การบริการคอมเพรสเซอร์ฟริจิแดร์ 6 สูบ

Posted on : 29-05-2013 | By : Author | In : ระบบต่าง ๆ ในรถยนต์

คอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลท 6 สูบ

หลักการซ่อมและบริการคอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลท หรือที่เราเรียกกันว่า คอมเพรสเซอร์แบบกลม-6 สูบหรือคอมเพรสเซอร์แบบ 6 สูบนั้น ไม่ว่าจะเป็นคอมเพรสเซอร์กีกิ(Kiki) ของญี่ปุ่น ฟริจิแดร์(Frigidare) ของสหรัฐอเมริกา หลักการทำงานและส่วนประกอบของชิ้นส่วนโดยทั่วไปคล้ายกัน อาจจะมีแตกต่างกันบ้างในส่วนปลีกย่อย ดังนั้นจึงอธิบายเพียงวิธีการหลักของการซ่อมและบริการ โดยยึดแนวทางการปฏิบัติของบริษัทฟริจิแดร์เป็นหลัก ผู้ที่ศึกษาวิธีการซ่อมและบริการการของคอมเพรสเซอร์ฟริจิแดร์ก็อาจนำไปใช้กับคอมเพรสเซอร์ของบริษัทอื่นได้
คอมเพรสเซอร์แบบสวอชเพลท 6 สูบ
SERVICING THE (R-6) FRIGIDARE COMPRESSOR
คอมเพรสเซอร์ชนิดกลมหรือเราเรียกกันทั่วไปว่าคอมเพรสเซอร์ 6 สูบ (SIX-CYLINDER COMPRESSOR) ลักษณะภายนอกของคอมเพรสเซอร์ชนิดนี้ ดูได้จากภาพ 28-1 ส่วนภาพ 28-2 แสดงส่วนประกอบภายในคอมเพรสเซอร์พ่ริจิแดร์ 6 สูบของที่ใช้กับรถยนต์ฟอร์ดของอเมริกา ภาพ 28-1 ไม่ได้แยกแสดงชิ้นส่วนของลูกสูบและเพลาข้อเหวี่ยง (ประกอบอยู่ในเรือนสูบ) ส่วนภาพที่ 28-3 ภาพภาคตัดแสดงส่วนประกอบภายในของ Frigidare Compressor


ภาพที่ 28-1 สักษณะคอมเพรสเซอร์ 6 สูบ
ข้อควรจำ
การซ่อมหรือบริการชิ้นส่วนภายในคอมเพรสเซอร์ 6 สูบทุกครั้งให้ถอดคอมเพรสเซอร์ออกมาบริการบนโต๊ะงานภายนอกรถ จะทำได้สะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าและสิ่งที่สำคัญคือในการบริการต้องการความสะอาดเป็นพิเศษ


ภาพที่ 28-2 แสดงภาพภาคตัดและชื่อชิ้นส่วนของคอมเพรสเซอร์ 6 สูบ (แบบสวอชเพลท) ของฟริดิแดร์


ภาพที่ 28-3 แสดงถึงชิ้นส่วนที่แยกออกจากกันตามลำดับก่อน-หลังของคอมเพรสเซอร์แบบ 6 สูบ(สวอชเพลท)ของฟริจิแดร์
ภาพที่ 28-3 ภาพแสดงชิ้นส่วนคอมเพรสเซอร์ 6 สูบ ที่เราเรียกกันทั่วไปว่าฟริจิแดร์คอมเพรสเซอร์ของบริษัทเยเนอรัลมอเตอร์บ้าง ของฟอร์ดบ้างและรถยี่ห้ออื่นอีกหลายยี่ห้อแต่ผู้ผลิตคอมเพรสเซอร์ที่แท้จริงคือ ฟริจิแดร์แต่ผลิตส่งตามคำสั่งของบริษัทผลิตรถยนต์แต่ละบริษัทดังนั้นจึงกลายเป็นคอมเพรสเซอร์ของบริษัทเยเนอรัลมอเตอร์ ของอเมริกันมอเตอร์
การถอดคอมเพรสเซอร์ฟริจิแดร์
FRIGIDARE COMPRESSOR REMOVAL
1. ปล่อยสารทำความเย็นทิ้งโดยการต่อท่อยางความดันต่ำและความดันสูงจากแมนิโฟลด์เกจ เข้ากับคอมเพรสเซอร์ลิ้นที่เกจทั้ง 2 ตัวปิดสนิท
วิธีการปล่อยสารทำความเย็นแต่ละบริษัทแตกต่างกัน ในที่นี้จะอธิบายวิธีการของแต่ละบริษัทเปรียบเทียบให้ดู
ก. วิธีการของฟอร์ดเมื่อต่อสายยางของชุดแมนิโฟลด์เกจเข้ากับคอมเพรสเซอร์แล้ว เปิดลิ้นด้านเกจวัดความดันต่ำ ส่วนลิ้นเกจวัดความดันสูงปิดสายท่อกลางทิ้งไว้สำหรับปล่อยสารทำความเย็นไหลออกสู่ภายนอก


