คำแนะนำในการสตาร์ตเครื่องยนต์

Posted on : 08-11-2012 | By : Author | In : การทำงานของเครื่องยนต์

รถยนต์บางคัน คนขับสามารถเปิดสวิตช์ให้หัวเผาทำงานได้ตามความต้องการ และรถยนต์บางคัน หัวเผาสามารถทำงานได้เองอย่างอัตโนมัติ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการสตาร์ตเครื่องยนต์ดีเซล แบบกระบอกสูบวีของ GM บนแผงหน้าปัดมีไฟพิเศษ 2 ดวง คือ WAIT และ START การสตาร์ตเครื่องยนต์ให้ปฎิบัติดังนี้

1. โยกคันเกียร์ไปที่ตำแหน่งจอดหรือตำแหน่งเกียร์ว่าง

2. หมุนสวิตช์กุญแจ (ดูรูปที่ 14.21) ไปที่ตำแหน่ง RUN ไม่ใช่ที่ตำแหน่ง START อย่าเพิ่งหมุนไปที่ START เมื่อท่านหมุนสวิตช์ไปที่ RUN ไฟที่ WAIT จะสว่างขึ้น (ถ้าเครื่องเย็น) สิ่งนี้จะบอกให้ท่านทราบว่าหัวเผากำลังทำงานในการเพิ่มความร้อนให้กับห้องเผาไหม้ล่วงหน้า

3. หลังจากห้องเผาไหม้ล่วงหน้าร้อนขึ้นแล้ว (ใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 4 วินาที) ไฟที่ WAIT จะดับและไฟที่ START จะสว่างขึ้น จากนั้นกดแป้นคันเร่งลงครึ่งทางและตรึงไว้ หมุนสวิตช์กุญแจไปที่ตำแหน่ง START โดยปกติแล้วเครื่องยนต์จะสตาร์ตภายใน 2 ถึง 3 วินาที ถ้าไม่สตาร์ตภายใน 15 วินาที ให้ปล่อยสวิตช์กุญแจแล้วเริ่มการสตาร์ตใหม่

ข้อสังเกต การปั๊มแป้นคันเร่งก่อนหรือในขณะสตาร์ตจะไม่ได้ช่วยในการสตาร์ตเครื่องยนต์ดีเซลแต่อย่างไร เพราะไม่มีปั๊มเร่งดังเช่นที่พบในเครื่องยนต์คาร์บูเรเตอร์

คำแนะนำในการสตาร์ตอื่น ๆ

ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ ก็มีวิธีแนะนำแตกต่างกันออกไป เช่น รถยนต์โฟล์คสวาเกนแรบบิด ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล จะมีไฟแสดงการทำงานของหัวเผาเพียงอย่างเดียว สวิตช์กุญแจมี 3 ตำแหน่ง ได้แก่ OFF, ON และ START ต่อไปนี้เป็นวิธีการสตาร์ตที่แนะนำให้ปฏิบัติ

1. อุณหภูมิสูงเกินกว่า 0°c และเครื่องยนต์เย็น หมุนสวิตช์กุญแจไปที่ตำแหน่ง ON ไฟของหัวเผาจะสว่างขึ้นและหัวเผาจะร้อนขึ้น หลังจากที่ไฟดับแล้ว หัวเผาจะร้อนเพียงพอ และท่านสามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้ หมุนสวิตช์กุญแจไปที่ตำแหน่ง START อย่ากดแป้นคันเร่ง

2. อุณหภูมิตํ่ากว่า 0°c และเครื่องยนต์เย็น หมุนสวิตช์กุญแจไปที่ตำแหน่ง ON หลังจากที่ไฟหัวเผาดับแล้วเหยียบแป้นคันเร่งจนมิด ดึงปุ่มสตาร์ตเย็นใต้แผงหน้าปัด จะมีนํ้ามันเชื้อเพลิงถูกป้อนเพิ่มมากขึ้น หมุนสวิตช์กุญแจไปที่ START เมื่อเวลาผ่านไป 2 นาทีหลังจาก สตาร์ตติดแล้ว ให้กดปุ่มสตาร์ตเย็นเข้าที่ตามเดิม

3. การสตาร์ตในขณะเครื่องยนต์ร้อนแล้ว ไม่ต้องกดแป้นคันเร่ง ไม่ต้องใช้หัวเผา หมุนสวิตช์กุญแจผ่านตำแหน่ง ON ไปยังตำแหน่ง START ทันที

หลังจากสตาร์ตติดแล้วอย่าเร่งเครื่องยนต์ทันที ควรคอยสักครู่หนึ่งเพื่อให้ความดันน้ำมันสูงขึ้นจนทุกชิ้นส่วนได้รับการหล่อลื่น อย่าใช้มอเตอร์สตาร์ตนานเกินกว่า 30 วินาที ถ้าเครื่องยนต์ สตาร์ตไม่ติดภายใน 30 วินาที ควรหมุนสวิตช์กลับมาที่ตำแหน่ง OFF ตามเดิม แล้วคอยสักครู่หนึ่งจึงสตาร์ตใหม่

ฮีตเตอร์อุ่นน้ำมันเชื้อเพลิงและนํ้าหล่อเย็น

ในกรณีที่อากาศหนาวเย็นมากๆ คือ อุณหภูมิตํ่ากว่า -18°c (ในประเทศไทยนั้นคงจะไม่มีโอกาสพบ) มักจะต้องใช้ฮีตเตอร์ช่วยในการสตาร์ต ฮีตเตอร์นี้อยู่ภายในเสื้อสูบและต้องใช้กระแสไฟฟ้าจากบ้านเรือน ฮีตเตอร์นี้ช่วยอุ่นนํ้าหล่อเย็นและนํ้ามันเชื้อเพลิง

ข้อควรระวัง อย่าใช้ของเหลวอื่น ๆ ช่วยในการสตาร์ต เช่น อีเทอร์ แก๊สโซลีน หรือสารอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน เพราะอาจทำให้การสตาร์ตช้ากว่าปกติและอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้

ปั๊มสุญญากา

เนื่องจากไม่มีวาล์วปีกผีเสื้อหรือคอคอดในท่ออากาศ ดังนั้นจึงไม่มีแหล่งสุญญากาศที่จะดึงเอาไปใช้งานได้ (ยกเว้นเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้กัฟเวอร์เนอร์แบบนิวแมติก) เครื่องยนต์ดีเซลจึงต้องมีปั๊มสุญญากาศเพื่อให้ได้สุญญากาศสำหรับการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เบรกเพาเวอร์ ปั๊มสุญญากาศของเครื่องยนต์อาจติดตั้งที่ส่วนหลังของเครื่องยนต์ ดังรูปที่ 14.12

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.