การขับขี่รถยนต์ทางโค้ง

Posted on : 26-12-2013 | By : Author | In : การขับรถยนต์

ทางโค้งและทางแยก
ทางหลวงสมัยใหม่มีทางโค้ง มุมถนน และทางแยกแตกต่างหลายแบบมากมาย เป็นจุดที่ถนนเปลี่ยนทิศทาง ที่เหล่านั้นมักเป็นจุดอันตรายสำคัญ สถิติอุบัติเหตุแสดงไว้ว่าคนขับที่จะขับผ่านจุดเหล่านั้นจะต้องมีความรู้มากพอที่จะจัดการกับมันได้และจะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างที่สุด
ทางโค้ง
การขับในทางโค้งอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพนั้น คุณต้องมองไปข้างหน้าให้ไกลและประเมินดูว่าทางนั้นโค้งมากเพียงใด คุณควรใช้ความเร็วเท่าไรจึงจะเหมาะสม
คุณต้องใช้การตัดสินใจที่ถูกต้องและการเข้าทางโค้งนั้นอย่างระวังภัย ทางโค้งบางแห่งคุณอาจไม่สามารถมองเห็นถนนได้ไกลหรือมีสิ่งกีดขวางการมองเห็นของคุณ คุณจะต้องเตรียมตัวในขณะเลี้ยวโค้งว่าอาจพบ กับสิ่งต่างๆ ดังนี้
-รถยนต์วิ่งสวนทางมา
-สิ่งกีดขวางต่างๆ เช่น รถยนต์จอดตาย หรือรถยนต์เคลื่อนที่ช้า
-คนเดินเท้ากำลังเดินอยู่บนถนนทางด้านของคุณ
คุณควรปฏิบัติดังนี้
-ใช้เบรกเท้าควบคุมความเร็วของรถในการเข้าสู่โค้ง
-เลือกเกียร์ให้เหมาะกับอัตราเร็วของรถยนต์
-ใช้คันเร่งอย่างระมัดระวัง
-บังคับรถให้ชิดเส้นแบ่งถนนทางขวาไว้จนตลอดทางโค้ง

ป้ายทางโค้ง

ภาพป้ายเตือนทางโค้งข้างหน้า
ข้อควรจำ
ทางโค้งจะกลายเป็นทางหักศอกหากขับขี่เข้าโค้งมาอย่างรวดเร็วเกินไป และมักจะเป็นผลให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
การควบคุมพวงมาลัย
พวงมาลัยรถยนต์ทุกคันมีความแตกต่างกันในการควบคุม เป็นเรื่อง สำคัญที่คุณต้องรู้ว่ารถคันที่คุณขับจะแสดงอาการอย่างไรขณะบังคับพวงมาลัยเข้าโค้ง
รถยนต์บางคันตอบสนองต่อการเลี้ยวน้อยกว่าที่คุณคาดหมายไว้ แต่บางคันก็ตอบสนองมากกว่าที่คุณคาดหมายไว้ในส่วนที่สัมพันธ์กับปริมาณการหมุนพวงมาลัยที่คุณใช้
เพื่อความปลอดภัยในการเลี้ยวโค้ง คุณจะต้องกำหนดได้ว่าจะต้องหมุนพวงมาลัยไปมากแค่ไหน
ภาระบรรทุกและความดันลมของยางอาจมีผลอย่างยิ่งยวดต่อการควบคุมพวงมาลัย
การเปลี่ยนแปลงจุดศูนย์ถ่วงหรือนํ้าหนักของรถยนต์ จะมีผลต่อการควบคุมพวงมาลัยบนทางโค้ง การบรรทุกภาระจำนวนมากจะมีผลแตกต่างกันมากในขณะเลี้ยวโค้งเมื่อเปรียบเทียบกับการบรรทุกภาระ จำนวนน้อย

การควบคุมพวงมาลัย

ภาพแสดงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะมีผลต่อการควบคุมพวงมาลัย
ความดันลมของยาง
ถ้าความดันลมของยางไม่ถูกต้องจะมีผลกระทบต่อการควบคุมพวงมาลัย ความดันลมของยางต่ำเกินไปจะทำให้คุณรู้สึกว่าพวงมาลัย ค่อนข้างหนักและอาจทำให้ยางร้อนจัด นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อการยึดเกาะถนนและสึกหรอของยาง
ถ้าความดันลมของยางสูงเกินไป จะมีผลทำให้ยางสึกหรอและการยึดเกาะถนนเลวลง เสี่ยงต่อการลื่นไถล บนทางโค้ง
ถ้าบรรทุกภาระหนัก หรือก่อนออกเดินทางไกลจะต้องเติมลมเพิ่มขึ้นโดยปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต

