สาเหตุที่เกิดหลังการพ่นสีและวิธีแก้ไข

Posted on : 21-11-2013 | By : Author | In : การดูแลรักษารถ

สาเหตุและการแก้ไขความยุ่งยากต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังการพ่นสี
(Paintnig Troubles Causes and Remedies)
1. จุดที่เกิดจากกรดและด่าง (Acid and alkali Spotting)
ลักษณะที่ปรากฎ สีจะเปลี่ยนเป็นจุดๆ บนผิวหน้า แปรตามเม็ดสี (Pigment) ที่ทำปฏิกิริยากันเมื่อถูกด่างหรือกรด
สาเหตุ เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เปลี่ยนเม็ดสี กับสภาพอากาศสกปรกที่มีละอองของสารเคมีประเภทกรดหรือด่าง ซึ่งปลิวมาตามอากาศจากโรงงานอุตสาหกรรม จะทำปฏิกิริยากันขณะที่มีความชื้น
การแก้ไข
1. ล้างออกด้วยผงซักฟอก แล้วล้างตามอีกครั้งด้วยน้ำผสมน้ำสมสายชู
2. ขัดกระดาษทรายแล้วพ่นสีใหม่
3. ถ้าการด่างถึงเนื้อโลหะ หรือถึงสีพื้นชั้นล่างจะต้องขัดกระดาษทรายออกให้หมด ก่อนที่จะพ่นสีใหม่
การป้องกัน
1. รักษาสีโดยการหลีกเลี่ยงการจอดรถยนต์ ในที่ๆ มีอากาศสกปรกจากโรงงานอุตสาหกรรม
2. ถ้าพบว่ารถยนต์ ถูกสารเคมีต้องรีบล้างออกทันทีด้วยผงซักฟอกและน้ำมากๆ แล้วเช็ดให้สะอาด
2. การซึม (Bleeding)
ลักษณะที่ปรากฎ  เกิดการเปลี่ยนที่ผิวหน้าของสีที่พ่นเกิดลักษณะการด่าง
สาเหตุ เนื่องจากตัวทำละลายซึมจากสีที่เราพ่นใหม่ลงไปละลายสีเก่าที่อยู่ข้างล่าง จนซึมขึ้นมา ตามธรรมดาจะเกิดกับสีเก่าซึ่งเป็นจำพวกสีแดง, เลือดหมู และสีในกลุ่มสีแดง
การแก้ไข
ก. โดยการขูดหรือลอกสีนั้นออกให้หมด แล้วทำการพ่นสีใหม่
ข. การแก้ซึมบางครั้งโดยการพ่นซีลเล่อร์ (Beeder Sealer) พิเศษ ลงบนพื้นงาน ก่อนที่จะพ่นสีทับหน้า
การป้องกัน
พ่นซีลเล่อร์พิเศษ(Beeder Sealer) ก่อนที่จะพ่นสีพื้นในเมื่อสีเดิมเป็นสีแดงหรืออยู่ในกลุ่มสีแดง
3. รอยพอง (Blistering)
ลักษณะที่ปรากฎ
ก. เป็นบริเวณเล็กๆ เหมือนรอยน้ำพองบนผิวหนังคนเรา
ข. ขาดความเป็นมันที่บริเวณเก็ลเม็ดเล็กๆ
ค. ถ้าทิ้งไว้นานจะแตกตรงยอดออกกลายเป็นหลุมเล็กๆ
สาเหตุ
ก. เกิดจากมีสนิมบนผิวโลหะ
ข. พ่นสีทับไปบนน้ำมันหรือจารบี
ค. มีความชื้นในระบบอากาศอัดที่ใช้กับงานพ่นสี
ง. พ่นสีทับไปบนงานที่ไอของตัวทำละลายบางอย่างยังระเหยออกไม่หมด
