ระบบไฟเลี้ยวและไฟเตือนฉุกเฉิน

Posted on : 17-05-2013 | By : Author | In : ระบบต่าง ๆ ในรถยนต์

ระบบไฟเลี้ยวและไฟเตือนฉุกเฉิน (turn signal and hazard warning lights system) เป็นระบบไฟที่ทำหน้าที่ในการบอกทิศทางของรถยนต์ที่จะเคลื่อนที่เลี้ยวไปทางซ้ายหรือทางขวา เมื่อเปิดสวิตช์ไฟ เลี้ยวไปทางซ้ายหรือทางขวา หลอดไฟเลี้ยวจะติดกะพริบในทิศทางที่จะเลี้ยวประมาณ 60 ถึง 120 ครั้งต่อนาที และเมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรที่ผิดปกติจากการขับขี่รถยนต์ เช่น มีอุบัติเหตุข้างหน้าหรือรถยนต์เสีย เราจะเปิดสวิตช์ไฟเตือนฉุกเฉินซึ่งจะทำให้หลอดไฟเลี้ยวทั้งหมดในรถยนต์ติดกะพริบพร้อมกันหมด
การที่หลอดไฟเลี้ยวติดกะพริบได้ก็โดยใช้ตัวแฟลชเชอร์ (flasher) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งง่ายๆ ว่า รีเลย์ไฟเลี้ยว และถ้าหลอดไฟเลี้ยวหลอดใดหลอดหนึ่งขาดจะทำให้เกิดการลัดวงจรของแฟลชเชอร์ซึ่งจะ ทำให้หลอดไฟเลี้ยวที่เหลือติดแต่ไม่กะพริบ
ส่วนประกอบของระบบไฟเลี้ยวและไฟเตือนฉุกเฉิน
1. สวิตช์ไฟเลี้ยว (turn signal switch) เป็นสวิตช์แบบเลื่อนขึ้น-ลง โดยจะติดตั้งอยู่กับแกนพวงมาลัย เมื่อเลื่อนก้านโยกสวิตช์ไปในตำแหน่งไฟเลี้ยวซ้ายหรือขวากระแสไฟฟ้าจะไหลจากแฟลชเชอร์ ผ่านสวิตช์ไฟเลี้ยวไปยังหลอดไฟเลี้ยวซ้ายหรือขวา ทำให้หลอดไฟเลี้ยวทั้งหน้า หลัง ด้านข้างหน้า และหลอดไฟเตือนติดกะพริบในทิศทางที่จะเลี้ยวไป โดยจะกะพริบติดต่อกันประมาณ 60 ถึง 120 ครั้งต่อนาที ดังรูปที่ 8.19


รูปที่ 8.19 สวิตช์ไฟเลี้ยวซึ่งอยู่ร่วมกับสวิตช์ไฟแสงสว่าง
2. สวิตช์ไฟเตือนฉุกเฉิน (hazard warning switch) สวิตช์ไฟเตือนฉุกเฉินที่ใช้กันอยู่มีอยู่ 2 แบบคือ จะเป็นแบบสวิตช์เลื่อนและแบบกด – ปล่อย เมื่อเปิดสวิตช์ไฟเตือนฉุกเฉินหลอดไฟเลี้ยวทั้งหมดจะติดกะพริบพร้อมกันทั้งหมดดังรูปที่ 8.20


