ล้อและยาง

บ่อยแค่ไหนที่ผมควรจะเปลี่ยนอากาศในยางรถยนต์เสียใหม่ ?
ไม่ต้องเปลี่ยนเลย
ผมเปลี่ยนชิ้นส่วนบางอย่างของระบบบังคับเลี้ยวและเดี๋ยวนี้เป็นเวลาหกเดือนมาแล้ว ผมสังเกตเห็นดอกยางของล้อหน้าทั้งสองสึกเพียงครึ่งเดียว ทำไม ?
หลังจากที่ได้เปลี่ยนชิ้นส่วนของระบบบังคับเลี้ยวแล้ว หากไม่ได้รับการตั้งศูนย์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ทั้งๆ ที่ยางเคยมีปัญหาการสึกเนื่องจากมุมแคมเบอร์แล้วละก็ จงนำรถยนต์กลับไปอู่ซ่อมอีกครั้งหนึ่ง และเจรจาให้อู่จัดการตั้งศูนย์ล้อให้ใหม่
ล้อหลังข้างหนึ่งแกว่งไปมาในขณะที่รถยนต์กำลังวิ่งอยู่ที่ทราบก็เพราะว่าคนขับรถยนต์คันหลังที่ตามมาเห็นอาการดังกล่าวบอกผม อะไรทำให้เกิดอาการดังกล่าว ?
บางครั้งฝาครอบล้อบิดเบี้ยวหรือปิดเข้าที่ไม่สนิทก็อาจทำให้เห็นว่าล้อรถยนต์มีการแกว่งไปมาก็ได้ สิ่งนี้ควรตรวจสอบก่อนสิ่งอื่น ถ้าตรวจสอบแล้วฝาครอบเป็นปกติดีก็อาจเป็นสาเหตุอื่นซึ่งได้แก่ล้อรถยนต์บิดหรือมีรอยร้าวเกิดขึ้น เพลาท้ายคด หรือแป้นเกลียวยึดล้อหลวมหรือหลุดหรือใช้ขนาดไม่เหมาะสม ถ้าปรากฏว่าล้อแกว่งไปมา เมื่อมองด้านข้างของล้อก็อาจเป็นไปได้ว่าการหล่อแถบสีขาวบนแก้มยางคดไปมา
ฝาครอบล้อของล้อข้างหนึ่งมักจะหลุดออกจากล้อเสมอในขณะขับขี่รถยนต์ บนถนนเรียบ อัตราเร็วของรถยนต์จะทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้หรือไม่ ?
อัตราเร็วเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ฝาครอบหลุดออกมาได้นอกเสียจากท่านมีฝาครอบล้อที่หนักและประดับลวดลายจนเกิดการไม่สมดุล อาจเป็นไปได้ว่าฟันของฝาครอบล้อที่ยึดติดกับกะทะล้อนั้นเกาะไม่แน่นพอ ซึ่งมันอาจจะบิด หัก หรือสึกมาก หรือฝาครอบล้อบิดเสียหาย ในบางครั้งล้อรถยนต์บางแบบอาจยึดตัวง่ายในขณะที่หมุนและเป็นเหตุให้ฟันยึดยืดตัวออกจนทำให้ฝาครอบหลุด ถ้าไม่สามารถดัดฟันของฝาครอบให้กลับเข้าตำแหน่งเดิมหรือฝาครอบล้อบิดหรือเสียหายก็ควรเปลี่ยนเสียใหม่ถ้าไม่สามารถหาสาเหตุได้เลยก็ลองสลับฝาครอบระหว่างล้อทั้งสี่ดูว่าเป็นอย่างไร ถ้าฝาครอบอันนั้นยังคงหลุดออกมาอย่างที่เคยหลุดออกจากล้ออันแรกก็แสดงว่าฝาครอบอันนั้นเสีย แต่ถ้าฝาครอบอันใหม่ยังคงหลุดออกมาจากล้อเดิมก็แสดงว่ากะทะล้ออันนั้นบกพร่อง แต่ถ้าไม่มีฝาครอบหลุดออกมาอีกเลยหลังจากที่ได้สลับฝาครอบกันแล้วก็แสดงว่าท่านได้แก้ปัญหาเรียบร้อยแล้ว
ยางรถยนต์ของผมสึกไม่สม่ำเสมอตลอดเส้น จะเสียค่าซ่อมแพงหรือไม่ ในการแก้ไขอาการดังกล่าว ?
