ดวงไฟหน้ารถยนต์

Posted on : 08-11-2012 | By : Author | In : การดูแลรักษารถ

ตัวสะท้อนแสงและหลอดไฟ

ดวงไฟหน้าของรถยนต์โดยทั่วๆ ไปต้องมีสองดวงเป็นอย่างน้อย อาจจะมีสองดวงหรือมากกว่านั้น ระบบการทำงานแบ่งออกได้ 2 แบบ ตามลักษณะของลำแสง (beam) ที่พุ่งออกมาคือแบบไฟสูง (main beam)จะให้ลำแสงตรงไปข้างหน้าด้วยความเข้มมากที่สุด  ส่วนอีกแบบหนึ่งเรียกกว่าแบบไฟต่ำ (dipped beam) ซึ่งให้ลำแสงสั้นและต่ำกว่าแบบแรก แสงจะได้ไม่แทงนัยน์ตาคนที่ขับรถสวนและยังสามารถใช้ในหมอกได้ด้วย

จากการแยกไส้หลอดในดวงไฟแต่ละดวงนั้น จะทำให้มันสามารถทำให้เกิดลำแสงแบบไฟสูงและต่ำได้ในดวงเดียวกัน ส่วนในกรณีรถที่มีดวงไฟหน้าสี่ดวงนั้น ดวงพิเศษที่เพิ่มขึ้นมาโดยมากจะทำหน้าที่เป็นดวงไฟที่ให้ลำแสงแบบไฟสูงเพียงอย่างเดียวเท่านั้นและจะดับเมื่อเราเปิดไฟต่ำ

ส่วนไส้หลอดซึ่งเป็นตัวให้กำเนิดแสงนั้นไม่ว่าจะเป็นไส้หลอดในดวงไฟที่ใช้หลอด หรือดวงไฟแบบผนึกเป็นเนื้อเดียวกัน (sealed-beam headlamp) โดยมากจะทำด้วยไส้ทังสเตนการควบคุมหรือจัดลำแสงที่พุ่งจากดวงไฟจะถูกทำโดยตัวสะท้อนแสงและปริซึมในกระจกเลนส์ด้านหน้า

กระจกเลนส์ ปริซึมที่อยู่ในกระจกจะทำให้ได้ลำแสงที่มีรูปร่างตามต้องการ

ดวงไฟแบบผนึกสนิท,เลนส์ ตัวสะท้อนและไส้คู่ประกอบกันเป็นดวงไฟ

ดวงไฟแบบธรรมดา,เลนส์ ตัวสะท้อนและหัวเสียบของหลอดไฟประกอบกันเป็นดวงไฟ

สำหรับไส้แบบคู่นี้ อันที่อยู่ที่ตำแหน่งจุดรวมแสงของตัวสะท้อน จะเป็นไส้ที่ทำให้เกิดไฟสูง ส่วนไส้อีกอันอาจจะถูกจัดให้อยู่เยื้องออกมา หรืออาจจะมีแผ่นกั้น (shielded) เพื่อให้แสงสะท้อนเพียงครั้งเดียวและให้ไฟต่ำ

ดวงไฟหน้าจะยึดแน่นกับหน้ารถในลักษระที่สามารถสปริงได้ (spring-loaded) และจัดลำแสงได้ตามความต้องการด้วย

หลอดไฟพรีโฟคัส

หลอดไฟพรีโฟคัสเป็นหลอดไฟชนิดที่ไส้หลอดต้องถูกใส่ไว้ในตำแหน่งที่แน่นอนเฉพาะและต้องมีขอบ (flange) ของหลอดไฟในตำแหน่งที่แน่นอนด้วย เพื่อว่าเมื่อเรานำหลอดไฟนี้ประกอบเข้ากับดวงไฟ  ซึ่งมีตัวสะท้อนแสงและกระจกเลนส์ที่ผนึกกันอยู่ก่อนแล้ว หลอดไฟที่ว่านี้จะอยู่ในตำแหน่งจุดรวมแสงพอดี  ทุกครั้งที่ประกอบเข้าไปหลอดไฟและไส้หลอดจะอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องตามที่ออกแบบไว้