จ. ฟีมส์สีเดิมอยู่ในอากาศที่มีความชื้นก่อนการพ่นสีทับลงไป
การแก้ไข
ก. ถ้าหากเกิดการเสียหายบริเวณกว้างมากและแตกแยกกัน ควรจะขูดออกให้ถึงพื้น แล้วทำการเริ่มวานสีใหม่
ข. หากเกิดการแตกบริเวณเล็กๆ ควรขัดกระดาษทรายออกให้หมด แล้วพ่นสีใหม่ ตรงส่วนที่มีปัญหา
การป้องกัน
ก. ทำความสะอาด ผิวโลหะอย่างดี รวมทั้งการใช้น้ำยาขจัดสนิม
ข. ถ่ายน้ำทิ้ง จากระบบ อากาศอัด
ค. หลีกเลี่ยงการใช้ทินเนอร์ที่มีการระเหยเร็วในขณะที่มีอุณภูมิสูง
ง. ทิ้งช่วงเวลาการพ่นระหว่างชั้นนานพอสมควร
4. การเกิดเป็นฝ้า (Blushing)
(เฉพาะแลคเกอร์และอะคริลิค)
ลักษณะที่ปรากฎ ผิวของสีทั้งหน้ามองดูจะเป็นฝ้าขาว (Milky)
สาเหตุ
ก. ใช้ทินเนอร์ที่มีการระเหยเร็วในอากาศที่มีความชื้นสูง
ข. ทินเนอร์ที่ใช้ผสมไม่ถูกต้อง
ค. มีความชื้นสูงที่ผิวงาน
การแก้ไข
ก. เติมหัวทินเนอร์ (Retarder) แล้วพ่นซ้ำ
ข. ขัดกระดาษทรายแล้วพ่นใหม่
การป้องกัน
ก. ระวังรักษาสีและผิวหน้าที่ถูกพ่นควรมีอุณหภูมิเท่ากันกับอุณหภูมิห้อง
ข. เลือกใช้ทินเนอร์ที่มีคุณภาพดี
ค. ใช้หัวทินเนอร์ เมื่อมีการพ่นในเวลาอากาศมีความชื้นสูงและอุณหภูมิสูง
5. การเป็นรอยขาว (Chalking)
ลักษณะที่ปรากฎ
ก. ขาดความเป็นมัน
ข. ผิวของงานเป็นละอองขาว
สาเหตุ
ก. เป็นธรรมชาติของฟิมล์สีที่ใช้พ่น
ข. การกวนสีและเขย่าที่ไม่ดีพอ
ค. ใช้ทินเนอร์คุณภาพต่ำ ทำให้สีเสื่อมคึณภาพเร็ว
การแก้ไข
ขัดกระดาษทรายเพื่อนำผิวหน้าของงานที่เสียออก ทำความสะอาด แล้วพ่นสีใหม่
การป้องกัน
ก. กวนและเขย่าสีให้ทั่วถึง
ข. เลือกใช้แต่ทินเนอร์คุณภาพดี
6. รอยขีด, รอยร้าว, รอยแตก (Checking-Crazing-Cracking)
ลักษณะที่ปรากฎ
ก. รอยแตกคล้ายตีนกา
ข. รอยแตกคล้ายการร้าวของกระจก
ค. เส้นแตกแยกไม่เป็นระเบยบ
สาเหตุ
ก. เวลาการแห้งของสีชั้นแรกไม่เพียงพอ ก็ถูกพ่นทับด้วยสีชั้น 2-3
ข. สีที่พ่นไปแล้วถูกความร้อนสูงหรือมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
ค. การพ่นสีหนาเกินไป
ง. ส่วนผสมของสีผสมกันไม่ทั่วถึง
จ. มีการเติมสารพิเศษบางอย่างลงในสี โดยที่สารประกอบทางเคมีเข้ากันไม่ได้
ฉ. พ่นสีใหม่ทับลงไปบนสีเดิมที่เกิดการแตกอยู่แล้ว
