การสตาร์ตด้วยสายพ่วง

Posted on : 10-11-2012 | By : Author | In : การทำงานของเครื่องยนต์

การสตาร์ตด้วยสายพ่วง Gump starting) จะใช้แบตเตอรี่จากรถยนต์คันอื่น ซึ่งท่านจะต้องระมัดระวังในขณะปฎิบัติงานดังกล่าว เพราะถ้าต่อสายผิดจะทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถยนต์เสียหายได้ หรือยิ่งไปกว่านั้น แบตเตอรี่อาจระเบิดได้ ควรปฎิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

1. ใส่แว่นตาหรือหน้ากากป้องกันดวงตา เพราะถ้าแบตเตอรี่เกิดการระเบิด จะทำอันตรายได้

2. ถ้าแบตเตอรี่อันที่ไฟหมดเป็นแบบปิดผนึกจะต้องตรวจสอบตาแมวก่อน ถ้าตาแมวแสดงสีเหลืองอ่อน อย่าใช้การสตาร์ตด้วยสายพ่วงเป็นอันขาด เพราะแบตเตอรี่อาจระเบิดได้

3. ในกรณีที่อากาศหนาวจัดจนสารละลายในแบตเตอรี่แข็งตัว อย่าใช้การสตาร์ตด้วยสายพ่วงเป็นอันขาด เพราะจะเกิดการระเบิดได้

4. แบตเตอรี่อาจระเบิดได้ถ้าต่อสายพ่วงผิด (บวกต่อกับลบ และลบต่อกับบวก) การต่อที่ถูกต้องคือ บวกต่อกับบวก และลบต่อกับลบ ถึงแม้ว่าแบตเตอรี่จะไม่ระเบิดก็ตาม แบตเตอรี่ทั้งสองก็อาจเสียหายได้

แนวทางปฎิบัติในการสตาร์ตด้วยสายพ่วงมีดังนี้ (ดูรูปที่ 16.14 ประกอบ)

1. ใส่แว่นตาป้องกันสารละลายกระเด็นเข้าตา

2. เปิดฝาปิดช่องเซลล์ออก แล้วใช้เศษผ้าคลุมบนช่องนั้น เพื่อป้องกันการกระเด็นของสารละลายถ้ามีการระเบิด ดังแสดงในรูปที่ 16.15

3. อย่าให้รถยนต์ทั้ง 2 คันสัมผัสกัน เพราะอาจทำความเสียหายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ ถ้าระบบไฟทั้งสองใช้แรงดันไฟฟ้าแตกต่างกัน หรือโพลาริตีของสายดินต่างกัน

4. เปิดสวิตช์ไฟจุดระเบิดในรถยนต์ที่ต้องการสตาร์ต และปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด

5. ต่อปลายสายพ่วงเส้นหนึ่งเข้ากับขั้วบวกของแบตเตอรี่อันดี และต่อปลายที่เหลือเข้ากับขั้วบวกของแบตเตอรี่อันเสีย

6. ต่อปลายสายพ่วงเส้นที่สองเข้ากับขั้วลบของแบตเตอรี่อันดี

7. ต่อปลายที่เหลือของสายพ่วงเส้นที่สองเข้ากับบริเวณเสื้อสูบของรถยนต์คันที่ต้องการสตาร์ด อย่าต่อกับขั้วลบของแบตเตอรี่อันเสียโดยตรง เพราะอาจเกิดประกายไฟและทำให้เกิดการระเบิดได้

8. สตาร์ตเครื่องยนต์คันที่แบตเตอรี่ดี แล้วจึงสตาร์ตเครื่องยนต์คันที่แบตเตอรี่เสีย หลังจากเครื่องยนต์สตาร์ตติดแล้ว ให้ถอดสายพ่วงออก โดยถอดปลายสายลบเส้นที่ต่อกับเสื้อสูบออกก่อน แล้วจึงถอดปลายที่เหลือออก หลังจากนั้นจึงถอดสายบวกออก

9. ให้ทิ้งเศษผ้าที่ปิดช่องเซลล์นั้น เพราะอาจเปื้อนนํ้ากรด และถ้านำมาใช้งานอื่น ๆ อาจทำความเสียหายได้

ข้อควรระวัง อย่าปล่อยให้มอเตอร์สตาร์ตทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 30 วินาที ในแต่ละครั้ง ควรหยุดสักครู่หนึ่งเพื่อให้เย็นตัวลง แล้วจึงทดลองสตาร์ตอีกครั้งหนึ่ง มอเตอร์สตาร์ต อาจร้อนจัดเกินไปและอาจเสียหายได้ถ้าสตาร์ตเป็นเวลานาน ๆ

การถอดและการติดตั้งมอเตอร์สตาร์ต

ก่อนถอดมอเตอร์สตาร์ตต้องถอดเคเบิลสายดินออก เพื่อป้องกันการลัดวงจร ดังแสดงใน รูปที่ 16.16

ถอดสายไฟและเคเบิลออกจากมอเตอร์สตาร์ต ควรจำไว้ว่าสายไฟเหล่านี้ต่อกันอย่างไร เพราะจะได้ต่อกลับเข้าที่เดิมได้ถูกต้อง ถอดสลักเกลียวที่ยึดมอเตอร์สตาร์ตออกจากเสื้อล้อช่วยแรง แล้วยกมอเตอร์

สตาร์ตออก

ในขณะที่ทำความสะอาดมอเตอร์สตาร์ตนั้น อย่าจุ่มคลัตช์ทางเดียวลงในสารละลายที่ใช้ในการทำความสะอาด เพราะคลัตช์ทางเดียวไม่สามารถให้การหล่อลื่นได้อีก

เมื่อติดตั้งมอเตอร์เข้าที่เติม ให้ต่อสายดินแบตเตอรี่เป็นเส้นสุดท้าย แล้วทดลองสตาร์ต เพื่อดูว่ามอเตอร์สตาร์ตทำงานเป็นปกติหรือไม่

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.