ปัญหาของเครื่องยนต์

Posted on : 13-11-2012 | By : Author | In : การทำงานของเครื่องยนต์

เครื่องยนต์ร้อนจัด

ส่วนมากการร้อนจัดของเครื่องยนต์มักมีสาเหตุมาจากการสูญเสียนํ้าหล่อเย็นเนื่องจากการรั่วไหลในระบบหล่อเย็น สาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ สายพานพัดลมหม้อนํ้าหย่อนหรือขาด ปั๊มนํ้าชำรุด โพรงนํ้าหรือหม้อนํ้าอุดตัน อากาศไหลผ่านหม้อนํ้าไม่สะดวก ท่อนํ้าเสื่อมสภาพ เทอร์โมสตัดเสีย เหรือคลัตช์พัดลมไม่ทำงาน นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่น ๆ อีกคือ ไทมิ่งจุดระเบิดช้าเกินไป หรือไทมิ่งวาล์วไม่ถูกต้อง ขาดการหล่อลื่น เครื่องยนต์ทำงานหนักหรืออัตราเร็วสูงเกินไป เครื่องยนต์ทำงานในที่สูงหรืออากาศร้อนจัด ระบบ TCS บกพร่องซึ่งทำให้กลไกปรับล่วงหน้าสุญญากาศไม่ทำงาน หรือกลไกปรับล่วงหน้าสุญญากาศที่จานจ่ายบกพร่อง เครื่องยนต์เดินเบาหรือขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัดประกอบกับปัญหาอื่น ๆ

ข้อสังเกต ในบริเวณที่มีการจราจรติดขัดและเครื่องยนต์เริ่มมีอาการร้อนจัด ควรปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะจะช่วยลดภาระให้กับเครื่องยนต์ได้ แต่อาจทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกไม่สบายบ้างแต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เครื่องยนต์ร้อนขึ้นมากเกินไปจนเกิดความเสียหายในภายหลัง

เครื่องยนต์เดินเบาไม่เรียบ

ถ้าเครื่องยนต์เดินเบาไม่เรียบแต่ทำงานเป็นปกติเมื่อรอบเพิ่มขึ้น อาจเป็นเพราะตั้งรอบเดินเบาหรือส่วนผสมเดินเบาไม่เหมาะสม ในรถยนต์รุ่นใหม่สามารถปรับรอบเดินเบาได้ แต่ส่วนผสมเดินเบาไม่สามารถปรับได้ถ้าไม่มีการถอดชิ้นส่วนบางชิ้นออก สาเหตุอื่น ๆ อาจเนื่องมาจากท่อสุญญากาศหลวมหรือหลุดออกจากท่อร่วมไอดี หรือวาล์ว PCV เปิดค้าง

เครื่องยนต์ดับ

ถ้าสตาร์ตเครื่องยนต์ติดแล้วแต่เครื่องยนต์ดับ จะต้องสังเกตดูว่าเครื่องยนต์ดับก่อนหรือหลังการอุ่นเครื่อง หรือหลังการเดินเบา หรือการขับขี่ด้วยอัตราเร็วตํ่า หรือหลังการขับขี่ด้วยอัตราเร็วสูง หรือการขับขี่ด้วยภาระเต็มที่ ถ้าวาล์ว PCV อุดตันหรือติดค้าง จะทำให้เดินเบาไม่เรียบ และเครื่องดับได้ นอกจากนี้อาจมีสาเหตุมาจากการปรับหรือการทำงานที่ไม่เหมาะสมของโซลีนอยด์เดินเบา ดังแสดงในรูปที่ 22.6

1. เครื่องยนต์ดับก่อนการอุ่นเครื่อง สิ่งนี้อาจมีสาเหตุมาจากการปรับเดินเบาช้า หรือเดินเบาเร็วไม่เหมาะสม หรือปรับหมุดเกลียวส่วนผสมเดินเบาไม่ถูกต้อง ตั้งระดับลูกลอยตํ่าเกินไป มีนํ้ามันไหลเข้าคาร์บูเรเตอร์ไม่เพียงพอ กรองอากาศแบบความร้อนบกพร่อง ท่อนํ้ามัน หรือกรองนํ้ามันเชื้อเพลิงสกปรกหรือมีนํ้าปะปน ปั๊มนํ้ามันบกพร่อง ฝาถังนํ้ามันอุดตัน