หลอดไฟซึ่งเป็นดวงไฟสมบูรณ์

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ดวงไฟหน้าจะประกอบด้วยกระจกเลนส์ด้านหน้ากับหลอดไฟซึ่งติดกับตัวสะท้อนที่เป็นดลหะปรากฎว่าดวงไฟแบบนี้เวลาใช้ไปนานๆ หลอดไฟจะเปลี่ยนเป็นสีดำและตัวสะท้อนจะหมองลง

แต่เดี๋ยวนี้มีดวงไฟแบบใหม่มีลักษณะเป็นแก้วผนึกสนิทเป็นอันเดียวกัน โดยมีไส้เสียงอยู่ภายในโดยไม่ต้องใช้หลอดไฟมาประกอบด้วย ส่วนทางด้านหลังของดวงไฟ แก้วนี้จะแบไว้ด้วยเงินเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวสะท้อน แล้วทางด้านหน้าก็ทำให้มีลักษณะเป็นเลนส์ ดังนั้นดวงไฟแบบนี้จึงเหมือนกับหลอดไฟอันใหญ่ซึ่งปิดสนิทกันความชื้นและสิ่งสกปรกได้

ในรถที่มีดวงไฟหน้าเพียงสองดวงแบบที่กล่าวถึงข้างบนนี้ ไส้หลอดที่ทำให้เกิดลำแสงไฟสูงจะมีกำลัง 60 วัตต์ ส่วนไส้ที่ให้ลำแสงแบบไฟต่ำจะมีกำลัง 45 วัตต์ ไส้หลอดซึ่งมีขนาดกำลังสูงกว่านี้ก็ยังคงใช้ได้ โดยทั่วไปดวงไฟหน้าแบบใหม่นี้สามารถติดตั้งแทนที่ดวงไฟแบบเก่าที่ใช้หลอดได้ โดยมิต้องเปลี่ยนการเดินสายไฟใหม่เลย

หลอดไฟควอตซ์-ฮาโลเจน

หลอดไฟควอตซ์-ฮาโลเจน  บางครั้งก็เรียกว่าหลอดไฟทังสเตน-ฮาโลเจน เป็นหลอดไฟที่สามารถให้แสงได้มากกว่าหลอดไฟธรรมดา ซึ่งมีไส้เป็นทังสเตน ไส้หลอดจะมีเพียงเส้นเดียว ลักษณะเป็นขด โดยการเคลื่อนตัวหลอดไฟหรือตัวสะท้อนก็จะทำให้ลำแสงเลื่อนต่ำได้ ด้วยเหตุนี้เองหลอดไฟแบบนี้จึงมักจะพบในดวงไฟที่ให้ลำแสงขนานจากต้นกำเนิด (spot lame) หรือในดวงไฟที่ใช้ในหมอก (fog lamp) ในปัจจุบันดวงไฟหน้ารถมักเป็นแบบฮาโลเจนที่มีไส้คู่  ซึ่งสามารถใช้แทนดวงไฟแบบธรรมดาได้โดยให้คุณค่าเหมือนกับดวงไฟแบบแก้วทั้งอัน

หลอดไฟควอตซ์-ฮาโลเจนนี้จะไม่หมองดำเหมือนหลอดไฟธรรมดาเมื่อใช้ไปนานๆ เนื่องจากตัวหลอดทำด้วยหินเขี้ยวหนุมานหรือที่เรียกกันว่า หินควอตซ์ และภายในหลอดยังบรรจุแก๊ซฮาโลเจน ถ้าเราใช้มือเปล่าซึ่งมีเกลือ (ซึ่งมีอยู่ในเหงื่อของร่างกายเรา) ไปถูกกับผิวหลอดเข้าจะทำให้เกิดเป็นรอยขึ้นบนผิวหลอดควอตซ์นั้น เราสามารถลบรอยนั้น ให้สะอาดได้ด้วยแอลกอฮอล์ที่ใช้ในตะเกียงจุดไฟ (methylated spirit)

