ปัญหาเกี่ยวกับระบบเครื่องยนต์ของรถยนต์

ความร้อนจากเครื่องยนต์เกิดขึ้นได้อย่างไรในขณะขับขี่?
ความร้อนที่เกิดขึ้นกับเครื่องยนต์ในขณะทำงานเกิดได้ 2 ทางคือ เนื่องจากการสันดาปของนํ้ามันเชื้อเพลิงภายในกระบอกสูบ และเนื่องจากการเสียดสีกันของชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องยนต์ แต่ความร้อนจะถูกควบคุมให้อยู่ในระดับปกติโดยใช้ระบบระบายความร้อน ระบบหล่อลื่น และระบบไอเสีย
ช่างเครื่องบอกผมว่า ผมสามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถ้าผมกลับ ฝาครอบหม้อกรองอากาศ หรือถอดหม้อกรองอากาศออก เขาให้เหตุผลว่าอากาศจะเข้าสู่เครื่องยนต์มากขึ้นและใช้น้ำมันเชื้อเพลิงน้อยลง เครื่องยนต์จะมีกำลังมากขึ้น เขาพูดถูกหรือไม่?
การที่ช่างเครื่องพูดเช่นนั้นถูกต้อง แต่ถ้าพิจารณาให้ดีแล้วจะเห็นได้ว่าการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีก 2-3 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อเทียบกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในภายหลังมันไม่คุ้มกันเลย ผลเสียของการเอาไส้กรองอากาศออกคือ ทำให้วาล์วเสียหายและเครื่องยนต์สตาร์ตยาก สิ่งสกปรกและฝุ่นละอองต่างๆ สามารถเข้าไปภายในเครื่องยนต์ได้โดยสะดวก ทำให้เครื่องยนต์หลวมเร็วขึ้น และถ้าหากฝุ่นละอองไปเกาะที่บ่าวาล์วทำให้วาล์วปิดไม่สนิท จะทำให้วาล์วไหม้โดยง่าย ผลเสียที่ตามมาอีกก็คือถ้าเกิดการจุดระเบิดย้อนกลับ เปลวไฟจะแลบออกมาจากคาร์บูเรเตอร์ได้ง่ายเพราะไม่มีหม้อกรองอากาศกั้นอยู่ และอาจทำให้เกิดการลุกไหม้เสียหายมากได้
โดยทั่วไปอายุการใช้งานเฉลี่ยของเครื่องยนต์ประมาณกี่กิโลเมตรจึงจะยกเครื่อง?
ปัญหานี้ตอบได้ยากมากเพราะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลายประการ เช่น หากเครื่องยนต์ได้รับการบำรุงรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม อย่างน้อยควรใช้งานได้ 120,000 กิโลเมตร ก่อนจะยกเครื่อง แต่ก็ไม่แน่นอนเสมอไป เครื่องยนต์บางเครื่องอาจได้ถึง 200,000 กิโลเมตร ในขณะที่บางเครื่องใช้เพียง 80,000 กิโลเมตรเท่านั้น
เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ?
สำหรับเครื่องยนต์แก๊สโซลีน เมื่อบิดกุญแจสตาร์ตไปที่ตำแหน่ง “ON” ล็อกพวงมาลัยจะถูกปลด กระแสไฟจากแบตเตอรี่จะไหลมายังระบบจุดระเบิด อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ก็จะสามารถทำงานได้ สัญญาณไฟเตือนต่างๆ ได้แก่ ไดชาร์จ ความดันน้ำมันเครื่อง เบรค และอื่นๆ จะติด เมื่อกุญแจบิดไปยังตำแหน่ง “START” อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ จะหยุดทำงานชั่วขณะเนื่องจากกระแสไฟจากแบตเตอรี่ถูกดึงมาใช้ในการทำงานของไดสตาร์ต ยกเว้นกระแสไฟในระบบจุดระเบิดเท่านั้นที่ยังคงทำงานอยู่ ในตำแหน่ง “START” กระแสไฟจะทำให้สวิต์แมกเนติคทำงาน คือจะดันเฟืองไดสตาร์ดซึ่งหมุนให้ไปขบกับล้อช่วยแรงและทำให้เครื่องยนต์หมุน
ในขณะเครื่องยนต์กำลังหมุน การเคลื่อนที่ของลูกสูบและวาล์ว จะทำให้อากาศถูกดูดเข้ามายังคาร์บูเรเตอร์และผสมกับละอองนํ้ามันเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ในกระบอกสูบ และเกิดการสันดาปขึ้นเนื่องจากประกายไฟจากหัวเทียน และเมื่อปล่อยกุญแจสตาร์ตจากการบิดไปยังตำแหน่ง “START” กุญแจจะคืนกลับมายังตำแหน่ง “ON” โดยอัตโนมัติ ซึ่งในตำแหน่งนี้ไดสตาร์ตจะหยุดทำงาน สัญญาณไฟเตือนต่างๆ จะดับ ส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าจะสามารถทำงานได้เพียงแค่เปิดสวิตช์เครื่องยนต์ซึ่งหมุนทำงานแล้วจะไปขับไดชาร์จทำให้เกิดกระแสไฟไปหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ส่วนกระแสไฟที่เหลือจะถูกชาร์จเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ให้เต็มหลังจากถูกดึงเอามาใช้ในการสตาร์ตเครื่องยนต์
เครื่องยนต์แบบลูกสูบชัก คืออะไร ?
