การใช้ยาขัดสีรถยนต์

Posted on : 21-11-2013 | By : Author | In : การดูแลรักษารถ

ขัดสีรถยนต์

การใช้ยาขัดสี (Rubbing Compound)
สีไนโตรเซลลูโลสแลคเกอร์ และสีอะคริลิคแลคเกอร์นั้นเมื่อทำการพ่นเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องใช้ยาขัดสีเพื่อให้สีเรียบร้อยและขึ้นเงา อีกประการหนึ่งก็คือ สีในจำพวกแลคเกอร์ และแลคเกอร์และอะคริลิคนี้เมื่อใช้งานประมาณราวๆ 8 เดือนถึง 1 ปี สีผิวหน้าจะเสีย ซึ่งเนื่องจากความร้อนและแสงอุลตราไวโอเล็ต (Ultraviolet Ray) จากแสงอาทิตย์รวมทั้งออกซิเจนจากอากาศ เข้าทำปฏิกิริยาทางเคมีกับสี จึงทำให้สีเกิดการซีดจาง และด้านขึ้นได้ ดังนั้นจึงมีทางแก้ เพื่อให้สีแลคเกอร์เก่าๆ เกิดความสดใสขึ้นมาอีกได้ก็โดยการใช้ยาขัดสีขัดสีที่เสียออกก็จะได้สีที่สดดีเท่าเดิม (75-90%) ดังนั้นจึงควรทราบถึงการใช้ยาขัดสี การขัดสีเมื่อพ่นสีใหม่ควรทำดังนี้คือ
1. สีที่พ่นเสร็จแล้วนั้นเป็นสีแลคเกอร์และสีแห้งดีแล้ว อย่างน้อยที่สุด ถ้าเป็นงานพ่นทั้งคัน ควรทิ้งไว้จนครบ 24 ช.ม. แล้วจึงจะทำการขัดสี
ถ้าเป็นงานซ่อมสีเฉพาะแห่ง (Touch-up) ก็ทิ้งไว้ประมาณ 45-60 นาที ก็ทำการขัดสีเบาๆ ได้ การที่ต้องรอให้สีแห้งก็เพราะจะทำให้การขัดสะดวก และสีไม่ถลอก นอกจากเมื่อขัดเสร็จเรียบร้อยแล้วสีจะไม่เกิดการด้านขึ้นมาอีกได้ แต่ถ้าขัดสีที่แห้งไม่สนิทจะกลับด้านขึ้นมาอีก ซึ่งจะทำให้เสียเวลาในการขัดอีกครั้งหนึ่ง
2. ใช้ผ้าอ่อนๆ ทำเป็นลูกแบบลูกประคบเป็นเครื่องมือในการขัด (การขัดแบบใช้มือ) จากนั้นเอายาขัดสีผสมกับน้ำ 10-25% (ตามคำแนะนำข้างกระป๋อง) ใช้แปรงทาสีขนาด กว้าง 3″-4″ ทาในบริเวณที่จะทำการขัดสีเป็นเนื้อที่ประมาณ 1 ตารางฟุต แล้วใช้ลูกประคบที่ทำขึ้นขัด การขัดนี้ขัดไปมาตามส่วนยาวของรถไม่ขัดขวางกับด้านยาว เมื่อขัดทั่วแล้วก็เลื่อนไปจนทั่วทั้งคัน
3. ใช้ผ้านิ่มๆ เช็ดเอาเศษของยาขัดสีออกให้หมด
4. เวลาขัดสี ถ้าขี้สีและยาขัดสีจับกันเป็นปึกก็เอาผ้าไปซักและผึ่งแดดพอหมาดๆ ก็นำมาใช้งานได้อีก
5. เวลาขัดสี อย่าขัดออกมากเกินไป จะทำให้ทะลุถึงพื้นให้ขัดพอเรียบเท่านั้น มิฉะนั้นจะทำให้สีบางเกินไปด้วย
6. เวลาขัดตามครีบและสันนูนต่างๆ จงระวังอย่าขัดมากเพราะจะทำให้ทะลุถึงพื้นสีได้ เพราะเป็นจุดอ่อนของการขัดสี เพื่อความไม่ประมาทอาจใช้กระดาษกาวปิดไว้ชั่วคราวก็ได้ และจุดนั้นๆ ก็จะมีความเงางามพอสมควร เพราะเป็นสันและครีบซึ่งจะช่วยการขึ้นเงาอยู่แล้ว
7. เมื่อขัดเสร็จเรียบร้อยแล้วทิ้งไว้ประมาณ 2-3 สับดาห์ก็ลงขี้ผึ้ง (ตามคำแนะนำจากโรงงาน
การขัดสีใหม่ด้วยเครื่องขัด (Power Polishing)
1. เครื่องขัดควรเป็นแบบที่ความเร็วรอบ/นาทีน้อย (ประมาณ 750 รอบ/นาที) จึงจะดีเพราะจะทำให้สีมีโอกาสไหม้ยากขึ้น

