การบริการเครื่องยนต์:วาล์วและกลไกวาล์ว

Posted on : 14-11-2012 | By : Author | In : การทำงานของเครื่องยนต์

ความสะอาด

ศัตรูตัวสำคัญของการบริการเครื่องยนต์ดีคือความสกปรก เศษสิ่งสกปรกที่เหลือค้างในแบริ่งหรือผนังกระบอกสูบสามารถทำลายงานบริการที่ทำมาอย่างสมบูรณ์ลงได้ ควรแน่ใจว่าชิ้นส่วนทุกชิ้นต้องสะอาดหลังงานบริการ

ก่อนงานบริการที่สำคัญ จะต้องทำความสะอาดเครื่องยนต์ ถ้าทำความสะอาดเครื่องยนต์ด้วยไอนํ้า จะต้องป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศ มิฉะนั้นอาจเสียหายได้

การทำความสะอาดมีหลายวิธีซึ่งจะได้กล่าวต่อไป หลังจากทำความสะอาดชิ้นส่วนต่าง ๆ และทำให้แห้งแล้ว ควรใช้นํ้ามันหล่อลื่นทาบาง ๆ บริเวณผิวมัน เพื่อป้องกันการเกิดสนิม

การบริการวาล์ว

การบริการวาล์ว ได้แก่ การปรับระยะห่างวาล์ว ทำความสะอาดตะกอนคาร์บอนที่จับติดบนวาล์ว ปรับหน้าวาล์วและบ่าวาล์ว ติดตั้งอินเสิร์ตของบ่าวาล์วใหม่ (ถ้าใช้) เปลี่ยนเพลาลูกเบี้ยว แบริ่งเพลาลูกเบี้ยว เฟืองเพลาลูกเบี้ยว จานโซ่ โซ่ หรือสายพาน งานบริการวาล์ว ที่สมบูรณ์มีดังต่อไปนี้

1. ปรับแต่งหน้าวาล์วและบ่าวาล์วใหม่

2. ตรวจสอบการส่ายของหัววาล์วและบ่าวาล์ว

3. ตรวจสอบระยะห่างระหว่างก้านวาล์วและปลอกนำวาล์ว

4. ตรวจสอบความแข็งตึงของสปริงวาล์ว

5. ตรวจสอบความสูงของสปริงในการติดตั้ง

6. ปรับวาล์ว (ถ้าปรับได้)

7. ปรับไทมิ่งจุดระเบิด

8. ปรับรอบเดินเบา

นอกจากนี้อาจรวมถึงการบริการอื่นๆ อีกได้แก่ การบริการปลอกนำวาล์ว เปลี่ยนเพลาลูกเบี้ยว และแบริ่งเพลาลูกเบี้ยว รูปที่ 23.1 แสดงฝาสูบของเครื่องยนต์ V – 8 พร้อมด้วยกลไกวาล์วซึ่งแสดงเพียงกระบอกสูบเดียวเท่านั้น

งานบริการวาล์วบางอย่างสามารถทำได้โดยไม่ต้องถอดเครื่องยนต์ออกจากรถยนต์ เช่น การปรับและการบริการวาล์ว เพียงแต่ถอดฝาสูบออกเท่านั้น

ปัญหาของวาล์ว

การทำงานของวาล์วต้องตรงต่อเวลา วาล์วต้องปิดสนิทและทำงานได้ทันทีโดยไม่ล่าช้า ในกรณีของลูกกระทุ้งวาล์วแบบทางกล ระยะห่างวาล์วต้องได้รับการปรับให้ถูกต้อง ระยะห่างระหว่างก้านวาล์วกับปลอกนำวาล์วต้องอยู่ภายในสเป็ก ลูกกระทุ้งไฮดรอลิกต้องทำงานอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดระยะห่างในกลไกวาล์วเมื่อวาล์วปิด ถ้าไม่เป็นไปตามที่กล่าวมานี้หมายความว่ามีปัญหาที่วาล์วและเครื่องยนต์

ตัวอย่างเช่น ถ้าระยะห่างระหว่างก้านวาล์วและปลอกนำวาล์วมากเกินไป นํ้ามันหล่อลื่น จะถูกดูดผ่านก้านวาล์วและปลอกนำวาล์วเข้าสู่กระบอกสูบในจังหวะดูดทุก ๆ ครั้ง ดังแสดงใน รปที่ 23.2