อาจจะแพง ถ้าโครงสร้างของตัวถังรถยนต์งอหรือบิดก็สามารถทำให้ล้อหลังทั้งสองไม่ตรงกับล้อหน้าและสามารถทำให้ยางรถยนต์สึกเร็วมาก หรืออาจเกิดจากเสื้อหุ้มเพลาท้ายคด หรือเสียศูนย์เนื่องจากการลื่นไถล ชนกัน หรือตกถนน ชิ้นส่วนของช่วงล่างด้านหน้าสึกหรือหลวม หรือไม่ได้ศูนย์ ก็เป็นสาเหตุทำให้ยางสึก ไม่เท่ากันเช่นเดียวกับยางที่ไม่ได้ถ่วง โครงสร้างของยางบางชนิดมักจะทำให้ดอกยางสึกผิดปกติโดยเฉพาะอย่างยิ่งยางธรรมดาชนิดที่มีชั้นผ้าใบเสริมข้างในบริเวณหน้ายาง ซึ่งจะทำให้ดอกยางตรงกลางสึกเร็วกว่าส่วนอื่น ยางเรเดียลโดยทั่วๆ ไปมักจะสึกที่ดอกยางด้านนอกโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ยางล้อหน้า ดังนั้นการสับเปลี่ยนตำแหน่งของยางจึงมีความจำเป็น ยางรถยนต์ส่วนมากมักผลิตออกมาโดยใช้แถบแสดงการสึกของดอกยางซึ่งจะเห็นได้อย่างอัตโนมัติเมื่อดอกยางสึกจนเหลือ
การสับเปลี่ยนล้อ
รูปซ้ายมือสองรูปแสดงการสับเปลี่ยนล้อที่ใช้ยางรถยนต์แบบธรรมดา รูปขวามือสองรูปแสดงการสับเปลี่ยนล้อที่ใซ้ยางเรเดียล สำหรับรถยนต์ที่มียางอะไหล่แบบเล็กกว่าปกติ ก็ควรสับเปลี่ยนเพียงสีล้อเท่านั้น
เพียง 1/16 นิ้วหรือน้อยกว่านั้น และท่านอาจเข้าใจผิดว่าเป็นการสึกที่ผิดปกติ แถบนั้นมีขนาดกว้างประมาณครึ่งนิ้วอยู่ในแนวขวางกับดอกยางเป็นช่วงๆ และเป็นเครื่องแสดงว่ายางสึกมากแล้วและต้องเปลี่ยนยางใหม่ในไม่ช้า
ทำไมยางล้อหน้าทางซ้ายของรถยนต์จึงมีความเสียหายอย่างมากที่บริเวณแก้มยาง ?
เพราะว่าท่านมีปัญหาเกี่ยวกับการกะระยะในขณะนำรถยนต์เข้าจอดริมถนน การถู และการชนของยางกับแง่บาทวิถีสามารถทำให้ยางเสียหายได้ถ้าเกิดขึ้นรุนแรงและบ่อยครั้ง และอาจทำให้ล้อรถยนต์บิดหรือเสียศูนย์ได้อีกด้วย
พนักงานขายยางรถยนต์บอกผมว่าถ้าผมใช้ล้อแม็กแล้วจะทำให้สมรรถนะของรถยนต์ดีขึ้นและแนะนำให้ผมเปลี่ยนที่ร้านของเขา ผมควรจะพูดอะไรดีเกี่ยวกับเรื่องนี้?
