หลักการดูแลสภาพเครื่องยนต์ของรถ

Posted on : 18-10-2012 | By : Author | In : การขับรถเกียร์ธรรมดา

ตรวจสภาพรถ

การบริการประจำวัน

1. ตรวจดูน้ำในหม้อน้ำรังผึ้ง ให้มีเต็มอยู่เสมอถ้าหากว่าจำเป็นต้องเติม ก็ให้เติมน้ำที่สะอาค อย่าเติมน้ำที่ขุ่นจะทำให้ขี้ตะกอนที่ผสมอยู่ในน้ำไปจับอยู่ตามท่อทางเดินของน้ำ เช่น ตามเสื้อสูบ ฝาสูบหรือหม้อน้ำรังผึ้ง ซึ่งจะทำให้ระบบระบายความร้อนเสื่อมคุณภาพไประบายความรอนได้ไม่ดีพอกับความต้องการของเครื่องยนฅ์ จากเหตุนี้จึงต้องล้างด้วยน้ำยาล้างหม้อน้ำ

2. ตรวจดูน้ำมันเครื่องให้มีสูงพอดีกับระดับของเครื่องวัดอยู่เสมอ (รถอยู่ในลักษณะตรง) ถ้าจำเป็นต้องเติมน้ำมันเครื่องลงไปในเครื่องยนต์ให้เติมน้ำมันเครื่องชนิดเดียวกับที่เคยใช้ และนัมเบอร์เดียวกันด้วย ข้อควรระวังคือเติมน้ำมันเครื่องที่สะอาดไม่มีสิ่งสกปรกเจือปนอยู่ด้วย  นอกจากนี้บริเวณปากภาชนะที่จะเติม ก็ต้องสะอาดทั่วบริเวณด้วย การตรวจวัดควรกระทำเมื่อเครื่องยนต์ดับแล้ว ประมาณ 1 หรือ 2 นาที

3.  ตรวจดูน้ำมันเชื้อเพลิง ถ้าจำเป็นต้องเติมน้ำมันที่สะอาดและควรจะผ่านตะแกรงกรองให้เรียบร้อย แต่ตามธรรมดาการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงนี้ ควรเติมในเวลาตอนเย็นที่หลังจากเลิกงานแล้วให้เต็มถังอยู่ทุกวัน เพราะว่าเมื่อตกตอนกลางคืนอากาศจะเย็น ทำให้ไอน้ำที่อยู่ในบริเวณที่ว่างของถังน้ำมันกลายเป็นหยดน้ำตกลงอยู่ที่ก้นถังน้ำมัน เครื่องยนต์ก็ทำงานไม่สะดวกหรือเกิดการเสียหายขึ้น

4.  ตรวจความตึงหย่อนของสายพานพัดลม คือกดระหว่างไดชาร์จกับพุลเล่เครื่องให้ต่ำลงไป เท่ากับความกว่างของหลังสายพาน(ตามหลักสากล) ถ้าหากว่าสายพานมีความตึงเกินไป ก็จะทำให้ส่วนต่าง ๆที่บังคับสายพานนั้นเสียเร็วกว่าธรรมดา  แต่ถ้าสายพานหย่อนก็จะทำให้ไฟไม่ชาร์จและพัดลมทำงานระบายความร้อนไม่ได้เต็มที่

5.  ตรวจดูหม้อกรองอากาศ  ถ้ามีฝุ่นประมาณ ½ นิ้ว สำหรับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ และสำหรับเครื่องยนต์ขนาดเล็กก็ควรทำความสะอาดเมื่อมีสิ่งสกปรกนิดหน่อยเท่านั้น ก็ให้ถอดออกล้างให้สะอาดแล้วเติมน้ำมันเครื่องลงไปใหม่ให้ได้ระดับหรือขีดที่เขากำหนดไว้ สำหรับน้ำมันเครื่องที่เติมลงไปนั้นให้ใช้น้ำมันเบอร์เดียวกับที่เติมเครื่องรถ

6.  ตรวจดูอัดน้ำมันจาระบีให้เรียบร้อยทุก 8-10 ช.ม. ทำงานหรือตามที่กำหนดให้อัด หลักของการอัดน้ำมันจาระบีคือกระบอกอัดจะต้องมีน้ำมันจาระบีเต็มไม่มีอากาศปนอยู่ จะทำให้เครื่องอัดน้ำมันจาระบีไม่ออกและน้ำมันจาระบีที่ใส่ปั๊มนั้นจะต้องสะอาด ไม่มีเม็ดกรวดทรายหรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ ปนอยู่ด้วยเพราะว่าจะทำให้กระบอกอัดตัน ก่อนจะอัดควรทำความสะอาดที่บริเวณหัวอัดให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วจึงอัด แล้วอัดให้จนน้ำมันจาระบีเก่าเริ่มทะลักออกมา หรืออัดให้มีน้ำมันจาระบีเต็มตามหนังสือคู่มือประจำรถ

