การบริการระบบควบคุมไอเสีย

Posted on : 12-11-2012 | By : Author | In : การทำงานของเครื่องยนต์

ความต้องการในการบริการระบบควบคุมไอเสีย

ระบบควบคุมไอเสีย จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ หรือให้บริการตามช่วงเวลากำหนด ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีกฎหมายบังคับให้ผู้ผลิตรับประกันคุณภาพของระบบควบคุมไอเสียสำหรับรถยนต์ใหม่เป็นเวลา 5 ปี หรือประมาณ 80,000 km ซึ่งจะต้องผ่านการทดสอบและรับรองโดย EPA (environmental protection agency) อย่างไรก็ตามรถยนต์ต้องได้รับการดูแลและทำงานตามคำแนะนำในหนังสือคู่มือ

เจ้าของรถยนต์ก็มีส่วนอย่างมากในการบริการระบบควบคุมไอเสีย หมายความว่าเจ้าของรถยนต์ต้องนำรถยนต์ไปบริการตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสือคู่มือ และจะต้องปฎิบัติตามคำแนะนำและข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ผู้ผลิตระบุไว้ด้วย มิฉะนั้นแล้วอายุการใช้งานของระบบควบคุมไอเสียจะสั้นลงอย่างรวดเร็ว

ปัญหาของระบบ PCV

ปัญหาขัดข้องของเครื่องยนต์อาจเกิดจากความผิดปกติในระบบ PCV (positive crankcase ventilation) ซึ่งหมายถึงระบบหายใจวงจรปิด หรือความผิดปกติในระบบอื่น ๆ ก็ได้ ในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงความผิดปกติของระบบ PCV

การติดตายของวาล์ว PCV หรือการอุดตันของกรอง PCV สามารถทำให้เครื่องยนต์เดินเบาไม่ราบเรียบหรือเครื่องยนต์ดับได้ การแก้ไขปัญหานี้จะต้องเปลี่ยนวาล์วหรือกรองใหม่ ตำแหน่งของวาล์ว PCV แสดงดังรูปที่ 19.1

ปัญหาที่มักพบคือมีไอนํ้ามันหรือนํ้ามันหล่อลื่นไหลย้อนกลับจากเรือนเครื่องยนต์เข้าสู่กรองอากาศ แทนที่อากาศจากกรองอากาศจะไหลเข้าสู่เรือนเครื่องยนต์ สาเหตุของปัญหานี้คือ วาล์ว PCV อุดตันหรือบางแห่งในระบบ PCV มีการอุดตันหรือรั่วไหล ปัญหานี้อาจเกิดจาก แหวนลูกสูบและผนังกระบอกสูบสึกหรอมากจนกระทั่งมีก๊าซโบลว์บายมากกว่าที่ระบบ PCV จะ รับไว้ได้

การเจือจางนํ้ามันหล่อลื่นหรือการเกิดเมือกในเรือนเครื่องยนต์อาจมีสาเหตุมาจากวาล์ว PCV หรือท่ออุดตัน เพราะจะทำให้การไหลเวียนของอากาศและก๊าซโบลว์บายผ่านเรือนเครื่องยนต์ เป็นไปอย่างไม่สะดวก

การบริการระบบ PCV

จะต้องตรวจสอบและเปลี่ยนวาล์ว PCV ตามช่วงเวลากำหนด วิธีง่าย ๆ ที่ใช้ตรวจสอบระบบคือ ถอดวาล์วหรือข้อต่อวาล์วออกโดยที่เครื่องยนต์กำลังทำงานอยู่ ใช้มือปิดบริเวณช่องเปิด ท่านจะรู้สึกว่ามีแรงดูดเล็กน้อย ถ้าไม่มีแรงดูดหรือท่านรู้สึกว่ามีแรงดันออกมา หมายความว่าจะต้องมีบางสิ่งผิดปกติ ควรตรวจสอบวาล์ว PCV ข้อต่อ และท่อต่าง ๆ

วิธีอื่นที่ใช้ในการทดสอบระบบ PCV คือ การทดสอบรอบเครื่องยนต์ ในขณะที่เครื่องยนต์เดินเบา สังเกตรอบเครื่องยนต์หรือต่อมาตรอัตรารอบเข้ากับเครื่องยนต์ แล้วถอดวาล์ว PCV ออกจากเครื่องยนต์ในขณะที่ท่อยังคงต่ออยู่ อุดช่องเปิดของวาล์วแล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงรอบเดินเบาของเครื่องยนต์ ถ้ารอบเดินเบาลดลงเพียงเล็กน้อยและการลดลงมีค่าน้อยกว่า 50 rpm แสดงว่าวาล์ว PCV หรือท่อมีการอุดตัน