ไม่สน
ข้อดีและข้อเสียของยางเรเดียลเมื่อเปรียบเทียบกับยางชนิดออื่นๆ
ยางเรเดียลสามารถให้การยึดเกาะถนนและทรงตัวดีกว่าในทุกสภาพอากาศและนิยมใช้กันมาก ยางเรเดียลสึกช้ากว่า วิ่งได้เย็นกว่า และสามารถให้ระยะทางมากขึ้น ส่วนมากแล้วราคาของมันจะแพงกว่ายางชนิดอื่น เพราะอายุการใช้งานนานกว่า และยังมีข้อดีอื่นๆ อีก ไม่ควรใช้ยางเรเดียลผสมกับยางชนิดอื่นในรถยนต์คันเดียวกัน มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาด้านการควบคุมและอาจเป็นการยากที่จะรักษาสมดุลในรถยนต์บางคัน อาการเฉพาะซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้โดยยางเรเดียลที่บกพร่องคือมีอาการสั่นไปมาในแนวระดับเมื่ออัตราเร็วของรถยนต์สูงถึง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถ้าไม่เกิดขึ้นที่ล้อหน้าก็จะเกิดที่ล้อหลัง และมีอาการสะเทือนเมื่ออัตราเร็วเกิน 80 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง มันอาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นเพราะการถ่วงล้อไม่ดี แต่มันเป็นเพราะโครง เหล็กกล้าที่รัดหน้ายางภายในคด การถ่วงล้อจะไม่ช่วยรักษาอาการดังกล่าวแต่การเปลี่ยนยางใหม่ควรกระทำภายใต้การรับประกันคุณภาพถ้าเป็นไปได้ ถ้ากำลังตัดสินใจว่าจะใช้ยางชนิดไหนดี ควรจะเลือกยางเรเดียล
พนักงานขายยางรถยนต์บอกผมว่ายางรถยนต์ที่มีตัวอักษรสีขาวบนแก้มยาง จะให้การขับขี่ที่นิ่มกว่า จริงหรือไม่?
ถ้าพนักงานขายคนนั้นเป็นคนเดียวกันกับที่บอกท่านเกี่ยวกับล้อแม็กก็เดินหนีไปได้ทันที แต่ถ้าไม่ใช่มันก็อาจเป็นจริงได้ในเรื่องที่เขาพูด แต่มันไม่ได้เป็นเพราะว่ามีตัวอักษรสีขาว เพราะว่าตัวอักษรสีขาวบนแก้มยางมักจะแสดงว่าเป็นยางชนิดที่มีหน้ายางกว้างซึ่งสามารถทำให้ขับขี่นิ่มสบายขึ้นบนถนนที่เรียบ แต่จะทำให้การขับขี่เลวลงถ้าผิวถนนขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ
ผมได้ยินมาว่ายางที่ไม่มีดอกยางจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้จริงหรือไม่ ?
ก็มีส่วนอยู่บ้างเพราะว่ามันไม่มีดอกที่บิดไปมาซึ่งเป็นเหตุทำให้เกิดแรงฉุด แต่อย่างไรก็ตามการใช้ยางที่ไม่มีดอกจะทำให้การขับขี่รถยนต์ปราศจากความปลอดภัย ในทุกสภาพ ท่านอาจประหยัดค่านํ้ามันเชื้อเพลิงเพียงเล็กน้อยแต่ต้องมาจ่ายค่าเสียหายในภายหลังซึ่งไม่คุ้มกันเลย การบิดตัวของดอกยางพบมากในยางธรรมดาและจะน้อยมากในยางเรเดียล การใช้ความดันลมในยางที่เหมาะสมเป็นวิธีหนึ่งที่ดีที่สุด ในการประหยัดนํ้ามันเชื้อเพลิง ข่าวที่เชื่อถือได้กล่าวว่าถ้าความดันลมในยางลดลงทุกๆ 10 ปอนด์จะทำให้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 10%
ผมต้องเติมลมยางบ่อยมาก เคยนำรถยนต์ไปตรวจสอบที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงหลายแห่ง แต่ไม่สามารถตรวจพบจุดบกพร่องของยาง แล้วคุณล่ะ?