ปัญหาของระบบจุดระเบิดบางอย่างอาจทำให้เครื่องยนต์ดับได้หลังการสตาร์ดติดแล้ว แต่ถ้าระบบมีปัญหามากพอที่จะทำให้เครื่องยนต์ดับได้ ก็มักจะทำให้สตาร์ตเครื่องยนต์ไม่ติด แต่บางครั้งการไหม้ของหน้าทองขาวก็อาจทำให้เครื่องยนต์สตาร์ตติดได้ในตอนแรกและจะดับในตอนหลัง วงจรเปิดในรีซิสเตอร์ปฐมภูมิก็เป็นสาเหตุอย่างหนึ่ง เพราะในระหว่างการสตาร์ต กระแสไฟฟ้าจะไม่ไหลผ่านรีซิสเตอร์ปฐมภูมิ แต่เมื่อสตาร์ตติดแล้วและหมุนกุญแจกลับสู่ตำแหน่ง RUN กระแสไฟฟ้าจะเริ่มไหลผ่านรีซิสเตอร์ปฐมภูมิ แต่ถ้าวงจรของรีซิสเตอร์ขาด กระแสไฟฟ้าก็ไม่สามารถไหลผ่านวงจรปฐมภูมิได้ เครื่องยนต์จึงดับ

2. เครื่องยนต์ดับในขณะที่อุ่นเครื่อง สาเหตุอาจเนื่องมาจากโช้กปิดค้าง ทำให้ส่วนผสมหนาเกินไปสำหรับเครื่องยนต์ร้อนและอาจทำให้เครื่องยนต์ดับได้ ถ้าวาล์วควบคุมความร้อนท่อร่วมปิดค้าง ส่วนผสมจะร้อนจัดและบางเกินไป ทำให้เครื่องยนต์ดับได้ ถ้าตั้งรอบเดินเบาร้อนต่ำเกินไป เครื่องยนต์อาจดับในขณะที่ร้อนขึ้น ถ้าเครื่องยนต์ร้อนจัดเกินไป อาจเกิดเวเปอร์ล็อกขึ้นและทำให้เครื่องยนต์ดับได้ ถ้าแดมเปอร์ในหม้อกรองอากาศแบบความร้อนปิดค้าง ส่วนผสมจะร้อนจัดเกินไปและบางเกินไป ซึ่งอาจทำให้เครื่องยนต์ดับได้

3. เครื่องยนต์ดับหลังการเดินเบาหรือการขับขี่ด้วยอัตราเร็วต่ำ สาเหตุอาจเนื่องมาจากปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิงชำรุด ทำให้ปั๊มสามารถป้อนนํ้ามันเชื้อเพลิงได้เพียงพอเฉพาะในขณะที่รอบสูง ๆ เท่านั้น แต่ไม่สามารถป้อนนํ้ามันเชื้อเพลิงได้อย่างเพียงพอในขณะเดินเบาหรือรอบ ตํ่า ๆ ถ้าระดับลูกลอยสูงเกินไปหรือส่วนผสมเดินเบาหนาเกินไป อาจทำให้เครื่องยนต์ดับได้ การปรับส่วนผสมเดินเบาบางเกินไปก็อาจทำให้เครื่องยนต์ดับได้ ในขณะเดินเบาหรือขับขี่ด้วยอัตราเร็วตํ่า อาจทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัด ซึ่งมีผลต่อการเกิดเวเปอร์ล็อกต่อไปอีกและทำให้เครื่องยนต์ดับ