ภาพที่ 28-4 วิธีการต่อแมนิโฟลด์เกจเพื่อปล่อยสารทำความเย็นทิ้ง
เมื่อสารทำความเย็นถูกปล่อยเกือบหมด ให้เปิดลิ้นด้านเกจวัดความดันสูงช้าๆ เพราะว่าการเปิดลิ้นเร็วๆ ทำให้สารทำความเย็นถูกดันออกอย่างรวดเร็วและพาเอาน้ำมันหล่อลื่นออกมาด้วย ทำให้ปริมาณน้ำมันหล่อลื่นในระบบหายใป
ข. วิธีการของเชฟโรเลต หรือของเยนเนอรัลมอเตอร์
การต่อแมนิโฟลด์เกจทำเช่นเดียวกับวิธีของฟอร์ด แต่ท่อสายกลางแทนที่จะปล่อยสารทำความเย็นทิ้งสู่ภายนอกให้นำสายกลางของแมนิโฟลด์เกจใส่ลงในกระป๋องหรือถังมีฝาปิด ต่อสายยางแมนิโฟลด์เกจเสร็จแล้วเปิดลิ้นทั้งสองของด้านเกจวัดความดันสูงและความ ดันต่ำเต็มที่ เพื่อให้กำลังดันภายในระบบดันสารทำควานเย็นออกมาพร้อมกับน้ำมันหล่อลื่น รอจนกระทั่งไม่มีสารทำความเย็นออกมาอีกน้ำมันหล่อลื่นที่ออกมาก็จะถูกเก็บอยู่ในกระป๋อง ส่วนสารทำความเย็นระเหยไปในอากาศ เมื่อซ่อมคอมเพรสเซอร์เสร็จต้องการเติมสารทำ ความเย็นและน้ำมันหล่อลื่น ให้ใช้น้ำมันหล่อลื่นใหม่เติมเท่ากับปริมาณที่ถ่ายออกมา
ค. วิธีการของไครสเล่อร์ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด กล่าวคือ ใช้วิธีการวัดระดับของน้ำมันหล่อลื่นในห้องเพลาข้อเหวี่ยง เมื่อใกล้จะปล่อยสารทำความเย็นทิ้งจวนจะหมดก็ชักเหล็กวัดระดับชั้นมาดูเป็นระยะๆ ไป จนกว่าจะถ่ายสารทำความเย็นออกหมด
วิธีการดังกล่าวข้างต้น เป็นวิธีที่แต่ละบริษัทคิดขึ้นมา แต่วิธีที่สะดวกรวดเร็ว และช่างนิยมคือคลายข้อต่อที่ Connector Plate ขยับไปมาสารทำความเย็นก็จะไหลออกสู่ภายนอกเอง ซึ่งเป็นวิธีที่เร็วกว่าเพราะไม่ต้องต่อข้อต่อหรือใช้แมนิโฟลด์เกจ
ข้อควรระวัง ขณะคลาย Connector Plate ถ้าคลายออกมากเกินไปสารทำควานเย็นที่อยู่ในระบบและมีแรงดันสูง จะดันสารทำความเย็นออกมาแรงเกินไปพร้อมกับนำนํ้ามันหล่อลื่นออกมาด้วย ทำให้การหล่อลื่นมีประสิทธิภาพลดลง
การถอดและเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์
1. ถอดสายพานคอมเพรสเซอร์ ถอดสายไฟที่คลัช ถอดสายยางท่อทำความเย็น แต่ก่อนถอดให้ปล่อยสารทำความเย็นออกทิ้ง เพื่อลดกำลังดันภายในระบบเสียก่อน
2. ปล่อยสารทำความเย็นทิ้งเพื่อลดกำลังดัน โดยคลายสายท่อทำความเย็นออกจาก (SUCTION CONECTOR) ออกทีละน้อย ถ้าคลายออกเร็วแรงดันภายในระบบจะพุ่งออกมาแรงและพาน้ำมันหล่อลื่นออกด้วย
3. ถอดโบลท์ที่ยึดเรือนคอมเพรสเซอร์ เพื่อนำคอมเพรสเซอร์มาปฏิบัติงานบนโต๊ะงาน ทำให้รักษาความสะอาดและทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
การถอดจานคลัชและที่ยึดจานคลัชออกจากคอมเพรสเซอร์
HUB ANB DRIVEN PLATE REMOVAL AND REPLACEMENT
วิธีการถอด
1. ก่อนถอดจานคลัชโดยยึดเรือนคอมเพรสเซอร์ด้วยปากกาจับงานซึ่งทำไว้โดยเฉพาะสำหรับการถอดคอมเพรสเซอร์ 6 สูบ ใช้เครื่องมือพิเศษสำหรับถอดจานคลัชโดยเฉพาะ (ลักษณะเป็นเครื่องมือสำหรับต้านการหมุนตามของจานคลัช) ใช้ประแจกระบอก (socket) เบอร์ 9/16 นิ้ว คลายโบลท์ล๊อคจานคลัช ดูภาพที่ 28-5 ประกอบ
2. ถอดจานคลัชโดยใช้โบลท์ เป็นตัวดูดจานคลัชออกจากลิ่มบนเพลาคอมเพรสเซอร์ดูภาพ 28-6


