมีอัตราเร็วประมาณเท่าใด แสงไฟของรถยนต์ที่วิ่งสวนทางมาอาจทำให้เกิดคำถามในใจของคุณหลายประการ เช่น
1. รถยนต์คันนั้นอยู่ไกลเท่าใดและมีอัตราเร็วมากน้อยเพียงใด
2. บนสภาพถนนเช่นนี้ คุณจะต้องชะลออัตราเร็วลงหรือไม่เมื่อวิ่งสวนทางกัน
3. เมื่อใดคุณจึงจะใช้ไฟต่ำ
4. คุณจะเห็นได้ไกลเท่าใดก่อนที่คุณจะใช้ไฟต่ำ
5. ก่อนที่คุณจะใช้ไฟต่ำ จะมีสิ่งใดบ้างข้างหน้าบนช่องจราจรของคุณซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น มีรถยนต์จอดอยู่ มีคนเดินถนน หรือมีการก่อสร้าง
ถ้าใช้ไฟสูงอย่าวิ่งสวนทางกับรถยนต์คันอื่น ควรเปลี่ยนมาใช้ไฟต่ำแต่เนิ่นๆ แต่อย่าก่อนสวนกันมากนัก เพื่อไม่ให้แสงไฟเข้าตาผู้ขับขี่คันที่วิ่งสวนทางมา ตรวจดูขอบทางด้านซ้าย ก่อนใช้ไฟต่ำ ถ้าคุณเกิดตาพร่ามัวเนื่องจากรถยนต์ที่วิ่งสวนทางมา ควรลดอัตราเร็วและถ้าจำเป็นควรหยุดรถยนต์ อย่ามองตรงไปยังแสงไฟของรถยนต์ที่วิ่งสวนทางมา อย่าโต้ตอบ ด้วยการเปิดไฟใหญ่สู้
ถ้าคุณเลี้ยวซ้ายบนทางโค้ง ควรเปลี่ยนมาใช้ไฟต่ำแต่เนิ่นๆ เพราะแสงไฟจะพุ่งเข้าตาผู้ขับขี่อีกข้างหนึ่งของถนนที่วิ่งสวนทางมา แต่ถ้าคุณเลี้ยวขวา สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นช้า
ที่มา:ธีรยุทธ  สุวรรณประทีป

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.