2. เครื่อง Disc Grinder กับ Power Polishig รูปร่างคล้ายกันมาก แต่รอยต่อผิดกันมาก เพราะฉะนั้นจงเลือกใช้ให้ถูกต้องกับความมุ่งหมายของการสร้างจะทำให้เราได้รับประโยชน์เต็มที่และงานไม่เสีย Disc Grinder, Disc Sander มีความเร็ว 4500 รอบ/นาที
3. ก่อนเสียบปลั๊กไฟฟ้าต้องมีสายดิน (Ground) และสายไฟฟ้าที่มาเข้าเครื่องไม่ชำรุด ปลั๊กต้องอยู่ในสภาพดี
4. ก่อนเสียบปลั๊กไฟฟ้าควรอ่าน Name Plate ของเครื่อง และใช้กับขนาดแรงดันไฟฟ้าที่ถูกต้อง 110 V. กับ เครื่องแบบ 110 V. และ 220 V. กับเครื่องแบบ 220 V.
5. เลือกยาขัดสีให้ถูกต้อง เพราะยาขัดสีมี 2 ชนิดคือ แบบที่ใช้กับการขัดด้วยมือ (Hand Rubbing Compound) และแบบที่ใช้กับเครื่องขัด (Machine Rubbing Compound)
จากนั้นผสม Rubbing Compound กับน้ำตามคำแนะนำก็พร้อมที่จะใช้งานและปฏิบัติแบบเดียวกับการขัดด้วยมือ
6. เวลาขัดสีด้วยเครื่องอย่าพยายามหยุดโดยเครื่องขัดกำลังหมุนอยู่กับที่เพราะจะทำให้สีไหม้ และควรเคลื่อนเครื่องขัดสีตลอดเวลา
7. ไม่ใช้แรงกดใดๆ แก่เครื่องขัดสี น้ำหนักของตัวเครื่องขัดสีก็เป็นการเพียงพอแล้ว
8. ระวังจานหมุนไปถูกครีบสันไฟท้าย ที่ปัดน้ำฝนและเครื่องประดับต่างๆ จะเกิดการเสียหายขึ้นได้
9. ถ้าคราบสีจับจานขัดสีมากก็เปลี่ยนโดยเอาจานเก่าไปล้างน้ำแล้วตากพอหมาด ก็เอามาใช้ได้อีก
10. เลิกใช้เครื่อง ควรยกออกจานงานสี และหงายเครื่องไว้ ไม่ใช่วางไปบนพื้นโดย คว่ำอยู่เพราะเศษทรายอาจติดจานขัดสีได้
11. เสร็จงานแล้วต้องทำความสะอาดแล้วเก็บเข้าที่
12. เมื่อขัดทั่วคันรถด้วยเครื่องขัดแล้ว จำเป็นต้องขัดด้วยมืออีก เพื่อเป็นการขัดรอยที่หลงอยู่และการขัดดำเนินแบบเดียวกับการขัดที่กล่าวมาแล้ว แต่ขัดเสียเวลาน้อยกว่า

ที่มา:อร่าม  เริงฤทธิ์

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.