ผู้ขับขี่ที่ดี

Posted on : 24-12-2013 | By : Author | In : การขับรถยนต์

ผู้ขับขี่
ไม่ว่ารถยนต์ของคุณจะดี เร็ว แพง หรือมีประสิทธิภาพสูงเพียงใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญก็คือตัวคุณซึ่งเป็นผู้ขับขี่และเป็นผู้กำหนดความปลอดภัยในการเดินทางของคุณ
ในฐานะที่คุณเป็นผู้ขับขี่ จะเป็นการดีมาก ถ้าแทนที่จะมองว่าการขับขี่เป็นเพียงการเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง แต่อยากให้คุณใส่ใจในวิธีการขับขี่ซึ่งจะทำให้เกิดความภูมิใจ
ท้ายที่สุดแล้วคุณจะได้รับความสุขและความสบายใจจากการแสดงให้เห็นไม่เพียงความชำนาญและความสามารถในการขับขี่ แต่ยังแสดงความมีมารยาทและความมีนํ้าใจต่อผู้อื่น นอกจากรางวัลเล็กๆ น้อยๆ เช่น การก้มศีรษะให้หรือการยิ้มให้ด้วยความชื่นซม คุณยังได้เพิ่มความสบายใจที่ทำให้การเดินทางบนถนนปลอดภัยมากขึ้น
การมีทัศนคติและการปฏิบัติที่ถูกต้อง เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้คุณเป็นผู้ขับขี่ที่ดี
ในที่นี้จะกล่าวถึงสิ่งต่างๆ ที่จะช่วยให้คุณพัฒนาเป็นผู้ขับขี่ที่มีคุณภาพ
อะไรทำให้เป็นผู้ขับขี่ที่ดี
ผู้ขับขี่ที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่ขับได้ถูกกฎทุกประการเสมอไป ซึ่งน่า สงสัยว่าจะมีผู้ขับขี่ที่ดีแบบนั้นอยู่บ้างหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นอกจากความชำนาญ และประสบการณ์ที่จะเพิ่มขึ้นตามเวลาที่อยู่บนถนนแล้ว ผู้ขับขี่ที่ดี จำเป็นต้องมี
-ความรับผิดชอบ
-สมาธิในขณะขับขี่
-การคาดการณ์ล่วงหน้าได้ดี
-มีความอดทน
-มีความเชื่อมั่น
ทั้งหมดนี้รวมกันจะสร้างให้เกิดเป็นทัศนคติของผู้ขับขี่ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการขับขี่ของเขา
การพัฒนาบุคลิกภาพ และพฤติกรรมที่ถูกต้องของผู้ขับขี่บางคนอาจทำได้ดีกว่าคนอื่น แต่ทุกคนจำเป็นต้องพัฒนา เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น จงเพิ่มความภูมิใจให้ตัวคุณเองด้วยการขับขี่ที่ดี และพึงระลึกไว้ว่าไม่ว่าคุณจะมีประสบการณ์ในการขับขี่มากหรือ น้อย ก็ยังคงมีสิ่งใหม่ๆ ที่ต้องเรียนรู้อยู่เสมอ อุบัติเหตุเกือบทั้งหมดบนท้องถนน มักมีสาเหตุมาจากผู้ขับขี่เอง ผู้ขับขี่ทุกคนมีหน้าที่ต้องช่วยกันลดความเสี่ยงนั้น
ความรับผิดชอบคืออะไร
ผู้ขับขี่ที่มีความรับผิดชอบ คือผู้ขับขี่ที่มีความเอาใจใส่ต่อความปลอดภัยของ
-ตัวคุณเองและผู้โดยสารทุกคน
-ผู้ใช้ถนนอื่นๆ ทั้งหมด โดยเฉพาะผู้ที่อ่อนแอกว่า เช่น เด็ก คนชรา คนพิการ คนขี่จักรยาน คนขี่จักรยานยนต์ คนที่จูงสัตว์เลี้ยง