ภาพที่ 28-5 แสดงลักษณะการยึดคอมเพรสเซอร์และการถอดโบลท์ล๊อคจานคลัชโดยใช้เครื่องมือพิเศษสำหรับต้านการหมุนของจานคลัช


ภาพที่ 28-6 การถอดจานคลัชและพูลเลย์ออกจากคอมเพรสเซอร์โดยใช้ที่ดูดชุดจานคลัช


ภาพที่ 28-7 แสดงรายละเอียดชิ้นส่วนภายในชุดกระบอกสูบ


ภาพที่ 28-8 การใส่จานคลัชลงบนเพลาคอมเพรสเซอร์โดยมีลิ่มล๊อค


ภาพที่ 28-9 การสวมจานคลัชบนลิ่มและขันให้จานคลัชเข้าที่เดิม
3. การใส่จานคลัชทำย้อนกลับกันกับวิธีการถอด โดยใส่ลมลงบนเพลาเพื่อล๊อคกันจานคลัชหมุนหลุดออกมาภายนอกขณะคอมเพรสเซอร์ทำงาน ( ดูภาพ28-8 ) ส่วนภาพที่ 28-9 เป็นภาพของการใส่จานคลัซลงบนลิ่มและเพลา โดยใช้เครื่องมือพิเศษ (Plate Replacer) ลักษณะเป็นแหวนสำหรับดันหน้าแปลนจานคลัช เมื่อกวดนัทลงไปนัทที่กวดจะไปดันแผ่นแหวนให้ดันหน้าสัมผัสของ
จานคลัชด้วยแรงอย่างสม่ำเสมอบังคับให้แผ่นจานคลัชเลื่อนลงนั่งบนบ่าที่เพลาได้
4. สวมนัทล๊อค เพื่อกันแผ่นจานคลัชหลุดอีกชั้นหนึ่ง แล้วขันด้วยแรง 15 ฟุต-ปอนด์ ( 2.67 Kg-m) และให้มีช่องว่างระหว่าง 0.022-0.0257 นิ้ว (0.56-1.45 มม.)ช่องว่างนี้ไว้สำหรับทำหน้าที่ต่อและตัดการทำงานจานคลัชกับพูลเลย์ และช่องว่างมากหรือน้อยเกินไปมีผลเสียต่อระบบทำความเย็น

