การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์

Posted on : 06-11-2012 | By : Author | In : การดูแลรักษารถ

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าหม้อกรองอากาศทำหน้าที่กรองเอาฝุ่นผงต่างๆ ออกจากอากาศ ก่อนถูกดูดเข้าไปทำไอดีในคาร์บูเรเตอร์  เพื่อทำให้การจุดระเบิดในห้องสันดาปสะอาดมีเขม่าน้อยลงและยังช่วยให้ระบบหล่อลื่นภายในเครื่องยนต์สะอาดขึ้นด้วยป้องกันเครื่องหลวมก่อนเวลาอันควร

การติดตั้งหม้อกรองอากาศส่วนมากจะครอบแน่นอยู่บนคาร์บูเรเตอร์ ซึ่งจะดูดอากาศจากที่ว่างภายในฝากระโปรงรอบๆ เครื่องยนต์  โดยอากาศที่ถูกดูดเข้าไปนั้นจะมีอุณหภูมิสูงกว่าอากาศจากนอกฝากระโปรงรถ  เพราะว่าอากาศในที่ว่างดังกล่าวเป็นอากาศที่ผ่านจากรังผึ้งหม้อน้ำซึ่งมีอุณหภูมิสูง  และมาผสมกับอุณหภูมิรอบเครื่องยนต์อีก  ดังนั้นอากาศที่ถูกดูดเข้าไปจึงมีอุณหภูมิสูง  เราลองมาดูหลักการธรรมชาติของวัตถุเมื่อได้รับความร้อนเพิ่มขึ้น เช่น อากาศเมื่อมันมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะขยายตัวปริมาตรเพิ่มขึ้น ทำให้มีความหนาแน่น (mass density) น้อยลง (มวลของอากาศต่อปริมาตรน้อยลง) ในทางกลับถ้าอากาศมีอุณหภูมิต่ำลงปริมาตรก็จะลดลงทำให้ความหนาแน่นมากขึ้น หลักการนี้เป็นจริงกับไอดีคือ  ถ้าไอดีมีอุณหภูมิสูงมวลของส่วนผสมอากาศกับน้ำมันจะน้อยเมื่อเทียบในปริมาตรที่เท่ากันกับไอดีที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า  ซึ่งผลดีของไอดีที่มีมวลมากกว่านี้ จะเพิ่มกำลังให้กับเครื่องยนต์ และจากความจริงข้อนี้เองการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่องยนต์ จึงทำได้โดยการปรับปรุงหม้อกรองอากาศให้ดูดอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำเข้าไปทำเป็นไอดี อากาศอุณหภูมิต่ำนี้ได้จากบริเวณนอกฝากระโปรงรถ  ซึ่งวิธีการที่จะดึงอากาศจากภายนอกเข้าหม้อกรองอากาศนั้นไม่ยุ่งยากเลย เพียงแต่ต่อท่ออ่อนจากปากดูดอากาศเข้าของหม้อกรองไปรับอากาศที่หลังกระจังหน้ารถ

ถ้าหากที่ว่างบริเวณหลังกระจังหน้ารถคับแคบเกินไปอาจต่อไปรับอากาศเข้าทางด้านล่างกันชนหน้าก็ได้  แต่วิธีหลังนี้ต้องเพิ่มตะแกรงตรงปากทางเข้าด้วย  เพื่อป้องกันก้อนดินก้อนหินที่อาจกระเด็นเข้าไปได้  นอกจากนั้นอาจเดินท่อจากหม้อกรองอากาศไปยังที่ระบายลม วิธีนี้จะให้แรงอัดลมเข้าหม้อกรองน้อยมากไม่เหมือน 2 แบบแรก ลมจะปะทะอัดเข้าหม้อกรองอากาศได้มากกว่าในการเดินท่ออ่อนต้องพยายามใช้ท่อให้สั้นและมีการขดงอน้อยที่สุด  เพราะการขดงอเป็นมุมมากๆ กับการใช้ท่อยาว จะทำให้เกิดการเสียดสีของอากาศได้มาก แรงดูดของเครื่องยนต์ก็จะน้อยลงและเมื่อเดินท่อเรียบร้อยแล้วต้องตรวจดูรอยรั่วต่างๆ โดยการทดลองปิดปากท่อทางอากาศเข้าเครื่องยนต์ขณะติดเครื่องอยู่ ถ้าปิดสนิทแล้วเครื่องดับหรือดับช้าเกินไป  ก็แสดงว่ามีรอยรั่วเกิดขึ้น เราจะแก้ไขได้โดยทำให้ข้อต่อของท่ออ่อนกับหม้อกรองแน่นขึ้น หรือทำให้ฝาหม้อกรองและตัวหม้อกรองติดกันแน่นขึ้น  ซึ่งถ้าให้ดีควรใช้เทปกาวปิดรอบฝาครอบหม้อกรองอากาศทุกครั้งที่เปลี่ยนหรือทำความสะอาดไส้กรอง

นอกจากวิธีการเดินท่อนำอากาศเข้าหม้อกรองอากาศแล้ว  อาจจะใช้วิธีอื่นในการนำอากาศเข้าหม้อกรองอากาศได้อีก เช่น การดัดแปลงฝากระโปรงรถยนต์  โดยเจาะฝากระโปรงแล้วติดตัวรับอากาศเป็นตัวเอาอากาศจากนอกรถเข้าไปทำเป็นไอดี  โดยตัวรับอากาศจะทำหน้าที่เป็นหม้อกรองอากาศไปด้วย

ในการดัดแปลงหม้อกรองอากาศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่องยนต์ที่ได้กล่าวแล้ว เหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศบ้านเมืองเรามาก  เพราะฤดูร้อนอากาศร้อนมาก ฤดูหนาวก็ไม่หนาวจนเกิดน้ำแข็ง ทำให้อากาศที่อยู่ในที่ว่าใต้กระโปรงรถยนต์มีอุณหภูมิสูงตลอดเวลา  การดัดแปลงหม้อกรองอากาศจึงคุ้มค่ามาก เพราะทำได้ง่าย วัสดุถูก แล้วได้กำลังเครื่องยนต์สูงขึ้น

ที่มา:ประทีบ  ภววงศ์ศักดิ์

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.