การตรวจสอบอย่างรวดเร็วอาจทำได้โดยการถอดวาล์ว PCV ออกจากเครื่องยนต์ ในขณะที่เครื่องยนต์เดินเบาและมีอุณหภูมิทำงานปกติ จะได้ยินเสียงดังที่วาล์ว ถ้าท่านใช้นิ้วแตะที่ช่องเข้าของวาล์ว จะรู้สึกว่ามีแรงดูด ติดตั้งวาล์วกลับเข้าที่เดิมและถอดท่อที่ต่อจากกรองอากาศ ออกจากฝาครอบวาล์ว ถือแผ่นกระดาษตรงบริเวณเหนือช่องเปิดของฝาครอบวาล์ว แผ่นกระดาษ จะถูกดูดเข้าหาช่องเปิดเมื่อเวลาผ่านไป 2-3 วินาที

หยุดเครื่องยนต์ ถอดวาล์ว PCV ออกจากฝาครอบวาล์ว แล้วทดลองเขย่าวาล์ว จะต้องได้ยินเสียงดังก๊อกแก๊ก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวาล์วเป็นอิสระและไม่ติดขัด ถ้าไม่เป็นไปตามการทดสอบเหล่านี้ ให้เปลี่ยนวาล์ว PCV ใหม่และทดสอบอีกครั้งหนึ่ง ถ้าระบบยังไม่ผ่านการทดสอบทั้งหมด ท่ออาจอุดตัน ทำความสะอาดท่อหรือเปลี่ยนใหม่ บางครั้งอาจต้องถอดคาร์บูเรเตอร์และทำความสะอาดช่องสุญญากาศขนาด 6 mm นอกจากนี้ยังต้องทำความสะอาดช่องหายใจซึ่งต่อด้วยท่อไปยังกรองอากาศ

เมื่อให้การบริการระบบ PCV ต้องตรวจสอบกรอง PCV ด้วย โดยการถอดฝาครอบกรองอากาศออก (ดูรูปที่ 19.2) และถอดกรอง PCV ออก ถ้ากรองเสียหาย สกปรก หรืออุดตัน จะต้องเปลี่ยนใหม่

ปัญหาของระบบควบคุมไอนํ้ามัน

ปัญหาหลายประการซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากสภาพของระบบควบคุมไอนํ้ามันหรือระบบนํ้ามันเชื้อเพลิงดังต่อไปนี้

1. มีกลิ่นนํ้ามันเชื้อเพลิงหรือมีนํ้ามันเชื้อเพลิงสูญเสียไปซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก

1.1 เติมนํ้ามันเชื้อเพลิงมากเกินไปจนล้น

1.2 มีการรั่วไหลที่ท่อนํ้ามัน ท่อไอนํ้ามัน หรือท่อหายใจ

1.3 ฝาปิดถังนํ้ามันชำรุดหรือใช้ผิดประเภท

1.4 ตัวแยกนํ้ามันและไอนํ้ามันบกพร่อง

1.5 นํ้ามันเชื้อเพลิงมีการระเหยตัวเร็วสูงเกินไป

1.6 ตัวจำกัดไอนํ้ามันในท่อไอนํ้ามันหลุดออก

1.7 ฝาช่องถ่ายหรือท่อของหม้อตักไอนํ้ามันหลุดออก

2. การยุบตัวของถังนํ้ามันอาจเกิดขึ้นได้ถ้าใช้ฝาปิดถังนํ้ามันผิดประเภทหรือวาล์วสุญญากาศในฝาปิดถังนํ้ามันติดตาย ทั้งสองกรณี อากาศจะไม่สามารถไหลเข้าไปในถังเพื่อทดแทนนํ้ามันที่ถูกดูดออกไป ทำให้ภายในถังนํ้ามันเป็นสุญญากาศ ความดันบรรยากาศภายนอก อาจทำให้ถังยุบตัวได้