ช. ทินเนอร์ทำปฏิกิริยากับสีเดิม (เฉพาะสีอะคริลิค แลคเกอร์)
การแก้ไข
ขจัดสีเดิมที่มีรอยขีด, รอยร้าว, รอยแตก ออกให้หมดจากฟิมล์สี จากนั้นจึงทำการพ่นสีใหม่
การป้องกัน
ก. ทำตามคำแนะนำ การทิ้งช่วงเวลาในการแห้งของสีแต่ละชั้นให้ถูกต้อง
ข. หลีกเลี่ยงการถูกอุณหภูมิสูงๆ
ค. พ่นสีด้วยฟิมล์สีสม่ำเสมอหลีกเลี่ยงการพ่นสีหนาเกินไป
ง. กวนสีและเขย่าสีที่ผสมให้ดี
จ. เลือกใช้ทินเนอร์ที่มีคุณภาพดีตามคำแนะนำของบริษัทที่ผลิตสี
ฉ. ขจัดสีเดิมที่มีรอยแตกร้าวออกจากฟิมล์สีให้หมดแล้วจึงทำการพ่นสีใหม่
ช. สำหรับสี อะคริลิคแลคเกอร์ ใช้ทินเนอร์พิเศษ ป้องกันการแตกร้าวของสี
7. สิ่งสกปรกบนผิวของงาน (Dirt in Finish)
ลักษณะที่ปรากฎ มีสิ่งสกปรกอยู่ในฟิมส์สีของงานที่พ่นแล้ว
สาเหตุ
ก. ทำความสะอาดไม่ดีพอ หรือทำความสะอาดไม่ถูกต้อง ให้เป่าเอาฝุ่นผงต่างๆ ออกให้หมด และใช้ผ้าเก็บละอองสีลูบเก็บละอองสีออกจากผิวงานก่อนการพ่นสี
ข. ไส้กรองที่กรองอากาศชำรุด หรือทำงานผิดปกติ
ค. บริเวณที่ทำงานสกปรก
ง. ท่อลมสกปรก
จ. ปืนพ่นสีสกปรก
การแก้ไข
ก. ใช้ยาขัดสีขัดออก (สำหรับสีอีนาเมลขัดไม่ได้)
ข. ถ้าสิ่งสกปรกจมอยู่ในฟีมส์สีลึกให้ใช้กระดาษทรายขัดออก แล้วขัดด้วยยาขัดสีอีกครั้ง ถ้าเป็นสีที่มีบรอนช์ผสมจะเกิดรอยด่าง ต้องดำเนินการพ่นสีอีกครั้ง
การป้องกัน
ก. ใช้ปืนเป่าลม เป่าเอาฝุ่นตามรอยต่อของตัวถังออกให้หมด
ข. ใช้น้ำยาทาผิวงานก่อนการพ่นสี เมื่อทาแล้วใช้ผ้าเก็บสิ่งสกปรก ค. แน่ใจว่าอุปกรณ์การพ่นสีสะอาด
ง. ทำงานที่ปราศจากฝุ่นผง
จ. เปลี่ยนไส้กรองอากาศ
ฉ. กรองสีทุกครั้งด้วยกรวยกรองสี
ช. ปิดฝากระป๋องสี และทินเนอร์ทุกครั้งที่เลิกใช้เพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอม
8. ฟิมสีด้าน (Dulled Finish)
ลักษณะที่ปรากฎ ฟิมส์สีด้านเมื่อสีแห้ง
สาเหตุ
ก. ใช้ยาขัดสีก่อนที่สีจะแห้งสนิท
ข. ใช้ทินเนอร์หรือรีดิวเซอร์ที่คุณภาพต่ำ
ค. ทำความสะอาดผิวงานไม่ดี
ง. พ่นสีทับหน้าทับไปบนสีพื้นที่ยังไม่แห้งสนิท
จ. ล้างทำความสะอาดด้วยด่าง
ฉ. ขัดมันน้อยเกินไป
การแก้ไข
ก. ปล่อยเวลาให้สีแห้งสนิทก่อน แล้วจึงขัดมันด้วยยาขัด
ข. ขัดกระดาษทรายบริเวณสีด้านแล้วพ่นสีใหม่