เครื่องยนต์ซึ่งอาศัยหลักการเคลื่อนที่ไปมาของลูกสูบในกระบอกสูบ เราเรียกว่า เครื่องยนต์แบบลูกสูบชัก โดยทั่วไปเครื่องยนต์จะมีลักษณะเช่นนี้ แต่ยังมีเครื่องยนต์ประเภทอื่นอีกซึ่งมิได้ใช้การเคลื่อนที่ของลูกสูบในกระบอกสูบ ได้แก่เครื่องยนต์โรตารี่ และเครื่องยนต์กังหัน และมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
เพื่อนบ้านของผมบอกว่าเราสามารถเปลี่ยนจากน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดซุปเปอร์ มาเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดเบนซินธรรมดาได้ ทั้งๆ ที่เครื่องยนต์มีอัตราส่วนกำลังอัดสูง จริงหรือไม่?
ไม่จริงจนกว่าท่านจะได้ตั้งไฟใหม่โดยให้อ่อนกว่าเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงการน็อกซึ่งมักจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่เร่งเครื่องยนต์ แต่การตั้งไฟอ่อนจะทำให้เครื่องยนต์ร้อนมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้สมรรถนะของเครื่องยนต์ลดลง นั่นคือท่านอาจจ่ายค่านํ้ามันเชื้อเพลิงต่อลิตรน้อยลง แต่สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น
เครื่องยนต์แบบหัวแบน (flat-head) คืออะไร?
เครื่องยนต์แบบหัวแบนเป็นเครื่องยนต์ ซึ่งมีวาล์วและกลไกการทำงานของวาส์วอยู่รวมกันภายในเสื้อสูบแทนที่จะอยู่ภายในฝาสูบ เครื่องยนต์แบบนี้เป็นเครื่องยนต์ล้าสมัย แต่ยังเป็นที่นิยมกันในบางแห่ง
ทำไมจึงเรียกเครื่องยนต์บางชนิดว่าเป็นแบบรูปตัววี (V)?
เนื่องจากเครื่องยนต์มีลักษณะรูปตัววี (V) โดยปกติแล้วเครื่องยนต์ประเภทนี้มักมีตั้งแต่ 6 สูบขึ้นไป

ข้อดีข้อเสียของเครื่องยนต์ดีเซลเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์แก๊สโซลีน?
ข้อดีของเครื่องยนต์ดีเซลคือ ทนทานกว่า ค่าบำรุงรักษาตํ่ากว่า ประหยัดนํ้ามันเชื้อเพลิงมากกว่า
ข้อเสียของเครื่องยนต์ดีเซลคือ มีเสียงดังกว่า มีน้ำหนักมากกว่า สตาร์ตยากกว่า มีกลิ่นน้ำมันมากกว่า มีควันทางท่อไอเสียมากกว่า สั่นสะเทือนมากกว่า มีความเฉื่อยมากกว่า
เครื่องยนต์ดีเซล
รูปแสดงเครื่องยนต์ดีเซล
เหตุใดเครื่องยนต์ดีเซลจึงไม่ใช้หัวเทียน?
เนื่องจากเครื่องยนต์ดีเซลอาศัยหลักการอัดอากาศโดยการเคลื่อนที่ของลูกสูบภายในกระบอกสูบจนกระทั่งความดันและอุณหภูมิของอากาศสูงมากเพียงพอเมื่อนํ้ามันเชื้อเพลิงถูกฉีดเข้าไปจะเกิดการสันดาปขึ้น ทั้งนี้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยประกายไฟ เหตุนี้จะเห็นได้ว่าเครื่องยนต์ดีเซลมิได้ใช้หัวเทียนในการให้ประกายไฟเพื่อการสันดาป และที่เห็นหัวเผาอยู่ที่ทุกกระบอกสูบของเครื่องยนต์ดีเซลนั้นมิได้ทำหน้าที่ลักษณะเดียวกันกับหัวเทียน เพียงแต่หัวเผาเป็นตัวเพิ่มอุณหภูมิภายในห้องเผาไหม้ให้สูงขึ้นถึงจุดที่สามารถสันดาปได้เมื่อฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิงเข้าไปในห้องเผาตอนสตาร์ตเครื่องยนต์ใหม่ๆ เท่านั้น
ทำไมเมื่อปิดสวิตช์กุญแจดับเครื่องยนต์แก๊สโซลีน แต่เครื่องยนต์ยังคง ทำงานต่อไปได้อีก?
