การถอดและตรวจสอบเจเนอเรเตอร์

Posted on : 16-05-2013 | By : Author | In : ระบบต่าง ๆ ในรถยนต์

การถอดเจเนอเรเตอร์ให้คลายโบลต์ที่ยึดชิ้นส่วนเจเนอเรเตอร์ ถอดฝาปิดคอมมิวเทเตอร์ออกจากเจเนอเรเตอร์ คลายสกรูยึดสายไฟแปรงถ่านออกจากแปรงถ่านและถอดแปรงถ่านออก แล้วทำความสะอาดชิ้นส่วนต่างๆ ที่ถอดออกดังรูปที่ 6.22


รูปที่ 6.22 แสดงภาพแยกส่วนประกอบต่างๆ ของเจเนอเรเตอร์
การตรวจสอบขดลวดฟิลด์คอยล์
ตรวจสอบด้วยสายตาว่าขดลวดฟิลด์คอยล์มีรอยไหม้หรือแตกหัก และส่วนประกอบต่างๆ จะต้องแน่นไม่หลวมคลอน
1. ตรวจสอบการขาดวงจรของขดลวด โดยใช้สายของเครื่องหลอดไฟทดสอบเส้นหนึ่งจี้ที่ขั้ว F ที่โครงเจเนอเรเตอร์ และอีกสายหนึ่งจี้ที่ปลายสายของขดลวดฟิลด์คอยล์ ถ้าหลอดไฟไม่ติดแสดงว่าขดลวดฟิลด์คอยล์ขาดให้ทำการตรวจซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ และถ้าเป็นเจเนอเรเตอร์แบบกราวด์ภายในให้ถอดสายขดลวดฟิลด์คอยล์ที่ต่อลงกราวด์ที่โครงเจเนอเรเตอร์ออกแล้วทำการตรวจวัดดังรูปที่ 6.23


รูปที่ 6.23 การตรวจสอบการขาดวงจรของขดลวดฟิลด์คอยล์
2. ตรวจสอบการรั่วลงกราวค์ของขดลวด โดยใช้สายของเครื่องหลอดไฟทดสอบเส้นหนึ่งจี้ที่ขั้ว F ที่โครงเจเนอเรเตอร์และอีกสายหนึ่งจี้ที่โครงของเจเนอเรเตอร์ ถ้าหลอดไฟติด แสดงว่าขดลวดฟิลด์คอยล์รั่วลงกราวด์ดังรูปที่ 6.24
3. ตรวจสอบขั้ว A รั่วลงกราวด์ โดยใช้สายของเครื่องหลอดไฟทดสอบจี้ที่ขั้ว A ที่โครงเจเนอเรเตอร์ และอีกสายหนึ่งจี้ที่โครงของเจเนอเรเตอร์ ถ้าหลอดไฟติดแสดงว่าขั้ว A ลงกราวด์ ให้ตรวจดูแหวนฉนวนและเปลี่ยนใหม่เมื่อเสียดังรูปที่ 6.25
4. ตรวจสอบสายไฟขั้ว A ขาด โดยใช้สายของเครื่องหลอดไฟทดสอบจี้ที่ขั้ว A ที่โครงเจเนอเรเตอร์และอีกสายหนึ่งจี้ที่ปลายสายที่ต่อกับแปรงถ่าน ถ้าหลอดไฟไม่ติดแสดงว่าสายไฟขาดดังรูปที่ 6.26


รูปที่ 6.24 การตรวจสอบการรั่วลงกราวด์ของขดลวดฟิลด์คอยล์


รูปที่ 6.25 การตรวจสอบการรั่วลงกราวด์ของขั้ว A


รูปที่ 6.26 การตรวจสอบการขาดของสายไฟขั้ว A
การตรวจสอบอาร์มาเจอร์
ให้เปลี่ยนอาร์มาเจอร์ใหม่ถ้าฉนวนไหม้หรือแตกหัก ถ้าแกนสึกหรอหรือคอมมิวเทเตอร์และแบริ่งสึกหรอและสกปรก มีรอยไหม้ ไม่กลมก็กลึงใหม่ให้กลม หรือเปลี่ยนใหม่
1. ตรวจสอบการรั่วลงกราวด์ โดยใช้สายของเครื่องหลอดไฟทดสอบจี้ที่โครงอาร์มาเจอร์หรือ แกนอาร์มาเจอร์ และอีกสายหนึ่งจี้ที่คอมมิวเทเตอร์ ถ้าหลอดไฟติด แสดงว่าอาร์มาเจอร์รั่วลงกราวด์ ให้ เปลี่ยนใหม่ดังรูปที่ 6.27


รูปที่ 6.27 การตรวจสอบการรั่วลงกราวค์ของอาร์มาเจอร์

2. ตรวจสอบการลัดวงจร วางอาร์มาเจอร์บนเครื่องโกรว์เลอร์ เปิดเครื่องโกรว์เลอร์และวางแผ่นเหล็กบางๆ หรือใบเลื่อยลงบนอาร์มาเจอร์และหมุนอาร์มาเจอร์ไปรอบๆ ถ้าใบเลื่อยถูกดูดและสั่น แสดงว่าขดลวดอาร์มาเจอรลัดวงจร ให้เปลี่ยนอาร์มาเจอร์ใหม่ดังรูปที่ 6.28


