รีซีฟเวอร์หรือดีไฮเดรเตอร์ THE RECEIVER /DEHYDRATOR

Posted on : 23-05-2013 | By : Author | In : ระบบต่าง ๆ ในรถยนต์

ตัวรีซีฟเวอร์หรือดีไฮเดรเตอร์ Receiver / Dehydrator เป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งของระบบทำความเย็น บางครั้ง Load ของอีแวปปอเรเตอร์มากบ้างน้อยบ้าง ที่เป็นดังนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณความร้อนความชื้น และการสูญหายของสารทำความเย็นซึ่งอาจเกิดจากการรั่วเล็กๆ น้อยๆ ดังนั้นในระบบทำความเย็นจึงต้องมีถังสำหรับเก็บสารทำความ เย็นทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการชดเชยการสูญหายของสารทำความเย็น อุปกรณ์ชิ้นนั้นก็คือตัวรีซีฟเวอร์นั่นเอง


ภาพที่ 17-1 ตำแหน่งที่ติดตั้งรีซีฟเว่อร์ในระบบเครื่องปรับอากาศรถยนต์
ตัวรีซีฟเว่อร์หรือตัวดีไฮเดรเตอร์ไดรเอ่อร์ปัจจุบันนี้บรรจุอยู่ในชุดเดียวกันและเรียกว่ารีซีฟเว่อร์
สารดูดความชื้น THE DESICCANT
สารดูดความชื้นนี้เป็นของแข็งเล็กๆ บรรจุอยู่ในตัวรีซีฟเวอร์ วัสดุที่ใช้ทำสารดูดความชื้นโดยมากใช้ เซลิก้าเจล Selica-Gel หรือ Mobil Oil สารดูดความชื้นนี้ถูกบรรจุอยู่ในรีซีฟเวอร์ ระหว่างกรองอันบนกับอันล่าง กรองทำหน้าที่เป็นตัวกรองสิ่งสกปรกในระบบ ความสามารถในการดูดความชื้นขึ้นอยู่กับความจุและปริมาตรของวัสดุที่ใช้ ตัวอย่างเช่น เซลิก้าเจล 5 คิวบิกนิ้วจะสามารถดูดและเก็บความชื้นของน้ำได้ 100 หยด ที่อุณหภูมิ 150° ฟ
ตัวกรอง THE FILTER
ตัวกรองนี้เป็นวัสดุที่ใส่ไว้ในที่สารทำความเย็นต้องผ่านก่อนที่จะออกจากตัวรีซีฟเวอร์ จุดมุ่งหมายของการมีกรอง เพื่อป้องกันสารเก็บ ความชื้นหรือของแข็งหรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ หลุดออกไปกับสารทำความเย็น


ภาพที่ 17-2 ลักษณะและโครงสร้างภายในรีซีฟเว่อร์ ซึ่งประกอบไปด้วยข้อต่อท่อทางสารทำความเย็นเข้าแผ่นกรอง (Filter Pads) สารดูดความชื้น (Desiccant) และท่อทางสารทำความเย็นออกไป TXV
ที่ดูสารทำความเย็นหรือตาแก้ว
THE SIGHT GLASS
สาเหตุที่ต้องมีที่ดูสารทำความเย็นหรือตาแก้ว (sight Glass) เพราะ
-เพื่อดูว่าในระบบมีสารทำความเย็นหรือไม่