อาจเป็นไปได้ที่มีตะปูตัวสั้นๆ หรือวัตถุอื่นๆ เจาะฝังอยู่ในดอกยาง ส่วนมากจุดรั่วของยางมักจะเกิดที่บริเวณขอบยางที่ติดกับกะทะล้อ และที่จุ๊บของยาง ควรนำรถยนต์ของท่านไปยังสถานีที่บริการเรื่องยางโดยเฉพาะ การรั่วของยางรถยนต์อาจเกิดขึ้นได้ในขณะที่ยางกำลังหมุน หรือยางอาจบกพร่องจากโรงงานผู้ผลิต ช่างผู้ชำนาญสามารถอธิบายเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ รวมถึงนิสัยในการขับรถยนต์ของท่านด้วย
เมื่อวันก่อนนี้ผมเห็นรถยนต์คันหนึ่งกำลังวิ่งอยู่ด้วยยางขนาดปกติสามล้อ ส่วนล้อที่สี่เป็นยางรูปร่างแปลกและผอมบาง จุดประสงค์ของล้อที่มีสีมีไว้เพื่ออะไร ?
รถยนต์คันนั้นใช้ยางอะไหล่เล็กกว่าปกติที่เรียกว่าแบบคอมแพค เนื่องจากยางเดิมแบนใช้งานไม่ได้ ยางอะไหล่ชนิดนี้มักจะพบมากในรถยนต์รุ่นใหม่มีขนาดเล็กทำให้ประหยัดเนื้อที่และลดนํ้าหนักของรถ จึงทำให้มีที่ว่างและบรรทุกนํ้าหนักได้เพิ่มขึ้น ยางอะไหล่ชนิดนี้ปกติจะเก็บไว้ในห้องเก็บของท้ายรถในสภาพไม่ได้อัดลมยาง และเมื่อจะใช้งานก็เพียงแต่อัดลมจากขวดความดันที่ติดมากับยาง
ฝาปิดจุ๊บยางรถยนต์มีความสำคัญอย่างไร ?
ฝาปิดจุ๊บยางรถยนต์ช่วยป้องกันไม่ให้ฝนหรือนํ้าเข้าไปทำลายวาล์วภายในจุ๊บ และยังป้องกันการรั่วไหลของอากาศในกรณีที่วาล์วภายในจุ๊บหลวมหรือรั่ว เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของฝาจุ๊บยางรถยนต์
ผมซื้อยางรถยนต์ที่ใช้โครงใยไนล่อนเมื่อเร็วๆ นี้ ขณะที่เริ่มขับขี่ใหม่จะมีเสียงดังปับๆ และเสียงจะหายไปเมื่อรถยนต์ร้อนขึ้น มันรู้สึกคล้ายกับว่า ยางรถยนต์เป็นรูปสี่เหลี่ยม หรือคล้ายกับว่าล้อทั้งหมดไม่ได้ศูนย์ในเวลาเดียวกัน สภาพดังกล่าวจะดีขึ้นหรือไม่ ?

เสียงจะลดลงไปบ้างเมื่อดอกยางสึกมากขึ้นและเมื่อท่านชินกับสภาพดังกล่าวแล้ว คุณสมบัติของไนล่อนจะหดตัวเมื่อเย็นและขยายตัวออกเมื่อร้อนขึ้น เมื่อจอดรถยนต์ทิ้งไว้ค้างคืน ดอกยางรถยนต์จะถูกกดให้แบนติดกับพื้น และยังคงอยู่ในสภาพเช่นนั้นไปสักครู่หนึ่งเมื่อเริ่มขับขี่รถยนต์ใหม่ๆ ในตอนเช้า และแน่นอนจะมีเสียงดังปับๆ เกิดขึ้นทุกๆ รอบที่ยางหมุนไป เมื่อขับขี่ไปสักครู่หนึ่งยางจะร้อนขึ้น เส้นใยไนล่อน จะขยายตัวและหย่อนลง จุดแบนของดอกยางจะหายไป เสียงดังก็หายไปพร้อมๆ กัน เสียงดังปับๆ จะดังอยู่ค่อนข้างนานในฤดูหนาว สำหรับยางรถยนต์ชนิดอื่นจะไม่เกิดเสียงดังกล่าว
ผมเคยเห็นมาตรวัดความดันลมยางมีหน่วยเป็น ”kpa” อะไรคือ kpa?
kpa เป็นหน่วยวัดความดันลมยางในหน่วยเมตริก ย่อมาจาก kilopascal หรือกิโลปาสคาล เมื่อเทียบเป็นปอนด์ต่อตารางนิ้ว หรือ psi จะได้ 1 psi = 6.9 kpa โดยปกติการกำหนดค่าความดันลมยางจะกำหนดเป็นทั้งสองหน่วย
การสับเปลี่ยนยางรถยนต์มีความจำเป็นหรือไม่ ?
