การประจุแบตเตอรี่

Posted on : 10-05-2013 | By : Author | In : ระบบต่าง ๆ ในรถยนต์

เครื่องประจุแบตเตอรี่จะใช้กระแสไฟตรงผ่านเข้าไปในแบตเตอรี่ในทิศทางการไหลปกติ ในการคีบสายไฟเครื่องประจุ สายบวกคืบที่ขั้วบวกและสายลบคืบที่ขั้วลบ การประจุแบตเตอรี่มีการประจุอยู่ 3 วิธี คือ การประจุช้า การประจุเร็ว และการประจุแบบใช้กระแสไฟจำนวนน้อยๆ
การประจุแบบช้า
การประจุแบตเตอรี่แบบช้า (slow charging) จะใช้กระแสไฟจำนวนน้อยประมาณ 5 ถึง 7 แอมป์ ผ่านเข้าไปในแบตเตอรี่เป็นระยะเวลายาวนาน คือประมาณ 14 ถึง 16 ชั่วโมง หรือมากกว่า หรือ 7 เปอร์เซ็นต์ของความจุแบตเตอรี่
การประจุแบตเตอรี่แบบช้าจะเหมาะสมกว่าการประจุแบบเร็ว ถ้ามีระยะเวลาพอ การที่จะให้แบตเตอรี่มีสภาพที่ดี ทนทาน จะไม่ใช่วิธีการประจุแบบเร็ว การประจุแบบช้าจะทำให้แบตเตอรี่เสียช้ากว่า การประจุแบบเร็ว อัตราการประจุที่เหมาะสมในการประจุแบตเตอรี่แบบช้าให้ตั้งกระแสไฟฟ้าประจุที่ 7 เปอร์เซ็นต์ต่อความจุแอมแปร์-ชั่วโมงของแบตเตอรี่ ถ้าสงสัยไม่รู้ค่าความจุของแบตเตอรี่ลูกนั้นก็ให้ตั้งค่าการประจุที่ 5 แอมป์
แบตเตอรี่ที่จะทำการประจุให้เช็คระดับนํ้ากรด และเปิดฝาปิดเซลล์ออกขณะทำการประจุ ถ้าแบตเตอรี่ที่จะทำการประจุติดตั้งอยู่ที่รถ ให้ถอดขั้วสายไฟออกเพื่อป้องกันวิทยุเทป หรือระบบจุดระเบิด ทรานซิสเตอร์เสียหายได้
ถ้าการประจุแบตเตอรี่มีมากกว่า 1 ลูก ให้นำแบตเตอรี่มาต่อกันแบบอนุกรม และปรับแรงเคลื่อนให้ตรงกับแรงเคลื่อนรวมของแบตเตอรี่ ปรับอัตราการประจุตามความจุของแบตเตอรี่ที่มีความจุน้อยที่สุด ดังรูปที่ 3.23


รูปที่ 3.23 การต่อแบตเตอรี่แบบอนุกรมสำหรับการประจุแบบช้า
แบตเตอรี่โดยทั่วๆ ไปจะมีไฟเต็มภายใน 12 ถึง 16 ชั่วโมง หรือประจุไฟจนกระทั่งความถ่วงจำเพาะชี้ว่าแบตเตอรี่ไฟเต็มแล้ว (ถ.พ. 1.260) ขณะทำการประจุคอยตรวจวัดอุณหภูมิของแบตเตอรี่ ถ้า อุณหภูมิเพิ่มขึ้นถึง 125 องศาฟาเรนไฮต์ (51.7 องศาเซลเซียส) ให้ลดอัตราการประจุลง อุณหภูมิที่สูงเกิน 125 องศาฟาเรนไฮต์ (51.7 องศาเซลเซียส) จะเป็นสาเหตุทำให้แบตเตอรี่เสียหายได้

การประจุแบบเร็ว
การประจุแบบเร็ว (fast charging) จะใช้กระแสจำนวนมาก (50 ถึง 60 แอมป์ สำหรับแบตเตอรี่ 12 โวลต์) ผ่านเข้าไปในแบตเตอรี่ในระยะเวลาอันสั้น (1 ถึง 2 ชั่วโมง)
การติดตั้งสายไฟของเครื่องประจุเร็วก็เช่นเดียวกับเครื่องประจุช้าคือ สายบวกคีบเข้าที่ขั้วบวกของแบตเตอรี่และสายลบคีบเข้าที่ขั้วลบของแบตเตอรี่ และขณะทำการประจุให้ถอดขั้วสายไฟแบตเตอรี่ออก เปิดสวิตช์เครื่องประจุและตั้งแรงเคลื่อนให้ถูกต้องกับแรงเคลื่อนของแบตเตอรี่ ขณะทำการประจุถ้าระดับนํ้ากรดมีมากเกินไปอันเกิดจากปฏิกิริยาขณะทำการประจุก็ให้ใช้ลูกยางดูดออก และใส่คืนไปหลังจาก แบตเตอรี่เย็นแล้ว
การประจุแบบเร็วจะไม่ประจุจนแบตเตอรี่มีไฟเต็ม แต่จะประจุจนมีไฟประมาณ 3 ใน 4 ของความจุ แล้วจึงทำการประจุแบบช้าจนแบตเตอรี่มีไฟเต็ม ถ้าประจุแล้วความถ่วงจำเพาะไม่เพิ่มขึ้นใน 1 ชั่วโมง ก็ให้ใช้วิธีการประจุแบบช้า ถ้ามีแบตเตอรี่มากกว่า 1 ลูก ในการประจุแบบเร็วจะคืบแบตเตอรี่รวมกันแบบขนานและไม่ประจุแบตเตอรี่ 6 โวลต์ และ 12 โวลต์รวมกันดังรูปที่ 3.24


รูปที่ 3.24 การต่อแบตเตอรี่แบบขนานสำหรับการประจุแบบเร็ว
หมายเหตุ การประจุแบบเร็วจะไม่ใช้กับแบตเตอรี่ที่เป็นแบบไม่ต้องดูแลนํ้ากรดตลอดอายุการใช้งาน
การประจุแบบใช้กระแสน้อย (trickle charging)
แบตเตอรี่ที่มีนํ้ากรดและไม่ได้ใช้งานแต่ต้องการเก็บเป็นระยะเวลานานๆ ให้ทำการประจุโดยใช้กระแสไฟจำนวนน้อยๆ คือประมาณ 1 แอมป์หรือน้อยกว่า ทำการประจุเป็นระยะเวลานานๆ ซึ่งการประจุแบบนี้จะต้องใช้เครื่องประจุที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ จะใช้เครื่องแบบประจุช้าไม่ได้

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.