ระบบจุดระเบิด

Posted on : 14-05-2013 | By : Author | In : ระบบต่าง ๆ ในรถยนต์

ในเครื่องยนต์แก๊สโซลีน ส่วนผสมของนํ้ามันเชื้อเพลิงกับอากาศ (ไอดี) ที่ถูกอัดให้มีปริมาตรเล็กลงในกระบอกสูบแล้วเกิดการระเบิดลุกไหม้ภายในกระบอกสูบและผลิตพลังงานกลออกมาได้ก็โดยอาศัย ระบบจุดระเบิด ซึ่งเป็นแหล่งจ่ายพลังงานทางไฟฟ้าให้เกิดประกายไฟภายในกระบอกสูบ ซึ่งประกายไฟที่เกิดขึ้นภายในกระบอกสูบมีค่า 18,000 ถึง 25,000 โวลต์ ทำให้ไอดีเกิดการลุกไหม้อย่างรวดเร็วได้ หน้าที่ของระบบจุดระเบิดก็คือ การจ่ายประกายไฟเพื่อจุดระเบิดไอดีภายในกระบอกสูบตามจังหวะการจุดระเบิดที่เหมาะสมของเครื่องยนต์
มีองค์ประกอบอยู่ 3 อย่างที่จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างสมบูรณ์เต็มประสิทธิภาพคือ
1. กำลังอัดของเครื่องยนต์สูง
2. จังหวะการจุดระเบิดเหมาะสมและประกายไฟแรง
3. ส่วนผสมของนํ้ามันกับอากาศดี
การทำงานของระบบจุดระเบิดที่ดีจะต้องมี
1. ประกายไฟแรง (a Strong spark) เมื่อไอดีถูกอัดให้มีปริมาตรเล็กลงในกระบอกสูบ มันจะทำให้ประกายไฟกระโดดข้ามช่องว่างในอากาศได้ยาก ซึ่งผลอันนี้ทำให้แรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นจะต้องสูงพอที่จะทำให้สามารถจุดประกายไฟระหว่างเขี้ยวหัวเทียนได้

2. จังหวะการจุดระเบิดที่เหมาะสม (proper ignition timing) การที่จะให้การเผาไหม้ไอดีสมบูรณ์จึงต้องมีระยะเวลาในการจุดระเบิดที่เหมาะสมกับความเร็วรอบของเครื่องยนต์และภาระของเครื่องยนต์
3. มีความทนทาน (sufficient durability) ถ้าระบบจุดระเบิดทำงานผิดพลาด เครื่องยนต์จะไม่ติด ระบบจุดระเบิดจึงต้องมีความทนทานต่อการสั่นสะเทือนและความร้อนจากเครื่องยนต์ ให้แรงเคลื่อน ไฟฟ้าสูง และอายุการใช้งานยาวนาน
ระบบจุดระเบิดจะประกอบด้วยแบตเตอรี่ สวิตซ์จุดระเบิด คอยล์จุดระเบิด ทองขาว คอนเดนเซอร์ จานจ่าย สายไฟแรงสูง และหัวเทียน โดยในระบบจุดระเบิดยังแบ่งออกเป็น 2 วงจรด้วยกันคือ
1. วงจรไฟแรงต่ำ (low-tension circuit) จะเริ่มต้นที่แบตเตอรี่จ่ายพลังงานไฟฟ้า แรงเคลื่อนไฟฟ้า 12 โวลต์ ผ่านสวิตช์จุดระเบิดไปยังคอยล์จุดระเบิดด้านขดลวดปฐมภูมิไปหน้าทองขาวในจานจ่ายดังรูปที่ 5.1
2. วงจรไฟแรงสูง (high-tension circuit) จะเริ่มต้นจากขดลวดทุติยภูมิของคอยล์จุดระเบิดไปฝาครอบจานจ่าย หัวโรเตอร์ สายไฟแรงสูง และหัวเทียนดังรูปที่ 5.1


รูปที่ 5.1 วงจรไฟระบบจุดระเบิด

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.