ความดันลมยาง

ภาพแสดงยางที่เติมลมอย่างเหมาะสม

ความดันลมยาง1

ภาพแสดงยางที่เติมลมน้อยเกินไป

การควบคุมคันเร่ง
การควบคุมคันเร่งจะต้องเหมาะสมกับภาระและความโค้งของถนน อัตราเร็วที่เหมาะสมในขณะเลี้ยวโค้งขึ้นอยู่กับ
-ความโค้งของถนนมากน้อยแค่ไหน
-มีรถยนต์คันอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่
คุณจะต้องปรับและตัดสินใจเกี่ยวกับ
-อัตราเร็วที่เหมาะสมกับทางโค้งนั้น
-ใช้เกียร์ให้เหมาะสมกับอัตราเร็วนั้น
-การวางตำแหน่งที่ถูกต์อง
ความลับในการขับขี่บนทางโค้ง
-คุณต้องแน่ใจว่าความเร็วของรถจะต้องต่ำที่สุด ก่อนเข้าโค้ง
-คุณใช้คันเร่งเพียงแค่ควบคุมเครื่องยนต์ให้ทำงานได้เพียงพอต่อการเลี้ยวโค้งเท่านั้นไม่ใช่การเร่งเพื่อเพิ่มความเร็ว
-การเร่งมากเกินไป สามารถทำให้ล้อขับเคลื่อน ถ้าเป็นขับล้อหลังอาจสูญเสียการยึดเกาะถนน และเกิดการลื่นไถล ซึ่งมีผลทำให้รถยนต์ส่ายออกนอกเส้นทาง
-คุณจะเพิ่มอัตราเร็วได้ก็ต่อเมื่อพ้นจากทางโค้ง และตั้งตัวตรงได้แล้วเท่านั้น
เกียร์ต่างๆ
ต้องแน่ใจว่าคุณเข้าเกียร์ที่ถูกต้องก่อนจะเข้าสู่โค้ง มือทั้งสองข้างของคุณจะต้องอยู่บนพวงมาลัยขณะทำการเลี้ยว
อัตราความเร็ว
การพิจารณาใช้ความเร็วที่เหมาะสมในการเข้าสู่ทางโค้งนี้ต้องฝึกฝนและใช้ประสบการณ์ ความเร็วที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้คุณสามารถขับขี่เลี้ยวโค้งได้ภายใต้การควบคุมอย่างเต็มที่ซึ่งเป็นความปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกๆ คน
อัตราเร็วนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและสภาพของถนน ความโค้ง และความโค้งนูนของถนน ตลอดจนการจราจรในบริเวณนั้น
ถนนโค้งนูนตรงกลาง
โดยปกติแล้วถนนจะโค้งนูนหรือยกสูงบริเวณกลางถนนและลาดเอียงลงสู่ริมถนน เพื่อให้นํ้าฝนสามารถไหลลงขอบถนนได้สะดวก โดยไม่ขังตัวอยู่กลางถนน
ถนนลาดเอียง
เมื่อเช้าโค้งรถจะเหวี่ยงตัวไปข้างหน้า ยิ่งใช้ความเร็วมากเท่าใดก็ยิ่งอันตราย เนื่องจากการสูญเสียการควบคุมรถ
ในบางโค้งอาจจะช่วยเพิ่มการทรงตัวของรถด้วย ความลาดเอียงของถนนด้วยเหตุนี้สนามแข่งรถจึงมีทางลาดเข้าข้างใน
ถนนเอียงกลับข้าง
ถนนบางแห่งมีลักษณะการเอียงต่ำลงจากด้านในสู่ด้านนอก ผู้ขับขี่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ถ้าคุณขับขี่เร็วเกินไปในขณะเลี้ยวโค้ง แรงหนีศูนย์กลางจะเหวี่ยงให้รถยนต์เลื่อนออกนอกถนนได้

