การเริ่มต้นขับขี่รถยนต์

Posted on : 25-12-2013 | By : Author | In : การขับรถยนต์

ก่อนที่จะเริ่มขับขี่บนท้องถนน คุณควรมีความคล่องแคล่วเพียงพอในเทคนิคพื้นฐานของการสตาร์ต การออกตัว และการหยุด ตลอดจนการบังคับควบคุมรถได้อย่างสมบูรณ์
รวมถึงความรอบรู้เกี่ยวกับการทำงานของอุปกรณ์ควบคุมต่างๆ การใช้งานที่สัมพันธ์กันอย่างถูกต้อง ผสมผสานกับกฎการใช้ถนน และความเคารพในสิทธิ์การใช้ถนนของผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ
ควรมีความรู้ในการตรวจสอบรถยนต์ของคุณด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในสภาพดี และมีความปลอดภัยในการใช้ขับขี่บนถนน
การตรวจสอบ
การเริ่มต้นขับฃี่รถยนต์ ไม่ใช่เพียงแต่สตาร์ตแล้วขับออกไปเท่านั้น แรกทีเดียวจะต้องเริ่มด้วยการตรวจสอบรถ เพื่อให้แน่ใจว่ามีความพร้อมและปลอดภัยต่อการใช้งาน ควรปฏิบัติการตรวจสอบเป็นประจำให้เป็นนิสัย
หนังสือคู่มือประจำรถของคุณจะกำหนดระยะเวลาที่ต้องนำรถยนต์เข้ารับบริการที่จำเป็น
การตรวจสอบประจำวัน
การตรวจสอบประจำวันก็เพื่อความปลอดภัยสำหรับทุกคนทั้งตัวคุณ ผู้โดยสารและผู้ใช้ถนนอื่นๆ
รายการตรวจสอบ ได้แก่
-กระจกหน้า กระจกหลัง หน้าต่าง กระจกมองหลัง และมองข้างมีความสะอาด
-ไฟทุกดวงทำงานเป็นปกติ (รวมถึงไฟสัญญาณต่างๆ ด้วย)
ควรเปลี่ยนหลอดไฟ ดวงที่ขาดทันที คุณควรมีหลอดไฟและฟิวส์อะไหล่ติดไปกับรถยนต์ด้วยเสมอ
-เบรกทำงานดีเป็นปกติ อย่าขับขี่ออกไปโดยที่เบรกมีปัญหา
การตรวจสอบตามกำหนดเวลา
การตรวจสอบนี้เป็นทั้งเพื่อความปลอดภัยและเพื่อการบำรุงรักษาที่ดี การตรวจสอบจะบ่อยแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้รถยนต์มากน้อยเพียงใด ถ้าคุณใช้งานมาก ก็ควรตรวจสอบทุกวัน อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบจากหนังสือคู่มือรถยนต์ของคุณด้วย รายการตรวจสอบ ได้แก่
-นํ้ามันหล่อลื่นของเครื่องยนต์ เติมให้ถึงขีดกำหนดถ้าจำเป็น
-นํ้าในหม้อนํ้าและในถังนํ้าหล่อเย็นสำรอง
-นํ้ามันเบรกให้อยู่ในระดับที่กำหนด
ยางรถยนต์
-จะต้องมีดอกหนาเพียงพอ ปราศจากรอยตัด หรือฉีกขาด
-ต้องมีความดันลมที่ถูกต้อง
-แบตเตอรี่ เติมน้ำกลั่นเมื่อจำเป็น แบตเตอรี่บางแบบไม่จำเป็นต้องเติมนํ้ากลั่น
-นํ้าล้างกระจกหน้า และกระจกหลังมีปริมาณมากเพียงพอ ควรเติมให้เต็มถึงขีดกำหนดเสมอ
ก่อนสตาร์ตเครื่องยนต์
ทุกครั้งที่เข้าไปในรถ ควรตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้ ก่อนที่จะใช้รถยนต์
-ประตูรถยนต์ทุกบานปิดเข้าที่สนิทแล้ว
-เบาะนั่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณที่จะสามารถมองเห็นได้ทุกทิศทาง, สามารถใช้อุปกรณ์ควบคุมต่างๆ อย่างสะดวก สบาย
-กระจกหลังและกระจกมองข้างสะอาดและได้รับการปรับอย่างถูกต้อง
-ใส่เข็มขัดนิรภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
-ในถังนํ้ามันมีปริมาณนํ้ามันเชื้อเพลิงเพียงพอต่อการเดินทาง