มีความจำเป็นแน่นอน ถ้าท่านต้องการให้ยางสึกเท่าๆ กัน และใช้งานได้นานขึ้น ยางแบบธรรมดาควรสับเปลี่ยนอย่างน้อยทุกๆ 12,000กิโลเมตร แต่โดยทั่วไป นิยมใช้ในช่วง 8,000 กิโลเมตร ถ้าเป็นยางเรเดียลควรสับเปลี่ยนจากล้อหน้าไปล้อหลังหรือจากล้อหลังไปล้อหน้าเป็นข้างเดียวกันของรถยนต์ (การสับเปลี่ยนยางเรเดียล จากข้างซ้ายไปไว้ข้างขวาหรือจากข้างขวาไปไว้ข้างซ้ายสามารถทำให้มันวิ่งไม่เรียบ และสึกผิดปกติ) และควรสับเปลี่ยนหลังจาก 12,000 กิโลเมตรแรก และหลังจากนั้นก็ควรเปลี่ยนอย่างน้อยทุกๆ 24,000 กิโลเมตร หรือเร็วกว่านี้ถ้าจำเป็น เพื่อช่วยให้ท่านหรือช่างเครื่องของท่านจำได้ว่ายางเรเดียลข้างไหนเป็นข้างซ้ายและข้างขวา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อท่านเอายางอะไหล่มาร่วมในการสับเปลี่ยนยางด้วย ควรใช้ดินสอสีทำเครื่องหมายทิศทางการหมุนไปข้างหน้าของยางบนล้อใต้ฝาครอบล้อหรือบนแก้มยางด้านใน ถ้ายางอะไหล่เป็นแบบคอมแพคก็ไม่ควรนำมาร่วมในการสับเปลี่ยนยาง หลังจากที่ท่านได้สับเปลี่ยนยางเรียบร้อยแล้ว ควรปรับระดับความดันของยางทุกล้อให้ตรงตามคำแนะนำในหนังสือคู่มือ และควรเพิ่มความดันให้กับยางอะไหล่ด้วยเพื่อชดเชยการสูญเสียความดันในขณะที่ไม่ได้ใช้งาน
จำเป็นหรือไม่ที่ผมจะต้องถ่วงล้ออีกครั้งหนึ่งเมื่อผมได้สับเปลี่ยนล้อแล้ว?
อาจเป็นไปได้แต่แนวโน้มที่จะต้องทำมีมากขึ้นถ้าการถ่วงล้อตั้งแต่เริ่มแรกได้กระทำกับล้อและยางในขณะที่ติดตั้งบนรถยนต์แล้ว ถ้าไม่ต้องการไปถ่วงล้อทันทีท่านสามารถให้ช่างตรวจสอบความสมดุลของล้อก่อนก็ได้ หรืออาจลองขับรถยนต์อยู่สักช่วงเวลาหนึ่งเพื่อสังเกตดูปฏิกิริยาของยางว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ความแตกต่างระหว่าง “สถิตสมดุล” และ “พลสมดุล” เป็นอย่างไร ?