ถนนลาดเอียง

ภาพแสดงผลของการขับบนถนนลาดเอียงและถนนเอียงกลับข้าง
การปรับอัตราความเร็ว
อย่าเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงเกินไป ควรลดความเร็วลงก่อนเข้าทางโค้ง การลดความเร็วทำได้โดยยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง และปล่อยให้อัตราเร็วลดลง คุณอาจเหยียบเบรกช่วยก็ได้ และถ้าจำเป็นก็ต้องเปลี่ยนเกียร์ต่ำลงเพื่อให้ความเร็วน้อยที่สุดเมื่อเริ่มเข้าโค้ง
ไฟเบรก
เมื่อคุณยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง จะไม่มีสัญญาณเตือนให้ผู้ขับขี่คันหลังทราบว่าคุณกำลังลดความเร็ว ดังนั้นคุณอาจเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบด้วยการใช้ไฟเบรกซึ่งทำได้โดยการกดแป้นเบรกเล็กน้อย เพียงเพื่อให้ไฟเบรกทำงานเท่านั้น โดยไม่ตั้งใจเบรกจริงๆ การทำเช่นนี้จะช่วยเตือนให้ผู้ขับขี่คันหลังระมัดระวังมากขึ้น
การเบรกบนทางโค้ง

หลีกเลี่ยงการเบรกบนทางโค้ง เพราะอาจทำให้รถยนต์ของคุณเสียการทรงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นโค้งหักศอก รถยนต์มีแนวโน้มที่จะลื่นไถลออกนอกถนน
ดังนั้นจึงควรเบรกก่อนถึงทางโค้งถ้าจำเป็นต้องเบรก

เบรกก่อนถึงทางโค้ง

ภาพแสดงการเบรกก่อนถึงทางโค้ง
การขับขี่เมื่อเข้าสู่ทางโค้ง
เพื่อความปลอดภัยควรปฏิบัติดังนี้
1. มองไปข้างหน้าเพื่อหาเครื่องหมายต่างๆ เช่น เครื่องหมายจราจร และเครื่องหมายเตือนต่างๆ ซึ่งจะบอกท่านเกี่ยวกับ
-ชนิดของทางโค้ง
-ทิศทางของถนน
-ความโค้งของถนน
-ความโค้งต่อเนื่องกัน เป็นอนุกรมหรือไม่
2. ถามตัวเองว่า
-อันตรายมากน้อยอย่างไร จำไว้ว่าคำเตือนให้ขับช้าๆ ที่เขียนบนถนนนั้นต้องมีความหมาย
-อาจมีสิ่งกีดขวางบนถนนหรือไม่ เช่น รถยนต์จอดนิ่ง หรือรถยนต์ เคลื่อนที่ช้า
-อาจมีคนเดินอยู่ข้างทางของคุณ ถนนนั้นมีทางเดินเท้าหรือไม่
-การเอียงของถนนเป็นลักษณะอย่างไร
ควรขับขี่ด้วยอัตราเร็วที่คุณสามารถหยุดได้อย่างปลอดภัยเท่าที่สายตามองเห็น
3. เมื่อเข้าใกล้ทางโค้ง ควรมองกระจกหลังและให้สัญญาณจราจร
4. ก่อนถึงทางโค้ง
-ปรับตำแหน่งของรถยนต์ให้ดีที่สุดกับชนิดของทางโค้ง
-ปรับความเร็วให้เหมาะสมถ้าจำเป็น และเลือกเกียร์ให้เหมาะสมมากที่สุด
5. ในขณะที่กำลังเลี้ยวโค้ง ให้กดแป้นคันเร่งเพียงเพื่อรักษา
-การยึดเกาะถนนของล้อ
-ให้รถยนต์อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเต็มที่
หลีกเลี่ยงการใช้เบรก หลังจากเริ่มเข้าโค้ง และหลีกเลี่ยงการหยุดรถยนต์บนทางโค้ง นอกจากกรณีฉุกเฉิน ถ้าคุณจำเป็นต้องหยุดรถยนต์บนทางโค้ง ควรเลือกตำแหน่งที่ผู้ขับขี่รายอื่นสามารถมองเห็นคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนทางโค้งที่เลี้ยวซ้ายซึ่งการมองเห็นมีขีดจำกัด ถ้าทำได้คุณควรจอดรถให้ห่างจากเส้นทึบกลางถนนและให้สัญญาณเตือนที่ชัดเจนถึงสิ่งกีดขวางต่างๆ บนถนน แก่ผู้ขับขี่ที่กำลังขับมา คุณควรใช้ไฟกะพริบฉุกเฉิน ช่วยเตือนผู้ขับขี่รายอื่น