เครื่องยนต์เกิดการจุดระเบิดย้อนกลับ

การจุดระเบิดย้อนกลับของเครื่องยนต์อาจมีสาเหตุมาจากวาล์วต้านการจุดระเบิดย้อนกลับ ในระบบฉีดอากาศบกพร่อง ปั๊มเร่งทำงานผิดพลาด ไทมิ่งจุดระเบิดช้าเกินไป เกิดการจุดระเบิดข้ามสูบ หัวเทียนมีช่วงความร้อนไม่ถูกต้อง (ซึ่งร้อนจัดและก่อให้เกิดการชิงจุดระเบิด) ส่วนผสมหนาเกินไป (สาเหตุมาจากปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิงหรือคาร์บูเรเตอร์บกพร่อง) เครื่องยนต์ร้อนจัดเกินไป มีกากตะกอนคาร์บอนในเครื่องยนต์ วาล์วไอเสียร้อนเกินไป หรือวาล์วไอดีติดค้างหรือปิดไม่สนิท

ถ้ามีกากตะกอนคาร์บอนในเครื่องยนต์จำนวนมาก อาจเป็นแหล่งความร้อนที่ทำให้ส่วนผสมจุดระเบิดได้เมื่อไหลเข้าสู่กระบอกสูบ ซึ่งทำให้เกิดการจุดระเบิดย้อนกลับ ตะกอนคาร์บอนที่จับตัวในกระบอกสูบยังเป็นต้นเหตุของการเพิ่มของอัตราส่วนการอัด และมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการเผาไหม้ผิดปกติและการชิงจุดระเบิด หัวเทียนที่ร้อนเกินไปอาจก่อให้เกิดการชิงจุดระเบิด ควรใช้หัวเทียนที่เย็นลงกว่าเดิม ถ้าวาล์วไอดีเปิดค้าง การเผาไหม้อาจเกิดย้อนกลับมาที่คาร์บูเรเตอร์ วาล์วที่ผ่านการบดจนขอบบางลงมาก วาล์วที่ปิดไม่สนิท หรือวาล์วที่มีตะกอนคาร์บอนสะสมอยู่มากมักจะร้อนจัดและสามารถก่อให้เกิดการจุดระเบิดย้อนกลับได้

เครื่องยนต์มีอาการวิ่งค้างหรือดีเซลลิ่ง

เครื่องยนต์ SI ที่มีระบบควบคุมไอเสียมักจะตั้งรอบเดินเบาร้อนไว้ค่อนข้างสูงเพื่อการทำงานที่ดีของระบบ สิ่งนี้อาจก่อให้เกิดอาการวิ่งค้างหรือดีเซลลิ่ง (อาการวิ่งค้างหรือดีเซลลิ่งหมายถึงเครื่องยนต์ยังคงทำงานต่อไปอีกถึงแม้ว่าจะดับเครื่องยนต์แล้วก็ตาม) ถ้าเครื่องยนต์มีจุดร้อนในห้องเผาไหม้ เครื่องยนต์จะมีอาการวิ่งค้างได้ถ้าวาล์วปีกผีเสื้อปิดไม่สนิท จุดร้อนนี้จะทำหน้าที่แทนหัวเทียน ถ้าวาล์วปีกผีเสื้อปิดไม่สนิท จะมีไอดีบางส่วนผ่านเข้าสู่กระบอกสูบและจุดร้อนจะทำหน้าที่จุดระเบิดไอดี ทำให้เครื่องยนต์ยังคงทำงานต่อไปได้อีกถึงแม้ว่าจะดับเครื่องยนต์แล้วก็ตาม

เครื่องยนต์จำนวนมากมีโซลีนอยด์เดินเบา ซึ่งจะปิดวาล์วปีกผีเสื้ออย่างสนิทเมื่อดับเครื่องยนต์แล้ว (ดูรูปที่ 22.6) ถ้าเครื่องยนต์มีอาการวิ่งค้าง ให้ตรวจสอบโซลีนอยด์เดินเบา ซึ่งจะต้องหดตัวเต็มที่เมื่อปิดสวิตช์กุญแจ อาจจะต้องปรับใหม่เพื่อให้วาล์วปีกผีเสื้อปิดสนิท ต้องแน่ใจว่ารอบเดินเบาไม่สูงเกินไป อาการวิ่งค้างอาจเกิดจากการตั้งไทมิ่งจุดระเบิดล่วงหน้ามากเกินไป การแก้ไขจุดร้อนในกระบอกสูบรวมถึงการบริการหัวเทียน การถอดฝาสูบออกเพื่อทำความ สะอาดและบริการวาล์ว