นํ้ามันหล่อลื่นจะถูกเผาไหม้ในกระบอกสูบ ทำให้สิ้นเปลืองนํ้ามันหล่อลื่นมากขึ้น และก่อให้เกิดตะกอนสะสม การชิงจุดระเบิด แหวนลูกสูบติดตาย หัวเทียนบอด อาจทำให้วาล์วและบ่าวาล์วไหม้ได้ ปัญหาเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นปัญหาไม่สำคัญ แต่สามารถก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ได้

วาล์วติดตาย

วาล์วจะติดตายเนื่องจากยางเหนียวหรือตะกอนสะสมของคาร์บอนบนก้านวาล์ว (ดูรูปที่ 23.3) ถ้าระยะห่างระหว่างก้านวาล์วกับปลอกนำวาล์วมากเกินไป (ปลอกนำวาล์วสึกหรอ) จะทำให้มีตะกอนคาร์บอนสะสมบนวาล์วและก้านวาล์ว การติดตายของวาล์วอาจเนื่องมาจากก้านวาล์วคดซึ่งมีผลมาจากวาล์วร้อนจัดเกินไป วาล์วเยื้องศูนย์จากบ่าวาล์ว หรือสปริงตาย (สปริงโก่งตัว ทำให้เกิดการตัดบนก้านวาล์ว) นอกจากนี้การติดตายของวาล์วอาจมีสาเหตุมาจากการขาดนํ้ามันหล่อลื่น บางครั้งวาล์วอาจติดตายเฉพาะเมื่อเครื่องเย็น แต่จะทำงานได้ปกติเมื่อเครื่องร้อนขึ้นแล้ว

การทำความสะอาดก้านวาล์วด้วยสารเคมี

เมื่อวาล์วและแหวนลูกสูบติดตายด้วยตะกอนสะสม การบริการมักจะใช้วิธีซ่อมใหญ่ อย่างไรก็ตามยังมีสารเติมแต่งบางอย่างซึ่งเมื่อเติมลงในนํ้ามันหล่อลื่นหรือนํ้ามันเชื้อเพลิงแล้ว จะช่วยขจัดตะกอนสะสมเหล่านั้นได้ แหวนลูกสูบและวาล์วจะเป็นอิสระในที่สุด บางครั้งสารเติมแต่งนี้อาจบรรจุในกระป๋องและสเปรย์เข้าไปในคาร์บูเรเตอร์หลังจากถอดไส้กรองอากาศออกแล้ว การใช้วิธีนี้สามารถยืดอายุการใช้งานออกไปได้อีก ก่อนที่จะถึงการซ่อมใหญ่

ข้อควรระวัง ควรอ่านคำแนะนำข้างกระป๋องเพื่อให้แน่ใจว่าสารเติมแต่งที่ใช้นั้นไม่ทำความเสียหายต่ออุปกรณ์กำจัดก๊าชพิษ

วาล์วไหม้

ปัญหามักจะเกิดกับวาล์วไอเสีย (ดูรูปที่ 23.3) อย่างไรก็ตามปัญหาก็อาจเกิดกับวาล์วไอดีได้เช่นกัน สภาพใดก็ตามที่ทำให้ไอดีร้อนจัดเกินไปหรือทำให้วาล์วปิดไม่สนิทอาจทำให้วาล์วไหม้ได้ การปิดไม่สนิทของวาล์วกับบ่าวาล์วมีผลเสียต่อการถ่ายเทความร้อนจากวาล์วไปยังบ่าวาล์ว และยังมีก๊าซร้อนผ่านช่องว่างนั้นอีกด้วย สิ่งเหล่านี้ทำให้วาล์วร้อนกว่าปกติ