-เพื่อดูว่ามีสารทำความเย็นเพียงพอในระบบหรือไม่
ที่ดูสารทำความเย็นนี้อยู่ที่ทางออกของรีซีฟเว่อร์ มีไว้เพื่อดูว่าสภาพของสารทำความเย็นในระบบเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าหากปรากฎว่ามีฟองอากาศขาดๆ หายๆ แสดงว่าสารทำความเย็นในระบบไม่เต็ม สารทำความเย็นอาจมีการสูญหายหรือเกิดการรั่วขึ้นที่ใดที่หนึ่ง
สรุป
รีซีฟเวอร์หรือไดรเออร์เป็นตัวดูดและเก็บความชื้น วัสดุที่ใช้ทำสารสำหรับดูดความชื้นในรีซีฟเวอร์คือเซลิก้าเจล ซึ่งมีคุณสมบัติในการเก็บความชื้นและสามารถทนอุณหภูมิได้สูงถึง 150°ฟ ต่ออัตราสารดูดความชื้น 5 ลูกบาศก์นิ้ว อุณหภูมิที่ตัวรีซีฟเวอร์สูงขึ้น ความสามารถในการดูดเก็บกักความชื้นก็จะลดน้อยลงไปเป็นอัตราส่วนกันกับอุณหภูมิ รอบๆ รีซีฟเวอร์
การเติมแอลกอฮอล์เข้าไปในระบบเครื่องปรับอากาศนั้น มิได้เป็น ผลดีต่อการเก็บความชื้นเลย แต่ตรงกันข้ามเมื่อเติมแอลกอฮอล์เข้าไปในระบบอาจเป็นการป้องกันสาร ทำความเย็นแข็งตัวในระบบทำความเย็นได้ก็จริงอยู่แต่ทว่าก็มีผลเสียคือความชื้นที่รวมตัวกันจะก่อตัวเกิดเป็นกรดไฮโดรครอลิค ซึ่งสารดังกล่าวนี้จะทำลายพวกโลหะในระบบทำความเย็น เช่น เทอร์โมสแตติคเอกซแพนชั่นวาวล์ คอมเพรสเซอร์ ชุดแผ่นลิ้นที่คอมเพรส¬เซอร์ และลิ้นบริการ (เซอร์วิสวาวล์)
เมื่อระบบทำความเย็นทำงานในตอนเช้าหรือตอนเย็น ซึ่งขณะนั้นอุณหภูมิภายนอกต่ำตัวรีซีฟเวอร์ไดรเออร์ สามารถเก็บความชื้นไว้ได้ แต่ถ้าในเวลากลางวัน¬อุณหภูมิภายนอกสูงขึ้นเป็นเหตุให้อุณหภูมิของสารดูดความชื้นภายในรีซีฟเวอร์สูงตามขึ้นด้วย จนถึงจุดๆ หนึ่งซึ่งสารดูดความชื้นได้รับความร้อนจนอิ่มตัวแล้วมันก็ไม่สามารถดูดเก็บความชื้นไว้ได้ และจะปล่อยให้ความชื้นหลุดเข้าไปในระบบทำความเย็น
การที่ความชื้นหลุดออกจากไดรเออร์เข้าไปในระบบทำความเย็น ความชื้นนี้จะไปติดอยู่ที่ เทอร์โมสแตติคเอกซแพนชั่นวาวล์ และเกิดเป็นน้ำแข็งขึ้น น้ำแข็งจะปิดวาวล์ ทำให้วาวล์ดัน อัตราการไหลของสารทำความเย็นลดลง ซึ่งเป็นผลทำให้ความเย็นในระบบไม่เพียงพอ
การที่ความชื้นเข้าไปในระบบทำความเย็นนั้น ยากที่จะตรวจพบได้ง่ายๆ เพราะว่ามันต้องใช้เวลาในการกลายเป็นน้ำแข็ง การที่จะหาข้อขัดข้องเหล่านี้พบก็โดยอาศัยคำร้องทุกข์ของลูกค้าเท่านั้น เช่นถ้าลูกค้ากล่าวว่า “แอร์ทำงานเย็นเป็นปกติสัก 15 นาทีแล้วก็ไม่เย็นอีก มีแต่ลมร้อนเป่าออกมา ถ้าหากปิดแอร์สักสองสามนาทีแล้วเปิดแอร์ใหม่ แอร์ก็จะเย็นเป็นปกติดีสัก 15 นาทีแล้วก็ไม่เย็นอีกเลยเช่นเดียวกับครั้งแรก”
คำร้องของลูกค้าแบบนี้อาจได้ยินเสมอจนเป็นของธรรมดา ซึ่งอาจเกิดจากการขาดความระมัดระวังของช่างในการติดตั้งโดยปล่อยให้มีความชื้นอยู่ในระบบ เหตุการณ์เหล่านี้เราสามารถแก้ได้โดยการทำระบบทั้งหมดให้เป็นสูญญากาศโดยการใช้เครื่องทำสูญญากาศ ดูดเอาความชื้นออกให้หมดแล้วเติมสารทำความเย็นเข้าไปใหม่
โดยปกติแล้วตัวรีซีฟเวอร์หรือไดรเออร์ติดอยู่ใต้ฝากระโปรงด้านหน้ารถ เหตุผลที่ติดในตำแหน่งนี้ก็เพื่อให้รีซีฟเวอร์ได้รับการระบายความร้อนให้เย็นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตัวรีซีฟเวอร์รุ่นล่าสุดของบริษัทเยนเนอรัลมอเตอร์ ติดอยู่บนเครื่องยนต์บนฝากระโปรงครอบพัดลม และในที่สุดบริษัทผู้ผลิตบริษัทหนึ่งได้ติดตัวไดรเออร์ในอีแวปปอเรเตอร์ซึ่งล้อมรอบไปด้วยอากาศเย็นจากอีแวปปอเรเตอร์
การติดตั้งไดรเออร์ควรทำตามคำแนะนำของบริษัทผู้สร้าง ไดรเออร์แบบตั้ง ต้องติดตั้งอยู่ในแนวตั้ง ห้ามติดตั้งเอียงเกินกว่า 25 องศา ท่อทางเข้าของไดรเออร์ต้องต่อจากท่อทางออกจากคอนเดนเซอร์ โดยทั่วไปแล้วที่ข้อต่อที่ทางเข้าของรีซีฟเวอร์จะเขียนไว้ว่า IN (ทางเข้า) ถ้าไม่เขียนบอกไว้ก็อาจทำเครื่องหมายลูกศรชี้ทิศทางการไหลของสารทำความเย็นไว้ การต่อท่อต่างๆ ของระบบทำความเย็นสลับกัน จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบทำความเย็นเป็นอย่างมาก


ภาพที่ 17-3 ลักษณะรูปร่างภายนอกของรีซีฟเวอร์/ไดรเออร์
ในบางโอกาสอันนื่องมาจากการขนส่ง ชิ้นส่วนภายในรีซีฟเวอร์ ได้รับความกระทบกระเทือนมาก อาจเกิดการชำรุดขึ้นภายใน และผลที่เกิดขึ้นก็คือชิ้นส่วนที่หลุดชำรุดไปอุดหรือขวางทางเดินของสารทำความเย็นภายใน หรือที่ตัวเทอร์โมสแตติคเอกซแพนชั่นวาวล์สภาพที่เกิดการ หลุดหรือชำรุดภายในเรารู้ได้โดยดูจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่ท่อทางเข้าและทางออกจากตัวรีซีฟเวอร์ ถ้ามีการอุดตันภายในรีซีฟเวอร์มากจะเกิดเป็นนํ้าแข็งที่ท่อทางออกจากรีซีฟเวอร์ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ควรเปลี่ยนตัวรีซีฟเวอร์ใหม่
จงจำไว้ว่าถ้าความชื้นเข้าไปทำปฏิกริยากับสารทำความเย็นจะทำให้เกิดการกัดกร่อนจะทำให้เกิดการอุดตันตามท่อต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุทำให้เกิดการอุดตันของสารทำความเย็น และไม่เกิดความเย็นตามที่ต้องการ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.