การถอดและใส่แบริ่ง
1. ถอดจานคลัชออก ถอดแหวนล็อคพูลเลย์ออก
2. ใช้ที่ดูดพูลเลย์ ดูดเอาพูลเลย์ออก ดูภาพที่ 28-10


ภาพที่ 28-10 การถอดแหวนล็อคพูลเลย์


ภาพที่ 28-11 การใช้พูลเลย์ดูดเอาพูลเลย์ออกจากเพลา


ภาพที่ 28-12 ลักษณะการเสียดสีและชำรุดของจานคลัชกับพูลเลย์
การเปลี่ยน Clutch Hub และพูลเลย์
ก่อนที่จะทำการเปลี่ยน Clutch Hub และพูลเล่ย์จำเป็นต้องทำการตรวจดูหน้าสัมผัสของอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นนี้เสียก่อน โดยตรวจดูว่าลักษณะหน้าสัมผัสเป็นอย่างไร มีรอยเสียดสีกันหรือไม่ จานคลัชคดหรือไม่ จากภาพ 28-12
ถ้าหน้าสัมผัสเรียบไม่มีรอยแสดงว่าช่องว่าง (Clearance) จานคลัชและพูลเลย์ ถูกต้องตามกำหนด กรณีที่ช่องว่างมากเกินไปมีผลเสียต่อคอมเพรสเซอร์ ถ้าช่องว่างมากไป กระแสแม่เหล็กไฟฟ้าดูด
จานคลัชไม่พอเป็นเหตุให้คอมเพรสเซอร์ไม่หมุน (ทั้งๆ ที่เปิดสวิชแอร์ แล้วก็ตาม) จานคลัชจะพาให้เพลาหมุนได้ก็ต่อเมื่อชุดพูลเลย์และ
จานคลัชติดเป็นชุดเดียวกัน เพราะพูลเลย์รับกำลังขับจากเครื่องยนต์ผ่านจานคลัชด้วยอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าดูดให้จานคลัช และพูลเลย์เป็นชิ้นเดียวกันและพาให้เพลาหมุนได้
กรณีที่หน้าสัมผัสเป็นรอยอาจเกิดมาจากจานคลัชคด หรือเบี้ยว

การถอดประกอบคลัชคอยล์และเรือนลูกสูบ
1. ดำเนินการถอดนัทล๊อค ถอดจานคลัช ถอดพูลเลย์และแบริ่ง
2. สังเกตดูขั้วและตำแหน่งที่เสียบสายไฟของชุดคลัช
3. ใช้คีมถ่างแหวนล็อคถอดแหวนล็อคออก ภาพ 28-13 แสดงตำแหน่งของแหวนล๊อคเรือนแบริ่งพูลเล่ย์


