การถอด-ประกอบตรวจสอบและบริการชุดเฟืองท้าย

Posted on : 28-11-2013 | By : Author | In : ระบบต่าง ๆ ในรถยนต์

DISASSEMBLY-REASSEMBLY AND INSPECTION-SERVICE OF
DIFFERENTIAL CARRIER
วัตถุประสงค์
เพื่อให้สามารถถอด -ประกอบ ตรวจปรับตั้งชุดเฟืองท้ายได้ถูกต้อง
วัสดุอุปกรณ์
รถยนต์ หรือชุดเฟืองท้ายสำหรับฝึกถอด
เครื่องมือ
เครื่องมือเบื้องต้น
เครื่องมือพิเศษ
ซึ่งจะนำมาใช้เป็นอย่างๆ เมื่อถึงเวลา โดยจะดูได้จากภาพ และ คำบรรยาย
เฟืองท้าย1
รูปแยกชิ้นส่วนของชุดเฟืองท้าย
ความรู้เบื้องต้น
ชุดเฟืองท้าย ทำหน้าที่เปลี่ยนทิศทางกำลังงานที่ส่งผ่านมาจากเพลากลางออกไปหมุนเพลาข้างทั้งสองเพื่อขับล้อให้หมุน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ปรับแรงขับของเครื่องยนต์ ที่ผ่านเกียร์และเพลากลางให้เหมาะสมกับภาระ ทั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพของการขับเคลื่อน
ชุดเฟืองท้ายประกอบไปด้วยเฟืองเดือยหมู(Drive pinion) เพลาเดือยหมูติดตั้งอยูบนลูกปืนยาวรูปกรวย (Tapered roller bearing) ๒ ตัว คือลูกปืนตัวหลังและตัวหน้า (Front and rear bearing) เฟืองเดือยหมูขับอยู่กับเฟืองบายศรี (Ring gear) ซึ่งถูกยึดติดอยู่กับเสื้อเฟืองทด (Differential gear case) และภายในเสื้อเฟืองทด ประกอบไปด้วยชุดเฟืองดอกจอก (Pinion gear) ๒ ตัว สวมอยู่บนเพลาเฟืองดอกจอก (Differential gear case) เฟืองดอกจอกทั้ง ๒ ตัว ขับอยู่กับเฟืองเพลาข้าง (Side gear) ชุดเสื้อเฟืองทด หมุนอยู่บนลูกปืน (Side bearing) ๒ ตัว
ลำดับขั้นการปฏิบัติงาน
๑. ใช้ขอนไม้หนุนล้อหน้า ขึ้นแม่แรงที่เรือนเฟืองท้ายยกขึ้นวางบนขาหยั่งตรงตำแหน่งเสื้อเพลาทั้งสองข้าง
ลงแม่แรงให้น้ำหนักของรถกระทำลงบนเสื้อเพลา
๒. คลายน็อตถ่ายน้ำมันเฟืองท้าย เพื่อถ่ายน้ำมันเฟืองท้ายออก
เฟืองท้าย2
รูปการยกรถวางบนขาหยั่ง
๓. ถอดน็อตยึดหน้าแปลนเพลากลางกับเพลาเดือยหมูออก แล้วถอดเพลากลางออก
๔. ถอดเพลาท้ายออก
๕. ถอดเหล็กกันโคลง (stabilizer bar) ออก (รถบางรุ่นอาจจะไม่มี)
เฟืองท้าย3
รูปถอดหน้าแปลนเพลากลาง
เฟืองท้าย4
รูปถอดชุดเฟืองท้าย
๖. ถอดน็อตยึดชุดเฟืองทด กับเรือนเฟืองท้ายออก แล้วถอดชุดเฟืองทดออกจากเสื้อเฟืองท้าย
การตรวจสอบก่อนการถอด (pre-disassembly inspection)