การป้องกัน
ก. ทำความสะอาดผิวงานให้ตลอดทั่วถึงก่อนการพ่นสี
ข. ใช้สีทุกชนิดตามที่แนะนำ
ค. ทุกชั้นของสีที่พ่นต้องมีระยะเวลาพอในการแห้งตัว
9. ตาปลา (Fish eyes and Poor wetting)
ลักษณะที่ปรากฎ
ก. ฟิมล์สีแยกตัวออกทำให้เกิดการพรุนของฟิมล์สี
ข. สีที่พ่นแล้วมองเห็นเป็นจุดๆ
สาเหตุ
ก. ทำความสะอาดที่ผิวงานก่อนการพ่นสีไม่ดีพอ
ข. พ่นสีใหม่ไปบนสีเดิมที่มีซิลิคอน (Silicons)
การแก้ไข
ล้างสีออกในเวลาที่สียังเปียกอยู่ (ทำได้เฉพาะสีอีนาเมล)
การป้องกัน
ก. ทำความสะอาดผิวงานด้วยน้ำยาทำความสะอาด
ข. ใช้น้ำยา Dx 66 ป้องกันการแยกตัวของสี เติมลงไปในสิ่งที่ผสมแล้ว แล้วจึงพ่นสีไปบนผิวงานที่มีซิลิคอน
10. สีพองและลอก (Lifting)
ลักษณะที่ปรากฎ
ก. พองและลอกออกขณะฟิมส์สียังเปียก
ข. หลุดออกเมื่อฟิมส์สีแห้ง
สาเหตุ
ก. การแห้งตัวของสีชั้นแรกไม่ถูกต้อง
ข. สีเดิมเป็นสีอีนาเมล ที่พ่นใหม่เป็นสีแลคเกอร์
ค. พ่นสีทับไปบนสีอีนาเมล ที่มีอายุการใช้งานไม่นานพอ
ง. พ่นสีบนผิวงานที่ไม่สะอาดดีพอ
การแก้ไข
ขูดฟิมส์สีที่พองออก แล้วพ่นสีใหม่
การป้องกัน
ก. ทำความสะอาดผิวงานให้สะอาดและทั่วถึง
ข. ปล่อยเวลาให้สีแต่ละชั้นแห้งสนิทก่อนการพ่นสี
ค. พ่นซิลเลอร์
11. การเป็นริ้วสี (Mottling)
ลักษณะที่ปรากฎ เป็นริ้วยาวของสีโดยทั่วไปๆ จะเกิดกับสีที่มีบรอนช์

สาเหตุ
ก. พ่นสีเปียกมากเกินไปบนผิวงานเฉพาะแห่ง
การแก้ไข
ก. ให้เพิ่มความดันของอากาศอัดสูงขึ้น เมื่อพ่นสีครั้งสุดท้าย
ข. ฟิมส์สีหนาไปในบริเวณบางแห่ง
ค. ถ้าสีที่พ่นแล้วแห้งให้ขัดออกแล้วพ่นสีใหม่
การป้องกัน
ก. หลีกเลี่ยงการพ่นสีเปียกจนเกินไป และฟิมส์สีหนาในบริเวณเฉพาะแห่ง
ข. ระมัดระวังการเพิ่มและลดฟิมส์สี
12. ผิวเปลือกส้ม (Orange peel)
ลักษณะที่ปรากฎ
ก. ลักษณะคล้ายผิวลูกบอลล์ที่มากระทบกับสีที่พ่นแล้ว
ข. คล้ายกับผิวของเปลือกส้ม
สาเหตุ
ก. เกิดจากการลดลงของสีที่พ่นไม่เพียงพอ
ข. ใช้ทินเนอร์หรือรีดิวเซอร์คุณภาพต่ำ
ค. การไหลของสีไม่เหมาะสม
ง. ผิวหน้าของสีแห้งเร็วเกินไป
จ. ความดันของอากาศอัดไม่ถูกต้อง
การแก้ไข
ก. หลังจากพ่นสี เมื่อสีแห้งสนิทแล้วให้ใช้ยาขัดอย่างละเอียดขัดผิวหน้าที่เป็นเปลือกส้มออก
