การเปลี่ยนเกียร์

การเปลี่ยนเกียร์ต้องกระทำอย่างเหมาะสมกับอัตราเร็วของรถยนต์ควรฝึกฝนให้มีประสบการณ์ การเปลี่ยนเกียร์ควรทำอย่างราบเรียบและไม่รีบร้อน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับขี่ที่ปลอดภัย
ตำแหน่งของเกียร์ต่างๆ
คุณต้องเรียนรู้ตำแหน่งของเกียร์ต่างๆ และสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องหันหน้ามามองปุ่มคันเกียร์ คุณสามารถฝึกฝนและทำความคุ้นเคยกับการเข้าเกียร์ตำแหน่งต่างๆ ได้โดยเหยียบคลัตช์ไว้ ขณะไม่ได้ติดเครื่องยนต์
ถ้าเกียร์มีปัญหา คือไม่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างอิสระจากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่ง อย่าพยายามฝืนดันด้วยแรงมากๆ คุณอาจเริ่มต้นใหม่ โดยการถอนคลัตช์และยํ้าใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ควรตรวจสอบดูว่าคันเกียร์ต้องอยู่ที่เกียร์ว่างก่อนการสตาร์ตเครื่องยนต์และออกตัว เมื่อคุณออกตัวด้วยเกียร์หนึ่งแล้วคุณก็สามารถ เปลี่ยนเกียร์สูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งจะเหมือนกันกับการเปลี่ยนเกียร์อื่นๆ
เมื่อใดจึงจะเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้น
การเปลี่ยนเกียร์ควรกระทำเรียงตามลำดับจากน้อยไปมากโดยแต่ละเกียร์จะต้องเหมาะสมกับอัตราเร็วรอบของเครื่องยนต์และอัตราเร็วของรถยนต์ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพการขับขี่ เช่น ขับขี่บนถนนระดับ ขึ้นทางชัน ลงทางลาด โดยทั่วไปแล้วเมื่ออัตราเร็วของรถยนต์เพิ่มขึ้นจะเปลี่ยนเป็นเกียร์ สูงขึ้น คุณอาจใช้การฟังเสียงเครื่องยนต์ช่วยให้ทราบอัตราเร็วรอบของเครื่องยนต์ที่ควรเปลี่ยนเกียร์
การเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้น
การตัดสินใจให้เหมาะสม ว่าเมื่อใดจึงควรจะเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้น ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ขั้นตอนการเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้นมีดังนี้
1. มือข้างซ้ายวางบนคันเกียร์
2. กดแป้นคลัตช์ลง ในขณะเดียวกันก็ผ่อนคันเร่งด้วย แต่ไม่ต้องยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง
3. โยกคันเกียร์ไปยังตำแหน่งเกียร์สูงขึ้นถัดไปจากเกียร์เดิม
4. ผ่อนแป้นคลัตช์อย่างราบเรียบ ในขณะเดียวกันก็กดแป้นคันเร่งด้วยทีละน้อยๆ นำมือข้างซ้ายกลับไปวางไว้บนพวงมาลัยตามเดิม
การเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้น คุณจะต้องผ่อนคันเร่งของเครื่องยนต์ลงมาจากเดิม เพื่อลดอัตราเร็วรอบของเครื่องยนต์ลงมาให้เหมาะกับเกียร์สูงขึ้นที่คุณใช้ ทำให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบเรียบ

การเปลี่ยนเกียร์
เมื่อใดจึงจะเปลี่ยนลงเกียร์ต่ำ
ในขณะที่คุณอยู่ที่ตำแหน่งเกียร์สูง แต่อัตราเร็วของรถยนต์ลดลง เครื่องยนต์จะไม่มีกำลังพอที่จะสามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม เช่นเดียวกับการขับขี่ขึ้นทางชันโดยการใช้เกียร์สูงกว่าที่ควร เครื่องยนต์จะ ทำงานหนักมากและไม่สามารถให้กำลังได้เพียงพอ ไม่ควรขับขี่ที่ความเร็วต่ำ โดยใช้เกียร์สูงควรเปลี่ยนลงเกียร์ต่ำเมื่อความเร็วของรถยนต์ลดลง การทำเช่นนั้นถือว่าเป็นนิสัยที่ไม่ดีในการขับรถ
ต่อไปนี้ให้ถือเป็นกฎเกณฑ์ทั่วไปว่า ให้ใช้เบรกเพื่อลดความเร็วรถลงให้เหมาะสมกับความเร็วที่ใช้กับเกียร์ที่ต้องการเปลี่ยนไปนั้น บางครั้งอาจจำเป็นต้องกดแป้นเบรกเล็กน้อยในขณะที่คุณกำลังเปลี่ยนเกียร์ต่ำลงเพื่อชะลอความเร็วรถไว้ไม่ให้เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะขณะลงเนิน
ในการเรียนขับขี่ช่วงเริ่มต้นนั้น คุณอาจต้องทำความคุ้นเคยกับห้องเกียร์เสียก่อนโดยการทดลองเปลี่ยนเกียร์ต่างๆ ไปมา โดยมีผู้ชำนาญคอยแนะนำให้คุณ
การเปลี่ยนเกียร์ต่ำลง
เมื่อเปลี่ยนลงเกียร์ต่ำ คุณอาจต้องเพิ่มความเร็วรอบของเครื่องยนต์ขึ้นเพื่อให้การเปลี่ยนเกียร์ราบเรียบมากขึ้น (ที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่าเบิ้ลคันเร่ง) หรือกดแป้นเบรกเล็กน้อยเพื่อชะลอความเร็วของรถยนต์ ขั้นตอนการเปลี่ยนเกียร์ต่ำลงมีดังนี้