โค้งหักศอกทางซ้าย

ภาพแสดงโค้งหักศอกทางซ้าย
การวางตำแหน่งรถบนทางโค้ง
เมื่อขับขี่บนทางโค้งซ้าย
1. มองกระจกหลังและให้สัญญาณจราจร
2. ปรับตำแหน่งรถยนต์ให้เหมาะสม
-รักษาแนวให้อยู่กลางช่องจราจรเมื่อเข้าสู่ทางโค้ง
-อย่าขยับออกไปกลางถนนเพื่อให้มองเห็นได้ไกลขึ้น เพราะอาจใกล้กับรถคันอื่นที่วิ่งสวนทาง ซึ่งอาจขับกินทางเข้ามา
3. ถ้าการมองเห็นมีขีดจำกัด ควรขับขี่ด้วยอัตราเร็วที่คุณสามารถหยุดได้อย่างปลอดภัยเท่าที่สายตามองเห็น
เมื่อคุณขับขี่บนทางโค้งขวา
1. มองกระจกหลังและให้สัญญาณจราจร
2. วางตำแหน่งรถยนต์
ให้ชิดซ้ายเพื่อเพิ่มการมองเห็น และอย่าใช้ความเร็วสูงเกินไปถึงแม้จะเห็นทางได้ดีก็ตาม
3. ในกรณีที่ถนนเอียงกลับข้าง อาจทำให้รถยนต์ของคุณเสียหลักไปข้างซ้ายได้

ทางโค้ง

ภาพแสดงการชิดซ้ายเมื่อเข้าสู่โค้งขวา

ทางโค้ง1

ภาพแสดงการรักษาแนวให้อยู่กลางช่องจราจรเมื่อเข้าสู่โค้งซ้าย
ทางโค้งกลับไปกลับมา
ในกรณีที่คุณขับขี่บนทางโค้งกลับไปกลับมา มักจะมีเดรื่องหมายจราจรแสดงให้ทราบ คุณควรสังเกต
-เครื่องหมายจราจร
-เส้นขาวคู่แบ่งช่องกลางถนน
-เครื่องหมายลูกศรเตือนให้ขับชิดซ้าย
เช่น หากโค้งที่สองอยู่ใกล้กับโค้งแรกมากและคุณไม่ทันเห็นเครื่องหมายเตือน คุณอาจจะเพิ่มความเร็วหลังจากผ่านโค้งแรกแล้ว แทนที่จะยังคงใช้ความเร็วตํ่าอยู่ ซึ่งจะทำให้คุณต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน ทำให้ควบคุมรถได้ไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นบนถนนคดเคี้ยวคุณต้องเข้าเกียร์ให้เหมาะกับความเร็ว ซึ่งจะทำให้คุณขับด้วยความเร็วที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ใช้เครื่องยนต์อย่างถูกต้องช่วยให้รถเกาะถนนได้ดี
ทางโค้งกลับไปกลับมา ผู้ขับขี่มักจะส่ายกลับไปกลับมาในทิศทางตรงกันข้าม เมื่อคุณเข้าโค้งแรกแล้ว คุณต้องเตรียมตัวในโค้งต่อไป และควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงการเอียงของถนน ซึ่งจะมีผลต่อการควบคุมรถยนต์ของคุณ
การขับขี่เข้าโค้งตอนกลางคืน
ตอนกลางคืนคุณอาจอาศัยแสงไฟส่องสว่างจากรถยนต์ที่วิ่งสวนทางมาช่วยให้คุณทราบได้ในขณะเข้าโค้ง แต่อย่างไรก็ตามการเข้าโค้งตอนกลางคืนก็มีอันตรายเช่นกัน ควรระมัดระวังเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ
-เตรียมพร้อมที่จะพบกับอันตรายในช่วงเลี้ยวโค้ง
-เตรียมพร้อมที่จะได้รับผลกระทบจากแสงไฟหน้าของรถยนต์ที่วิ่งสวนทางมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าโค้งขวา
-ลดไฟหน้าเป็นไฟต่ำ เพื่อไม่ให้เข้าตาคนขับรถคันที่วิ่งสวนทางซึ่งกำลังเข้าทางโค้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเข้าโค้งซ้าย

ทางโค้งต่อเนื่อง

ภาพแสดงทางโค้งต่อเนื่อง
การขับขี่อย่างระวังภัยบนทางโค้ง
เตรียมพร้อมระวังสถานการณ์อันตรายที่รถคันอื่นอาจก่อขึ้น เว้นระยะห่างจากจุดที่เกิดปัญหาให้เพียงพอ ตัวอย่างเช่น
-รถที่กำลังแซงเมื่อเข้าใกล้โค้ง
-รถที่เข้าโค้งมาด้วยความเร็วสูงเกินควร
-รถยนต์ที่วิ่งสวนทางลํ้าเส้นแบ่งครึ่งถนน
-รถยนต์ที่วิ่งสวนทางมาลื่นไถลในกรณีที่ถนนลื่น
-รถยนต์ที่กำลังรอเลี้ยวตรงทางเข้าที่มองไม่เห็น
ที่มา:ธีรยุทธ  สุวรรณประทีป

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.