สถิตสมดุลได้รับการตรวจสอบในขณะที่ล้อและยางหยุดนิ่งและเสริมนํ้าหนักถ่วงให้การกระจายของนํ้าหนักรอบล้อเท่าๆ กัน ล้อที่ไม่อยู่ในสถิตสมดุลจะมีแนวโน้มที่จะเด้งขึ้นและลงในขณะที่ล้อหมุน และยังทำให้ยางสึกไม่สมํ่าเสมออีกด้วย สำหรับพลสมดุลนั้นได้รับการตรวจสอบในขณะที่ล้อและยางกำลังหมุน ถึงแม้ว่าล้อจะอยู่ในสถิตสมดุลก็ตาม จุดประสงต์ของการตรวจสอบพลสมดุล คือ ปรับนํ้าหนักระหว่างด้านข้างทั้งสองของยางให้เท่าทัน ล้อที่ขาดพลสมดุลจะส่ายไปมาจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งในขณะที่หมุนและทำให้เกิดการสั่น มากขึ้น โดยทั่วไปแล้วล้อและยางสามารถได้รับการถ่วงล้อได้ละเอียดถ้าถอดออกมาจากรถยนต์และตรวจสอบทั้งสถิตสมดุลและพลสมดุลด้วยเครื่องถ่วงล้ออิเล็กทรอนิกส์ โดยช่างผู้ชำนาญ
ดอกยาง
รูปแสดงจุดนํ้าหนักตรงแนวศูนย์กลางของดอกยางจะทำให้ล้อและยางเด้งขึ้นและลงในขณะที่ล้อกำลังหมุน สถิตสมดุลสามารถทำให้อาการดังกล่าวหายไปได้
ดอกยาง1
รูปแสดงจุดน้ำหนักด้านข้างของยางซึ่งจะทำให้ล้อส่ายไปมาในขณะที่ล้อกำลังหมุน ทำให้เกิดความเค้นขึ้นที่ส่วนของการบังคับเลี้ยวและระบบกันสะเทือนตลอดจนที่ยางเอง สถิตสมดุลจะช่วยผ่อนคลายบางส่วน แต่พลสมดุลจะเป็นวิธีเดียวที่จะรักษาอาการดังกล่าวได้
ความดันลมภายในยางรถยนต์ของผมควรจะมีค่าประมาณเท่าใด ?
หนังสือคู่มือของท่านจะแนะนำความดันลมในยางซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดและโครงสร้างของยางที่ใช้กับรถยนต์ของท่านและน้ำหนักที่ต้องการบรรทุก ไม่ควรใช้ความดันลมในยางรถยนต์เกินความดันสูงสุดที่กำหนดไว้โดยวัดความดันลมหลังจากที่จอดรถยนต์ ไว้นาน 3 ชั่วโมง ในฤดูหนาวจัดควรรักษาความดันลมในยางที่จุดความดันสูงสุดซึ่งอาจช่วยยืดอายุของดอกยางและประหยัดนํ้ามันเชื้อเพลิง ความดันสูงทำให้การขับขี่ไม่นิ่มสบายและยังสามารถทำให้ยางถลอกได้อีกด้วย ทุกครั้งที่ท่านตรวจสอบความดันลมในยางทุกล้อก็อย่าลืมตรวจสอบที่ยางอะไหล่มาตรฐานด้วย
ผมเพิ่งนำรถยนต์ไปถ่วงล้อเมื่อไม่นานมานี้ แต่ยางยังคงสึกไม่สม่ำเสมอ ดอกยางตรงกลางของล้อแต่ละอันเป็นปกติดี ส่วนดอกยางด้านนอกสึกมากจนเกือบจะไม่มีดอกยาง ผมควรนำรถยนต์ไปตั้งศูนย์ดีหรือไม่ ?
ถ้าอาการเป็นแต่เพียงยางสึกไม่สมํ่าเสมอเท่านั้น คำตอบก็คือไม่ การที่ดอกยางด้านนอกสึกมากกว่าบริเวณตรงกลางนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของลักษณะของยางเรเดียลและมักจะเกิดขึ้นมากที่ล้อหน้า การสึกของดอกยางดังกล่าวอาจเนื่องมาจากความดันลมในยางตํ่าเกินไป ควรรักษาความดันให้ถูกต้องตามกำหนดหรือใช้ความดันสูงกว่าที่กำหนดไว้เล็กน้อย
อะไรคือสาเหตุทำให้ยางรถยนต์สึกไม่สม่ำเสมอโดยสึกตรงกันข้ามกับในข้อที่แล้ว กล่าวคือดอกยางตรงกลางสึกมาก แต่ดอกยางบริเวณขอบเป็นปกติดี ?