รูปที่ 8.20 สวิตช์ไฟเตือนฉุกเฉิน
3. แฟลชเชอร์ (flasher) เป็นตัวที่ทำให้หลอดไฟเลี้ยวติดกะพริบ ในปัจจุบันจะใช้แฟลชเชอร์เพียงตัวเดียวกับระบบไฟเลี้ยวและระบบไฟเตือนฉุกเฉิน แฟลชเชอร์ที่ใช้กันอยู่มีด้วยกัน 4 แบบคือ แบบเส้นลวดความร้อน (hot wire type) แบบคอนเดนเซอร์และรีเลย์ (condenser and relay type) แบบกึ่งทรานซิสเตอร์ (semi-transistorized type) และแบบ IC (IC type)
การทำงานของแฟลชเชอร์แบบเส้นลวดความร้อน
วงจรภายในของแฟลชเชอร์จะประกอบด้วยเส้นลวดความร้อน ตัวความต้านทาน ขดลวด และทองขาว 2 ชุด แฟลชเชอร์จะทำงานโดยอาศัยการขยายตัวและหดตัวของเส้นลวดความร้อนในการตัดต่อ การไหลของกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไปยังหลอดไฟเลี้ยว
เมื่อผู้ขับขี่รถยนต์โยกสวิตช์ไฟเลี้ยวไปในตำแหน่งเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จะไหลเข้าขั้ว B ของแฟลชเชอร์ไปยังเส้นลวดความร้อน ตัวความต้านทาน ขดลวด และหลอดไฟเลี้ยวลงกราวด์ ตัวความต้านทานจะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ยากจึงไม่สามารถที่จะจุดหลอดไฟเลี้ยวให้ติดได้ ขดลวดจะมีแรงแม่เหล็กน้อย และเมื่อเส้นลวดความร้อนขยายตัวจะทำให้หน้าทองขาวสัญญาณ ไฟเลี้ยวติดกัน ตัวความต้านทานและเส้นลวดความร้อนจะถูกขนานกับวงจร กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านทองขาวและขดลวดไปยังหลอดไฟเลี้ยวได้เพียงพอที่ทำให้หลอดไฟเลี้ยวติดได้ และขดลวดจะเกิดแรงแม่เหล็ก มากจนดูดหน้าทองขาวไฟเตือนให้ติดกัน หลอดไฟเตือนจะติดพร้อมกับหลอดไฟเลี้ยว เมื่อไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเส้นลวดความร้อนทำให้มันเย็นตัวลงและเกิดการหดตัวจนหน้าทองขาวสัญญาณไฟเลี้ยวแยกจากกัน หลอดไฟเลี้ยวและหลอดไฟเตือนก็จะดับ และเมื่อเส้นลวดได้รับความร้อนอีกครั้งหนึ่ง วงจรการทำงานของระบบไฟเลี้ยวก็จะทำงานอีกครั้งหนึ่งดังรูปที่ 8.21 และรูปที่ 8.22 ส่วนรูปที่ 8.23 และรูปที่ 8.24 เป็นวงจรไฟเลี้ยวและไฟเตือนฉุกเฉิน


รูปที่ 8.21 วงจรภายในของแฟลชเชอร์


รูปที่ 8.22 การไหลของกระแสไฟฟ้าภายในแฟลชเชอร์


รูปที่ 8.23 วงจรไฟเลี้ยวและไฟเตือนฉุกเฉินแบบใช้แฟลชเชอร์ตัวเดียว


รูปที่ 8.24 วงจรไฟเลี้ยวและไฟเตือนฉุกเฉินแบบใช้แฟลชเชอร์ 2 ตัว
การทำงานของแฟลชเชอร์แบบคอนเดนเซอร์และรีเลย์
แฟลชเชอร์แบบคอนเดนเซอร์และรีเลย์มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ คอนเดนเซอร์ ขดลวด L1 และ L2 และหน้าทองขาว โดยขดลวดจะพันทับบนแกนเหล็กอ่อนในทิศทางตรงกันข้าม ในช่วงที่คอนเดนเซอร์ รับประจุไฟฟ้า ทิศทางของเส้นแรงแม่เหล็กในขดลวดทั้ง 2 จะหักล้างกัน และเมื่อคอนเดนเซอร์คายประจุไฟฟ้า สนามแม่เหล็กในขดลวดทั้ง 2 ก็จะเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน หน้าทองขาวจะตัดกันด้วยแรงของสปริง ความต้านทานในวงจรมีหน้าที่ในการป้องกันประกายไฟเกิดขึ้นที่หน้าทองขาวในขณะที่แฟลชเชอร์ทำงาน
ขั้นตอนการทำงานของแฟลชเชอร์มีดังนี้

