ปัญหาถามตอบเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆ ไปของรถยนต์

car2
คำว่า “automobile” มาจากไหน?
มันเกิดจากคำ 2 คำรวมกัน ค่าหนึ่งเป็นภาษากรีก อีกคำหนึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศส Auto เป็นภาษากรีก หมายถึง ด้วยตนเอง คำว่า mobile เป็นภาษาฝรั่งเศส หมายถึง การเคลื่อนไหว เอา 2 คำมารวมกันได้คำใหม่ว่า Automobile หรือ ยานพาหนะที่เคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง
รถยนต์ต่างๆ มีราคาแพง แต่ส่วนใดบ้างที่ราคาแพงที่สุด ?
โดยทั่วๆ ไปชิ้นส่วนกลไกที่มีราคาแพงที่สุดที่ประกอบเป็นรถยนต์ ได้แก่ เครื่องยนต์ รองลงมาได้แก่ ระบบส่งกำลังและเฟืองท้าย ตามลำดับ ถ้าไม่ได้รับความเสียหายอย่างหนักเพราะถูกชนหรือเสียหายมากเกินไป ชิ้นส่วนเหล่านี้มักใช้การซ่อมมากกว่าการเปลี่ยนใหม่ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมขึ้นอยู่กับสภาพของการซ่อม การซ่อมใหญ่หรือค่าใช้จ่ายในการซ่อมสามารถหลีกเลี่ยงได้หลายปี โดยการซ่อมบำรุงตามธรรมดาที่ระบุไว้ในคู่มือโดยสม่ำเสมอ อีกประการหนึ่งความเสียหายของตัวถังรถยนต์ ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงในการซ่อมแซม ดังนั้นเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม จึงควรให้การบำรุงรักษาที่ดีและขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
รถยนต์คันใหญ่และคันเลึก อย่างไหนดีกว่ากัน ?
เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของรถ รถขนาดใหญ่มีเนื้อที่ภายในกว้างขวาง สะดวกสบาย และมีความปลอดภัยด้านอุบัติเหตุมากกว่ารถขนาดเล็ก รถขนาดใหญ่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกเมื่อยน้อยกว่า อย่างไรก็ตามรถขนาดใหญ่มีราคาแพงและเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูง กินน้ำมันเชื้อเพลิงมาก กินเนื้อที่มากกว่า ความคล่องตัวในการจราจรน้อยกว่า รถขนาดเล็กมักมีราคาและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาน้อยกว่ารถขนาดใหญ่ (แต่ไม่เสมอไป) ความคล่องตัวในการจราจรมีมากกินน้ำมัน เชื้อเพลิงน้อย ถ้าขับขี่อย่างชำนาญสามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุต่างๆ ได้ดีกว่ารถขนาดเล็กมีห้องโดยสารเล็กทำให้ผู้โดยสารเมื่อยล้า และมีความปลอดภัยเนื่องจากอุบัติเหตุน้อยกว่ารถขนาดใหญ่
รถที่ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ และ 8 สูบ อย่างไหนสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง มากกว่ากัน ?
ไม่สามารถระบุได้อย่างแน่นอน แต่คันที่มีกระบอกสูบมากกว่ามีแนวโน้มที่จะกินน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่า แต่ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบอื่นด้วย เช่น ความจุของกระบอกสูบ การออกแบบระบบเชื้อเพลิง การมีเทอร์โบชาร์จเจอร์หรือไม่ ชนิด และจำนวนของอุปกรณ์ควบคุมการขับถ่ายไอเสีย ชนิดของระบบส่งกำลัง การสูบลมยาง ระบบภายในของเครื่องยนต์ สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ต้องการ และลักษณะของการขับขี่เครื่องยนต์ 4 สูบของรถยนต์บางคันใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงประมาณ 6 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตร ในขณะที่รถยนต์บางคันซึ่งใช้เครื่องยนต์ 8 สูบกินนํ้ามันเชื้อเพลิง 8 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตร
อัตราเร็วที่ประหยัดของรถยนต์ คืออะไร ?
เมื่อพิจารณาถึงการสิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงและการสึกหรอโดยทั่วไปแล้ว อัตราเร็วที่ประหยัดประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความสิ้นเปลืองจะเพิ่มขึ้นถ้าอัตราเร็วน้อยกว่าหรือมากกว่านี้
เบรคเพาเวอร์ พวงมาลัยเพาเวอร์ และห้องส่งกำลังอัตโนมัติ มีข้อดี อย่างไร ?
ในตอนแรก เบรคเพาเวอร์และพวงมาลัยเพาเวอร์ มีใช้ในรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ รถบัส หรือรถที่วิ่งในทางทุรกันดารเพื่อช่วยผู้ขับขี่ในการบังคับรถยนต์ได้ดีขึ้น อุปกรณ์นี้ช่วยให้ผู้ขับรถมีความสะดวกสบาย และไม่ต้องใช้กำลังมากในการขับขี่ ดังนั้นจึงเป็นที่นิยมของผู้ขับขี่ และได้นำมาเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายในรถเก๋ง สำหรับห้องส่งกำลังอัตโนมัติช่วยให้ผู้ขับขี่มีความสะดวก ขับขี่ได้อย่างง่ายดายขึ้น และลดความเมื่อยล้าโดยไม่ต้องเหยียบคลัตช์และเปลี่ยนเกียร์
ควรรัดเข็มขัดนิรภัยขณะขับรถหรือไม่ ?

