สีพ่นอะคริลิคแลคเกอร์

Posted on : 20-11-2013 | By : Author | In : การดูแลรักษารถ

(How to spray Acrylic Lacquer)
1. สีพ่นรถยนต์อะคริลิคแลคเกอร์ เป็นสีพ่นรถยนต์ที่ดีอันดับหนึ่งในปัจจุบัน สำหรับพ่นรถยนต์นั่งทุกชนิด ซึ่งสีอะคริลิค แลคเกอร์ เป็นสีที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสามารถใช้พ่นซ่อมสีบรอนช์ได้เหมือนสีเดิม และจะทำให้ความคงทนแบบเดียวกับสีที่พ่นออกมาจากโรงงานโดยตรง ซึ่งมีวิธีปฏิบัติดังนี้
1. ผสมสีอะคริลิค แลคเกอร์ 1 ส่วน กับทินเนอร์ 1 1/2 ส่วน หรือทินเนอร์ประมาณ 125-150 % ถ้าเพิ่มปริมาณของทินเนอร์มากกว่า 150 % เป็นการพ่นกระจายของสีมาก ทำให้สีสว่างไป แต่ถ้าทินเนอร์ต่ำกว่า 100% เป็นเหตุให้การพ่นสีไม่กระจายเท่าที่ควร จะทำให้สีเข้มเกินไป ดังนั้นอัตราส่วนผสมจึงมีอิทธิพลมากจึงต้องผสมให้ถูกต้อง
2. จงเลือกทินเนอร์ ที่มีคุณภาพดี ควรเป็นทินเนอร์ทำจากบริษัทที่ผลิตสีนั้นโดยตรง ถ้าทินเนอร์ชนิดอื่นๆ อาจทำให้งานการพ่นสีอะคริลิคแลคเกอร์เสียเพราะทินเนอร์ไม่สามารถละลายสีได้ทั่วถึง การใช้ทินเนอร์ดีจะทำให้การระเหยไปถูกต้อง ถ้าสภาวะอากาศมีความชื้นมากก็ ควรใช้ทินเนอร์ดียิ่งขึ้น พวก (High gloss Thmer) ถ้าใช้ทินเนอร์คุณภาพต่ำกว่านี้จะทำให้งานช้าลง การระเหยทินเนอร์ช้า ทำให้ผิวงานไม่ราบเรียบสีไม่เกาะ ถ้ายิ่งสภาวะอากาศเย็น อาจจำเป็นต้องใช้ทินเนอร์ที่ระเหยอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยในการระเหยของทินเนอร์สีแห้งเร็วที่สุดยิ่งขึ้น
3. ปรับความดันอากาศอัดให้ถูกต้อง เฉพาะสีอะคริลิคแลคเกอร์ความดันอากาศที่เหมาะสมที่สุด 35-45 ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว ถ้าความดันอากาศอัดมากเกินไปจะทำให้สีที่พ่นกระจายมากฟิล์มสีจะบางลงทำให้สิ้นเปลืองสีพ่นมากขึ้น ถ้าความดันอากาศอัดต่ำเกินไปการกระจายสีไม่ดี สีจะเข้มข้น ดูเหมือนจะทำให้เกิดผิวเปลือกส้ม (orang peel)
4. จำนวนชั้นของการพ่น (Number of coat) สีอะคริลิคแลคเกอร์ส่วนใหญ่ จำนวนชั้นของการพ่นสีที่ดีจะอยู่ประมาณ 4-5 ชั้นหรือ 6-7 ชั้น และอาจจะมีการพ่นถึง 21 ชั้น โดยพ่นทับลงไปบนสีพื้นที่เตรียมงานไว้เรียบร้อยแล้ว
การซ่อมแผลอะคริลิค (Spot Repairing Acrylic Lacquer)
การซ่อมแผลของสีอะคริลิคแลคเกอร์ เราจะทำการซ่อมเฉพาะจุดที่ไม่ดีที่ปรากฎขึ้นเท่านั้น โดยซ่อมให้ดีเหมือนเดิม ต้องเตรยมงานบนจุดที่ต้องซ่อมโดยทำความสะอาดบริเวณพื้นผิวทีเสียก่อน และต้องเคาะสีตรงที่ซ่อมออกขัดด้วยกระดาษทราย และเมื่อทำการขัดเก็บเรียบร้อย ให้พ่นสีพื้นบนจุดที่ซ่อม สีพื้นและสีเดิมจะกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าหากยังมีรอยอยู่ควรโป๊วด้วยสีโป๊วแห้งเร็วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงและขัดเก็บเรียบ การพ่นสีพ่นหนาปานกลาง ประมาณ 2 ชั้น ปล่อยสีแต่ละเที่ยวแห้งก่อน ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีก่อนการขัดเรียบด้วยกระดาษทรายน้ำเบอร์ 360 หรือเบอร์ 400
ใช้แรงดันอากาศอัดระหว่าง 20-35 ปอนด์ พ่นสี