การถ่ายเทความร้อนของวาล์วไม่สะดวกยังมีสาเหตุมาจากปลอกนำวาล์วสึกหรอ และยังนำไปสู่การแตกหักของวาล์ว (ดูรูปที่ 23.4) การอุดตันของช่องทางไหลของนํ้าหล่อเย็นบริเวณ โดยรอบวาล์วก็เป็นสาเหตุอย่างหนึ่งซึ่งจะนำไปสู่การเกิดจุดร้อนขึ้นบางแห่ง จุดร้อนทำให้บ่าวาล์วบิดตัว วาล์วปิดไม่สนิท วาล์วร้อนจัด การบิดตัวของบ่าวาล์วอาจเนื่องมาจากขันสลักเกลียวยึดฝาสูบไม่เหมาะสม สาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้วาล์วปิดเข้าที่ไม่สนิทยังมีอีกซึ่งได้แก่ สปริงวาล์วตาย หรืออ่อนมากเกินไป หรือระยะห่างวาล์วไม่ถูกต้อง (ตั้งวาล์วไม่เหมาะสม)

ถ้าเครื่องยนต์มีตัวหมุนวาล์ว ให้ตรวจสอบว่าตัวหมุนวาล์วทำงานหรือไม่ โดยตรวจสอบรอยไหม้บนปลายก้านวาล์ว ดังแสดงในรูปที่ 23.5 ตัวหมุนวาล์วจะช่วยในการกระจายความร้อน และการสึกหรอให้สมํ่าเสมอบนหน้าวาล์ว ถ้าวาล์วไม่มีการหมุน จะเกิดจุดร้อนและการไหม้ของวาล์วได้

เครื่องยนต์ทำงานหนักหรือร้อนจัดก็จะทำให้วาล์วร้อนจัด ส่วนผสมบางก็อาจทำให้วาล์วไหม้ได้ จะต้องตรวจสอบระบบนํ้ามันเชื้อเพลิง การชิงจุดระเบิดและการเผาไหม้ผิดปกติจะทำให้เกิดความดันและอุณหภูมิสูง สิ่งเหล่านี้ทำให้อายุของวาล์วสั้นและยังทำความเสียหายให้กับชิ้นส่วนอื่น ๆ อีกด้วย ควรทำความสะอาดตะกอนคาร์บอน ปรับไทมิ่งจุดระเบิดใหม่ และใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีค่า

ออกเทนสูงขึ้น

ในเครื่องยนต์จำนวนมาก การรั่วไหลที่บ่าวาล์วอาจป้องกันได้ด้วยการปรับมุมของหน้าวาล์วใหม่ โดยให้แบนกว่ามุมของบ่าวาล์วประมาณ 1/4 ถึง 1 องศา สิ่งนี้ทำให้เกิดแรงกดที่ขอบด้านนอกของบ่าวาล์วมากขึ้นและช่วยให้การซีลดีขึ้น ความแตกต่างของมุมระหว่างหน้าวาล์วกับบ่าวาล์วจะค่อย ๆ หายไปเมื่อหน้าวาล์วและบ่าวาล์วสึกหรอ แนวสัมผัสของวาล์วกับบ่าวาล์วจะหนาขึ้นทีละน้อย ๆ แต่ในกรณีของวาล์วที่มีความแข็งสูงอยู่แล้วการปรับมุมก็จะไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก

วาล์วหัก

สภาพบางอย่างที่ทำให้วาล์วร้อนจัดก็อาจจะทำให้วาล์วแตกหักได้เช่นกัน แรงกระแทกหนัก ๆ (อาจเนื่องมาจากระยะห่างวาล์วมากเกินไปหรือการเผาไหม้ผิดปกติ) อาจทำให้วาล์วหักได้ การหักของวาล์วอาจเนื่องมาจากบ่าวาล์วไม่ได้ศูนย์กับวาล์ว สปริงวาล์วโก่งตัวซึ่งทำให้เกิดการตัดบนก้านวาล์ว รอยขีดข่วนบนก้านวาล์วอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการแตกร้าวและการหักในก้านวาล์วได้ ถ้าวาล์วหักมักจะทำให้เครื่องยนต์เสียหาย หัววาล์วอาจฝังเข้าไปในหัวลูกสูบ ดังแสดงในรูปที่ 23.6