1. เมื่อเปิดสวิตช์จุดระเบิด  กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จะไหลผ่านขั้ว B ของแฟลชเชอร์ผ่านหน้าทองขาว ไปยังขดลวด L2 และคอนเดนเซอร์ลงกราวด์ครบวงจร ในช่วงนี้คอนเดนเซอร์จะเก็บประจุไฟฟ้าจนเต็ม ซึ่งเป็นช่วงเก็บประจุไฟฟ้าดังรูปที่ 8.25


รูปที่ 8.25 หน้าทองขาวตัดกันและกระแสไฟฟ้าไหลไปขดลวดและเก็บประจุไฟฟ้าในคอนเดนเซอร์
2. เมื่อโยกสวิตช์ไฟเลี้ยวไปในตำแหน่งเลี้ยวซ้ายหรือขวา กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จะไหลผ่านหน้าทองขาว P และขดลวด L1 ผ่าน L ของแฟลชเชอร์ไปยังสวิตช์ไฟเลี้ยวและหลอดไฟเลี้ยวลงกราวด์ครบวงจร ทำให้หลอดไฟเลี้ยวติดสว่างขึ้นดังรูปทึ่ 8.26


รูปที่ 8.26 หลอดไฟเลี้ยวติดสว่างเมื่อเปิดสวิตช์ไฟเลี้ยวขณะหน้าทองขาวตัดกัน
ในเวลาเดียวกันเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวด L1 ทำให้แกนเหล็กอ่อนที่ขดลวดพันทับอยู่เกิดมีอำนาจแม่เหล็กดึงให้หน้าทองขาวแยกออกจากกัน เมื่อหน้าทองขาวแยกออกจากกัน คอนเดนเซอร์ซึ่งเก็บ ประจุไฟฟ้าไว้ในช่วงแรกของการเปิดสวิตช์จุดระเบิดก็จะเริ่มคายประจุให้กระแสไฟฟ้าไหลเข้าขดลวด L1 และ L2 เป็นเหตุให้ขดลวดทั้ง 2 มีอำนาจแม่เหล็กในการดูดหน้าทองขาวเพิ่มมากขึ้น
กระแสไฟฟ้าจากการคายประจุของคอนเดนเซอร์และกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ที่ไหลผ่านตัวความต้านทาน R จะไหลไปยังสวิตช์ไฟเลี้ยวและหลอดไฟเลี้ยว แต่กระแสไฟฟ้ามีน้อยจึงทำให้หลอดไฟเลี้ยวไม่สว่างอันเนื่องมาจากค่าความต้านทานที่ต่อขนานกับหน้าทองขาวดังรูปที่ 8.27


รูปที่ 8.27 หลอดไฟเลี้ยวดับเมื่อหน้าทองขาวแยกออกจากกัน
หน้าทองขาวจะเริ่มติดกันอีกครั้งหนึ่งเมื่อคอนเดนเซอร์คายประจุกระแสไฟฟ้าจนหมด กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จะไหลผ่านหน้าทองขาว P ขดลวด L1 ไปยังสวิตช์ไฟเลี้ยวและหลอดไฟเลี้ยว หลอดไฟเลี้ยวจะสว่างขึ้นอีกครั้ง และในเวลาเดียวกันนั้นกระแสไฟฟ้าส่วนหนึ่งจะไหลผ่านขดลวดเพื่อประจุกระแสไฟฟ้าให้กับคอนเดนเซอร์ กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านขดลวด L1 และ L2 ในทิศทางที่ตรงกันข้าม อำนาจแม่เหล็กที่เกิดขึ้นจึงหักล้างกัน หน้าทองขาวจึงติดกันอีกจนกระทั่งคอนเดนเซอร์ได้รับประจุไฟฟ้าจนเต็ม ดังนั้นหลอดไฟเลี้ยวก็จะสว่างขึ้น
กระแสไฟฟ้าจะหยุดไหลผ่านขดลวด L2 เมื่อคอนเดนเซอร์ได้รับการประจุกระแสไฟฟ้าจนเต็ม แต่ขดลวด L1 ยังมีอำนาจแม่เหล็กอยู่ จึงดูดให้หน้าทองขาวแยกออกจากกันอีกครั้ง ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านหลอดไฟเลี้ยวได้ยาก หลอดไฟเลี้ยวจึงดับดังรูปที่ 8.28