คุณต้องใจกว้างต่อผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนและจำไว้ว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะใช้ถนน ซึ่งก็หมายถึงการให้อภัยผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ บ้าง คุณต้องสังเกตและวางแผนการขับขี่เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นต้นเหตุให้เกิดอันตราย หรือความไม่สะดวกอื่นๆ วิธีนี้จะทำให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงการต้องแก้ปัญหาอย่างปัจจุบันทันด่วน ซึ่งอาจจะส่งผลที่ร้ายกาจได้
จงมีความรับผิดชอบ โดยตระหนักถึงข้อบกพร่องของตนเองและผู้อื่น
จำไว้ว่าความรับผิดชอบที่จะขับขี่ให้เกิดความปลอดภัยนั้นขึ้นอยู่กับตัวคุณ
สมาธิในการขับขี่
ในสภาพการจราจรปัจจุบัน คุณต้องให้ความสนใจเต็มที่ในการขับขี่ อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาถ้าคุณขับขี่แบบใจลอย หรือไม่มีสมาธิแม้เพียงแวบเดียว ความผิดพลาดเนื่องจากการขาดสมาธิมักนำไปสู่อุบัติเหตุเสมอ
ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่รถยนต์ ถ้าคุณ
-รู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย หรือไม่สบาย
-กำลังใช้ความคิด กังวลกับเรื่องอื่น
-มีอารมณ์หงุดหงิด หรือหัวเสีย
-มีความเครียดสูงด้วย สาเหตุใดก็ตาม
แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรให้เวลาตัวคุณเองเพิ่มขึ้นในการตอบสนองต่อการขับขี่
สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติในขณะขับขี่
-อย่าให้การสนทนารบกวนคุณจนขาดสมาธิ
-อย่าพูดโทรศัพท์ในขณะขับขี่
-อย่าใช้เครื่องฟังเสียบหูทุกชนิด
-อย่าดูแผนที่ในขณะขับเคลื่อน
-อย่าพยายามหาช่องวิทยุหรือเปลี่ยนดิสก์หรือตลับเทปในขณะขับเคลื่อน
สิ่งที่ช่วยให้เกิดสมาธิในขณะขับขี่
-การมองเห็นชัดเจน
-การได้ยินเสียงชัดเจน
-การมีสุขภาพดี
-ความมีวินัยของตัวคุณเอง
การมีสมาธิในการขับขี่ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการเผชิญกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ดี
การมองเห็นชัดเจน
พยายามอย่าติดสติ๊กเกอร์ที่ไม่จำเป็นบนกระจกรอบรถยนต์ เพราะจะทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน อย่าแขวนสิ่งของต่างๆ เช่น ตุ๊กตา ฯลฯ ซึ่งจะทำให้เสียสมาธิและบังสายตาของคุณได้
การคาดการณ์ล่วงหน้า
การคาดการณ์ล่วงหน้า ในขณะขับขี่คือการวางแผนไว้ก่อนต่อเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นและสนองตอบโต้ทันทีเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้ถูกต้องโดยเร็ว การคาดการณ์เช่นนี้ จะเกิดขึ้นได้เองโดยอัตโนมัติ จากประสบการณ์ที่สะสมจากการฝึกปฏิบัติ
สิ่งนี้เป็นเครื่องบ่งบอกถึงการเป็นนักขับที่ดี
คุณจำเป็นต้อง
-สงสัยในการกระทำของคนขับรถคันอื่นๆ ที่อยู่ใกล้คุณตลอดเวลาว่ากำลังจะทำอะไรต่อไป
-พยายามทำให้สอดคล้องกับพวกเขา
ถ้าคุณคาดการณ์ในสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้และพยายามมีส่วนร่วมในการกระทำของเขาเหล่านั้น คุณจะสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย เพราะคุณจะไม่ตกใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นและสามารถแก้ไขสถานการณ์ ไม่ให้เลวร้ายหรือหลบหลีกออกจากเหตุการณ์ได้