หลอดไฟที่จะให้ไฟต่ำแบบเต็มที่นั้น จะถูกออกแบบให้ไม่มีแผ่นกั้น (dipper sheild)

แบบไฟต่ำ

ใส่ไฟต่ำกับแผ่นกั้นจะทำให้แสงตกลงเพียงครึ่งบนของตัวสะท้อนเท่านั้น

แบบของลำแสงสำหรับการใช้ในหมอกและขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง

      ฟ็อกแล้ม (Fog lamp) เป็นดวงไฟที่ใช้ประโยชน์ในหมอก ในเมฆที่ลอยลงมาต่ำและทั้งในหิมะที่กำลังตกได้ด้วยจัดอยู่ในพวกอุปกรณ์ประกอบรถยนต์อันหนึ่ง

สปอตแล้ม (Spot lamp) เป็นดวงไฟที่ให้ลำแสงเข้ม ซึ่งใช้ประโยชน์ในการฉายขณะที่ขับรถด้วยความเร็วสูง เพราะลำแสงจากดวงไฟนี้มีลักษณะแคบและเข็ม มีความสามารถทะลุทะลวงไปได้เป็นระยะไกลๆ ซึ่งจำเป็นมากในการขับรถเร็วๆ บนถนนที่มืดสนิท

ฟ็อกแล้มถูกออกแบบมาเพื่อให้ลำแสงที่มีขนาดกว้างโดยการตัดส่วนแหลมทางด้านยอดออก ทำให้ผู้ขับสามารถเห็นโขดแนวหินที่อยู่ข้างๆ ถนนเห็นเส้นกึ่งกลางถนน และทำให้ผู้ขับคลำทางไปได้อย่างถูกต้อง ถ้าหมอกลงจัดเราอาจจะหลงอยู่ในหมอกได้ง่ายๆ ดังนั้นการมองขอบถนนเอาไว้ข้างหนึ่งจะทำให้เราสามารถขับรถต่อไปได้

สำหรับทัศนวิสัยที่ดีส่วนสว่างที่สุดของลำแสงควรจะอยู่สูง และดวงไฟต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ ตัวสะท้อนก็ต้องลึกเข้าไปเพื่อว่าแสงจากดวงไฟจะได้สว่างขึ้น ไม่ว่าฟ็อกแล้มจะติดอยู่ที่ตำแหน่งใดก็ตาม เราจะต้องให้ส่วนยอดของลำแสงที่ตกลงบนถนนห่างจากรถประมาณ 30 ฟุต

ฟ็อกแล้มบางอย่างจะให้แสงสีเหลือง  ซึ่งสามารถลดความจ้าของแสงได้ แต่เรื่องการใช้สีนั้นขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ขับรถเอง  โดยหลอดไฟในดวงไฟสามารถเปลี่ยนได้ตามต้องการ ยกเว้นดวงไฟที่เป็นแบบแก้วผนึกทั้งอันไม่สามารถเปลี่ยนหลอดไฟได้

การฉาบสีเหลืองแบบโปร่งใสบนเลนส์นั้นสามารถทำได้และมันจะให้ผลเหมือนเดิมด้วย แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าแสงสีเหลืองทำให้การเห็นดีกว่าแสงสีขาว แต่อาจจะเป็นไปได้ที่มันจะเห็นได้ดีกว่าในหมอก

สปอตแล้มที่ให้ลำแสงเข้มเราสามารถใช้ในการส่องนำทางด้านซ้าย  โดยติดไว้ให้เหนือลำแสงไฟต่ำขึ้นไป

ส่วนการใช้สปอตแล้มทำงานเพียงอันเดียวขณะขับขี่อยู่นั้นเป็นการผิดกฎจราจร เราต้องใช้มันควบคู่กับไฟต่ำโดยเราต่อสายจากสปอตแล้มเข้ากับวงจรของไฟต่ำ และปิดเปิดด้วยสวิทช์ที่แยกไว้ต่างหาก

ที่มา:ประทีป  ภววงษ์ศักดิ์

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.