3. ความดันภายในถังนํ้ามันสูงเกินไปอาจมีสาเหตุมาจากหลาย ๆ อยางรวมกัน ซึ่งได้แก่ อุณหภูมิสูง ท่อหายใจอุดตัน ตัวแยกไอนํ้ามันอุดตัน หม้อตักไอนํ้ามันอุดตัน ความดันอาจถูกระบายออกไปได้ โดยคลายฝาปิดถังนํ้ามันออกบางส่วนเพื่อให้ความดันส่วนเกินสามารถระบายออกไปได้

4. ปัญหาการเดินเบาของเครื่องยนต์อาจมีสาเหตุมาจากความบกพร่องของการต่อกันของท่อในระบบควบคุมไอนํ้ามัน หม้อตักไอนํ้ามันอุดตัน ตัวจำกัดไอนํ้ามันในท่อไอนํ้ามันหลุดออก หรือนํ้ามันเชื้อเพลิงมีการระเหยตัวเร็วเกินไป

การบริการระบบควบคุมไอนํ้ามัน

ระบบนี้ต้องการการบริการไม่มาก หม้อตักไอนํ้ามันบางอันมีกรองอากาศที่ส่วนล่างซึ่งจะต้องเปลี่ยนใหม่ตามช่วงเวลากำหนด

ปัญหาของระบบฉีดอากาศ

ปัญหาจะสัมพันธ์กับระบบฉีดอากาศ (ดูรูปที่ 19.3) ได้แก่ ปัญหาเกี่ยวกับเสียงดัง ไม่มีอากาศป้อนเข้า เกิดการจุดระเบิดย้อนกลับ และมีปริมาณ HC และ CO ในก๊าชไอเสีย จำนวนมาก

เสียงดังอาจเกิดจากสายพานหย่อน สลักเกลียวยึดปั๊มอากาศหลวม แบริ่งของปั๊มอากาศสึกหรอมากหรือภายในปั๊มเสียหาย หรือมีอากาศรั่วไหลออกจากระบบปั๊นอากาศซ่อมแซมไม่ได้ ดังนั้นต้องเปลี่ยนใหม่เมื่อเสียหาย ถ้าสายพานสึกหรอก็ควรเปลี่ยนใหม่ ถ้าต้องการปรับสายพานให้ตึง อย่างัดบนเสื้อปั๊มโดยตรง เพราะอาจทำให้ปั๊มเสียหายได้ ควรใช้ตัวปรับความตึงสายพาน และเกจดังแสดงในรูปที่ 19.4 แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้การงัด ควรงัดตรงบริเวณใกล้กับปลายของโครงปั๊น อย่าตั้งสายพานตึงเกินไป เพราะจะทำให้แบริ่งเสียหายได้

การรั่วไหลของอากาศควรแก้ไขโดยการขันข้อต่อให้แน่นหรือเปลี่ยนท่อใหม่ ถ้าไม่มีอากาศไหลเข้าไปในท่อร่วมอากาศ ก๊าซไอเสียจะมีปริมาณ HC และ CO เพิ่มขึ้น สาเหตุอาจเนื่องมาจากสายพานหย่อน ปั๊มเสีย ท่อรั่ว วาล์วไดเวอร์เตอร์หรือวาล์วทางเดียวเสีย ถ้าปั๊มเสียหรือ วาล์วเสียจะต้องเปลี่ยนใหม่ เพราะไม่สามารถซ่อมได้

การจุดระเบิดย้อนกลับในท่อไอเสียอาจมีสาเหตุมาจากวาล์วไดเวอร์เตอร์เสีย เพราะไม่สามารถหยุดการไหลของอากาศเข้าไปในท่อร่วมไอเสียได้เมื่อท่อร่วมมีสุญญากาศสูง หรืออาจมีสาเหตุมาจากท่อสุญญากาศหลุดออกหรืออุดตัน

การบริการระบบฉีดอากาศ

ถ้าปั๊มอากาศใช้กรองอากาศแยกออกจากปั๊ม ต้องเปลี่ยนกรองใหม่ทุก ๆ ประมาณ 20,000 km ปั๊มอากาศส่วนมากใช้กรองแบบแรงเหวี่ยงซึ่งไม่ต้องการการบริการ

ควรปรับและตรวจสอบสายพานตามช่วงเวลากำหนด ถ้าสายพานสึกหรอหรือเสียหาย ให้เปลี่ยนใหม่