การคาดการณ์ล่วงหน้า และวางแผนการขับขี่ที่ดีมีความจำเป็นมากต่อการพัฒนาเทคนิคการขับแบบระวังภัยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
ความอดทน
ความอดทนเป็นสิ่งที่ดี และดีมากขึ้นเมื่อมีความอดทนในขณะขับ เพราะในขณะขับขี่บนท้องถนนอยู่นั้น จะเกิดความกดดันที่ต้องเผชิญกับผู้ขับขี่รายอื่นที่ทำผิดกฎจราจรหรือเห็นแก่ตัว ปัญหาการจราจรติดขัด และอื่นๆ อีกหลายประการ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนทำให้ผู้ขับขี่อารมณ์เสียได้ และจะนำให้สู่การเกิดอุบัติเหตุได้ในที่สุด จงเตรียมพร้อมจะอภัยต่อความผิดพลาดของผู้อื่น เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม พยายามทำเป็นไม่เห็นได้เป็นดี
คุณจะต้องอดทนและหนักแน่นต่อสิ่งต่างๆ ที่ก่อกวนอารมณ์ของคุณ
-อย่าขับขี่ด้วยการสวมวิญญาณร้าย ทำการตอบโต้ หรือแข่งกันเลว
-อย่าใช้วาจาหรือท่าทางหยาบคายต่อผู้อื่น
-อย่าพยายามสั่งสอนบทเรียนแก่ผู้ขับขี่รายอื่น
ถึงแม้ผู้ขับขี่คนอื่นๆ จะทำให้คุณลำบากบ้าง ก็ตามคุณควรจะ
-ควบคุมอารมณ์ให้เกิดความสงบ
-ขับขี่อย่างปกติ
-ตัดสินใจอย่างสุขุม รอบคอบ
ไม่มีบทเรียนใดดีไปกว่า การทำตนให้เป็นตัวอย่างที่ดี
อดทนต่อผู้ขับขี่มือใหม่
ถ้าผู้ขับขี่คันหน้าของคุณเป็นผู้ขับขี่มือใหม่
-อย่าขับขี่จนชิดท้ายรถยนต์ของเขา
-อย่าเร่งเครื่องยนต์ เพื่อให้เกิดเสียงดัง
-อย่าหัวเสียเมื่อผู้ขับขี่มือใหม่ออกรถช้าไปบ้าง
-อย่าแซงแล้วปาดหน้า อย่างกระชั้นชิด
ผู้ขับขี่มือใหม่มักจะทำบางสิ่งผิดพลาดได้เสมอ ควรให้อภัยเขา
ความมั่นใจ
ความมั่นใจเป็นส่วนหนึ่งในทัศนคติของผู้ขับขี่ ซึ่งจะมีมากหรือน้อยนั้นสัมพันธ์กับความชำนาญ การตัดสินใจ และประสบการณ์ของผู้ขับขี่
ผู้ขับขี่มือใหม่มักขาดความมั่นใจ แต่จะมีความมั่นใจมากขึ้นเมื่อประสบการณ์สูงขึ้น
แต่ถ้ามั่นใจสูงเกินไปก็ ไม่ดี เพราะจะทำให้ขาดความระมัดระวัง
ควรจำไว้ว่าการเสี่ยงจะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ
นิสัยดี
ผู้ขับขี่ที่มีนิสัยดีและมีพฤติกรรมการขับขี่ที่สุขุมรอบคอบช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ว่าทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะเดินทางได้อย่างปลอดภัย
อย่าทำตัวเป็นเจ้าถนน
จะเป็นการช่วยเหลือให้ผู้ขับขี่อื่นๆ สะดวกขึ้น ถ้าคุณจะไม่ทำตัวเป็นเจ้าถนนโดยการ
-ขับขี่ตัดหน้ารถยนต์คันอื่น
-ขับขี่อย่างเร่งรีบแซงซ้ายแซงขวา
-เปลี่ยนใจกะทันหัน
-ใช้วาจาหรือท่าทางก้าวร้าว ไม่สุภาพ

หงุดหงิดและโกรธ
อาการหงุดหงิดและความโกรธไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามมีอันตรายมาก เพราะความผิดพลาดมักจะ เกิดขึ้นและนำไปสู่อุบัติเหตุ
ถ้าคุณมีอารมณ์โกรธ ควรสงบใจให้หายโกรธก่อนออกเดินทาง