ข. หากเป็นเปลือกส้มมาก ให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ 400 ขัดน้ำ แล้วจึงพ่นสีใหม่
การป้องกัน
ก. ปรับความดันของอากาศอัดให้เหมาะสมถูกต้อง
ข. เลือกใช้ทินเนอร์หรือรีดิวเซอร์ที่มีคุณภาพดี
13. การลอก (Peeling)
ลักษณะที่ปรากฎ
สีทับหน้าลอกออกเป็นชิ้นบางๆ จากสีพื้น

สาเหตุ
ก. การเตรียมงานไม่ถูกวิธี
ข. สีชั้นแรกกับสีครั้งหลังไม่เข้ากัน
การแก้ไข
ขจัดส่วนที่ลอกออกให้หมด แล้วเตรียมงานให้ดี จึงพ่นสีใหม่ทับลงไป
การป้องกัน
ก. ทำความสะอาดและเตรียมงานอย่างดี
ข. ใช้สีพื้นตามคำแนะนำสำหรับโลหะนั้นๆ
ค. ดำเนินงานตามวิธีการพ่นสีใหม่อย่างเคร่งครัด และให้ใช้สีที่เข้ากันได้
14. รูพรุนหรือรอยพองบนแผ่นพลาสติค (Pin Holes or Blistering over plastic Filler or Pitting)
ลักษณะที่ปรากฎ
ก. เกิดเป็นรูคล้ายเข็มแทงที่ผิวงาน
ข. เกิดฟองอากาศดันฟิมส์สีพองเป็นจุดๆ แล้วกะเทาะออกกลายเป็นรูพรุน
สาเหตุ
ก. ใช้น้ำยาฮารค์เดนเนอร์ (hardener) ผสมกับพลาสติกแข็งมากเกินไป
ข. เวลาผสมพลาสติกกับน้ำยาทำให้พลาสติกแข็งและผสมรุนแรงเกินไป
การแก้ไข
ก. ขัดกระดาษทราย แล้วใช้สีโป๊วแห้งเร็ว เติมบริเวณรอยพรุนให้เต็ม ข. ขัดกระดาษทรายแล้วเตรียมพื้นใหม่
การป้องกัน
ก. ผสมน้ำยาฮาร์ดเดนเนอร์กับพลาสติกให้ถูกส่วน
ข. การผสมน้ำยากับพลาสติกไม่รุนแรงและให้ผสมอย่างเร็ว
ค. เวลาโป๊วพลาสติกอย่าพยายามให้มีฟองอากาศในเนื้อพลาสติก
15. สีโป๊วพลาสติกแสดงรอยด่าง (Plastic Bleedthru)
ลักษณะที่ปรากฎ เกิดรอยด่าง (ตามธรรมดาจะเป็นสีเหลืองบนสีทับหน้า)
สาเหตุ
ก. ผสมน้ำยาฮารค์เดนเนอร์ทำให้พลาสติกแข็งมากเกินไป
ข. พ่นสีทับหน้าก่อนเวลาที่พลาสติกแข็งตัวอย่างสมบูรณ์
การแก้ไข
ก. ขูดออกแล้วโป๊วใหม่
ข. รอจนสีทับหน้าแห้งสนิทแล้วขัดกระดาษทราย พ่นสีใหม่
การป้องกัน
ก. ใช้น้ำยาฮาร์ดเดนเนอร์ผสมกับพลาสติกให้ถูกส่วน
ข. ปล่อยระยะเวลานานพอสมควรให้พลาสติกแข็งตัวอย่างได้ที่
16. สีโป๊วพลาสติกไม่แห้ง (Plastic Filler noi Drying)
ลักษณะที่ปรากฎ สีโป๊วพลาสติกยังนิ่มอยู่ขณะที่โป๊วไปแล้ว
สาเหตุ
ก. ปริมาณของน้ำยาฮาร์ดเดนเนอร์ที่ทำให้พลาสติกแข็งไม่เพียงพอ ข. น้ำยาฮาร์ดเดนเนอร์ถูกแสงแดด