การสึกหรอของหน้าวาล์ว

ระยะห่างวาล์วมากเกินไป สิ่งสกปรกบนหน้าวาล์วหรือบ่าวาล์วสามารถทำให้หน้าวาล์วสึกหรอ ระยะห่างวาล์วมากเกินไปจะทำให้เกิดการกระแทกบนบ่าวาล์วอย่างหนัก สิ่งนี้ทำให้วาล์วสึกหรอและทำให้วาล์วแตกหักได้ ในขณะใช้รถยนต์ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมาก ฝุ่นละอองขนาดเล็กอาจผ่านกรองอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์ ฝุ่นละอองบางส่วนสามารถจับตัวบนบ่าวาล์วและทำให้เกิดการสึกหรอ ฝุ่นละอองยังทำให้แบริ่ง กระบอกสูบ ลูกสูบ และแหวนลูกสูบสึกหรอ

การสึกเป็นร่องบนบ่าวาล์ว

บ่าวาล์วอาจมีการสึกหรอทีละน้อยจนกระทั่งเป็นร่องลึกเข้าไปในบ่าวาล์ว ในขณะที่บ่าวาล์วสึกเป็นร่องเข้าไปนั้น ระยะห่างวาล์วจะลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของลูกกระทุ้งแบบทางกล ระยะห่างวาล์วอาจลดลงจนไม่มีเลยก็ได้ ผลที่ได้ตามมาก็คือ วาล์วและบ่าวาล์วไหม้

สารตะกั่วที่ผสมอยู่ในนํ้ามันเชื้อเพลิงจะช่วยหล่อลื่นบริเวณหน้าวาล์วและบ่าวาล์ว สิ่งนี้ช่วยป้องกันไม่ให้อนุภาคของโลหะที่หลุดออกจากบ่าวาล์วติดอยู่บนหน้าวาล์ว แต่ถ้าไม่มีสารตะกั่ว ในนํ้ามันเชื้อเพลิง อนุภาคโลหะมีแนวโน้มที่จะติดอยู่บนหน้าวาล์ว การสะสมของอนุภาคโลหะบนหน้าวาล์วจะเปลี่ยนหน้าวาล์วเป็นหน้าตัด ซึ่งจะกัดบ่าวาล์วให้เป็นร่องลึกเข้าไปทีละน้อย นอกจากนี้ ยังทำให้มีการรั่วไหล สูญเสียกำลังอัดและกำลังเครื่องยนต์ การระบายความร้อนของวาล์วลดลง ทำให้วาล์วร้อนกว่าปกติ

การป้องกันการสึกเป็นร่องของบ่าวาล์วเมื่อไม่มีสารตะกั่วในนํ้ามันเชื้อเพลิง จะต้องเคลือบหน้าวาล์วด้วยอะลูมิเนียม นิกเกิล หรือโลหะอื่น ๆ โลหะที่เคลือบนี้มีความหนาน้อยกว่า 0.05 mm ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้อนุภาคโลหะติดบนหน้าวาล์วและลดการสึกเป็นร่องของบ่าวาล์ว โลหะเคลือบนี้ทำให้หน้าวาล์วไม่เป็นมันเรียบแต่จะมีลักษณะมัว การปาดหน้าวาล์วหรือบดวาล์ว จะไม่นำไปใช้กับวาล์วเคลือบนี้เป็นอันขาด เพราะโลหะที่เคลือบจะหลุดออก วาล์วและบ่าวาล์วจะมีอายุสั้น

ตะกอนสะสมบนวาล์ว

นํ้ามันเชื้อเพลิงที่มียางเหนียวปะปนอยู่มาก ยางเหนียวบางส่วนอาจสะสมบนวาล์วไอดี สิ่งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ไอดีไหลผ่านวาล์วไอดีเข้าสู่กระบอกสูบ ตะกอนคาร์บอนที่สะสมอาจเกิดจากส่วนผสมหนาเกินไป หรือมีนํ้ามันหล่อลื่นไหลผ่านปลอกนำวาล์วเข้ากระบอกสูบ

ส่วนผสมหนาเกินไป การสูญเสียกำลังอัด หรือเครื่องยนต์ยังคงเย็นอยู่นั้น จะเป็นต้นเหตุของการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และเกิดตะกอนคาร์บอนจับตัวบนวาล์วไอเสีย (และบนแหวนลูกสูบ) นอกจากนี้การเกิดตะกอนคาร์บอนสะสมบนวาล์วอาจเนื่องมาจากการใช้นํ้ามันหล่อลื่นผิดประเภท หรือสกปรก