ภาพที่ 28-13 แสดงตำแหน่งและการถอดแหวนล๊อคเรือนแบริ่งพูลเลย์


ภาพที่ 28-14 ภาพภาคตัดชุดคลัชและพูลเลย์
การถอดเปลี่ยนซีลเพลาคอมเพรสเซอร์
ซีลเพลาคอมเพรสเซอร์มีหน้าที่ป้องกันมิให้น้ำมันหล่อลื่นระบบทำความเย็น (Refrigerant Oil) ไหลออกมาภายนอก ซีลที่เพลานี้จะเปลี่ยนต่อเมื่อเกิดมีการรั่วเกิดขึ้น
สาเหตุการรั่ว
ซีลรั่วเกิดจากแกนเพลาสวอชเพลทไม่ได้ศูนย์ อาจคดหรือแบริ่งเอาเพลาหัวท้ายสึกหรอมากกว่าปกติ จึงทำให้เพลาเสียศูนย์ หรืออาจเกิดจากการกระแทกของรถยนต์ขณะใช้งานหนักจึงทำให้เพลาเสียศูนย์ทำให้เพลาหมุนเสียดสีกับซีลเกิดซีลรั่วขึ้นได้
ข้อควรระวัง การทำงานเกี่ยวกับคอมเพรสเซอร์สวอชเพลทขนาด 6 สูบ จำเป็นต้องเพิ่มความสะอาดและความรอบคอบโดยเฉพาะการทำงานเกี่ยวกับซีลการป้องกันรั่วภายในคอมเพรสเซอร์
ถ้าซีลเพลาสวอชเพลทรั่วเมื่อเวลาทำการแวคคั้ม (vacuum) ภายในระบบจะไม่เป็นสูญญากาศเพราะอากาศรั่วซึมผ่านซีลเข้าไปได้ การเช็คตำแหน่งซีลเพลาว่าใส่ถูกต้องหรือไม่ โดยการถอดจานคลัชออกและทำการวัดระยะจากขอบด้านนอกสุดของตัวเรือนคอมเพรสเซอร์กับบ่าของเพลาต้องอยู่ในพิกัดโดยใช้ Wire Gage สอดเข้าข้างใต้บรรทัด และบ่ารองรับช่วงนี้ควรมีช่องว่างอยู่ระว่าง 0.029 และ 0.073 นิ้ว (0.74-1.85 ม.ม.) ถ้าหากช่องว่างเกินกว่า 0.073 นิ้ว แสดงว่าภายในเกิดข้อบกพร่องขึ้น ให้ถอดเพลาออกมา ทำการตรวจเช็คใหม่


ภาพที่ 28-15 วิธีการตรวจว่าใส่ซีลเพลาถูกต้องหรือไม่โดยใช้บรรทัดและ Wire Gage
การถอดซีล
1. ถอดคอมเพรสเซอร์ออกจากรถ ดำเนินการถอดคลัชที่มีวิธีการถอดคลัช ถอดลิ่มออกจากเพลา
2. ถอดปลอกเพลา (Absorbent Sleeve) โดยใช้ไขควงค่อยๆ แงะนำปลอกเพลาออก
3. ถอดแหวนล๊อคกันปลอกเพลาเลื่อน
4. ทำความสะอาดที่ใส่ซีลบนเพลา


ภาพที่ 28-16 แสดงส่วนประกอบของซีลเพลาและคลัชของคอมเพรสเซอร์ 6 สูบ ฟริจิแดร์
5. ถอดเซรามิคซีล(ceramic Seal) ด้วยเครื่องมือพิเศษ วิธีการใช้ หมุนเครื่องมือถอดตามเข็มนาฬิกา ถอดO-Ring


ภาพที่ 29-17 การใช้เครื่องมือพิเศษถอดชุดเซรามิคซีล


ภาพที่ 28-18 การถอดซีล O-Ring ด้วยเครื่องมือพิเศษ ขั้นที่ 1
การเปลี่ยนชุดซีล
REPLACE SEAL ASSEMBLY
1. เปลี่ยนซีลใหม่โดยเคลือบบ่ารองรับซีลด้วยน้ำมันหล่อลื่นและ ใส่ซีลใหม่ลงในบ่ารองรับด้วยเครื่องมือพิเศษดังแสดงในภาพที่ 28-19


ภาพที่ 28-19 การใส่ซีล O- ring ด้วยเครื่องมือพิเศษขั้นที่ 2
2. ขณะใส่ชุดซีล O-ring เข้าไปภายในพยายามระมัดระวัง O-ring จะหลุดจากเครื่องมือใส่ชุดซีล
3. หมุนที่ใส่ตามเข็มนาฬิกาจนกระทั่ง O-ring นั่งบนร่องรองรับ เสร็จแล้วจึงดึงที่ใส่ออก เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นดูภาพภาคตัดภายในขณะใส่ O-ring ด้วยเครื่องมือพิเศษ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.