การแก้ไข
ขูดสีโป๊วพลาสติกออกแล้วโป๊วใหม่
การป้องกัน
ก. เพิ่มจำนวนน้ำยาฮาร์ดเดนเนอร์ที่ทำให้พลาสติกแข็ง ตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต
ข. แน่ใจว่าน้ำยาฮารค์เดนเนอร์ใหม่ และไม่เคยถูกแสงแดด
17. สนิมใต้สี (Rust under Finish)
ลักษณะที่ปรากฎ
ก. ลอก หรือแตก
ข. บวมเป็นจุดบางแห่ง
สาเหตุ
ก. การเตรียมโลหะไม่ดีพอ
ข. รอยแตกของฟิมส์สีทำให้ความชื้นเข้าไปใต้ฟิมส์สีได้
ค. มีน้ำในท่อระบบอากาศอัดที่ใช้พ่นสี
การแก้ไข   
ก. ผนึกทางเข้าของความชื้นด้านในของโครงสร้างนั้น
ข. ขัดโลหะให้เปลือยเปล่า และใช้น้ำยาเคลือบป้องกันการเกิดสนิม
การป้องกัน
ก. พิจารณาบริเวณที่เป็นแหล่งของความชื้นโดยผนึกและป้องกันจุดนั้น
ข. เมื่อมีการเปลี่ยนชิ้นส่วน เช่นพวกคิ้วและโครเมี่ยมต้องระมัดระวังอย่าให้ฟิมส์สีที่พ่นไว้แตก และอย่าให้โลหะที่ไม่เหมือนกันมาสัมผัสกัน การสัมผัสกันจะทำให้เกิด การถ่ายประจุไฟฟ้า ซึ่งเป็นเหตุให้ฟิมส์สีแตกออกหรือสูญเสียการเกาะแน่นที่ดีระหว่างโลหะกับฟิมส์สี
หมายเหตุ คิ้วที่ทำด้วยโครเมี่ยม จะต้องมีเนื้อพลาสติกรองก่อนเพื่อป้องกันการถ่ายประจุไฟฟ้า
18. สีไหล (Runs)
ลักษณะที่ปรากฎ
ก. เกิดการไหลของฟิมส์สีที่เปียก
ข. มวลของฟิมส์สีทับหน้าเลี่อนตัวเป็นทาง
สาเหตุ
ก. ผสมสีด้วยอัตราส่วนไม่ถูกต้อง สีใสเกินไปและความดันของอากาศลดต่ำไป
ข. ใช้ทินเนอร์ระบายช้าเกินไป
ค. พ่นสีบนงานที่เย็น
ง. ทำความสะอาดที่ผิวงานไม่ดี
การแก้ไข
ก. ล้างสีออก แล้วพ่นใหม่ (สีอีนาเมล)
ข. ขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์ 400 พ่นสีใหม่
การป้องกัน
ก. ใช้ส่วนผสมของทินเนอร์กับสีตามคำแนะนำ และใช้อากาสอัดที่ถูกต้อง
ข. อย่าพ่นสีบนผิวงานที่เย็น
ค. ทำความสะอาดผิวงานให้ทั่วถึง
19. สีย้อย (SAGS)
ลักษณะที่ปรากฎ สีย้อยเกิดจากการลื่นไถลของสี เกิดจากฟิมส์สีที่หนาเกินไป ไม่สามารถพยุงตัวบนผิวงานได้
สาเหตุ
ก. ผสมสีข้นเกินไป
ข. พ่นสีทับๆ กันโดยไม่มีเวลาให้สีที่พ่นครั้งแรกแห้งตัว
ค. ความดันของอากาศอัดต่ำไป
ง. ถือปืนใกล้ชิ้นงานเกินไป
จ. ปรับปืนพ่นสีไม่ถูกต้อง
การแก้ไข
ก. ขัดกระดาษทรายเบอร์ 400 แล้วพ่นสีใหม่