เกิดจากการใช้ความดันลมในยางรถยนต์สูงมากเกินไป ควรรักษาความดันให้ตรงตามที่กำหนด
ยางรถยนต์ของผมสึกแปลกมาก และเป็นมานานหลายปีแล้ว บางเส้นมีดอกยางสึกเพียงข้างเดียวแต่อีกข้างหนึ่งไม่เป็น ดอกยางของยางบางเส้นสึกเป็นบั้งๆ ที่ขอบด้านนอกแต่ขอบด้านในสึกแตกต่างกัน เมื่อใดเขาจึงจะผลิตยางให้เหนียวพอที่จะสึกได้อย่างถูกต้องสม่ำเสมอ ?
เขาได้ผลิตมาแล้วตามที่ท่านมีอยู่และเป็นมาตรฐานสำหรับรถยนต์ ถ้าไม่รวมถึงความบกพร่องในการผลิตหรือการออกแบบแล้ว การสึกของยางที่ผิดปกติมักจะเกิดจากความบกพร่องของรถยนต์หรือนิสัยของผู้ขับขี่รถยนต์มากกว่าคุณภาพของยาง และมักเกิดจากการไม่เอาใจใส่ที่จะซ่อมแซมหรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ควรตรวจสอบความเสียหาย การสึกหรอ การเสียศูนย์ของระบบบังคับเลี้ยวหรือระบบกันสะเทือน และการเสียสมดุลของล้อและยางอย่างน้อยปีละครั้ง หรือเร็วกว่านี้เมื่อรถยนต์เริ่มผิดปกติ การขับขี่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายที่ระบบต่างๆ และที่ยางได้แก่การเร่งเครื่องยนต์อย่างรุนแรงทำให้ล้อหมุนฟรีจนดอกยางไหม้ การเลี้ยวอย่างกระทันหัน การขับขี่บนถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อหรือบนแง่มีคมต่างๆ นอกจากนี้ยังทำให้สิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงมากขึ้นอีกด้วย
อะไรทำให้ยางเกิดเสียงดังเอี๊ยดขณะที่ผมเลี้ยวรถยนต์ด้วยอัตราเร็วปานกลาง?
ยางรถยนต์ธรรมดาบางชนิดมีคุณภาพไม่ดีซึ่งมักก่อให้เกิดเสียงดังง่ายกว่าปกติ แต่มักไม่ค่อยพบในยางเรเดียล โดยทั่วไปแล้วเสียงเกิดขึ้นเพราะว่ารถยนต์กำลังวิ่งในทิศทางตรงไปข้างหน้า แต่เมื่อเลี้ยวรถยนต์ไปข้างใดข้างหนึ่ง ดอกยางจึงถูกับพื้นถนนไปด้านข้างแทนที่จะกลิ้งไปตามปกติ สิ่งนี้เกิดจากดอกยางไม่สามารถยึดเกาะพื้นถนนได้เพียงพอที่จะป้องกันการลื่นไถล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้าง วัสดุที่ใช้ และการออกแบบของดอกยาง ลักษณะของผิวถนน และอุณหภูมิของผิวถนน และยาง การใช้ขนาดของยางหรือชนิดของยางที่ต่างกันในรถยนต์คันเดียวกันตลอดจนแบบของดอกยางที่ต่างกันก็อาจก่อให้เกิดอาการดังกล่าวได้ เช่นเดียวกับการตั้ง โท-อิน และ โท-เอาต์ ของล้อข้างหน้ามากเกินไป ในบางครั้งเสียงดังอาจเกิดจากความดันลมในยางต่ำเกินไป หรือบางครั้งอัตราเร็วที่ท่านว่าปานกลางนั้นมันไม่ปานกลางอย่างแท้จริง การเลี้ยวอย่างกระทันหันที่อัตราเร็วสูงจะก่อให้เกิดเสียงดังเอี๊ยด ไม่ว่าจะเป็นยางชนิดใด และอาจทำให้ยางหลุดออกมาจากล้อรถยนต์ได้ ซึ่งจะไม่สามารถบังคับรถยนต์ได้เลย
ผมได้ยินเสียงดังปึกๆ คล้ายกับใครเดินลงเท้าหนักๆ ซึ่งดูเหมือนจะดัง มาจากล้อหลังในขณะที่ผมขับรถยนต์อยู่ ทำไม ?