7.  ตรวจดูยางให้ตึงได้ขนาดอยู่เสมอ คือขนาด 700-16 ใส่ลม 25 ปอนด์ ขนาด 900-16 ใส่ลม 40 ปอนด์ ลมยางแทร็กเตอร์ล้อหน้าขนาด 400-19 ใส่ลม 25 ปอนด์ ล้อหลังขนาด 10-28 ใส่ลม 12 ปอนด์ (การใส่ลมมากหรือน้อยกว่านี้ควรปฏิบัติตามหนังสือคู่มือประจำรถด้วย) แต่การตรวจดูตอนนี้ก็เพียงแต่ใช้สายตาดูประจำวันเท่านั้น

8.  ตรวจดูตามส่วนต่าง ๆ ให้ทั่วทั้งคันรถว่าจะมีส่วนไหนเสียหายอีก เช่น ขันน็อตและสกรูให้แน่นทั่วทั้งคันหรือมีรอยรั่วซึมตามส่วนต่าง ๆ คือ

-น้ำมันเครื่อง

-น้ำมันเกียร์

-น้ำมันเบรค

-น้ำมันเชื้อเพลิง

-น้ำมันไฮดรอลิค

-น้ำมันจาระบี

-น้ำในหม้อน้ำรังผึ้งหรือตามแป๊บ

9.  ตรวจดูความตึงหย่อนของโซ่แท็ก(รถตีนตะขาบ) ให้มีความตึงหย่อนพอสมควร  คือประมาณ 1 นิ้ว ถึง 2 นิ้ว ทั้งนี้แล้วแต่ขนาดของรถเล็กและใหญ่ ถ้าตึงเกินไปจะทำให้เกิดการสึกหรอมาก และจะทำให้แท็กขาดหรือเพลาหน้าหักก็อาจเป็นได้  ถ้าหย่อนเกินไปจะทำให้โซ่แท็กหลุดจากล้อได้ง่าย ในตอนที่เลี้ยวซ้าย-ขวา  และอาจทำให้เพลาล้อหน้าหักได้ ในขณะที่กำลังหลุดออกมา

10.  ภายหลังจากเลิกงานแล้วควรทำความสะอาดหรือล้างให้เรียบร้อยทุกวัน

11.  ในขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงานอยู่ควรหยุดพักเครื่อง และตรวจระบบต่างๆ ประมาณ 4 ชั่วโมงหรือ 6 ชั่วโมงต่อครั้ง

การบริการทุกสัปดาห์

1.  ตรวจดูเติมน้ำกลั่นแบตเตอร์รี่ และทำความสะอาด

2.  ตรวจวัดลม

3.  เครื่องดีเซลเปิด หรือวาวก้นหม้อกรองน้ำมันเชื้อเพลิงและถังน้ำมัน เพื่อถ่ายน้ำมันที่ปนอยู่ออกทิ้งให้หมด

4.  ควรทำความสะอาดเป็นพิเศษอีกครั้งหนึ่งให้ทั่วทั้งคันรถ

การบริการทุก ๆ 1,000 ไมล์ หรือ 1 เดือน

1.  ตรวจน้ำมันเกียร์และเฟืองท้ายเติมให้เต็มได้ระดับ

2.  ตรวจเติมน้ำมันเบรคและคลัช

3.  เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง

4.  อัดฉีดให้ทั่วทั้งคันรถ

การบริการทุกๆ 2,000 ไมล์ หรือ 2 เดือน

        1.  เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรอง

2.  หยดน้ำมันที่กระปุกจานจ่าย

การบริการทุกๆ 5,000 ไมล์ หรือ 6 เดือน

1.  เปลี่ยนน้ำมันเกียร์

2.  เปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้าย

3.  บริการหน้าทองขาวในกระปุกจานจ่าย

4.  บริการคัตเอ๊าท์

5.  ตรวจผ้าเบรคเพื่อการเปลี่ยน

6.  ตรวจระยะฟรีของคลัชและเบรค

การบริการทุกๆ 10,000 ไมล์ หรือ 1 ปี

1.  บริการไดนาโม และสตาร์ท

2.  บริการลูกปืนล้อ

3.  เปลี่ยนหัวเทียน

4.  เปลี่ยนหน้าทองขาวในกระปุกจานจ่ายและคอนเดนเซอร์

จากหลักการบริการที่กล่าวมาแล้วนี้ ส่วนมากเป็นการบริการรถหรือเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ที่มีระบบการทำงานที่ต้องบริการมาก แต่ถ้าเป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็ก ที่มีระบบน้อยก็ย่อมบริการง่ายขึ้นกว่าที่กล่าวมาแล้ว

“เครื่องยนต์ชนิดใดขาดหลักการบริการ ก็จะทำให้เครื่องยนต์เหล่านั้นทำงานได้อย่างไม่คุ้มค่า  โดยการเสื่อมคุณภาพหรือเสียเร็วกว่าธรรมดา”

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.