ปัญหาของระบบอุ่นอากาศ

ระบบอุ่นอากาศทำหน้าที่เพิ่มความร้อนให้กับส่วนผสมเมื่อเครื่องเย็น ความร้อนช่วยทำให้ส่วนผสมระเหยเป็นไอได้ดีขึ้นเมื่อเครื่องเย็น ถ้าระบบไม่มีการอุ่นส่วนผสม จะทำให้เครื่องยนต์เดินไม่ราบเรียบ มีอาการชะงัก หรืออาจเบาดับ อาการดังกล่าวอาจเป็นเพราะแดมเปอร์ปิดตาย ช่องอากาศร้อน หรือท่ออากาศร้อนหลุดออกหรือเสียหาย

ถ้าแดมเปอร์ไม่ปิดเมื่อเครื่องยนต์ร้อนขึ้นแล้ว ส่วนผสมจะร้อนจัดเกินไป ทำให้ส่วนผสมไหลเข้ากระบอกสูบไม่เพียงพอต่อกำลังสูงสุด

ตรวจสอบการทำงานของแดมเปอร์โดยการสตาร์ตเครื่องยนต์ขณะเย็น แดมเปอร์ควรเปิดท่ออากาศร้อนเมื่อเครื่องเย็น แต่เมื่อเครื่องยนต์ร้อนขึ้นแล้ว แดมเปอร์ควรปิดท่ออากาศร้อน การตรวจสอบอย่างละเอียดสามารถทำได้โดยใช้เกจอุณหภูมิหรือเทอร์โมมิเตอร์ ถ้าแดมเปอร์ทำงานไม่ถูกต้อง ปัญหาอาจเกิดขึ้นที่เทอร์โมสตัด หรือมอเตอร์สุญญากาศ หรือในกลไก ท่านอาจต้องใช้กระจกเงาในการตรวจสอบการทำงานของแดมเปอร์ ระบบอุ่นอากาศไม่ต้องการการบริการประจำ

ปัญหาของระบบ EGR

ปัญหาในระบบ EGR (ระบบไหลเวียนก๊าชไอเสีย) อาจทำให้สมรรถนะของเครื่องยนต์เลวลง ถ้าวาล์ว EGR หรือปะเก็นมีการรั่วไหล จะทำให้ก๊าชไอเสียไหลเข้าท่อร่วมไอดีในขณะเดินเบา ทำให้การเดินเบาไม่ราบเรียบหรือเครื่องยนต์ดับ ถ้าสวิตช์สุญญากาศความร้อนบกพร่อง อาจทำให้วาล์ว EGR ทำงานไม่ตรงตามเวลาที่เหมาะสม ซึ่งทำให้สมรรถนะของเครื่องยนต์เลวลง สิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิง หรือวิ่งไม่ราบเรียบ อาการเหล่านี้อาจเนื่องมาจากวาล์ว EGR ติดค้างหรือมีตะกอนสะสมในช่อง EGR การทำความสะอาดช่องทางเดินเหล่านี้ จะต้องถอดท่อร่วมออก

ถ้าเครื่องยนต์ดับในขณะเร่งเครื่อง อาจเนื่องมาจากท่อสุญญากาศเกือบอุดตัน ซึ่งทำให้วาล์ว EGR ไม่ปิดทันที ถ้าเกิดการเผาไหม้ผิดปกติในขณะที่วาล์วปีกผีเสื้อเปิดบางส่วนเท่านั้น สาเหตุอาจเนื่องมาจาก EGR ไม่เพียงพอ

การทดสอบระบบ EGR

วาล์ว EGR มี 3 แบบ ได้แก่ แบบสุญญากาศ แบบความดันย้อนกลับบวก และแบบความดันย้อนกลับลบ วาล์ว EGR แบบสุญญากาศจำนวนมากสามารถมองเห็นก้านวาล์ว (ดูรูปที่ 19.5) ตรวจสอบวาล์วนี้โดยให้เครื่องยนต์เดินเบาและเครื่องร้อนได้ที่แล้ว เร่งเครื่องยนต์จนรอบเพิ่มเกินกว่า 2,000 rpm ก้านวาล์วควรเลื่อนขึ้นซึ่งแสดงว่าวาล์วเปิดออก ถ้าก้านวาล์วไม่เคลื่อนที่ ควรป้อนสุญญากาศด้วยปั๊มสุญญากาศแบบมือโยก ถ้าก้านวาล์วยังคงไม่เคลื่อนที่ แสดง ว่าวาล์ว EGR สกปรกหรือเสีย ท่านสามารถสังเกตได้ว่าเมื่อใดวาล์วจึงจะเปิดออก ถ้าวาล์วเปิดออกในขณะที่เครื่องยนต์เดินเบา การเดินเบาจะไม่ราบเรียบและอาจดับได้