ในกรณีที่เป็นรถยนต์ใหม่ หรือรถยนต์ที่คุณยังไม่คุ้นเคย คุณต้องศึกษา
ก่อนสตาร์ตเครื่องยนต์
สิ่งที่ควรตรวจเช็คเมื่อเข้าไปในรถก่อนขับขี่
อุปกรณ์ควบคุมต่างๆ ให้เข้าใจก่อนที่จะเริ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในวันที่มีฝนตกหรือหมอกจัด
การสตาร์ตเครื่องยนต์
หลังจากได้ตรวจสอบ และปรับอุปกรณ์ต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น ลำดับต่อไปนี้เป็นขั้นตอนการสตาร์ตเครื่องยนต์
1. ตรวจสอบว่าใส่เบรกมือ อยู่แล้วในขณะนั้น โดยลองดึงดันเบรกมือขึ้นมาอีก
2. ตรวจสอบว่าคันเกียร์อยู่ที่เกียร์ว่าง
3. ดึงปุ่มโช้กถ้าจำเป็น แต่รถยนต์ส่วนมากมีโช้กอัตโนมัติอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีปุ่มโช้ก
4. หมุนสวิตช์กุญแจไปที่ตำแหน่ง “ON” ไฟเตือน ความดันนํ้ามันหล่อลื่นและไฟเตือนการชาร์จจะสว่างขึ้น และอาจมีไฟเตือนอื่นๆ อีกสว่างด้วยเช่นกัน
ในกรณีเครื่องยนต์ดีเซลบางชนิด อาจต้องรอให้ไฟแสดงการทำงานของหัวเทียนเผาหัวดับลงเสียก่อนจึงจะเริ่มสตาร์ตได้
5. หมุนกุญแจต่อไปที่ตำแหน่ง “START” หรือรถบางคันอาจมีปุ่มสตาร์ตแยกต่างหาก
6. เมื่อเครื่องยนต์เริ่มติด ควรปล่อยกุญแจให้ดีดตัวกลับมาที่ “ON” หรือ หยุดกดปุ่มสตาร์ตทันที มิฉะนั้นอาจทำให้มอเตอร์เสียหายได้ และหลีกเลี่ยงการใช้มอเตอร์สตาร์ตในขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงานอยู่
การสตาร์ตเครื่องยนต์นั้น คุณอาจต้องเหยียบแป้นคันเร่งช่วยเล็กน้อยก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามจะขึ้นอยู่กับรถยนต์แต่ละชนิด สิ่งนี้คุณต้องเรียนรู้เพิ่มเติม
ตำแหน่งกุญแจ
ตำแหน่งกุญแจ
เมื่อสตาร์ตครั้งแรกไม่ติด
เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ครั้งแรก ปรากฏว่าสตาร์ตไม่ติด คุณควรปฏิบัติดังนี้
1. ปล่อยกุญแจให้ดีดตัวกลับ
2. คอยสักครู่หนึ่ง
ไฟเตือน
ไฟแสดงการทำงานของหัวเทียนเผาหัว, ไฟเตือนความดันน้ำมันหล่อลื่น
3. ทดลองสตาร์ตใหม่อีกครั้งหนึ่ง คุณอาจทำให้น้ำมันท่วมคาร์บูเรเตอร์ ถ้าสตาร์ตไม่ติดหลายครั้ง
เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ติดแล้ว
หลังจากสตาร์ตเครื่องยนต์ติดแล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้
1. กดแป้นคันเร่งอย่างเบาๆ เพื่อช่วยให้เครื่องยนต์เดินอยู่ได้
2. เมื่อเครื่องยนต์เดินอยู่ได้สม่ำเสมอแล้ว ให้ยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง เครื่องยนต์จะเดินเบาด้วยตัวของมันเอง
เมื่อเครื่องยนต์สตาร์ตติดแล้ว ไฟเตือนต่างๆ จะดับ แต่ถ้ามีไฟเตือนบางดวงสว่างต่อไป ให้ดับเครื่องยนต์และตรวจสอบหาจุดบกพร่อง
อย่าขับรถยนต์ออกไปขณะที่ไฟเตือนความดันนํ้ามันหล่อลื่นสว่างขึ้น เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้
ในกรณีที่รถยนต์ของคุณใช้โช้กธรรมดา คุณควรดันปุ่มโช้กเข้าที่เดิมทันทีเมื่อเครื่องยนต์เริ่มร้อนขึ้นแล้ว อย่าขับขี่โดยดึงโช้กไว้เป็นเวลานานเกินความจำเป็น เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงมากขึ้น เครื่องยนต์สึกหรอ และอาจเป็นอันตรายได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถที่ ใช้เกียร์อัตโนมัติ
ที่มา:ธีรยุทธ  สุวรรณประทีป

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.