เพื่อหาสาเหตุข้อขัดข้องของชุดเฟือง จึงต้องมีการตรวจสอบเบื้องต้นก่อน การถอดแยกชิ้นส่วนซึ่งให้ดำเนินการตรวจดังนี้
๑. ติดตั้งชุดเฟืองท้ายกับแท่นยึดปฏิบัติงาน (เครื่องมือพิเศษ)
๒. ให้ตรวจสอบรอยสึกหรอและความเสียหายของชิ้นส่วนต่างๆ ด้วยสายตา
เฟืองท้าย5
รูปติดตั้งชุดเฟืองท้ายกับแท่นปฏิบัติงาน
๓. หมุนเฟืองบายศรี (Ring gear) เพื่อตรวจดูความเสียหายความไม่คล่องตัวหรือเสียงดังของลูกปืนขณะหมุนและให้ตรวจริ้วรอยของการสึกหรอที่ไม่สม่ำเสมอ ที่พื้นของเฟืองแล้วตรวจวัดระยะ Pre-load ของเฟืองเดือยหมู (Drive pinion)
เฟืองท้าย6
รูปวัด Pre-load ก่อนถอด
เฟืองท้าย7
รูปวัด Back lash
๔. ติดตั้งไดอัลเกจดังรูปแล้วตรวจ วัดค่า Back lash ที่พื้นของเฟืองบายศรีไปมา จดค่าที่อ่านได้นำไปเปรียบเทียบกับค่าที่กำหนด เพื่อจะได้ปรับแต่งให้ถูกต้องขณะประกอบ
๕. ตรวจสอบรอยสัมผัสระหว่าง เฟืองเดือยหมูและเฟืองบายศรี โดยใช้สีเสน (Red lead) ทาที่เฟืองบายศรีบาง ๆ แล้วหมุนเฟืองบายศรีและเฟืองเดือยหมูเพื่อให้เกิดรอยสัมผัสของเฟืองบายศรีและเฟืองเดือยหมู แล้วให้ตรวจสอบรอยสัมผัสที่เกิดขึ้น
เฟืองท้าย8

เฟืองท้าย9
รูปตรวจสอบรอยสัมผัส
๖. ตรวจสอบค่า Run-out ของเฟืองบายศรี แล้วจดค่าที่อ่านได้เพื่อเปรียบเทียบความถูกต้องกับค่าที่กำหนดให้
เฟืองท้าย10
รูปการวัดค่าความแกว่าง
การถอดชุดเฟืองท้าย
๑. ทำเครื่องหมายที่ฝาครอบลูกปืนด้านข้าง กับฐานรองรับลูกปืน (Carrier) แล้วถอดฝาครอบลูกปืนด้านข้างของชุดเฟืองท้ายออก แล้วถอดชุดเฟืองท้ายออก
เฟืองท้าย11
รูปการทำเครื่องหมายก่อนถอด
ข้อควรระวัง จะต้องไม่ให้เกิดการสับสนระหว่างฝาครอบลูกปืน (Bearing outer race) ด้านซ้ายและขวา
๒. ถอดเฟืองเดือยหมูโดยใช้เครื่องมือพิเศษจับเพลาเดือยหมูแล้วใช้ประแจกระบอกถอดน็อตยืดเพลาเดือยหมูออก
๓. ถอดเพลาเดือยหมูออกโดยการใช้ค้อนพลาสติกค่อยๆ เคาะส่วนปลายของเพลาเฟืองเดือยหมูจนเพลาเดือยหมู ลูกปืนตัวหลังและแผ่นรองในการตั้งระยะออกมาพร้อมกัน
เฟืองท้าย12
รูปการถอดน็อตยึดหน้าแปลนเพลาเฟืองเดือยหมู
๔. ถอดกันรั่ว (Oil seal) ตัวหน้าออก แล้วถอดลูกปืนตัวหน้าออก (Bearing inner race)
ข้อควรจำ
ห้ามนำกันรั่วตัวเดิมมาใช้ซ้ำ
เฟืองท้าย13
รูปการถอดกันรั่ว

เฟืองท้าย14
รูปการถอดลูกปืนตัวหลัง
๕. ถอดลูกปืนตัวหลัง โดยใช้เครืองมือพิเศษดังรูป
เฟืองท้าย15