ปริมาณ HC และ CO ในก๊าชไอเสียมากเกินไป

ถ้าเครื่องวิเคราะห์ก๊าซไอเสียแสดงว่ามีปริมาณ HC และ CO มากเกินไปจะต้องหาสาเหตุและแก้ไข ซึ่งอาจเนื่องมาจาก

1. การทำงานไม่ครบสูบซึ่งเนื่องมาจากปัญหาในระบบจุดระเบิด ทำให้มีปริมาณ HC จำนวนมากซึ่งไม่ได้เผาไหม้ปะปนออกมากับก๊าชไอเสีย

2. ปัญหาในคาร์บูเรเตอร์ เช่น โช้กเปิดไม่เต็มที่ นมหนูสึกหรอ ระดับลูกลอยสูงเกินไป หรืออื่น ๆ

3. ระบบฉีดอากาศบกพร่อง ทำให้ฉีดอากาศจำนวนไม่เพียงพอเข้าสู่ท่อร่วมไอเสียหรืออุปกรณ์กำจัดก๊าชพิษเพื่อที่จะเผาไหม้ HC และ CO ให้สมบูรณ์ สาเหตุนี้อาจเนื่องมาจากปั๊มอากาศบกพร่อง สายพานขับปั๊มบกพร่อง หรือท่ออากาศรั่ว

4. ระบบ TCS บกพร่อง ทำให้กลไกปรับล่วงหน้าสุญญากาศทำงานในทุก ๆ เกียร์ แทนที่จะทำงานเฉพาะเกียร์สูงและเกียร์ถอยหลังเท่านั้น

5. อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษเสีย ซึ่งจะต้องเปลี่ยนใหม่หรือเปลี่ยนเม็ดสารประกอบใหม่

6. มีตะกอนคาร์บอนสะสมในห้องเผาไหม้มากเกินไป คาร์บอนทำหน้าที่คล้ายฟองนํ้า ซึ่งจะดูดซับไอดีเอาไว้บางส่วนในจังหวะอัด และปล่อยไอดีออกมาในจังหวะคาย

สิ้นเปลืองนํ้ามันหล่อลื่นมากเกินไป

นํ้ามันหล่อลื่นอาจสูญเสียออกไปจากเครื่องยนต์ได้ 3 วิธีคือ

1. รั่วไหลออกสู่ภายนอกในลักษณะของเหลว

2. เผาไหม้ในกระบอกสูบของเครื่องยนต์

3. ผ่านออกจากเรือนเครื่องยนต์โดยผ่านระบบ PCV

ความดันนํ้ามันหล่อลื่นตํ่า

ความดันนํ้ามันหล่อลื่นตํ่าเป็นสิ่งเตือนให้ทราบว่าปั๊มนํ้ามันหล่อลื่นหรือแบริ่งเครื่องยนต์สึกหรอ แบริ่งสามารถให้นํ้ามันไหลผ่านไปได้มากทำให้ไม่สามารถรักษาความดันให้สูงอยู่ได้ แบริ่งบริเวณส่วนปลายอาจขาดนํ้ามันหล่อลื่นเพราะความดันตํ่าเกินไป ความดันตํ่าเกินไปอาจมีสาเหตุมาจากสปริงของวาล์วระบายความดันอ่อนเกินไป ปั๊มนํ้ามันหล่อลื่นสึกหรอ ท่อนํ้ามันหล่อลื่นแตกหรือร้าว ท่อนํ้ามันอุดตัน หรือตะแกรงกรองอุดตัน นํ้ามันหล่อลื่นถูกเจือจางเป็นฟอง เป็นเมือก มีนํ้ามันหล่อลื่นปริมาณน้อยเกินไป หรือนํ้ามันหล่อลื่นใสเกินไปซึ่งอาจเนื่องมาจากเครื่องยนต์ร้อนจัดหรือถูกเจือจาง

สิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงมากเกินไป

สิ่งนี้อาจมีสาเหตุมาจากหลาย ๆ อย่างในรถยนต์ตั้งแต่คนขับเองจนถึงยางแบนเกินไป การทดสอบการอัด การรั่วไหล และเกจสุญญากาศจะช่วยหาสาเหตุได้ ทั้งในเครื่องยนต์ ระบบนํ้ามันเชื้อเพลิง ระบบจุดระเบิด หรือที่อื่น ๆ นอกจากนั้นเครื่องวิเคราะห์ก๊าชไอเสีย ไดนาโมมิเตอร์ และเครื่องทดสอบระยะทางจะช่วยในการวิเคราะห์ปัญหาได้

ถ้าปัญหาดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นในระบบนํ้ามันเชื้อเพลิง ให้พิจารณาสิ่งต่อไปนี้

1. ผู้ขับขี่บางคนชอบปั๊มคันเร่งในขณะเครื่องยนต์เดินเบา และเร่งเครื่องยนต์อย่างเต็มที่ เพื่อให้ออกตัวก่อนรถยนต์คันอื่น ๆ เมื่อไฟจราจรเปลี่ยนจากไฟแดงเป็นไฟเขียว การกระทำเช่นนี้ จะทำให้สิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงอย่างมาก

2. เมื่อเครื่องยนต์ร้อนขึ้นแล้ว โช้กควรจะเปิดเต็มที่ ถ้าโช้กเปิดไม่เต็มที่จะทำให้สิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงมาก

3. ใช้รถยนต์ในระยะทางสั้นๆ เป็นประจำคือ รถยนต์ถูกใช้งานในช่วงอุ่นเครื่องเท่านั้น ซึ่งช่วงนี้จะสิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงมาก

ทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมานี้ถ้าแก้ไขได้จะช่วยลดการสิ้นเปลืองลงได้มากทีเดียว แต่ถ้าปัญหาไม่ได้เกิดจากปัญหาทั้ง 3 ข้อดังกล่าว อาจมีสาเหตุมาจากความดันของปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิงสูงเกินไป ซึ่งจะต้องตรวจสอบดังรูปที่ 22.7 สิ่งนี้สามารถทำให้ระดับลูกลอยสูงและส่วนผสมหนา

4. ถ้าสาเหตุไม่ได้เกิดจากความดันของปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิงสูงเกินไป ปัญหาอาจเกิดขึ้น ในคาร์บูเรเตอร์เอง ซึ่งอาจเป็นเพราะ

4.1 โช้กอัตโนมัติเปิดออกไม่รวดเร็วเพียงพอหรือเปิดไม่เต็มที่ ตรวจสอบการทำงานของโช้กอัตโนมัติ โดยถอดกรองอากาศออกและสังเกตการทำงานของโช้กในระหว่างการอุ่นเครื่อง

4.2 ถ้าระดับลูกลอยสูงเกินไป อาจทำให้นํ้ามันท่วมและป้อนนํ้ามันเข้ามากเกินไป วาล์วเข็มอาจเปิดค้างหรือเข้าที่ไม่สนิท ต้องตรวจสอบระดับลูกลอยและปรับใหม่ ควรชั่งนํ้าหนักของลูกลอยถ้านํ้าหนักมากเกินไป เนื่องจากดูดซับนํ้ามันเชื้อเพลิงเอาไว้ ดังแสดงในรูปที่ 22.8

4.3 ถ้าส่วนผสมเดินเบาถูกตั้งไว้หนาเกินไป หรือรอบเดินเบาสูงเกินไป จะทำให้สิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงมากขึ้น ควรตรวจสอบและปรับใหม่ตามความจำเป็นในรถยนต์รุ่นใหม่ ส่วนผสมเดินเบามักตั้งจากโรงงานมาแล้วและถ้าไม่ได้ถอดคาร์บูเรเตอร์ก็จะไม่สามารถปรับได้อีกแล้ว

