โครงสร้างเครื่องยนต์:วาล์ว

Posted on : 02-11-2012 | By : Author | In : การทำงานของเครื่องยนต์

โดยทั่วไปเครื่องรถยนต์มีวาล์ว 2 อันคือ วาล์วไอดีและวาล์วไอเสีย ดังรูปที่ 6.11 เครื่องยนต์สมรรถนะสูงบางเครื่องมีวาล์ว 4 อันต่อหนึ่งกระบอกสูบคือ วาล์วไอดี 2 อันและวาล์ว ไอเสีย 2 อัน ดังรูปที่ 6.12 บางเครื่องมีวาล์ว 3 อันต่อหนึ่งกระบอกสูบ

วาล์ว

โดยทั่วไปแล้ววาล์วไอดีใหญ่กว่าวาล์วไอเสีย (ดูรูปที่ 6.12) เครื่องยนต์ส่วนมาก เมื่อวาล์วไอดีเปิด ไอดีจะไหลเข้ากระบอกสูบด้วยความดันบรรยากาศ (อาจใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์เพิ่มความดันก็ได้) แต่เมื่อวาล์วไอเสียเปิด ความดันสูงในกระบอกสูบจะดันให้ก๊าชไอเสียไหลออกไป ประกอบกับการเคลื่อนที่ขึ้นของลูกสูบซึ่งจะช่วยไล่ไอเสียด้วย ดังนั้นวาล์วไอดีจึงมีขนาดโตกว่า เพื่อให้ไอดีไหลเข้าได้สะดวก ส่วนวาล์วไอเสียนั้นสามารถใช้ขนาดเล็กกว่าได้โดยการไหลของก๊าซไอเสียยังคงมีประสิทธิภาพเพียงพอ

วาล์วที่ใช้กันในปัจจุบันมีหน้าวาล์วปาดเฉียงเป็นรูปกรวย (ดูรูปที่ 6.11 และรูปที่ 6.13) ทำให้วาล์วปิดสนิทได้ศูนย์กลางกับบ่าวาล์ว วาล์วแนบสนิทกับบ่าวาล์วโดยอาศัยแรงกดของสปริง

เครื่องยนต์ที่ใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงซึ่งผสมสารตะกั่ว ตะกั่วจะสะสมบนหน้าวาล์วและบ่าวาล์ว และทำหน้าที่คล้ายกับเป็นสารหล่อลื่นและป้องกันการสึกหรอของวาล์ว แต่ถ้า)น้ำมันเชื้อเพลิงไม่มีสารตะกั่ว บ่าวาล์วจะขาดสารหล่อลื่นและการสึกหรอจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุผลนี้ เครื่องยนต์จำนวนมากจึงใช้วาล์วที่เคลือบหน้าวาล์วด้วยโลหะพิเศษ เช่น อะลูมิเนียมและนิกเกิลผสม เครื่องยนต์บางเครื่องใช้วาล์วและบ่าวาล์วที่ทำด้วยวัตถุที่มีความแข็งมากขึ้นเพื่อสู้กับปัญหาการสึกหรอ

บ่าวาล์วอาจใช้การชุบแข็งหรือใช้อินเสิร์ตบ่าวาล์ว (valve-seat insert) ซึ่งทำจากโลหะแข็ง เช่น สเตลไลต์ (stellite) ถ้างานหนักมาก อาจเคลือบวาล์วด้วยสเตลไลต์เช่นกัน

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.