รูปการถอดเบ้าลูกปืน
๖. ถอดเอาเบ้าลูกปืนตัวหน้าและตัวหลังออก โดยการใช้เหล็กส่งตอกออก
การถอดชุดเสื้อเฟืองทด
(Differential case)
๑. ถอดลูกปืนด้านข้างของเสื้อเฟืองทดออก โดยใช้เครื่องดูด ดูดลูกปืนออก
เฟืองท้าย16
รูปการถอดลูกปืนด้านข้างออก
ข้อควรระวัง
ก. ระวังอย่าให้แขนดูดลูกปืนกดขอบเสื้อเฟืองทด
ข. อย่าสลับแหวนรอง (Shim) ของลูกปืนด้านซ้ายและขวา
๒. คลายแผ่นล็อค (Lock strap) ออกจากน็อดยึดเฟืองบายศรี กับเสื้อเฟืองทด
๓. ใช้เหล็กส่ง ส่งปิ๊นล๊อคเพลาเฟืองดอกจอก (Differential pinion shaft) ออก
เฟืองท้าย17
รูปการถอดปิ๊นล๊อคเพลาเฟืองดอกจอก
ข้อควรระวัง
อย่าตอกปิ๊นแรง โดยไม่ได้ตรวจดูว่าปิ๊นถูกประกอบไว้เช่นไร
๔. ถอดเพลาเฟืองดอกจอก ถอดเฟืองดอกจอก (Pinion gear) ถอดเฟืองเพลาข้าง (Side gear) และแหวนรอง (Trust washer) ออกจากเสื้อเฟืองทด
ข้อควรจำ
ก่อนถอดให้ทำเครื่องหมายที่เฟืองกับแหวนรอง เพื่อความสะดวกเวลาประกอบ จะได้ประกอบเข้าที่ได้อย่างถูกต้อง
การประกอบ
ให้ประกอบย้อนขั้นตอนของการถอด และคำแนะนำตามหัวข้อข้างล่างนี้ใช้สำหรับปรับแต่ง การใช้เครืองมือพิศษ เพื่อช่วยให้ชุดเฟืองท้ายทำงานได้อยางสมบูรณ์
๑. จดวางแผ่นรอง แหวนรอง ตามลำดับเพื่อที่จะประกอบได้อย่างถูกต้อง
๒. ชิ้นส่วนที่จะประกอบ ต้องทำความสะอาดมาแล้วอย่างดี
๓. ลูกปืนของชุดเฟืองท้ายทั้งหมด ก่อนการประกอบให้ชโลมด้วยน้ำมันเกียร์
๔. ทาจาระบีที่ผิวภายนอกของกินรั้วก่อนประกอบ
การประกอบชุดเฟืองทด
๑. ประกอบเฟืองหัวเพลาข้างและเฟืองดอกจอกเข้ากับเสื้อเฟืองทด
๒. ใส่เพลาเฟืองดอกจอกโดยสอดผ่านเสื้อเฟืองทดและเฟืองดอกจอก ไปติดตั้งในตำแหน่งเดิม
เฟืองท้าย18
รูปการวัดค่าแบคแลช(Back lash)
๓. ปรับค่าแบคแลชระหว่างเฟืองดอกจอกกับเฟืองหัวเพลาข้าง
ปกติค่าแบคแลช (Back lash) อยู่ในค่าประมาณ ๐.๑-๐.๒ มม. (๐.๐๐๓๙ -๐.๐๐๗๙ นิ้ว)
เฟืองท้าย19
รูปการประกอบปิ๊น
การปรับแบคแลชของเฟืองหัวเพลา มีขนาดความหนาของแหวนรองเพื่อให้ได้ค่าที่เหมาะสมหลายขนาดให้ท่านเลือกตามค่ากำหนดของบริษัท
๔. ล๊อคเพลาเฟืองดอกจอกด้วยปิ๊นล๊อค โดยใช้ค้อนเคาะส่งปิ๊นในตำแหน่งเดิมจนแน่น
๕. ใช้น้ำมันเกียร์ชโลมที่ผิวสัมผัสของฟันเฟือง และแหวนรองแล้วหมุนตรวจดูความคล่องตัวว่าสะดวกดีหรือไม่