ระยะห่างวาล์ว

วิธีการตรวจสอบหรือปรับระยะห่างวาล์วขึ้นอยู่กับแบบและรุ่นของเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ บางเครื่องที่ใช้ลูกกระทุ้งไฮดรอลิกไม่ต้องการการปรับแต่อย่างไร บางเครื่องอาจต้องตรวจสอบ และปรับเมื่อบริการวาล์ว ขั้นตอนการตรวจสอบต่อไปนี้จะเน้นที่เครื่องยนต์ซึ่งใช้การปิดเปิดวาล์ว แบบก้านกระทุ้งและแบบโอเวอร์เฮดแคมชาฟต์เป็นหลัก

เครื่องยนต์แบบก้านกระทุ้งและลูกกระทุ้งธรรมดา

เริ่มด้วยการถอดฝาครอบวาล์วออก วัดระยะห่างระหว่างก้านวาล์วกับกระเดื่องวาล์ว (ดูรูปที่ 23.7) ส่วนมากมักตรวจสอบในขณะที่เครื่องยนต์ยังคงร้อนอยู่ การวัดจะกระทำในขณะที่ลูกกระทุ้งไม่ได้อยู่บนส่วนนูนของลูกเบี้ยว และส่วนมากแล้วระยะห่างวาล์วนี้มักจะไม่เท่ากันคือ ระยะห่างของวาล์วไอเสียจะมากกว่าระยะห่างของวาล์วไอดี เพราะวาล์วไอเสียมักจะร้อนกว่าวาล์วไอดี

กระเดื่องวาล์วแบบติดตั้งบนเพลาดังรูปที่ 23.7 นั้น มักจะมีหมุดเกลียวปรับซึ่งจะใช้ล็อกในตัวและไม่ต้องใช้แป้นเกลียวล็อกใช้ประแจแหวนสำหรับหมุนหมุดเกลียวปรับ และปรับระยะห่างตามกำหนดในสเป็ก

ในกรณีของกระเดื่องวาล์วแบบติดตั้งบนบอลล์สตัด ดังรูปที่ 23.8 นั้น ให้หมุนแป้นเกลียว บนสตัดซึ่งล็อกในตัว ถ้าหมุนแป้นเกลียวเข้าไปจะลดระยะห่างให้น้อยลง

ถ้าระยะห่างมากเกินไปจะทำให้สมรรถนะของเครื่องยนต์เลวลง แต่ถ้าระยะห่างน้อยเกินไปอาจทำให้วาล์วไหม้ได้

ตัวหมุนวาล์วแบบอิสระ

ถ้าเครื่องยนต์ใช้ตัวหมุนวาล์วแบบอิสระ ก็ให้ตรวจสอบด้วยวิธีเดียวกันกับแบบลูกกระทุ้งธรรมดา ระยะห่างตรวจสอบได้จากถ้วยปลายก้านวาล์วกับหมุดเกลียวปรับในกระเดื่องวาล์ว

เครื่องยนต์แบบก้านกระทุ้งและลูกกระทุ้งไฮดรอลิก

เครื่องยนต์บางเครื่องที่ใช้ลูกกระทุ้งไฮดรอลิกไม่ต้องปรับระยะห่างวาล์ว เพราะลูกกระทุ้งไฮดรอลิกจะปรับตัวเองได้เล็กน้อย อย่างไรก็ตามถ้าวาล์วและบ่าวาล์วได้รับการตกแต่งใหม่ จะต้องปรับระยะห่างใหม่ การสึกหรออย่างมากของปลายก้านกระทุ้ง กระเดื่องวาล์ว หรือก้านวาล์ว อาจทำให้ต้องปรับระยะห่างใหม่ ตัวอย่างการตรวจสอบและการปรับระยะห่างวาล์วของเครื่องยนต์ แต่ละชนิดจะได้กล่าวดังต่อไปนี้