ข. ล้างสีย้อย แล้วพ่นสีใหม่
การป้องกัน
ก. ใช้ทินเนอร์และผสมให้ถูกต้อง
ข. ปรับความดันอากาศอัดให้เหมาะสมกับปืนที่จะใช้
ค. ให้ระยะห่างระหว่างปืนพ่นสีกับชิ้นงานให้ถูกต้อง
20. รอยกระดาษทรายหรือรอยขีดข่วน (Sand Scratches)
ลักษณะที่ปรากฎ เป็นรอยกระดาษทราย หรือรอยขีดข่วนบนผิวงานที่พ่นสีเสร็จเรียบร้อยแล้ว
สาเหตุ ใช้กระดาษทรายหยาบเกินไป ไม่ตรงกับสีที่จะใช้พ่น
การแก้ไข
ก. พ่นสีพื้นอย่างข้นเพื่อเติมรอยขีดข่วนให้เต็ม แล้วขัดด้วยกระดาษทรายละเอียด
ข. พ่นสีพื้นซิลเลอร์ ซึ่งช่วยลดรอยขีดข่วน
การป้องกัน
ก. เลือกใช้กระดาษทรายให้ถูกกับชนิดของสีที่จะพ่น
ข. การขัดกระดาษทรายโดยถูกวิธี
21. สีกระเทาะเนื่องจากหิน (Stone Bruises)
ลักษณะที่ปรากฎ สีกระเทาะเนื่องจากถูกกระทบกรวดเป็นหลุมเล็กๆ
สาเหตุ
ก. ก้อนหินกระเด็นมาจากรถคันอื่น
ข. เกิดการกระแทกจากประตูรถคันอื่น
การแก้ไข
ก. ขัดกระดาษทรายให้ทั่วถึง ห่างจากรอยชำรุด 3-4 นิ้ว
ข. ทาด้วยน้ำยาเคลือบป้องกันสนิมบริเวณโลหะ แล้วดำเนินการพ่นสีใหม่
22. มองเห็นสีพื้น (Undercoat Show thru)
ลักษณะที่ปรากฎ สีทับหน้าเปลี่ยนแปลงซึ่งทำให้มองเห็นสีพื้น
สาเหตุ
ก. พ่นสีทับหน้าไม่เพียงพอ
ข. ขัดยาขัดที่มากเกินไป
การแก้ไข
ขัดด้วยกระดาษทรายละเอียด แล้วพ่นสีใหม่
การป้องกัน
ก. พ่นสีทับหน้าให้หนาพอที่จะคลุมสีพื้นได้มิด
ข. อย่าขัดสีด้วยยาขัดมากเกินไป
23. รอยด่างจากหยดนํ้า (Water Spotting)
ลักษณะที่ปรากฎ เกิดจุดด่างเป็นแห่งๆ และรอยด่างใหญ่ๆ คล้ายการเสื่อมสภาพของสี
สาเหตุ
ก. มีหยดน้ำค้างบนผิวหน้าของสีแล้วแห้งเองโดยไม่เช็ดออก
ข. ล้างรถยนต์กลางแสงแดดจัดๆ
การแก้ไข
ขัดกระดาษทรายแล้วพ่นใหม่
การป้องกัน
ก. สีรถยนต์ที่พ่นใหม่ไม่ควรตากน้ำค้าง หรือน้ำฝน
ข. อย่าให้หยดน้ำแห้งเองบนผิวของงานสีที่พ่นใหม่
24. สีไม่แห้งบางแห่ง (Wet Spots)
ลักษณะที่ปรากฎ สีด่างบางแห่ง และสีแห้งช้าบางจุด
สาเหตุ
ก. การทำความสะอาดไม่ถูกต้อง
ข. สีพื้นพ่นหนาเกินไปและไม่แห้งสนิท
ค. ขัดกระดาษทรายโดยไม่ใช้น้ำมันเบนซิน หรือสารเคมีบางอย่างช่วย
การแก้ไข
ขัดกระดาษทรายออกให้หมด แล้วพ่นสีใหม่
การป้องกัน
ก. ใช้น้ำยาล้างทำความสะอาดผิวงาน