๖. ประกอบเฟืองบายศรีเข้ากับเสื้อเฟืองท้าย ใส่แหวนล๊อคแล้วกวดน็อตให้แน่นด้วยแรง ๗-๘ กก.-ม. (๕๑-๕๘ ฟุต-ปอนด์) แล้วพับแผ่นล๊อคที่น็อตทุกตัว
ข้อควรจำ
ก. น็อตที่ใช้จะต้องเป็นของแท้ และแหวนล๊อคก็ต้องเป็นตัวใหม่
ข. กวดน็อตแบบทะแยงสลับกันไป และค่อยๆ กวดไล่เข้าพร้อมๆ กัน
๗. ลูกปืนที่จะเปลี่ยนใหม่จะต้องตรวจความหนาก่อนประกอบโดยมีความหนาขนาดมาตรฐานเปรียบเทียบ โดยใช้แท่นกระบอกมาตรฐาน มีน้ำหนัก ๒.๕ กก. (๕.๕ ปอนด์) วางบนลูกปืน แล้วตรวจวัดความสูงรวมจะต้องได้ตามค่ากำหนด
เฟืองท้าย20
รูปการตรวจความหนาของลูกปืนก่อนประกอบ
๘. ประกอบลูกปืนด้านข้างของชุดเฟืองทดเข้ากับเสื้อเฟืองทด โดยใช้เครื่องอัด อัดส่งเข้าไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องยังเสื้อเฟืองทด
เฟืองท้าย22
รูปการประกอบลูกปืน
การปรับความสูงของเฟืองเดือยหมู
(Adjustment of drive pinion height)
ณ ตำแหน่งของการปรับนี้ กระทำได้โดยการใช้แหวนรอง รองระหว่างลูกปืนตัวหลังของเพลาเดือยหมู กับเฟืองเดือยหมู
๑. ประกอบเบ้าลูกปืนตัวหน้า และตัวหลังของเฟืองเดือยหมูโดยใช้เครื่องมือพิเศษอัด
เฟืองท้าย23
รูปการวัดความสูง
๒. ประกอบลูกปืนตัวหลัง ด้วยเพลาดัมมี่ (Dummy shaft) St ๓๑๙๔๒๐๐๐, St ๓๑๙๗๐๐๐๐, แล้วอัด St ๓๑๙๔๑๐๐๐ แล้ววัดความสูงดังรูป
เมื่อใช้เกจวัดความสูง St ๓๑๑๐๑๐๐๐ ประกอบเพลาดัมมี่ตัวเดิม ปลอก (collar) ตัวเดิม ใส่ Spacer St ๓๑๑๐๒๐๐๐ ที่ลูกปืนตัวหลังดังรูป
๓. วัดช่องว่างระหว่างปลายเกจ วัดความสูงกับเพลาดัมมี่ โดยใช้ฟิลเล่อร์เกจสอดวัด
เฟืองท้าย24
รูปวัดความสูงของเฟืองเดือยหมู
๔. ความหนาของแหวนรองที่ใช้ปรับความสูงของเฟืองเดือยหมู หาได้จากสูตรดังต่อไปนี้
T = N [(H-D’ –S )X ๐.๐๑] + ๒.๑๘
T = ความหนาของแหวนรอง มีหน่วยเป็น มม.
N = ค่าความหนาที่วัดได้จากฟิลเล่อเกจ (มม.)
เฟืองท้าย25
รูปแสดงตัวเลขบนหัวเพลาเดือยหมู
ตัวเลขที่แสดงไว้บนหัวเฟืองเดือยหมู
ตัวเลขบนเพลาดัมมี่
ตัวเลขบนเกจ วัดความหนา
ข้อควรทราบ ค่าของ H.D’ และ S เป็นค่าที่บอกเป็น ๑/๑๐๐ มม.
ตัวอย่างการคำนวณ
ตัวอย่างที่
N = ๐.๕๑ มม.    H = ๒
D’ = -๑    S = ๐
สูตร T = N-[(H-D- S) X ๐.๐๑] + ๒.๑๘
= ๐.๕๑-[(+๒)-(-๑)-(o)x ๐.๐๑]+ ๒.๑๘
= ๐.๕๑-[ (๒+๑-๐) x ๐.๐๑] + ๒.๑๘
= ๐.๕๑- [ ๓x๐.๐๑]+ ๒.๑๘
= ๐.๕๑-๐.๐๓+ ๒.๑๘
= ๒.๖๖ มม.
แหวนรองที่ถูกต้องคือ (T) ๒.๖๗ มม.