อาจมีจุดแบนราบเกิดขึ้นบนดอกยางซึ่งเกิดจากการลื่นไถลเนื่องจากการเบรคทำให้ดอกยางสึกเป็นแห่งๆ หรือเกิดจากยางที่ใช้เป็นแบบโครงใยไนล่อนซึ่งมักจะเกิดเสียงดังในขณะที่ยังเย็นอยู่ หรือความดันลมในยางต่ำเกินไป หรือมีบางส่วนของยางบวมนูนออกมา หรือบางแห่งของดอกยางร่อนออกมา ถ้ายางของท่านเป็นยางเรเดียลอาจเป็นไปได้ที่ผ้าใบเสริมหน้ายางภายในขาดหรือหลวม ควรตรวจสอบแป้นเกลียวยึดล้อและสลักเกลียวด้านหลังว่ามีอันไหนหลวมหรือไม่ ตรวจสอบการค้างของเบรค ตรวจสอบรอยร้าวที่ดรัมของเบรค และความผิดปกติของฝาครอบล้อ
ผมได้ยินเสียงดังกริ๊กๆ จากล้อด้านหน้าในขณะที่กำลังขับรถยนต์โดยการเปิดหน้าต่าง มันไม่ใช่เศษหินหรือเศษเหล็กฟังอยู่ในดอกยาง และลูกปืนล้อก็อยู่ในสภาพดี ทำอย่างไรจึงจะกำจัดเสียงนั้นได้?
ถอดฝาครอบล้อทั้งสี่ออกมา ใช้จารบีทาบางๆ บริเวณจุดล็อกบนล้อซึ่งใช้ยึดฝาครอบล้อ แล้วใส่ฝาครอบล้อกลับเข้าไปตามเดิม และเช็ดจารบีส่วนที่เกินออกมาให้เรียบร้อย ถ้าอาการดังกล่าวไม่หายก็ควรไปปรึกษาช่างเครื่องยนต์
การอัดจารบีที่ลูกปืนล้อหน้าควรกระทำบ่อยแค่ไหน ?
สำหรับรถยนต์ที่ขับเคลื่อนล้อหลังโดยทั่วๆ ไปแล้วลูกปืนล้อหน้าควรได้รับการบำรุงรักษาโดยการอัดจารบีหรือให้การหล่อลื่นทุกๆ ครั้งที่เปลี่ยนผ้าเบรคใหม่หรือทุกๆ ระยะ 50,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งไหนมาถึงก่อน และถ้ารถยนต์ของท่านถูกใช้งานหนักตลอดเวลาก็ควรอัดจารบีทุกๆ ครั้งที่เปลี่ยนผ้าเบรคใหม่หรือทุกๆ ระยะ 25,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งไหนมาถึงก่อน ท่านจะไม่ทำให้สิ่งอื่นเสียหายไปด้วยถ้าให้การบริการแก่ลูกปืนทุกๆ 15,000 – 25,000 กิโลเมตร หลังจากอัดจารบีแล้วอาจต้องมีการปรับแต่งลูกปืนใหม่ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะต้องให้ช่างผู้ชำนาญเป็นผู้กระทำ และต้องแน่ใจว่าใช้จารบีที่เหมาะสมกับลูกปืนของท่าน ถ้ารถยนต์ของท่านขับเคลื่อนล้อหน้าควรตรวจสอบกับผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ของท่าน หรือจากคู่มือใช้รถ รถยนต์บางคันอาจใช้ลูกปีนแบบซีลทั้งล้อหน้าและล้อหลังซึ่งไม่จำเป็นต้องอัดจารบีใหม่ตลอดอายุการใช้งาน แต่รถยนต์บางคันอาจใช้ลูกปืนแบบซีลเฉพาะล้อหน้า ส่วนล้อหลังยังต้องอัดจารบีเป็นครั้งคราว
ที่มา:ธีระยุทธ  สุวรรณประทีป, สมชาย  กังวารจิตต์

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.