1. เครื่องยนต์แบบก้านกระทุ้งและลูกกระทุ้งไฮดรอลิกของฟอร์ด ฟอร์ดใช้ กระเดื่องวาล์ว 2 แบบคือ แบบติดตั้งบนเพลา (ดูรูปที่ 23.9) และแบบติดตั้งบนบอลล์สตัด (ดูรูป ที่ 23.10) ทั้งสองแบบใช้วิธีเหมือนกันคือ จะต้องตรวจสอบระยะห่างในขณะที่ลูกกระทุ้งเลื่อนลงตํ่า ที่สุด เริ่มโดยการหมุนเพลาข้อเหวี่ยงจนกระทั่งลูกกระทุ้งมาอยู่ที่ส่วนกลมของลูกเบี้ยว (ไม่ใช่บนส่วนนูน) สิ่งนี้ทำได้โดยหมุนเพลาข้อเหวี่ยงจนกระทั่งลูกสูบของกระบอกสูบ 1 มาอยู่ที่ตำแหน่ง สูงสุด (TDC) ที่ปลายของจังหวะอัด แล้วตรวจสอบวาล์วทั้งสองในกระบอกสูบ 1 การตรวจสอบในกระบอกสูบอื่นก็ทำได้เช่นกันโดยการหมุนเพลาข้อเหวี่ยงต่อไป

การตรวจสอบทำได้โดยการใช้ประแจพิเศษกดกระเดื่องวาล์ว ซึ่งจะทำให้นํ้ามันหล่อลื่น ไหลออกไปจากลูกกระทุ้งและก้านกระทุ้งจะอยู่ตํ่าสุด แล้วใช้ซีลเลอร์เกจตรวจสอบระยะห่างระหว่างก้านวาล์วกับกระเดื่องวาล์ว ถ้าระยะห่างน้อยเกินไป จะต้องใช้ก้านกระทุ้งที่มีขนาดสั้นลง แต่ถ้าระยะห่างมากเกินไป จะต้องใช้ก้านกระทุ้งยาวขึ้น

2. เครื่องยนต์แบบก้านกระทุ้งและลูกกระทุ้งไฮดรอลิกของไพลเมาต์ ขั้นตอนการตั้งวาล์วของไพลเมาต์ (Plymouth) เป็นขั้นตอนหลักของไครส์เลอร์ การตั้งวาล์วจะทำเฉพาะ เมื่อได้มีการเจียระไนวาล์วและบ่าวาล์วเท่านั้น

ในขณะที่วาล์วปิดเข้าที่ วางเกจวัดความสูงก้านวาล์วลงบนก้านวาล์ว (ดูรูปที่ 23.11) ถ้าก้านวาล์วสูงเกินไป จะต้องเจียระไนก้านวาล์วออกเพื่อให้ความสูงลดลงอยู่ภายในขีดจำกัด

3. เครื่องยนต์แบบก้านกระทุ้งและลูกกระทุ้งไฮดรอลิกของเชฟโรเลต ขั้นตอนของเครื่องยนต์เชฟโรเลตเป็นขั้นตอนหลักของเครื่องยนต์เจเนอรัลมอเตอร์ซึ่งใช้กระเดื่องวาล์วแบบบอลล์ไพวอต (ball-pivot type) ดังรูปที่ 23.12 ในขณะที่ลูกกระทุ้งอยู่บนส่วนกลมของลูกเบี้ยว (ไม่ใช่ส่วนนูน) คลายแป้นเกลียวปรับออกจนกระทั่งก้านกระทุ้งหลวม แล้วค่อย ๆ หมุนแป้นเกลียวปรับลงไปทีละน้อย ในขณะเดียวกันก็ให้หมุนก้านกระทุ้งด้วยนิ้วมือจนกระทั่งรู้สึกตึงมือ และไม่สามารถหมุนต่อไปได้อีก แล้วหมุนแป้นเกลียวปรับเข้าไปอีกหนึ่งรอบ ที่ตำแหน่งนี้ตัวเลื่อน ในลูกกระทุ้งจะอยู่ที่ตำแหน่งศูนย์กลางของการเคลื่อนที่