ตัวอย่างที่
N = ๐.๖๘ มม. , H = -๓
D’ =+๑    S = -๒
สูตร T = N-[(H-D’-S) X ๐.๐๑] + ๒.๑๘
= ๐.๖๘- [ (-๓)-( + ๑)-(-๒) ) X ๐.๐๑]
= o.๖๘-[ (-๓-๑+๒)X ๐.๐๑] + ๒.๑๘
= ๐.๖๘ – [-๒ +๐.๐๑] + ๒.๑๘
= o.๖๘ -[ -๐.๐๒] + ๒.๑๘

= ๐.๖๘+๐.๐๒+๒.๑๘
= ๒.๘๘ มม.
แหวนรองที่ถูกต้อง (T) ๒.๘๘ มม.
ตัวอย่างที่
N = ๐.๗๐ มม.    H = ๐
D’ = ๐.๗๐    S = ๐
จากสูตร T = N-[H-D’-S) X ๐.๐๑] + ๒.๐๘
= ๐.๗๐- [ (o – o – o) X ๐.๐๑] + ๒.๑๘
= ๐.๗๐ – [oXo.o๑] + ๒.๑๘
= ๐.๐๗ -๐+ ๒.๑๘
= ๐.๐๗ + ๒.๑๘
= ๒.๘๘ มม.
ความหนาของแหวนที่ถูกต้อง (T) ๒.๘๘ มม.
หมายเหตุ ถ้าไม่ได้กำหนดค่า H D’ และ S มา ให้ถือว่า ค่าเหล่านั้นมีค่าเป็นศูนย์ (๐) แล้วคำนวณดังตัวอย่างที่ ๓
จากนั้นให้ตรวจดูรอยสัมผัสของเฟืองบายศรีกับเฟืองเดือยหมู ถ้าไม่ถูกต้องก็ปรับให้ถูกต้องตามวิธีการปรับร่องสัมผัส (Contact pattern) ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
Thickness mm (in)
2.58(0.1016)
2.61 (0.1028)
2.64 (0.1039)
2.67(0.1051)
2.70 (0.1063)
2.73(0.1075)
2.76(0.1087)
2.79 (0.1098)
2.82(0.1110)
2.85 (0.1122)
2.88(0.1134)
2.91(0.1146)
2.94(0.1158)
2.97(0.1169)
3.00(0.1181)
3.03(0.1193)
3.06 (0.1205)
3.09 (0.1217)
3.15 (0.1240)
3.18(0.1252)
๕. เมื่อประกอบแหวนรองขนาดที่ถูกต้องเข้าไปหลังเฟืองเดือยหมู ประกอบลูกปืนตัวหน้า โดยใช้เครื่องมือพิเศษส่งอัดเข้าไปในตำแหน่งเดิม
การปรับค่าพรีโหลดเฟืองเดือยหมู
(Adjustment of drive pinion pre-load)
ปรับพรีโหลดของเฟืองเดือยหมูด้วยแหวนรอง
การปรับพรีโหลดของเฟืองเดือยหมูไม่เกี่ยวกับการปรับแบคแลช (Back lash) ที่ผ่านมา
ข้อควรจำ
ห้ามนำแหวนปรับระยะที่ใช้แล้วมาใช้อีก
๑. หลังจากปรับความสูงของเฟืองเดือยหมูได้แล้ว ให้หล่อลื่นลูกปืนตัวหน้า และตัวหลังด้วยน้ำมันเกียร์แล้วประกอบเข้าไปในเบ้าของมันที่เรือนเฟืองทด
๒. ประกอบกันรั่วตัวใหม่เข้าไปในตำแหน่งเดิม ก่อนประกอบให้หล่อลื่นกันรั่วที่ผิวภายนอกของกันรั่ว และในเบ้าของกันรั่ว
๓. ประกอบแหวนปรับระยะตัวใหม่บนเพลาเดือยหมู ให้หล่อลื่นเฟืองเดือยหมู ด้วยน้ำมันเฟืองท้าย
๔. สอดปลายหน้าแปลนเดือยหมูเข้าไปในกันรั่ว แล้วอัดให้แนบเข้ากับลูกปืนตัวหน้า จากนั้นสอดเพลาเดือยหมูผ่านหน้าแปลนออกมา
๕. ระวังอย่าให้ร่องเกลียวที่ปลายเพลาเดือยหมู เกลียวที่น็อต
