ผู้ขับขี่และสิ่งแวดล้อม

Posted on : 29-12-2013 | By : Author | In : การขับรถยนต์

การขนส่งมีความจำเป็นต่อชีวิตสมัยใหม่ในปัจจุบัน แต่เราก็ไม่สามารถเพิกเฉยกับผลที่ตามมาซึ่งมีต่อสิ่งแวดล้อมได้ ทั้งในเขตท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับโลก
ปัจจุบันได้มีการตื่นตัวอย่างมากในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นผลให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หลายรายได้หันมาอุทิศเวลาและลงทุนมากขึ้นในการพัฒนายานยนต์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
งานวิจัยจำนวนมากได้มุ่งเน้นในการพัฒนารถยนต์ขนาดเล็กที่เบากว่าและมีประสิทธิภาพดีกว่า เพื่อใช้ในตัวเมือง รวมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถใช้แบตเตอรี่ได้ เป็นเวลายาวนานก่อนที่จะชาร์จไฟใหม่
วิธีอื่นที่ช่วยลดมลภาวะทางอากาศที่ใช้กันอย่างกว้างขวางคือการสร้างเครื่องยนต์ที่ใช้นํ้ามันไร้สารตะกั่วและใช้อุปกรณ์กำจัดก๊าชพิษ (catalytic converter)
ในที่นี้จะกล่าวถึงผลกระทบของมลภาวะและสิ่งที่คุณซึ่งเป็นผู้ขับขี่สามารถช่วยได้
ผลกระทบของมลภาวะ
รถยนต์ถือเป็นยานพาหนะที่ใช้ขนส่งผู้คนและสินค้า จำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นบนถนนได้ทำลายสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
สิ่งนี้มีผลกระทบทำให้เกิด
-การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประเทศ
-การเสื่อมโทรมของอาคาร
-การเสื่อมสภาพของสะพาน
-การเปลี่ยนแปลงของชุมชน
-การสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติ
-การกระทบต่อสัตว์ป่า
-มลภาวะทางอากาศ
การเผาไหม้นํ้ามันเชื้อเพลิงก่อให้เกิดก๊าชคาร์บอนไดออกไซต์ซึ่งเป็นก๊าซสำคัญที่ก่อให้เกิดปรา¬กฏการณ์เรือนกระจกซึ่งทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น
ยานยนต์บนท้องถนนให้คาร์บอนไดออกไซด์ออกมามากถึงหนึ่งในห้าของปริมาณที่ปล่อยออกมาจากสิ่งอื่นๆ ดังนั้นก๊าชไอเสีย จึงมีมาตรฐานบังคับไม่ให้เกินที่กำหนด เครื่องยนต์จึงต้องได้รับการปรับแต่งให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดมลภาวะทางอากาศให้มีน้อยกว่าเดิม
รถยนต์ใหม่ส่วนมากใช้นํ้ามันไร้สารตะกั่ว และติดตั้งอุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษซึ่งต้องใช้กับนํ้ามันไร้สารตะกั่ว เครื่องยนต์ใช้ระบบควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งช่วยในการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูง และมลพิษลดลง
อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษ
อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษ (catalytic converter) ทำหน้าที่ลดปริมาณก๊าซพิษในไอเสียที่ปล่อยออกมา โดยลดปริมาณคาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ และไฮโดรคาร์บอนได้ถึง 90
เปอร์เซ็นต์
อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษมีพื้นที่ผิวสัมผัสกับก๊าชไอเสียสานเป็นใยถักรวมทั้งหมดประมาณเท่ากับประตูฟุตบอล พื้นที่ผิวสัมผัสเคลือบด้วยโลหะพิเศษ ราคาแพงบางประเภท เช่น แพลทินัม แพลเลเดียม และโรเดียม ปฏิกิริยาเคมีจะมีความรวดเร็วมากขึ้น เมื่อเครื่องยนต์ร้อนขึ้น
เป็นการควบคุมปริมาณออกซิเจนที่อยู่ในก๊าซไอเสีย โดยตัวบอกสภาวะการเผาไหม้ถูกใช้เป็นตัวกลางในการปรับสัดส่วนการผสมระหว่างนํ้ามันเชื้อเพลิงกับอากาศ
อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษ จะทำงานเกี่ยวข้องกับก๊าซพิษและก๊าซก่อให้เกิดมลภาวะเท่านั้น คาร์บอนไดออกไซด์ยังคงผลิตออกมา
อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษ ไม่สามารถใช้ได้กับนํ้ามันที่มีสารตะกั่วถึงแม้ว่าจะใช้นํ้ามันที่มีสารตะกั่วเพียงถังเดียวเท่านั้นก็สามารถทำลายระบบได้อย่างถาวร
คุณสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อเป็นการช่วยเหลือ