รูปที่ 6.28 การตรวจสอบการลัดวงจรของอาร์มาเจอร์
3. ตรวจสอบคอมมิวเทเตอร์ ถ้าคอมมิวเทเตอร์เกิดการสึกหรอ ไม่กลม เป็นรอยบาก และขรุขระ ให้นำอาร์มาเจอร์ไปกลึงให้คอมมิวเทเตอร์กลมโดยเครื่องกลึง หลังจากกลึงแล้วให้ใช้ใบเลื่อยเซาะร่องคอมมิวเทเตอร์โดยให้ร่องไมกาลึกไม่น้อยกว่า 1/32 นิ้ว หลังจากการกลึงแล้วให้ใช้กระดาษทรายละเอียดขัดให้เรียบอีกครั้งหนึ่งดังรูปที่ 6.29


รูปที่ 6.29 การใช้ใบเลื่อยทำการเซาะร่องไมกาบนคอมมิวเทเตอร์
การตรวจสอบซองแปรงถ่าน
ตรวจดูความยาวของแปรงถ่านต้องยาวไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของความยาวแปรงถ่านปกติ และดูว่ามีคราบนํ้ามันและจาระบีติดอยู่หรือไม่ แปรงถ่านต้องเลื่อนขึ้นลงในซองโดยไม่ติดขัด ทำการวัดซอง แปรงถ่านว่ารั่วลงกราวด์หรือไม่โดยใช้เครื่องหลอดไฟทดสอบ วัดระหว่างซองแปรงถ่านบวกกับโครงยึดซองแปรงถ่าน ถ้าหลอดไฟติดแสดงว่าซองแปรงถ่านรั่วลงกราวด์ ให้เปลี่ยนใหม่ดังรูปที่ 6.30


รูปที่ 6.30 การตรวจสอบซองแปรงถ่านรั่วลงกราวด์
ตรวจดูสปริงกดแปรงถ่านโดยใช้ตาชั่งเล็กๆ เกี่ยวที่สปริงแล้วดึงช้าๆ แรงดึงของสปริงมีค่าประมาณ 15 ถึง 60 ปอนด์ ดังรูปที่ 6.31


รูปที่ 6.31 การตรวจสอบความแข็งของสปริงกดแปรงถ่าน
การประกอบเจเนอเรเตอร์
หลังจากการตรวจสอบและปรับซ่อมแล้วก็ให้ประกอบโดยการย้อนลำดับการถอดแล้วนำเจเนอเรเตอร์ ไปทำการทดสอบการทำงานบนรถยนต์หรือบนเครื่องทดสอบ
1. การโพลาไรซิ่ง เจเนอเรเตอร์เมื่อได้มีการถอดซ่อมซึ่งแรงแม่เหล็กตกค้างอาจจะสูญเสียไป จากขดลวดฟิลด์คอยล์ ซึ่งเมื่อเจเนอเรเตอร์ทำงานมันจะไม่ชาร์จ และแรงแม่เหล็กจะต้องถูกปรับขั้วให้ ตรงกับระบบไฟฟ้าที่ใช้ในรถยนต์ซึ่งจะต้องมีการปรับก่อนเครื่องยนต์ทำงาน
2. ขดลวดฟิลด์คอยล์กราวด์ภายนอก ให้ต่อขั้ว F ลงกราวด์และต่อสายไฟระหว่างแบตเตอรี่ และขั้ว A กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านเจเนอเรเตอร์ซึ่งจะเป็นการปรับขั้วให้ถูกต้อง
3. ขดลวดฟิลด์คอยล์กราวด์ภายใน ให้ต่อสายไฟระหว่างขั้ว F และแบตเตอรี่ กระแสไฟฟ้า จะไหลผ่านขดลวดฟิลด์คอยล์ซึ่งเจเนอเรเตอร์ก็จะมีขั้วที่ถูกต้อง
การมอเตอร์ไรซิ่ง
หลังจากการประกอบเจเนอเรเตอร์แล้วจะต้องทำการทดสอบมอเตอร์ไรซิ่ง เพื่อหาจำนวนของกระแสไฟฟ้าที่ต้องการสำหรับให้เจเนอเรเตอร์หมุน สามารถทดสอบบนเครื่องทดสอบหรือใช้แบตเตอรี่ และแอมมิเตอร์
การต่อสายแบตเตอรี่ ถ้าเป็นแบบกราวด์ภายนอกให้ต่อสายไฟแบตเตอรี่ระหว่างขั้ว F และกราวด์ และถ้าเป็นแบบกราวด์ภายในให้ต่อสายไฟแบตเตอรี่ระหว่างขั้ว F และขั้ว A
ต่อแบตเตอรี่และแอมมิเตอร์อนุกรมระหว่างขั้ว A ของเจเนอเรเตอร์และกราวด์ที่โครงเจเนอเรเตอร์ เจเนอเรเตอร์จะหมุนเป็นมอเตอร์ ให้อ่านค่ากระแสไฟฟ้าที่แอมมิเตอร์จะมีค่าอยู่ระหว่าง 4 ถึง 6 แอมป์ แสดงว่าเจเนอเรเตอร์ทำงานเป็นปกติ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.