ปฏิกิริยาทางเคมีภายในแบตเตอรี่

Posted on : 10-05-2013 | By : Author | In : ระบบต่าง ๆ ในรถยนต์

ปฏิกิริยาทางเคมีที่เกิดขึ้นในแบตเตอรี่ขณะที่มีกระแสไฟเต็มและจ่ายกระแสไฟออก การทำงานมีดังนี้
เมื่ออยู่ในสภาพกระแสไฟเต็มแผ่นธาตุบวกซึ่งทำด้วยตะกั่วเปอร์ออกไซด์ (PbO2) และแผ่นธาตุลบซึ่งทำด้วยตะกั่วธรรมดา (Pb) ที่แช่อยู่ในนํ้ากรดกำมะถันเจือจาง (H2SO4) แรงเคลื่อนไฟฟ้าของเซลล์จะเกิดขึ้นจากปฏิกิริยาเคมีที่แตกต่างกันระหว่างแผ่นธาตุบวกและแผ่นธาตุลบ ในนํ้ากรดกำมะถันเจือจาง (ถ.พ. 1.260 ถึง 1.280) เมื่อเรานำอุปกรณ์ไฟฟ้ามาต่อเข้ากับแบตเตอรี่ กระแสไฟก็จะไหลออกจาก แบตเตอรี่ทำให้ปฏิกิริยาเคมีภายในแบตเตอรี่เปลี่ยนไป แผ่นธาตุบวกและแผ่นธาตุลบจะกลายเป็นตะกั่วซัลเฟต (PbSO4) และนํ้ากรดกำมะถันเจือจาง (H2SO4) ก็จะกลายเป็นนํ้า (H2O) ทำให้แบตเตอรี่ไม่มี กระแสไฟฟ้า สูตรเคมีขณะที่จ่ายกระแสไฟฟ้าออก
PbO2 + 2H2SO4 + Pb → PbSO4 + 2H2O + PbSO4
ประจุไฟเติม → จ่ายกระแสไฟฟ้าออก
ดังรูปที่ 3.6 (ก)

เมื่อแบตเตอรี่ไม่มีกระแสไฟฟ้า ก็สามารถที่จะนำไปทำการประจุกระแสไฟใหม่ ซึ่งเมื่อทำการประจุไฟ ซัลเฟต (SO) ที่จับกับแผ่นธาตุบวกและแผ่นธาตุลบก็จะหลุดออกมาละลายกับนํ้าเกิดเป็นกรด กำมะถัน (H2SO4) และเมื่อกระแสไฟเต็ม ถ.พ. ของนํ้ากรดกำมะถัน (H2SO4) วัดได้ 1.260 ถึง 1.280 สูตรเคมีขณะที่ทำการประจุไฟจนมีไฟเต็ม
PbSO4 + 2H2O + PbS04 → PbO 2 + 2H2SO 4 + Pb
ดังรูปที่ 3.6 (ข)


รูปที่ 3.6 ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในแบตเตอรี่
ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นภายในแบตเตอรี่จะทำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าเซลล์ละ 2.1 โวลต์เท่านั้น แต่กระแสไฟฟ้าหรือความจุจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนแผ่นธาตุในเซลล์นั้นๆ ก็คือ ถ้ามีจำนวนแผ่นธาตุมากและขนาดใหญ่ ก็จะได้กระแสไฟฟ้าหรือความจุมาก แบตเตอรี่ก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.