คาร์บูเรเตอร์:ระบบควบคุมคอมพิวเตอร์

Posted on : 06-11-2012 | By : Author | In : การทำงานของเครื่องยนต์

ระบบควบคุมคอมพิวเตอร์ จะทำให้การควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้จะช่วยลดปริมาณ HC, CO, และ NOx ในไอเสีย ช่วยเพิ่มสมรรถนะ ประหยัดนํ้ามันเชื้อเพลิง และเพิ่มความสามารถในการขับขี่ให้สูงขึ้น ระบบนี้ได้ถูกนำมาใช้โดยบริษัท เจเนอรัลมอเตอร์ (General Motors) ในรถยนต์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1981 (ทั้งเครื่องยนต์แบบคาร์บูเรเตอร์ และแบบหัวฉีด)

รูปที่ 12.46 แสดงส่วนประกอบและตัวรับสัญญาณต่างๆ ในระบบ CCC ของ GM โดยสามารถตรวจจับสภาพการทำงานของรถยนต์และเครื่องยนต์ได้สูงถึง 15 รายการ ECM จะใช้ข้อมูลเหล่านี้สำหรับควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ได้ถึง 9 ระบบ ดังแสดงในรูปที่ 12.47 สำหรับ ECM ในเครื่องยนต์อื่นๆ อาจมีจำนวนรายการที่ตรวจจับและจำนวนระบบที่ถูกควบคุมไม่เท่ากัน ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องยนต์ การขับเคลื่อน และรุ่นของรถยนต์

หน้าที่พื้นฐานของระบบ CCC คือ ควบคุมอัตราส่วนอากาศกับนํ้ามันเชื้อเพลิง อย่างไรก็ตามระบบ CCC มักใช้ควบคุมอุปกรณ์และระบบย่อยอื่นๆ อีกด้วย สิ่งเหล่านี้ได้แก่ คลัตช์ของทอร์กคอนเวอร์เตอร์ ระบบจุดระเบิด ระบบฉีดอากาศ ระบบการหมุนเวียนก๊าชไอเสีย ระบบควบคุมไอนํ้ามัน และอื่นๆ

แผงควบคุมอิเล็กทรอนิกศ์ (ECM)

ECM เป็นศูนย์กลางควบคุมของระบบ CCC (ดูรูปที่ 12.46) ECM จะรับสัญญาณ อย่างต่อเนื่องจากตัวรับสัญญาณต่าง ๆ แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์และส่งคำสั่งไปยังระบบควบคุมต่างๆ (ดูรูปที่ 12.47) ซึ่งจะมีผลต่อสมรรถนะของรถยนต์และเครื่องยนต์

ภายใน ECM จะมีหน่วยความจำพื้นฐานซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนได้ หน่วยนี้เรียกว่า programmable read-only memory หรือเรียกสั้น ๆ ว่า PROM ซึ่ง PROM จะถูกโปรแกรม ไว้เพื่อให้ทำหน้าที่ปรับ ECM ให้เหมาะสมกับรถยนต์ โดยใช้ข้อมูลเกี่ยวกับชนิดของเครื่องยนด์ การถ่ายทอดกำลัง อัตราทดเฟืองท้าย นํ้าหนักรถยนต์และอื่นๆ รถยนต์แต่ละแบบแต่ละรุ่นจะมี PROM ของตัวเอง และไม่สามารถเปลี่ยนกับรุ่นอื่นได้ หรือบางครั้งต้องเปลี่ยน PROM ใหม่ให้เหมาะสม

ECM ยังทำหน้าที่แสดงปัญหาขัดข้องให้ผู้ขับขี่ทราบอีกด้วยโดยแสดงสัญญาณผ่าน ไฟเตือนตรวจสอบเครื่องยนต์ (check engine light) ไฟเตือนจะแสดงรหัสให้ช่างเครื่องยนต์ทราบถึงบริเวณที่มีปัญหา

เมื่อตัวรับสัญญาณเสียหาย จะส่งสัญญาณผิดปกติไปให้ ECM ซึ่ง ECM สามารถตรวจจับได้ว่าเป็นสัญญาณผิดปกติและจะไม่ใช้ข้อมูลจากสัญญาณผิดปกตินั้น โดยจะใช้ความจำที่มีอยู่แทนข้อมูลที่ผิดปกติดังกล่าว แต่ถ้า ECM เกิดมีปัญหาเอง จะมีวงจรสำรองมาทำหน้าที่แทน ECM ซึ่งจะยังคงสามารถขับขี่รถยนต์ต่อไปได้ แต่สมรรถนะจะตํ่ามาก ผู้ขับขี่จึงต้องรีบนำกลับไปซ่อมแซมโดยเร็ว

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.