การบำรุงรักษาสีรถยนต์

Posted on : 21-11-2013 | By : Author | In : การดูแลรักษารถ

การบำรุงรักษาสีรถยนต์
1. ถ้ามีฝุ่นหรือโคลนติดที่ตัวถังรถ สิ่งเหล่านี้จะดูดความชื้นได้ง่าย จะทำให้ผิวของสี เสื่อมขาดความเป็นเงามัน สีจะซีดจางเกิดการแตกร้าวได้ง่าย ถ้าฝุ่นจับที่ไม่สกปรกเกินไปให้ใช้ไม้ขนไก่ปัดทุกวัน เมื่อไม้ขนไก่ไม่สามารถทำความสะอาดตัวถังรถได้ให้ใช้ผ้าอ่อนๆ ชุบน้ำเช็ดอย่างระมัดระวัง เพราะฝุ่นจะมีละอองหินหรือสิ่งที่แข็งติดอยู่ ถ้าเช็ดแรงจะทำให้สีเป็นรอยขีดข่วน
2. ไม่ควรให้สีที่ตัวถังถูกน้ำมันเบนซิน, ทินเนอร์, อาซิโทนคลอโรฟอร์ม และสเปรย์ น้ำหอม เพราะจะทำให้สีเกิดการด้านได้
3. อย่าให้กรดอ๊อกซิไดซิง (oxidizing Acids) ชนิดเข้มข้นและด่างแก่ถูกสี เพราะสีจะเกิดเสียหายได้
4. ที่จอดรถควรมีหลังคาเพื่อป้องกันแสงแดดในเวลากลางวัน และป้องกันน้ำค้างในเวลากลางคืน ซึ่งแสงแดดและน้ำค้างจะทำให้สีซีดจางและด่างได้
5. อย่าให้เปลวไฟจากหัวเชื่อม ถูกสีที่เคลือบไว้ที่ตัวถัง เพราะสีจะเกิดการไหม้และลอกพอง
6. อย่าขัดขี้ผึ้งกลางแสงแดดเพราะสีจะเสียหาย
7. ในการล้างรถพยายามอย่าให้น้ำขังตามขอบประตู ซึ่งน้ำจะทำให้เกิดสนิมและกัดกร่อน, สีจะพองเสียหาย ทุกครั้งที่จะใช้รถควรเช็คให้น้ำแห้งก่อน
8. ควรใช้ขี้ผึ้งขัดสีที่เคลือบตัวถังไว้ เพื่อให้สีมีความเงาสวยงาม และป้องกันสีให้ทนทาน
9. ในถนนที่มีกรวดหินอย่าขับรถเร็วเกินไป เพราะอาจทำให้กรวดและหินกระเด็นถูกสีรถได้
10. การจอดรถข้างทางเท้าควรจอดให้ชิดขอบทาง เพื่อป้องกันการชน เฉี่ยว ซึ่งสีอาจเสียหายได้
11. ขณะที่จะลงจากรถทุกครั้ง การเปิดประตูรถยนต์ควรมองว่ามีสิ่งกีดขวางที่จะทำให้สีถลอกได้หรือไม่ หรือเมื่อรถจอดคู่อยู่ระวังอย่าให้ประตูรถถูกสีได้
12. ไม่ควรล้างรถด้วยน้ำร้อน น้ำผสมผงซักฟอก หรือสบู่ สิ่งเหล่านี้จะทำให้สีของรถยนต์ด่าง

13. ในการเติมน้ำมันเบรกทุกครั้ง ระวังอย่าให้น้ำมันเบรกถูกสีรถยนต์ เพราะน้ำมันเบรกจะกัดสีจะทำให้สีด่าง ถ้าน้ำมันเบรกถูกสีควรล้างออกด้วยน้ำสะอาด
14. ควรล้างรถยนต์และขัดขี้ผึ้งอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
15. เมื่อล้างรถทุกครั้งควรใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง อย่าใช้วิธีให้แห้งโดยการจอดไว้กลางแสงแดด เพราะสีจะเกิดคราบด่าง
16. การใช้ยาขัดสีพิเศษต่างๆ ควรทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นอาจเกิดความเสียหายแก่สีได้โดยผู้ใช้รถคาดไม่ถึง
17. การใช้น้ำมันก๊าดผสมน้ำล้างรถ เพื่อที่จะให้สีเกิดความเงามันขึ้นตามความเข้าใจของผู้เป็นเจ้าของรถบางคน จะทำให้เป็นอันตรายต่อสีรถภายหลัง
18. ในการใช้กาวยาง เพื่อติดยางขอบประตู, ยางขอบกระจก, ระวังอย่าให้กาวยางไปถูกสี จะทำให้สีลอก, ด่าง
19. ถ้าสีถลอกหรือมีรอยขีด ขูด เพียงเล็กน้อย หากยังไม่ซ่อมสีให้เหมือนเดิม ก็ควรป้องกันการเกิดสนิม โดยใช้สีที่หาได้ทาทับไว้ หรือทายาป้องกันสนิมไว้ก่อน ซึ่งกันไม่ให้ลุกลามต่อไป
20. หากสีรถยนต์ซีดหรือจางลงจนมองเห็นชัด แสดงว่าสีเสื่อมคุณภาพ อย่าปล่อยไว้จนสีแตกลายงา เพราะทำให้ซ่อมสียากและเสียเงินมากขึ้น ควรนำไปซ่อมสีใหม่จะเป็นการช่วยประหยัดได้มาก
21. ผู้ที่ยืนชิดกับรถยนต์หรือยืนพิงรถยนต์ ควระวังโลหะในเครื่องแต่งกาย เช่น หัวเข็มขัด นาฬิกา แหวน ขูดรีด ทำให้สีเป็นรอยได้
22. เวลาจอดรถใต้ต้นไม้โปรดระวัง ต้นไม้บางชนิดอาจมียาง หรือลูกไม้หล่นมาโดนสีทำให้สีรถด่างได้ เช่นต้นยางอินเดีย
23. รถยนต์ใหม่มีราคาแพงในกรณีที่ไปทำงานบางครั้ง ต้องจอดรถไว้กลางแดดเป็นเวลานานๆ ทั้งวัน และยิ่งจอดทุกวันด้วยแล้วแดดจะทำให้สีซีดเร็วเสียราคา ควรหาผ้าใบคลุมไว้ จะดีมาก นอกจากนี้ยังกันเบาะนั่งในรถย่นด้วย
24. ถ้ารถยนต์โดยเฉพาะรถที่มีสีใหม่เปียกน้ำโดยฝนตกก็ดี หรือลุยน้ำในที่ชื้นแฉะก็ดี ในน้ำนั้นอาจมีกรดที่ทำปฏิกิริยากับสีทำให้สีด่างได้ควรใช้ผ้าแห้งเช็ดให้สะอาด เป็นการป้องกันไว้ก่อน
25. รถยนต์ที่ใช้อยู่ในลักษณะภูมิประเทศ ใกล้กับทะเลถูกน้ำทะเลก็ดี หรือไม่ถูกน้ำทะเลก็อาจโดนไอน้ำทะเล ซึ่งเค็มมากจับตัวถังรถทำให้สีรถเสื่อมเร็ว ดังนั้นทุกครั้งที่เลิกใช้เมื่อจอดในแต่ละวัน ควรทำความสะอาดเป็นกรณีพิเศษ เพื่อยืคดายุของสีและป้องกันการกัดกร่อน

ที่มา:อร่าม  เริงฤทธิ์

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.