อะคริลิคแลคเกอร์หนา 3 ชั้น โดยให้แต่ละชั้นหนาขึ้นกว่าเก่า และช่วงพักของแต่ละชั้นประมาณ 3-4 นาที หลังจากพ่นสี 3 ชั้น แรกเสร็จแล้วให้หยุดพักสัก 10-15 นาที จากนั้นให้พ่นหนามากๆ อีก 2 ชั้นสุดท้ายเป็นอันว่าเสร็จ
สำหรับการซ่อมทั้งบานหรือพ่นทั้งคัน ความดันของอากาศอัดที่ใช้ประมาณ 40-45 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว พ่นประมาณ 4-5 ชั้น โดยมีช่วงพักระหว่างชั้น 10-15 นาที ในช่วงพ่นอีกแต่ละชั้นควรใช้ผ้าเก็บละออง (Tack Rag) เก็บก่อน
การขัดยาขัดหยาบ ปล่อยสีทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ถ้าจะให้ดีควรปล่อยสีทิ้งใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง ถ้าต้องการอบทั้งบานหรือทั้งคันให้ใช้อุนหภูมิ 165 F ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที สีจะแห้งสนิทเสร็จแล้วใช้ยาขัดหยาบขัดได้ การขัดขี้ผึ้งถ้ามีความจำเป็นต้องการจะใช้ยาขัดขี้ผึ้งควรปล่อยสีที่พ่นแล้วทิ้งไว้ประมาณ 60 วัน ถึงจะดี
หมายเหตุ
ถ้าต้องการพ่นเคียร์หรือแลคเกอร์ทับหน้า (Topcoot Clears) จะพ่นได้เมื่อสีอะคริลิคแลคเกอร์แห้งแล้ว โดยพ่นเคียร์ทับหน้าอะคริลิคแลคเกอร์จะทำให้เกิดความเงางาม ดูมีความลึกเหมาะสำหรับผู้ต้องการความงามเป็นพิเศษ
ผ้าเก็บละออง (Tack Rag)
ในกรณีที่ขัดละอองสีออกจากรถยนต์ ถ้าใช้ผ้าธรรมดาขัดออกละอองสีต่างๆ จะไม่ค่อยหลุดออกจากตัวถังรถยนต์ จึงจำเป็นต้องใช้ผ้าเก็บละออง (Tack Rag) จับละอองต่างๆ ทำให้งานเรียบร้อย ถ้าผ้าเก็บละอองไม่มีอาจจะทำได้โดยใช้ผ้าชุบน้ำมันสนผึ่งไว้ประมาณ 6-12 ช.ม. ก็จะใช้เก็บละอองสีได้
ข้อควรระวัง ผ้าเก็บละอองที่ทำเทียมขึ้นระวังอย่าทับถมกันไว้เพราะอาจเกิดไฟขึ้นได้

ที่มา:อร่าม  เริงฤทธิ์

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.