รูปที่ 8.28 หน้าทองขาวติดกันและหลอดไฟเลี้ยวติดสว่าง กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านขดลวด L1 และ L2
การทำงานของแฟลชเชอร์แบบกึ่งทรานซิสเตอร์
แฟลชเชอร์แบบกึ่งทรานซิสเตอร์จะประกอบด้วยรีเลย์ คอนเดนเซอร์ และทรานซิสเตอร์ รีเลย์ตัวเล็กๆ จะเป็นตัวที่ทำให้หลอดไฟติดกะพริบ และวงจรทรานซิสเตอร์จะเป็นตัวกำหนดช่วงระยะเวลาให้รีเลย์ทำงานและหยุดทำงาน ซึ่งทั้งหมดนี้จะรวมอยู่ในตัวแฟลชเชอร์แบบกึ่งทรานซิสเตอร์ดังรูปที่ 8.29


รูปที่ 8.29 ภาพตัดแสดงวงจรภายในของแฟลชเชอร์แบบกึ่งทรานซิสเตอร์
การทำงานของแฟลชเชอร์แบบ IC
แฟลชเชอร์แบบ IC เป็นแฟลชเชอร์ที่วงจรการทำงานภายในจะเปลี่ยนจากวงจรแบบกึ่งทรานซิสเตอร์มาเป็นวงจร IC จึงทำให้มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา การทำงานของวงจรภายในจะมีพื้นฐานการทำงานเหมือนกับแบบกึ่งทรานซิสเตอร์ วงจรภายในของแฟลชเชอร์แบบนี้จะมีความสลับซับซ้อนอย่างมาก
การทำงาน เมื่อสวิตช์ไฟเลี้ยวอยู่ในตำแหน่งเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา และสวิตช์จุดระเปิดอยู่ในตำแหน่ง ON หน้าทองขาวของรีเลย์จะตัดและต่อโดยการควบคุมการทำงานของทรานซิสเตอร์ การประจุ และการคายประจุของคอนเดนเซอร์ ซึ่งจะทำให้หลอดไฟเลี้ยวติดกะพริบ
ถ้าหลอดไฟเลี้ยวหลอดใดหลอดหนึ่งขาด ทำให้โหลดในแฟลชเชอร์ตกลงตํ่ากว่าค่าแอมแปร์จำเพาะ และเวลาในการประจุและคายประจุไฟฟ้าของคอนเดนเซอร์เกิดขึ้นสั้นกว่าปกติ เป็นผลให้การติดกะพริบของหลอดไฟเลี้ยวช้ากว่าปกติ ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์สามารถทราบถึงอาการผิดปกติ เมื่อเปิดสวิตช์ไฟเตือนฉุกเฉิน หน้าทองขาวในแฟลชเชอร์จะตัดต่อและทำให้หลอดไฟเลี้ยวทั้งหมดติดกะพริบพร้อมกันหมดดังรูปที่ 8.30


รูปที่ 8.30 วงจรของระบบไฟเลี้ยวแฟลชเชอร์แบบ IC

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.


Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25aa%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2584%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2599%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%259f%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a7%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179