เข็มขัดนิรภัยช่วยลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน ดังนั้นจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องรัดเข็มขัดนิรภัยทั้งคนขับและผู้โดยสาร
สมควรที่จะติดตั้งสัญญาณกันขโมยในรถยนต์หรือไม่ ?
ควรติด สัญญาณกันขโมยไม่สามารถป้องกันการขโมยได้ แต่พวกหัวขโมยอาจเปลี่ยนใจไม่ขโมยรถยนต์ของท่านถ้าท่านได้ติดตั้งสัญญาณกันขโมยแบบอย่างดี เนื่องจากจะต้องเสียเวลาในการหยุดเสียงสัญญาณ ซึ่งจะเป็นที่สนใจของคนทั่วไป ในบริเวณนั้น แต่ถ้าหัวขโมยเป็นมืออาชีพจริงๆ ก็ไม่มีเครื่องป้องกันอะไรที่จะยับยั้งเขาได้
อุปกรณ์และเครื่องมือที่ต้องติดรถไว้ควรมีอะไรบ้าง ?
ควรมีชุดปฐมพยาบาลพร้อมด้วยยาดม ยางอะไหล่ แม่แรง ประแจถอดล้อ ไฟฉาย คีม ไขควง ประแจเลื่อน สายพานอะไหล่ และอุปกรณ์ที่จำเป็นของแต่ละสภาพอากาศ รวมทั้งผ้าเช็ดรถด้วยหนึ่งหรือสองผืน

การซ่อมแซมและบำรุงรักษารถยนต์โดยทั่วๆ ไป
รถยนต์ต้องการการดูแลรักษาตลอดอายุการใช้งานอย่างสมํ่าเสมอ สำหรับค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาต่อปี (ไม่รวมยางรถยนต์ นํ้ามันเชื้อเพลิง และความเสียหายจากการชนกัน) ประมาณโดยเฉลี่ยได้ดังนี้
1. ปีที่ 1 ประมาณ 2,000 บาท
2. ปีที่ 2 ประมาณ 3,000 – 3,500 บาท
3. ปีที่ 3 เพิ่มอีกประมาณ 2,000 บาท
4. ปีที่ 4 เพิ่มอีกประมาณ 2,000 บาท
5. ปีที่ 5 ประมาณ 9,500 – 10,000 บาท
เพื่อช่วยให้ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาไม่มากเกินไป เจ้าของรถยนต์ควรจะบันทึกประวัติการบำรุงรักษา และเปรียบเทียบกับคู่มือการใช้รถ และตรวจเช็คตามระยะเวลาหรือระยะทางที่ใช้งาน จะสามารถช่วยประหยัดเงินได้ และรถยนต์ก็จะได้รับการบำรุงรักษาที่ดีด้วยซึ่งทำให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจมากขึ้น
ที่มา:ธีระยุทธ  สุวรรณประทีป, สมชาย  กังวารจิตต์

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.