ล๊อคเพลาเดือยหมูตัวใหม่และแหวนรอง ถูกน้ำมันหล่อลื่น
๖. ยึดหน้าแปลนเพลาเดือยหมูให้แน่นด้วยเครื่องมือพิเศษ แล้วกวดน็อตอัดเข้าไประหว่างลูกปืนตัวหน้ากับหน้าแปลนเพลาเดือยหมู ขณะที่หน้าแปลนเดือยหมูถูกอัดเข้าไปในเบ้าลูกปืนตัวหน้า
เฟืองท้าย26
รูปการกวดน็อตยึดหน้าแปลน
ระยะรุนของเพลาเดือยหมูจะลดลง แต่ระยะรุนก็ยังมีอยู่ เพียงแต่หนาแปลนเพลาเดือยหมูอยู่ในตำแหน่งที่ลึกเข้าไป ซึ่งแสดงว่าหน้าแปลน กับเบ้าลูกปืนยันกัน ด้วยเหตุนี้ จึงต้องออกแรงกวดเพลาเดือยหมูมากขึ้น
เฟืองท้าย27
รูปการวัดพรีโหลด
ณ ตำแหน่งนี้ การขันน็อตจะต้องกระทำอย่างช้าๆ และวัดพรีโหลดบ่อยๆ จนได้ที่กำหนด
เฟืองท้าย28
รูปการล็อคน็อตหน้าแปลน
ข้อควรระวัง
อย่าลดพรีโหลด โดยการคลายน็อตยึดเพลาเดือยหมู เพราะจะทำให้กำลังอัดระหว่างเบ้าลูกปืนตัวหลังกับ Collapsible spacer หมดไป และอาจทำให้เบ้าลูกปืนหมุนไปบนเพลาเดือยหมู ยิ่งกว่านั้นจะทำให้เพลาเดือยหมูและน็อตหลวม
๗. หมุนเพลาเดือยหมู ไปทั้งสองทิศทาง โดยหมุนไปมาหลายๆ ครั้ง เพื่อให้ลูกปืนเข้าที่ แล้ววัดพรีโหลด ให้ได้ตามค่าที่กำหนด ด้วยเครื่องมือพิเศษ
๘. ล๊อคน็อตยึดหน้าแปลนเพลาเดือยหมู
การปรับแผ่นรองด้านข้างลูกปืน
(Adjustment of side bearing shim)
๑. ถ้าชุดเกียร์ไฮปอยด์ (Hypoid gear) แครี่เออร์ (carrier) และเสื้อเฟืองท้ายใช้กับลูกปืนข้างตัวใหม่ จะต้องปรับพรีโหลด (Pre-load) ให้ได้ค่าที่กำหนด ซึ่งสามารถ คำนวณได้จากสูตรต่อไปนี้
T1 = (A-C+D-H’ ) + ๐.๐๑ + ๐.๒๐๐ + E
T2 = (B-D+H ) + ๐.๐๑ + ๐.๑๙๐ + F
กำหนดให้
T1 = ความหนาของชิมรองที่ต้องการของลูกปืนด้านซ้าย (มม.)
T2 = ความหนาของชิมรองที่ต้องการของลูกปืนด้านขวา (มม.)
A = เป็นตัวเลขที่อ่านได้จากแครี่เออร์ (Carrier) ด้านขวา
B = เป็นตัวเลขที่อ่านได้จากแครี่เออร์ตัวท้าย
C และ D = ตัวเลขบนเสื้อเฟืองทด
E และ F = เป็นค่าความหนาที่แตกต่างกันของลูกปืนตัวซ้าย และขวา เพื่อเทียบกับค่ามาตรฐาน (๒๐.๐๐ ม.ม) ถ้าลูกปืนมีความหนา ๑๙.๘๙ ม.ม จะมีค่าความแตกต่างเท่ากับ ๘๐.๐๐ ม.ม – ๑๙.๘๙ ม ม = ๐.๑๑ ม.ม
H = เป็นตัวเลขบนเฟืองบายศรี
ข้อควรจำ
ตัวเลขที่แสดงค่าของ A, B, C, D, และ H’ เป็นขนาดความแตกต่าง ซึ่งเป็นหน่วยของ ๑/๑๐๐ มม. กับค่ามาตรฐาน
ตัวอย่างที่
A=๑ , B = ๒ , C=๒ , D = ๓, E=๐.๑๑ มม.