สิ่งที่ควรทำ
-ใช้การเดินหรือขี่จักรยานเมื่อมีความปลอดภัยที่จะทำเช่นนั้น
-ใช้บริการรถยนต์สาธารณะถ้าเป็นไปได้
-นำรถยนต์เข้าศูนย์ ปรับแต่งและรับบริการอย่างเหมาะสม รถยนต์ที่สภาพดี จะใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงน้อยลง และก๊าชพิษลดลง
-สูบลมยางรถยนต์ให้มีความดันเหมาะสม ยางที่อ่อนเกินไปจะสิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงมาก
-ถ้าคุณสตาร์ตด้วยการใช้โช้กช่วย ควรดันโช้กกลับที่เดิมทันทีเมื่อเครื่องยนต์วิ่งได้ราบเรียบแล้ว
-เมื่อซื้อรถยนต์คันใหม่ ควรเลือกรุ่นที่ประหยัดนํ้ามันเชื้อเพลิง
-หลีกเลี่ยงการเบรกอย่างกะทันหัน เพราะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิง
-ขับขี่อย่างปกติและระมัดระวัง จะช่วยประหยัดนํ้ามันเชื้อเพลิงได้ดี วางแผนไว้ก่อนและสังเกตการเคลื่อนตัวของการจราจร
-ใช้เกียร์ที่ถูกต้องกับอัตราความเร็วของรถยนต์ หลีกเลี่ยงการใช้เกียร์ต่ำเกินไปซึ่งทำให้รอบเครื่องยนต์สูงมากเกินไป
-อย่าเร่งเครื่องยนต์อย่างกะทันหัน
-ใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่วถ้าเป็นไปได้
-ตรวจสอบอัตราการสิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงอยู่เสมอเพื่อให้แน่ใจว่ายังมีประสิทธิภาพดีอยู่
-อย่าใช้อัตราเร็วสูงเกินไป ที่อัตราเร็ว 110 กม./ชม. จะสิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงมากกว่าที่อัตราเร็ว 80 กม./ชม. ซึ่งอาจสูงถึง 30
เปอร์เซ็นต์
-ส่งน้ำมันหล่อลื่นเก่า แบตเตอรี่เก่า และยางเก่า ไปกำจัดยังที่ปลอดภัยหรือสำหรับรีไซเคิล เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถก่อให้เกิด มลภาวะอย่างมาก
สิ่งที่ไม่ควรทำ
-อย่าใช้รถยนต์เดินทางในระยะทางสั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเครื่องยนต์เย็น ควรใช้การเดิน ขี่รถจักรยาน หรือรถยนต์สาธารณะ
-อย่าบรรทุกสิ่งของต่างๆ ที่ไม่จำเป็นไว้ในรถยนต์ เพราะจะสิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงมากขึ้น
-อย่าเทนํ้ามันหล่อลื่นเก่าลงในท่อระบายนํ้าหรือลงบนพื้นดินเพราะจะทำให้เกิดมลภาวะกับสิ่งแวดล้อม
การขับรถนอกถนนปกติ
ไม่ว่ารถยนต์ที่คุณขับจะเป็นแบบใด และเมื่อใดก็ตามที่คุณต้องขับรถนอกถนนปกติ (เส้นทางทุรกันดาร) โปรดจำไว้ว่า
-หลีกเลี่ยงการทำลาย กำแพง รั้ว สนามหญ้า ฯลฯ
-อย่าทำอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ป่า
-ให้ความเคารพต่อชนบทโดยทั่วไป
-ขับขี่ด้วยความรับผิดชอบตลอดเวลา
ที่มา:ธีรยุทธ  สุวรรณประทีป

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.