ความกดดันทางอารมณ์ มักก่อผลร้ายตามมาเสมอ จำไว้เสมอว่าการกระทำของคุณจะมีผลกระทบไปถึงผู้ขับขี่คนอื่น การขาดความยั้งคิดอาจทำให้เกิดผลร้ายที่เป็นอันตรายได้
ผ่อนคลาย
-ให้เวลาตัวคุณเองมากขึ้น
-ทำตัวให้สบาย
-ควบคุมสมาธิให้อยู่กับการขับขี่
ความสบายใจ ถ้ามีมาก การเดินทางก็สะดวกมากขึ้นตามตัว
อย่าโต้ตอบ
ถ้าคุณอารมณ์เสียเนื่องจากพฤติกรรมที่เลวของผู้ขับขี่รายอื่น อย่าพยายามตอบโต้ ถ้าจำเป็นควรลดอัตราเร็วลงและควบคุมจิตใจให้สงบ ถึงแม้ว่าความรู้สึกของคุณต้องการโต้ตอบก็ตาม คุณอาจหยุดรถยนต์ข้างถนนและพักผ่อนสักครู่
เมื่อคุณอารมณ์เสีย จะสูญเสียอย่างอื่นไปด้วย เช่น คุณจะขาดสมาธิ ขาดการสังเกต ขาดการคาดการณ์ล่วงหน้า และสิ่งที่ตามมา คืออุบัติเหตุซึ่งคุณเองและผู้โดยสารจะได้รับผลนั้น
คุณควรทำใจและพร้อมที่จะให้อภัยต่อผู้ทำผิดเสมอ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น
การวางแผนเดินทาง
-ใช้เวลาวางแผนเดินทางก่อนที่จะเริ่มเดินทาง ความรีบร้อนก่อให้เกิดความผิดพลาด และอุบัติเหตุ
-ออกเดินทางแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องเร่งรีบในภายหลัง การเดินทางไกล ควรวางแผนให้มีเวลาหยุดพักให้เพียงพอ
-วางแผนการใช้ถนนให้ถูกต้องเพื่อจะได้ไม่เสียเวลาและหงุดหงิดเมื่อหลงทาง
-หลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วนที่ผ่านตัวเมืองถ้าเป็นไปได้
-ฟังวิทยุแจ้งสภาพการจราจรในถนนต่างๆ ก่อนเดินทาง
สภาพอากาศ
สภาพอากาศมีความสำคัญมากอย่างหนึ่งต่อการขับขี่ ถ้าสภาพอากาศเลวคุณอาจต้องเลื่อนการเดินทาง หรือใช้บริการรถสาธารณะ พยายามหลีกเลี่ยงการขับขี่ในขณะหมอกลงมากหรือฝนตกหนัก เพราะต้องขับด้วยความระมัดระวังมากขึ้น และอาจเกิดปัญหาต่างๆ ได้ง่าย ควรติดตามข่าวพยากรณ์อากาศหรือสอบถามไปยังกรมอุตุนิยมวิทยาถ้าไม่แน่ใจ
สัตว์เลี้ยง
-คุณต้องควบคุมสัตว์เลี้ยงที่นำไปในรถยนต์ให้ได้
-อย่าให้สัตว์เลี้ยงก่อกวนภายในรถยนต์
-อย่าปล่อยสัตว์เลี้ยงวิ่งออกไปยังถนนสาธารณะ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
การขับขี่ใกล้บ้าน
อุบัติเหตุจำนวนมากเกิดขึ้นที่บริเวณใกล้บ้านซึ่งเป็นเส้นทางที่คุณใช้ประจำในการเดินทาง
ถ้าคุณขับขี่ไปทำงานทุกวัน ควรให้เวลาแก่ตัวคุณมากเพียงพอในการเดินทาง ที่ทำงานใกล้บ้านมักจะออกจากบ้านสายและเร่งรีบในการขับขี่และเกิดอุบัติเหตุบ่อย
อย่าคิดว่าคุณคุ้นเคยกับพื้นที่บริเวณนั้นเป็นอย่างดี จนทำให้เกิดความประมาทและในการขับขี่ อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นได้เสมอ
จำไว้ว่าคนต่างถิ่นที่เข้ามาในบริเวณเขาไม่คุ้นกับท้องถิ่นเหมือนคุณ
คุณรู้สึกสะดวกสบาย ในขณะขับขี่หรือไม่
ต้องแน่ใจว่าคุณรู้สึกสะดวกสบายในการขับขี่ สวมเสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะเดินทางไกล
รองเท้า
เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง รองเท้าส้นสูงและรองเท้าพื้นเรียบมักทำให้เกิดอันตรายเพราะอาจลื่นไถล หลุดจากแป้นเหยียบต่างๆ ได้ง่าย รองเท้าที่มีพื้นกว้างมากเกินไปหรือมักหลุดบ่อยๆ ก็เป็นอันตรายมากเช่นกัน ทางที่ดีควรจะเตรียมรองเท้าสำหรับการขับขี่โดยเฉพาะเอาไว้ในรถ เพื่อเปลี่ยนใช้
ความล้า
ถ้ารู้สึกเมื่อยล้าและเหนื่อยอ่อน ควรจอดรถยนต์ในที่ที่ปลอดภัยเพื่อ พักผ่อนให้ร่างกายกลับสดชื่นอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดรถยนต์ คุณควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศบริสุทธิ์เข้ามาภายในรถยนต์ เมื่อมีโอกาสหยุดรถยนต์ก็ควรทำทันทีและออกไปยืดเส้นยืดสายให้หายตึงเครียดหรือนอนพักสักครู่
คุณไม่ควรขับขี่เป็ ระยะทางไกลๆ โดยไม่มีการหยุดพักระหว่างทางเลย สมาธิของคุณจะดีขึ้นมากเมื่อได้มีการพักผ่อนชั่วครู่ สิ่งนี้สำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามค่ำคืน
คุณรู้สึกอย่างไร
อย่าขับขี่เมื่อคุณรู้สึกเหนื่อยอ่อนหรือไม่สบาย แม้คุณรู้สึกว่าเป็นหวัดก็ไม่ปลอดภัยสำหรับคุณที่จะขับขี่ ถ้าคุณรู้สึกว่าสมาธิไม่ดีหรือรู้สึกว่าจิตใจไม่ค่อยปกติในขณะขับขี่ ควรลดอัตราเร็วลงพอที่จะแก้ไขสถานการณ์ใดๆ ที่อาจเกิดได้
ยา
ถ้าคุณรับประทานยา คุณควรตรวจสอบว่ายามีผลต่อความสามารถในการขับขี่หรือไม่ เพราะยาบางอย่างอาจทำให้คุณรู้สึกง่วงได้ และจะเป็นอันตราย ถ้าไม่แน่ใจให้ปรึกษาแพทย์
แอลกอฮอล์
สุราหรือของมึนเมาต่างๆ มีส่วนทำให้ความสามารถในการขับขี่ของคุณลดลง และเป็นการผิดกฎหมายด้วยถ้าคุณดื่มมากเกินไปจนระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกินขีดจำกัด ถึงแม้คุณจะดื่มเมื่อคืนก่อน แต่ถ้ายังรู้สึกมึนเมาก็ไม่ควรขับขี่ในเช้าวันรุ่งขึ้น
ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย
“ถ้าคุณดื่ม อย่าขับรถยนต์
ถ้าคุณขับรถยนต์ ก็อย่าดื่ม”
การตกใจ
ถ้าคุณผ่านการตกใจ หรือเสียใจอย่างรุนแรง คุณจะขาดสมาธิเป็นเวลานานหลายวัน ควรงดการขับขี่ในช่วงนั้น
ผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อย
ผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อยและยังขาดประสบการณ์จะเป็นผู้สร้างปัญหาบนท้องถนน เขาเหล่านั้นมักจะเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุในช่วงแรกๆ ที่เริ่มขับขี่ ซึ่งบางครั้งร้ายแรงถึงชีวิต
อุบัติเหตุมักเกิดขึ้น เนื่องจาก
-ความคึกคะนองตามธรรมชาติของหนุ่มสาว
-ความอ่อนเยาว์ทำให้ไม่สามารถจัดการปัญหาร้ายแรงที่เกิดจากการขับขี่
-การโอ้อวดแสดงความเก่งเมื่อผู้โดยสารคะยั้นคะยอเพื่อให้เกิดความตื่นเต้น
-นิสัยที่ชอบการเอาชนะ ชอบแข่งความเร็ว
-ขาดประสบการณ์ และการตัดสินใจที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขับขี่รถยนต์ที่มีเครื่องแรง
ความเข้าใจที่ผิดพลาด