ใช้เกจและปั๊มสุญญากาศตรวจสอบสวิตช์สุญญากาศความร้อน (ดูรูปที่ 19.6) เมื่อเครื่องเย็น ไม่ควรมีสุญญากาศผ่านสวิตช์ แต่เมื่อเครื่องร้อนขึ้นแล้ว สุญญากาศควรผ่านสวิตช์ไปได้

การตรวจสอบวาล์ว EGR แบบความดันย้อนกลับ ต้องดูว่าเป็นแบบความดันย้อนกลับบวกหรือลบ ซึ่งจะแสดงไวในหนังสือคู่มือผู้ผลิต ดำเนินตามคำแนะนำในหนังสือคู่มือ

การบริการระบบ EGR

ถ้ารถยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่ว ควรตรวจสอบระบบ EGR ทุก ๆ 20,000 km แต่ถ้ารถยนต์ใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงที่ไม่มีสารตะกั่ว ควรตรวจสอบระบบทุก ๆ 40,000 km รถยนต์ บางคันมีไฟเตือนสำหรับตรวจสอบระบบ EGR ทุก ๆ ระยะทาง 25,000 km อย่างไรก็ตามรถยนต์จำนวนมากไม่ต้องการการตรวจสอบตามกำหนดเวลา เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นจึงให้บริการ

ปัญหาของระบบ TCS

ระบบ TCS จะยอมให้ไทมิ่งจุดระเบิดมีการปรับล่วงหน้าได้เฉพาะเมื่ออยู่ในเกียร์สูงเท่านั้น ถ้าเครื่องยนต์มีอาการเบาดับ รถยนต์เคลื่อนที่ได้ที่รอบเดินเบา และเครื่องยนต์มีอาการวิ่งค้าง สาเหตุอาจเนื่องมาจากปรับโซลีนอยด์เดินเบาไม่เหมาะสมหรือโซลีนอยด์เดินเบาเสีย

ถ้าสมรรถนะของเครื่องยนต์ไม่ดีที่เกียร์สูง เครื่องยนต์เดินไม่เรียบหรือเบาดับเมื่อเครื่องเย็น สิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงมาก และเกิดการจุดระเบิดย้อนกลับในระหว่างถอนคันเร่ง สาเหตุนี้อาจเนื่องมาจากโซลีนอยด์ปรับล่วงหน้าสุญญากาศไม่ทำงาน สวิตช์อุณหภูมิหรือสวิตช์ห้องเกียร์เสีย ถ้ามีการปรับไทมิ่งจุดระเบิดล่วงหน้าในทุก ๆ เกียร์ และมีปริมาณ HC และ CO สูง ในก๊าชไอเสีย ให้ตรวจสอบอุปกรณ์ 4 ชุดดังที่กล่าวมาแล้ว

ระบบควบคุมการปรับล่วงหน้าสุญญากาศแบบอื่น ๆ

ระบบ TRS ของฟอร์ด และระบบ OSAC ของไครส์เลอร์ ทำงานคล้ายกับระบบ TCS และจะมีปัญหาคล้าย ๆ กันกับที่กล่าวมาแล้ว

การบริการระบบควบคุมการปรับล่วงหน้าสุญญากาศ

ไม่มีการตรวจสอบพิเศษอะไรเกี่ยวกับระบบนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อมีการจูนอัปเครื่องยนต์ ควรตรวจสอบการทำงานของระบบด้วยและปรับรอบเดินเบาให้เหมาะสม

การบริการระบบควบคุมการปรับล่วงหน้าอิเล็กทรอนิกส์

ระบบเหล่านี้มักไม่ค่อยมีปัญหา เพราะส่วนมากเป็นการทำงานทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ การตรวจสอบพิเศษและวิธีดำเนินการสามารถดูได้จากหนังสือคู่มือผู้ผลิต