4.4 ถ้าระบบปั๊มเร่งมีวาล์วทางเดียว จะสิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงมากขึ้นเมื่อวาล์วนี้เสีย ควรตรวจสอบและซ่อมให้เรียบร้อย

4.5 ก้านนมหนูติดค้างในตำแหน่งกำลังเต็มที่หรือลูกสูบกำลังเปิดค้าง ทำให้ระบบกำลังทำงาน นํ้ามันเชื้อเพลิงจึงถูกป้อนเข้ามามากขึ้น ควรถอดคาร์บูเรเตอร์ออกและซ่อมแซม

4.6 นมหนูสึกหรอ ทำให้นํ้ามันเชื้อเพลิงไหลออกมามากเกินไป ควรเปลี่ยนใหม่เมื่อซ่อมคาร์บูเรเตอร์

5. ระบบจุดระเบิดบกพร่องสามารถทำให้สิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงมากขึ้น เครื่องยนต์ทำงานไม่ครบสูบ และเผาไหม้นํ้ามันเชื้อเพลิงไม่หมด ผลเสียที่ตามมาคือ เครื่องยนต์ไม่มีกำลัง เร่งไม่ขึ้น มีก๊าชพิษในไอเสียมากขึ้น ความบกพร่องของระบบจุดระเบิด ได้แก่ คอยล์เสีย คอนเดนเซอร์เสื่อม ECU บกพร่อง ไทมิ่งจุดระเบิดไม่ถูกต้อง กลไกปรับล่วงหน้าบกพร่อง หัวเทียนสกปรกหรือสึกหรอ หน้าทองขาวสกปรกหรือไหม้ สายไฟชำรุด

6. เครื่องยนต์สึกหรอก็มีส่วนทำให้สิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงมากขึ้น สาเหตุที่เป็นไปได้ คือ การสูญเสียกำลังอัดเนื่องจากแหวนลูกสูบหรือวาล์วสึกหรอหรือติดตาย หรือปะเก็นฝาสูบขาด หรือหลวม กำลังจะสูญเสียไปบางส่วน ซึ่งจะต้องชดเชยด้วยปริมาณนํ้ามันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้อัตราเร็วรอบเช่นเดิม

7. นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีส่วนทำให้สิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงมากขึ้นเนื่องจากแรงต้านการเคลื่อนที่ของรถยนต์เพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ได้แก่ สูบยางรถยนต์อ่อนเกินไป ตั้งเบรกตึงเกินไปจนมีแรงฉุดมาก ห้องเกียร์อัตโนมัติบกพร่อง ล้อไม่ได้ศูนย์ เป็นต้น

เสียงดังของเครื่องยนต์

เสียงดังของเครื่องยนต์บางลักษณะไม่มีความสำคัญแต่อย่างไร แต่เสียงดังบางอย่างชี้ให้เห็นถึงปัญหาของเครื่องยนต์ ซึ่งจะต้องแก้ไขทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้เสียหายมากในภายหลัง

เครื่องฟังเสียงสามารถช่วยหาตำแหน่งกำเนิดเสียงได้ (ดูรูปที่ 22.9) ปลายข้างหนึ่งของเครื่องฟังเสียงแนบกับหู ส่วนปลายอีกข้างหนึ่งสัมผัสกับบางจุดบนเครื่องยนต์ ท่านสามารถได้ยินเสียงดังได้อย่างชัดเจน ถ้าไม่มีเครื่องฟังเสียง อาจใช้แท่งโลหะยาวหรือไขควงยาวก็ได้ เลื่อนปลายเครื่องฟังเสียงไปโดยรอบ จนกระทั่งได้ตำแหน่งที่เสียงดังมากที่สุดซึ่งจะเป็นตำแหน่งกำเนิดเสียง

ข้อควรระวัง ในขณะใช้เครื่องฟังเสียง จงระมัดระวังอย่าให้สัมผัสกับสายพานหรือชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.