อาการดังกล่าวหากเป็นกับเครื่องยนต์ดีเซลถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเป็นกับเครื่องยนต์แก๊สโซลีนแล้วจะต้องมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น อาการดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเพราะภายในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนมีอุณหภูมิสูง และเมื่อปิดสวิตช์แล้วแต่นํ้ามันเชื้อเพลิงยังคงผ่านเข้าไปในกระบอกสูบได้ ทำให้เกิดการจุดระเบิดขึ้นเองได้โดยปราศจากประกายไฟของหัวเทียน เครื่องยนต์จึงยังคงทำงานต่อไปได้อีกในลักษณะเช่นเดียวกับเครื่องยนต์ดีเซล อาการเช่นนี้ควรรีบแก้ไข
หม้อน้ำของเครื่องยนต์ซึ่งระบายความร้อนด้วยอากาศติดตั้งอยู่ที่ใด?
จริงๆ แล้ว เครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศไม่ใช่หม้อน้ำ และไม่มีท่อน้ำกับปั๊มนํ้าด้วย เครื่องยนต์ชนิดนี้ใช้อากาศช่วยในการระบายความร้อนโดยมีพัดลมพิเศษที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นตัวเป่าอากาศเย็นไปยังบริเวณของเครื่องยนต์ที่ร้อน
อะไรเป็นสาเหตุทำให้เครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศร้อนจัดเกินไป?
โดยทั่วไปมักมีสาเหตุมาจากสายพานขับเคลื่อนขาดหรือลื่นไถล นอกจากนี้อาจมีสาเหตุมาจากเกิดรอยร้าวที่เสื้อหุ้มพัดลม ท่อลมอุดตัน ข้อต่อท่อหลุด ครีบระบายความร้อนรอบกระบอกสูบอุดตัน หรือครีบของหม้อระบายความร้อนของน้ำมันเครื่องอุดตัน
เครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศสามารถใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์ได้หรือไม่?
ได้ และทำให้กำลังเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นสูงถึง 100% โดยไม่ต้องดัดแปลงอะไรมาภมาย แต่ข้อควรระวังคือ บริเวณฝาสูบของเครื่องยนต์อาจร้อนจัดเกินไปก็ได้ ทางที่ดี ควรติดมาตรวัดอุณหภูมิเพื่อให้ทราบอุณหภูมิที่ฝาสูบได้ตลอดเวลา
รถยนต์คันใหม่ล่าสุดของผมดูเหมือนจะกินน้ำมันเชื้อเพลิงมากในตอนแรก แต่ยิ่งขับขี่ไปเรื่อยๆ ยิ่งประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?
รถยนต์ใหม่จะใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงมากและสมรรถนะค่อนข้างตํ่า เพราะว่าชิ้นส่วนต่างๆ ที่หมุนและเคลื่อนที่ไปมายังใหม่อยู่ ชิ้นส่วนค่อนข้างคับ ผิวสัมผัสไม่เรียบ และยังเข้ากันไม่เหมาะสม นั่นคือเครื่องยนต์แน่นเกินไป ในช่วงเวลาที่ใช้งานเครื่องยนต์เริ่มเดินเข้าที่ ชิ้นส่วนต่างๆ เริ่มหลวมบ้างเล็กน้อย และเข้ากันได้เหมาะสมมากขึ้น โดยทั่วไปเครื่องยนต์ใหม่จะเข้าที่เมื่อใช้งานไปแล้วประมาณ 15,000 กิโลเมตร เช่น ในตอนแรกท่านอาจเริ่มต้นด้วยการใช้นํ้ามันเชื้อเพลิง 8 กิโลเมตรต่อลิตร และเมื่อใช้ไปจะเป็น 12 กิโลเมตรต่อลิตรเมื่อถึงระยะทาง 15,000 กิโลเมตร เป็นต้น
ที่มา:ธีระยุทธ  สุวรรณประทีป, สมชาย  กังวารจิตต์

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.