F=๐.๑ ๕ มม. H’ = -๒
ด้านซ้ายมือ (Left side)
T1 = (A-C+D-H’) X ๐.๐๑ + ๐.๒๐๐+ E
= (๑-๒+๓-(-๒) ) X ๐.๐๑ +๐.๒๐๐+๐.๑๑
= (๑-๒+๓+๒) X ๐.๐๑+๐.๒๐๐+๐.๑๑
= ๔x๐.๐๑ + ๐.๒๐๐+๐.๑๑
=๐.๐๔ + ๐.๒๐๐ + ๐.๑๑
= ๐.๓๕ มม.
ค่าของชิมที่ถูกต้องคือ ต้องใช้ชิม ๓ ขนาดมารวมกันคือ ขนาดหนา ๐.๐๕ ๐.๑๐ ๐.๒๐ มม. =๐.๓๕ มม.
ด้านขวามือ (Right side)
T2 = (B-D + H’) X ๐.๐๑ + ๐.๐๙๐ + F
= (๒-๓ + (-๒) ) X ๐.๐๑ + ๐.๐๙๐ + ๐.๑๕
= (๒-๓-๒) X ๐.๐๑ + ๐.๐๙๐ + ๐.๑๕
= -๓ X ๐.๐๑ + ๐.๐๙๐ + ๐.๑๕
=-๐.๐๓ + ๐.๐๙๐ + ๐.๑๕
= ๐.๒๑ มม.
ค่าที่ถูกต้องคือ ต้องใช้แหวนขนาด ๐.๐๗ มม. รอง ๓ ตัว
ตัวอย่างที่
A =๐, B = ๓, C= ๑, D = o, E = ๐.๒๐ มม.
F = ๐.๑๗ มม. H’ =๒
ด้านซ้ายมือ (Left side)
T1 = (A-C+D-H’ ) X ๐.๐๑ + ๐.๒๐๐ + E
= (o-๑ + o – (+๒)) X ๐.๐๑ + ๐.๒๐๐ + ๐.๒๐
= (o -๑+o-๒) X ๐.๐๑ + ๐.๒๐๐ + ๐.๒๐
= -๓ X ๐.๐๑ + ๐.๒๐๐ + ๐.๒๐
= ๐.๐๓ + ๐.๒๐๐ + ๐.๒๐
= ๐.๓๗ มม.
ค่าของชิที่ถูกต้องคือ ใช้ชิม ๓ ขนาดคือ ๐.๐๗ + ๐.๑๐ + ๐.๒๐
= ๐.๓๗ มม.
ด้านขวามือ (Right side)
T2 = (B-D+H’) X ๐.๐๑ + ๐.๐๙๐ X F
= (๓-o + (+ ๒)) X ๐.๐๑ + ๐.๐๙๐ + ๐.๑๗ = (๓ – ๐ +๒) X ๐.๐๑ + ๐.๑๙๐ + ๐.๑๗
= ๕ X ๐.๐๑ + ๐.๐๙๐ + ๐.๑๗
= ๐.๐๕+๐.๐๙๐+ ๐.๑๗
= ๐.๐๕+๐.๐๙๐+๐.๑๗
= ๐.๓๑ มม.
ค่าฃองชิมที่หาได้ประกอบจากชิม ดังนี้
ขนาดความหนา    จำนวน    รวม
๐.๐๗    X ๓    =๐.๒๑
๐.๑๐    X ๑    =๐.๑๐
ความหนารวม    = ๐.๓๑ มม.