1. มือข้างซ้ายอยู่บนคันเกียร์
2. กดแป้นคลัตช์ลง และในเวลาเดียวกันก็กดแป้นคันเร่งหรือกดแป้นเบรกลงเล็กน้อย ซี่งขึ้นอยู่กับสภาพถนนและการจราจร
3. โยกคันเกียร์ไปที่เกียร์ต่ำกว่าที่เหมาะสมกับความเร็วที่ใช้
4. ผ่อนแป้นคลัตช์อย่างนิ่มนวล พร้อมกับกดแป้นคันเร่งหรือแป้นเบรกตามความจำเป็น
5. เลื่อนมือข้างซ้ายกลับมาที่พวงมาลัยตามเดิม
การเปลี่ยนเกียร์ต้องทำอย่างราบเรียบ ไม่ควรกระชากอย่างรุนแรง เกียร์ที่เปลี่ยนไปนั้นจะต้องมีความสัมพันธ์เหมาะสมกับอัตราเร็วรอบของเครื่องยนต์ และอัตราเร็วของรถยนต์ คุณอาจเร่งเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นหรือชะลออัตราเร็วของรถยนต์ลงก็ได้ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพของถนนและการ จราจร เสียงของเครื่องยนต์จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะใช้วิธีใด
การเปลี่ยนเกียร์
ไม่ควรใช้แรงดันคันเกียร์มากนัก โยกไปให้ถูกทิศทาง แล้วใช้แรงดันเบาๆ แต่มีความมั่นคง คุณอาจต้องออกแรงดึงหรือดันในการโยกคันเกียร์บ้างเล็กน้อย ขณะรถเคลื่อนที่
เกียร์หนึ่งไปเกียร์สอง
คุณอาจต้องออกแรงดันเล็กน้อยเพื่อให้คันเกียร์เอียงไปทางซ้ายในขณะที่เปลี่ยนเกียร์จากหนึ่งไปสอง เพื่อป้องกันไม่ให้คันเกียร์เลื่อนไถลเข้าเกียร์สี่ในขณะที่โยกคันเกียร์ผ่านเกียร์ว่าง
เกียร์สามไปเกียร์สี่
ในลักษณะที่คล้ายกัน คือคุณอาจต้องดึงคันเกียร์ไปทางขวาเล็กน้อยเมื่อเปลี่ยนเกียร์จากสามไปสี่
และคุณอาจต้องดันคันเกียร์ไปข้างซ้ายเมื่อต้องการเปลี่ยนเกียร์จากเกียร์สาม หรือสองเป็นเกียร์หนึ่ง และอาจต้องดึงคันเกียร์ไปทางขวาเมื่อเปลี่ยนเกียร์จากเกียร์ห้าหรือสี่เป็นเกียร์สาม
การเปลี่ยนเกียร์เป็นเกียร์หนึ่ง
คุณสามารถเปลี่ยนเกียร์เป็นเกียร์หนึ่งได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องหยุดรถยนต์ เพราะว่ารถยนต์รุ่นใหม่ในปัจจุบันใช้ระบบซินโครเมช สำหรับเกียร์เดินหน้าทุกเกียร์ ความเร็วรอบของเฟืองจะถูกปรับให้เท่ากัน ก่อนที่จะเข้าขบกัน อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนเป็นเกียร์หนึ่งจะต้องใช้ให้เหมาะสมกับความเร็วของรถยนต์ เมื่อคุณมีความชำนาญมากขึ้น จะสามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะเลือกเกียร์ใดจึงจะเหมาะสมกับความเร็วของรถยนต์ในแต่ละช่วง ในกรณีที่คุณรู้สึกว่าเข้าเกียร์ไม่ได้อย่าใช้แรงดันฝืนเข้าเกียร์ คุณอาจขยับเริ่มต้นใหม่หรือยํ้าคลัตช์ช่วยอีกครั้งหนึ่ง
สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ
-เปลี่ยนเกียร์อย่างรีบร้อน
-ละสายตาออกจากถนนข้างหน้าเมื่อเปลี่ยนเกียร์
-ขับขี่โดยวางเท้าบนแป้นคลัตช์ หรือปล่อยให้รถยนต์วิ่งไปโดยใช้เกียร์ว่าง
-วางมือบนคันเกียร์นานเกินความจำเป็น

ที่มา:ธีรยุทธ  สุวรรณประทีป

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.