ปัญหาของอุปกรณ์กำจัดก๊าชพิษ

ปัญหาที่เกิดกับอุปกรณ์กำจัดก๊าชพิษ ได้แก่ มีเสียงดัง เม็ดสารประกอบออกมาจากท่อไอเสีย มีกลิ่นไข่เน่า มีปริมาณ CO และ HC ในก๊าชไอเสียมาก และกำลังเครื่องยนต์ตก เนื่องจากการอุดตันของอุปกรณ์กำจัดก๊าชพิษ

เสียงดังอาจเนื่องมาจากข้อต่อท่อไอเสียหลวม อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษเสีย หรือปลั๊กช่องเดิมหลวมหรือหลุดออก

เม็ดสารประกอบออกมาจากท่อไอเสีย แสดงว่าอุปกรณ์กำจัดก๊าชพิษร้อนจัดเกินไปจนเสียรูป และเม็ดสารประกอบสามารถถูกเป้าให้รั่วไหลออกมาได้ ควรเปลี่ยนอุปกรณ์กำจัดก๊าชพิษใหม่

กลิ่นไข่เน่าเนื่องมาจากก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่อุปุกรณ์กำจัดก๊าซพิษสร้างขึ้น เนื่องจากในนํ้ามันเชื้อเพลิงมีกำมะกันผสมอยู่ด้วย นํ้ามันเชื้อเพลิงบางยี่ห้อมีกำมะถันน้อยและบางยี่ห้อมีกำมะถันมาก ควรใช้ยี่ห้อที่มีกำมะถันผสมอยู่น้อย

การบริการอุปกรณ์กำจัดก๊าชพิษ

อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษที่ร้อนจัดเกินไปหรือเสียหายควรเปลี่ยนใหม่ เพราะซ่อมแซมไม่ได้ อย่างไรก็ตามอาจเปลี่ยนเม็ดสารประกอบใหม่ได้

การเปลี่ยนเม็ดสารประกอบภายในอุปกรณ์กำจัดก๊าชพิษ ต้องใช้ปั๊มสุญญากาศพิเศษ ซึ่งเรียกว่า เครื่องดูดอากาศ โดยติดตั้งเข้าที่ท่อไอเสียดังแสดงในรูปที่ 19.7 แล้วต่อท่ออากาศในโรงปฎิบัติการเข้ากับเครื่องดูดอากาศ ในขณะที่อากาศไหลผ่านเครื่องดูดอากาศ จะเกิดสุญญากาศเล็กน้อยในท่อไอเสีย สุญญากาศนี้จะตรึงให้เม็ดสารประกอบคงอยู่กับที่ ในขณะเดียวกันก็ถอดปลั๊กช่องเติมออกจากอุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษ ติดตั้งเครื่องสั่นสะเทือนและภาชนะกระป๋องเข้ากับอุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษใต้รูปลั๊กช่องเติม ดังแสดงในรูปที่ 19.8 ถอดท่ออากาศออกจากปั๊มสุญญากาศ และต่อท่ออากาศนั้นเข้ากับเครื่องสั่นสะเทือน เม็ดสารประกอบจะเริ่มเคลื่อนย้ายจากอุปกรณ์กำจัด ก๊าซพิษเข้าไปในกระป๋อง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงจะหมด

การเติมเม็ดสารประกอบใหม่เข้าไปในอุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษ สามารถทำได้โดยการเทเม็ดสารประกอบเก่าออกจากกระป๋อง และเติมเม็ดสารประกอบใหม่เข้าไปแทน ต่อท่ออากาศเข้ากับปั๊มสุญญากาศและเครื่องสั่นสะเทือน ยึดกระป๋องเข้ากับเครื่องสั่นสะเทือน (รูปที่ 19.8) เม็ด สารประกอบจะไหลเข้าไปในอุปกรณ์กำจัดก๊าชพิษ เมื่อเต็มแล้วก็ถอดเครื่องสั่นสะเทือนออก ทานํ้ายากันสนิมที่เกลียวของปลั๊กแล้วติดตั้งเข้าที่ถอดปั๊มสุญญากาศออก

ถ้าฝาครอบส่วนล่างของอุปกรณ์กำจัดก๊าชพิษเสียหาย อาจเปลี่ยนฝาครอบใหม่ได้ โดยอะไหล่พิเศษดังรูปที่ 19.9 แต่ถ้าอุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษเสียหายภายในจะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งชุด

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.