ข้อควรจำ
ถ้าค่า A,B,C,D และ H’ ไม่ได้บอกมา ให้ถือว่ามีค่าเป็นศูนย์ (o) แล้วคำนวณ ดังตัวอย่างภายหลังประกอบลูกปืนเสร็จแล้ว ให้ตรวจพรีโหลดและระยะรุนว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องทำการปรับใหม่
ขนาดของชิมที่มีให้เลือก
ความหนาของชิม มม. (นิ้ว)
๐.๐๕    (๐.๐๐๒๐)
๐.๐๗    (๐.๐๐๒๘)
๐.๑๐    (๐.๐๐๓๙)
๐.๒๐    (๐.๐๐๗๙)
๐.๕๐    (๐.๐๑๙๗)
๒. ให้ประกอบชิมซึ่งมีความหนาตามค่าที่คำนวณได้เข้าไปยังเสื้อเฟืองทดทั้ง ๒ ด้าน แล้วประกอบลูกปืนตามเข้าไปด้วยเครื่องมือพิเศษ
๓. ประกอบชุดเฟืองทดเข้ากับแครี่เออร์ที่เรือนเฟืองทด โดยใช้ค้อนยางเคาะเบาๆ ให้เข้าที่
๔. จัดวางฝาครอบลูกปืน ให้ตรวจตามเครื่องหมายที่ได้ทำไว้ก่อนถอดและวางลงบนแครี่เออร์ แล้วถอดน๊อตยึดด้วยค่าของแรงที่กำหนด
๕. วัดระยะความกว้างของระยะ “L” คือระยะระหว่างขอบนอกของฝาครอบลูกปืนทั้ง ๒ ข้าง
เฟืองท้าย29
รูประยะห่าง “L”
๖. วัคค่าแบ๊คแลช (Back lash) ระหว่างเฟืองบายศรี กับเฟืองเดือยหมู ถ้าค่าแบ๊คแลชน้อยเกินไป ให้ถอดชิมทางด้านซ้ายและเพิ่มเข้าไปทางด้านขวา ด้วยความหนาขนาดเดียวกัน และถ้าระยะ
แบ็คแลชมากให้ปฏิบัติตรงกันข้าม
ค่าแบ๊คแลชที่กำหนดอยู่ในช่วงประ มาณ ๐.๑๕-๐.๒๓ มม.
เฟืองท้าย30
รูปการวัดค่าแบ๊คแลชของเฟืองบายศรี
๗. ในเวลาเดียวกัน ให้ตรวจสอบค่าพรีโหลดของลูกปืนด้านข้างค่าพรีโหลดของลูกปืนที่ควรจะอ่านได้ประมาณ ๑๒.๒๐ -กก.-ซม. (๑๐.๔.-๑๗.๔ ปอนด์-นิ้ว )สำหรับการหมุนของน็อตยึดลูกปืน (Componion flange bolt hold) หนึ่งรอบและแรงกวดที่ใช้คือ
๓.๕-๕. ๘ กก.-ซม.(๗.๗-๑๒.๘ ปอนด์-นิ้ว) ถ้าค่าพรีโหลดไม่ตรงกับค่าที่กำหนดให้ก็ให้ปรับความหนาของแผ่นรองที่ลูกปืนด้านข้าง
๘. ตรวจและปรับรูปแบบของการขบกันของเฟืองบายศรีและเฟืองเดือยหมู ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้
๘.๑ ทำความสะอาดที่เฟืองบายศรี และเฟืองเดือยหมู
๘.๒ ผสมตะกั่วแดง (สีเสน) กับน้ำมันทาที่เฟืองบางๆ อย่างสม่ำเสมอ ๘.๓ หมุนเฟืองเดือยหมูหลายๆ รอบ โดยหมุนกลับไปมาจนกระทั่งมี รอยสัมผัสที่เฟืองบายศรี
เฟืองท้าย31
รูปการทาสีเสนที่เฟืองบายศรี
เฟืองท้าย32
รูปรอยสัมผัสของฟันเฟือง
๘.๔ ถ้ารอยสัมผัสไม่ถูกต้อง ให้ดูวิธีปรับระยะของชิมรองดังรูปข้างบน
เครื่องมือพิเศษที่ใช้ในการถอดประกอบเฟืองท้าย

เฟืองท้าย33

เฟืองท้าย34
ที่มา:อ.ศรีณรงค์  ตู้ทองคำ, อ.ธิติ  ธาตรีนรานนท์, อ.พงษ์วุฒิ  สิทธิพล

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.