ข. ปล่อยระยะเวลาให้สีพื้นแห้ง
ค. ใช้น้ำเท่านั้นในการขัดกระดาษละเอียด
25. สีหย่น (Wrinkling)
ลักษณะที่ปรากฎ
ก. หย่นของสีอีนาเมลที่หนา
ข. ไม่เกิดความมันเวลาสีแห้ง
สาเหตุ
ก. ผสมสีข้นเกินไป หรือความดันของอากาศอัดต่ำไปทำให้ฟิมส์สีหนา
ข. พ่นสีมากชั้นเกินไป
ค. รีดิวเซอร์แห้งเร็วเกินไปทำให้ผิวหน้าสีตรึงแล้วหย่น
ง. ผิวหน้าแห้งและจับตัวทำละลายไว้ใต้สี
จ. ฟิมส์สีถูกกับความร้อนเร็วเกินไป
การแก้ไข
ขัดรอยหย่นด้วยกระดาษทรายปล่อยทิ้งให้แห้งจึงพ่นสีใหม่
การป้องกัน
ก. ผสมสีอีนาเมลตามคำแนะนำ
ข. พ่นจำนวนชั้นของสีตามคำแนะนำ
ค. อย่านำเข้าอบเร็วเกินไปต้องรอให้สีเริ่มแห้งก่อน
26. ละอองสีแห้ง (Dry Spray)
ลักษณะที่ปรากฎ ละอองสีแห้งก่อนที่จะถึงชิ้นงานทำให้เกิดเม็ดหยาบๆ

สาเหตุ
ก. ใช้ทินเนอร์คุณภาพต่ำ
ข. กำลังดันอากาศอัดสูงเกินไป
ค. ปรับปืนพ่นสีไม่ถูกต้อง
ง. ระยะห่างปืนพ่นสีมาก
การแก้ไข
ขัดสีให้เรียบด้วยกระดาษทรายละเอียด แล้วพ่นสีใหม่
การป้องกัน
ก. เลือกใช้ทินเนอร์ที่มีคุณภาพดี
ข. ใช้กำลังดันของอากาศอัดให้เหมาะสม
ค. ปรบปืนพ่นสีให้ถูกต้อง
ง. ถือปืนห่างจากชิ้นงานให้ถูกต้อง
27. สีเป็นวง (Feather-edge)
ลักษณะที่ปรากฎ เมื่อพ่นสีจะเกิดเป็นวงหรือเป็นขอบๆ
สาเหตุ
ก. การกวนสีไม่เพียงพอ
ข. การขัดกระดาษทรายไม่ถูกวิธี
ค. ใช้ทินเนอร์หรือรีดิวเซอร์แห้งช้ามากเกินไป
ง. ใช้สีไม่ตรงกับงาน
การแก้ไข
ขัดสีออกให้หมดจึงดำเนินการพ่นสีใหม่
การป้องกัน
ก. กวนสีให้ทั่วถึง
ข. ใช้กระดาษทรายให้ถูกวิธี
ค. ใช้ทินเนอร์และรีดิวเซอร์ให้ถูกต้อง

ที่มา:อร่าม  เริงฤทธิ์

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.


Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%259e%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25a5%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%259e%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2584%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2584%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%259e%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179