ผู้ขับขี่ที่อายุน้อยจำนวนมากเข้าใจผิดว่าการตอบสนองที่รวดเร็วฉับไวและความสามารถในการควบคุมรถยนต์ จะทำให้เขาเป็นผู้ขับขี่ที่ดีและปลอดภัย
เขาเหล่านั้นลืมตระหนักว่าความชำนาญในการขับขี่เพียงอย่างเดียวนั้นไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุได้
การมีทัศนคติที่เหมาะสมทางด้านจิตใจและความรอบรู้เกี่ยวกับเทคนิคการขับขี่แบบระวังภัยนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก
ควรหลีกเลี่ยง
-การขับขี่ที่เร็วเกินควร ความเร็วสูงอาจฆ่าคุณได้
-การขับขี่ด้วยความประมาท ควรขับขี่ด้วยความระมัดระวังและเอาใจใส่
การโอ้อวดต่อเพื่อนฝูง ถ้าคุณต้องการให้เพื่อนประทับใจควรแสดงให้เพื่อนเห็นถึงความสามารถในการขับขี่อย่างปลอดภัยของคุณจะดีกว่า
-การเสียอารมณ์ ควรสงบจิตสงบใจ และพยายามไม่สนใจกับความงี่เง่าของผู้อื่น
-การแสดงอาการหรือพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ควรควบคุมอารมณ์ไว้จะปลอดภัยกว่า
-การเปิดวิทยุดังเกินไป ซึ่งอาจรบกวนสมาธิของคุณได้หรือทำให้ไม่ได้ยินเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
-การขับขี่เกินความสามารถของคุณ ควรให้อยู่ในกรอบของความปลอดภัยที่คุณควบคุมได้
-อย่าให้ผู้โดยสารทำให้คุณเสียสมาธิในการขับขี่
เหนืออื่นใดต้องเป็นคนมีความรับผิดชอบและแสดงนํ้าใจ คิดถึงผู้ร่วมใช้ถนนคนอื่นๆ อยู่เสมอ
ชีวิตของคุณและพวกเขาขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้ ดังนั้น จงอย่าขับขี่แบบเสี่ยงอันตราย คงความปลอดภัยไว้เสมอ
ผู้ขับขี่ที่มีอายุมากขึ้น
ผู้ขับขี่ที่มีอายุมากถึงแม้จะมีประสบการณ์มากกว่าผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อย แต่ก็อาจสร้างปัญหาบนท้องถนนได้เช่นกันด้วยเหตุผลต่างกัน ความร่วงโรยของสังขารตามธรรมชาติและความสามารถที่เสื่อมถอย มีผลกระทบต่อการตัดสินใจและสมาธิในการขับขี่
ดังนั้นจึงควรมีความรับผิดชอบที่จะต้อง
-ตรวจสอบสายตาเป็นประจำ รวมถึงความสามารถในการมองเห็น ยามค่ำคืนด้วย
-อย่าขับขี่เมื่อคุณรู้สึกไม่ปกติ
-ระมัดระวังในการประเมินอัตราเร็วของรถยนต์ที่กำลังวิ่งสวนมา บริเวณทางแยก ถ้าไม่แน่ใจควรหยุดรอ อย่ารีบร้อนออกรถ ควรมองดูและ ประเมินสถานการณ์และตัดสินใจก่อนที่คุณจะปฏิบัติ
-รักษาสมาธิให้อยู่กับการขับขี่ตลอดเวลา
-หาสถานที่ปลอดภัย เพื่อหยุดพักเมื่อคุณรู้สึกเหนื่อยอ่อน
-ติดตามศึกษาการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือกฎต่างๆ เช่น การทาสีถนนใหม่หรือป้ายสัญญาณใหม่ และปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง
-เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ปฏิกิริยาของคุณอาจไม่รวดเร็วเท่าที่เคยเป็นมาก่อนในอดีต
สำคัญที่สุด ต้องรู้ข้อจำกัดของตนเองให้ได้เพื่อคงไว้ซึ่งความปลอดภัย
ที่มา:ธีระยุทธ  สุวรรณประทีป

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.