การปรับวาล์วของเครื่องยนต์โอเวอร์เฮตแคมชาฟต์

เครื่องยนต์โอเวอร์เฮดแคมชาฟต์ มีการทำงานหลายรูปแบบ เช่น ลูกเบี้ยวกระทำโดย ตรงบนก้านวาล์วโดยผ่านลูกกระทุ้งซึ่งสวมอยู่บนก้านวาล์ว

1. แบบลูกกระทุ้งทรงถ้วย แบบนี้มีแผ่นรองระหว่างปลายก้านวาล์วกับลูกกระทุ้ง แผ่นรองสามารถเปลี่ยนได้หลายขนาดเพื่อปรับระยะห่างวาล์ว ระยะห่างวาล์ววัดในขณะที่วาล์วปิด โดยวัดระยะห่างระหว่างลูกกระทุ้งกับลูกเบี้ยว ถ้าระยะห่างวาล์วไม่ถูกต้อง จะต้องถอดเพลาลูกเบี้ยว ออกซึ่งทำให้สามารถถอดลูกกระทุ้งออกได้ แล้วใส่แผ่นรองอันใหม่เพื่อให้ได้ระยะห่างถูกต้อง

2. แบบกระเดื่องวาล์วและลูกกระทุ้งธรรมดา แบบนี้กระเดื่องวาล์วลอยตัวอยู่ ระหว่างสตัดกับก้านวาล์ว ศูนย์กลางของกระเดื่องวาล์วนั่งอยู่บนลูกเบี้ยว ดังแสดงในรูปที่ 23.13

รูปที่ 23.13 แสดงการใช้ซีลเลอร์เกจตรวจสอบระยะห่างวาล์ว ซึ่งก็คือระยะห่างระหว่างส่วนวงกลมของลูกเบี้ยวกับกระเดื่องวาล์ว การวัดจะกระทำหลังจากคลายแป้นเกลียวล็อกแล้ว และหมุนหมุดเกลียวปรับเข้าหรือออก ถ้าหมุนหมุดเกลียวเข้าระยะห่างจะเพิ่มขึ้น ขันแป้นเกลียวล็อกให้แน่นหลังการปรับแล้ว และตรวจสอบระยะห่างอีกครั้งหนึ่ง

3. แบบกระเดืองวาล์วและลูกกระทุ้งไฮดรอลิก ในการจัดวางกลไกวาล์วแบบหนึ่งพบว่า กระเดื่องวาล์วลอยตัวอยู่ระหว่างปลายของก้านวาล์วและตัวปรับวาล์วอัตโนมัติ ตัวปรับวาล์วอัตโนมัติเป็นแบบหนึ่งของลูกกระทุ้งไฮดรอลิก มันสามารถปรับระยะห่างได้เอง อย่างอัตโนมัติระหว่างลูกเบี้ยวกับกระเดื่องวาล์ว โดยปกติแล้วจะไม่มีการปรับวาล์วในเครื่องยนต์แบบนี้

การปรับวาล์วเจ็ต

วาล์วเจ็ต หรือวาล์วไอดีทุติยภูมิ ทำหน้าที่ปล่อยอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ เพื่อทำให้เกิดการหมุนวนซึ่งจะช่วยให้การเผาไหม้ดีขึ้น จะต้องปรับวาล์วนี้ก่อนที่จะปรับวาล์วไอดี หมุนเพลาข้อเหวี่ยงจนกระทั่งลูกสูบของกระบอกสูบ 1 อยู่ที่ตำแหน่งสูงสุดของจังหวะอัด คลายหมุดเกลียวปรับวาล์วไอดีออก 2 รอบ

คลายแป้นเกลียวล็อกและหมุนหมุดเกลียวปรับของวาล์วเจ็ตออก จนกระทั่งสามารถสอดฟีลเลอร์เกจซึ่งหนา 0.25 mm เข้าไปได้หลวมพอดีระหว่างก้านวาล์วเจ็ดกับหมุดเกลียวปรับ (ดูรูปที่ 23.14) แล้วหมุนหมดเกลียวปรับเข้าไปจนกระทั่งหมุดเกลียวสัมผัสกับฟีลเลอร์เกจ (ดูรูปที่ 23.15) อย่าขันกดลงบนฟีลเลอร์เกจ ยึดไขควงไว้ที่เดิมแล้วขันแป้นเกลียวล็อกให้แน่น

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.