หลักการปฏิบัติในการขับรถยนต์

Posted on : 20-10-2012 | By : Author | In : การขับรถเกียร์ธรรมดา

ขับรถยนต์

ชิ้นส่วนต่างๆ ของรถที่มีความสำคัญในการขับที่ต้องใช้เท้าเหยียบและใช้มือบังคับ

ก.  ใช้เท้าเหยียบ มี

1.  คันคลัชจะต้องอยู่ข้างซ้ายเสมอ ใช้เท้าซ้ายเหยียบเสมอ

2.  คันเบรคจะต้องอยู่ตรงกลางเสมอใช้เท้าขวาเหยียบเสมอ

3.  คันเร่งน้ำมันจะต้องอยู่ข้างขวาเสมอใช้เท้าขวาเหยียบเสมอ

ข.  ใช้มือบังคับ มี

1.  พวงมาลัย

2.  คันเกียร์ อาจอยู่ที่ข้างพวกมาลัย หรือข้างซ้ายคนขับ ถ้าพวงมาลัยอยู่ทางขวาและถ้าพวงมาลัยอยู่ทางซ้ายคันเกียร์จะอยู่ทางขวา

3.  คันเบรคมือ  อาจอยู่ที่ใต้คันส่งพวงมาลัยทางด้านขวาหรืออยู่ทางข้างคันเกียร์ด้านซ้ายหรือขวาคนขับ

วิธีปฏิบัติมีดังนี้ คือ

1.  เมื่อเครื่องยนต์ติดเรียบร้อยแล้ว ก็เหยียบคลัชให้จมและใส่เกียร์ที่หนึ่งก่อนในการออกรถ แล้วค่อยๆ ปล่อยคลัชช้าๆ พร้อมด้วยเร่งน้ำมัน ในเมื่อรถขยับออกจากที่จอดแล้วปล่อยคลัชให้หมด พร้อมด้วยเร่งเครื่อง เพิ่มความเร็วให้พอเหมาะกับที่จะใช้เกียร์สูงต่อไป

2.  เบาน้ำมันให้หมดพร้อมด้วยเหยียบคลัชให้จมแล้วเปลี่ยนใส่เกียร์ที่สอง และปล่อยคลัชให้หมดดังเดิมและเหยียบคันเร่งน้ำมันให้รถมีความเร็วพอสำหรับเกียร์ที่สาม

3.  ในการที่จะเปลี่ยนเกียร์ต่อๆ ไปให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ 2

4.  ขณะนี้รถจะแล่นด้วยความเร็วสูงขึ้นทุกทีๆ และเมื่อเราต้องการจะลดความเร็วลงก็ให้ปล่อยคันเร่งน้ำมันกลับที่เดิมให้หมด ดังนั้นขณะที่รถกำลังแล่นอยู่นั้นเราจะได้ยินเสียงไม่สม่ำเสมอกัน คือเสียงสูงบ้างต่ำบ้าง

5.  เมื่อทางข้างหน้าปลอดภัย ให้แล่นรถได้ด้วยความเร็วธรรมดา แต่เมื่อมีอันตรายหรือเมื่อเห็นว่าข้างหน้าไม่ปลอดภัย ก็ให้เบาน้ำมันลดความเร็วทุกครั้งทันทีและคอยเตรียมเบรครถเพื่อหยุดรถให้ได้อย่างกะทันหัน

สถานที่ที่ควรลดความเร็ว คือ ผ่านหมู่บ้าน ทางแยก ทางเลี้ยว ถนนไม่ดี ตามป้ายที่บังคับความเร็วมองทางข้างหน้า เห็นได้ไม่ถนัดเช่นมีฝุ่น หรือหมอกมากๆ สวนรถหรือแซงรถที่ที่ไม่ปลอดภัย เมื่อรถส่ายหรือเสียหลัก และเมื่อฝนตกหรือถนนลื่น

6.  มือทั้งสองข้างจับพวงมาลัยให้แน่นพอสมควร (ไม่ให้แน่นเกินไป) และใช้ประสาทมือสัมผัสคอยเลี้ยงพวงมาลัยบังคับให้รถไปตามเส้นทาง  ตาทั้งสองข้างมองไปข้างหน้าโดยการใช้สายตาแบ่งถนนออกเป็น 2 ซีก แล้วเราก็ขับรถไปทางซีกด้านซ้ายมือของเราด้วยความรอบคอบและระมัดระวังเป็นอย่างดี  ซึ่งอาจมีอุปสรรคบ้าง เช่นรถตกหลุมหรือแฉลบก็ให้ค่อยๆ ประคองรถเข้าเส้นทางเดิมอย่าหมุนพวงมาลัยให้มากหรือแรงเกินไป แต่ควรจะหมุนให้เร็ว

7.  การหยุดรถก่อนที่จะหยุดรถทุกครั้งควรกะระยะให้พอเหมาะพอดี คือถ้ารถช้าในการหยุดรถก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรมากนัก  แต่เมื่อรถเร็วก็ควรเบารถ ด้วยการยกคันเร่งน้ำมันให้เบาให้หมด แล้วใช้เท้าเหยียบเบรคเบาๆ ให้รดชะลอลดความเร็วลงอีก แล้วค่อยเหยียบคลัชปลดเกียร์ว่าง แล้วเหยียบเบรคหยุดรถให้ตรงเป้าหมาย ถ้าหากว่าจำเป็นต้องดับเครื่องก็ให้เดินเครื่องเบาๆ อยู่ประมาณ 3-5 นาที และตรวจดูเกจวัดบอกความดันต่างๆ ให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อยแล้วจึงดับเครื่อง

8.  ในขณะที่รถแล่นไปนั้นควรจะฟังเสียงให้มีเสียงดังอย่างเดิมอยู่เสมอ ถ้ามีเสียงดังผิดปกติ และเสียงนั้นเป็นอันตรายก็ให้รีบหยุดรถเสียทันที อย่าปล่อยให้รถเกิดการเสียหายขึ้นมาก สำหรับจมูกก็ใช้จับกลิ่นที่ผิดสังเกตให้ได้เร็วที่สุด เช่นกลิ่นเหม็นไหม้ น้ำเดือด เป็นต้น

        จากหลักการข้างบนนี้ นักขับรถทุกคนจึงต้องมีประสาททำหน้าที่เป็นพิเศษ คือ มือ เท้า หู ตา จมูก มีความคล่องแคล่วแน่นอน เพื่อความปลอดภัยทั้งรถและคน

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.