การตรวจและบริการส่วนประกอบของเกียร์

Posted on : 25-11-2013 | By : Author | In : ระบบต่าง ๆ ในรถยนต์

INSPECTION AND SERVICE OF GEAR ASSEMBLY
วัตถุประสงค์
เพื่อให้สามารถตรวจสอบการชำรุดเสียหายของส่วนประกอบต่างๆ ของชุดเกียร์ที่ได้ถอดแยกออกตลอดจนพิจารณาสั่งเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง
วัสดุอุปกรณ์
ส่วนประกอบของชุดเกียร์
เครื่องมือ
เครื่องมือเบื้องต้น
เครื่องมือพิเศษ
-แท่น วี-บล๊อค (v-block)
– ฟิลเลอร์เกจ

-เครื่องถอดกันรั่ว (seal)
ความรู้เบื้องต้น
เนื่องจากการทำงานที่ยาวนานของชุดเกียร์ภายใต้ภาวะความร้อนแรงเสียดสีและการกระแทกย่อมทำให้เกิดความสึกหรอ และเสียหายของอุปกรณ์ต่างๆ ในเกียร์ ทั้งยังทำให้เกิดเสียงดังและการทำ งานที่ผิดปกติ
ลำดับขั้นการปฏิบัติงาน
ก่อนทำการตรวจสอบให้ทำความสะอาดชิ้นส่วนต่างๆ อย่างดี
๑. ให้ตรวจค่า Back lash ก่อนถอดเกียร์ โดย
๑.๑ ติดตั้งไดอัลเกจ (Dial gauge) เข้ากับเสื้อเกียร์ให้ก้านวัดวาง
ในตำแหน่งตั้งฉากกับฟัน
เกียร์1
รูปการวัดค่า Back lash
๑.๒ ใช้ไขควงล๊อคเพลากำลังหรือเลื่อนปลอกเลื่อนเข้าเกียร์ให้ชุดเกียร์ทำงาน ๒ เกียร์ ขณะตรวจก็ได้
เกียร์2
รูปการวัด
ตั้งเข็มที่หน้าปัดเกจวัดที่ศูนย์ (o) แล้วหมุนเฟืองบนเพลารองไปมา แล้วอ่านค่าที่เข็มวัดค่าที่อ่านได้ต้องอยู่ในค่าที่กำหนดตามตารางข้างล่างนี้

เกียร์3
๒. ตรวจเพลากำลัง (Main shaft or output shait)
๒. ๑ ตรวจสอบร่องเฟืองเพลาภายนอก (External spline) ซึ่งสวมอยู่กับข้อต่อเลื่อน (slip joint or yoke with sleeve) ของเพลากลางด้านหน้า
ให้ตรวจความตรงของร่องเฟืองและรอยสึกบิ่น โดยการหมุนและเลื่อนข้อต่อเข้าออกดังลูกศรในรูป

เกียร์4

รูปการตรวจเพลากำลัง
๒.๒ ตรวจความตรงของเพลากำลัง โดยวางเพลากำลังลงบนแท่น วี-บล๊อค (v-block) แล้วใช้ไดอัลเกจตรวจ ค่อยๆ หมุนเพลากำลังและอ่านค่าที่หน้าปัด ครึ่งหนึ่งของค่าที่อ่านได้คือ ความไม่ตรงของเพลากำลัง
๒.๓ ตารางค่ากำหนดให้
๓. ตรวจเพลาคลัทช์ (Cluth shaft or input shaft) ตรวจความ
เสียหายด้วยสายตา ณ ตำแหน่งที่ลูกศรชี้ คือ

เกียร์5

รูปตำแหน่งตรวจเพลาคลัทช์
-ความสึกหรอของเฟืองขับ (Main drive gear)
-รอยสัมผัสของฟัน
-ตรวจร่องเฟืองภายนอกของเพลา (External spline)
-ผิวเอียงรูปกรวย (Conical surface)
-เบ้าลูกปืน และยางรองหัวเพลากำลัง

เกียร์6

รูปตรวจลูกปืนเพลาคลัทช์
๔. ตรวจลูกปืนตัวหน้า (Front bearing) ให้ตรวจความไม่ราบเรียบของผิวลูกปืน รอยตามดหรือรอยขรุขระและตรวจเสียงของลูกปืนโดยใช้มือซ้ายจับลูกปืนให้แน่น แล้วใช้มือขวาหมุนเพลาคลัทช์ ถ้ามีเสียงดังขณะหมุน ต้องเปลี่ยนลูกปืนใหม่
๕. ตรวจบู๊ชและลูกปืนเกียร์

เกียร์7

รูปตรวจบู๊ชและลูกปืนเกียร์
๕.๑ ตรวจรอยชำรุด การสึกหรอของบู๊ชในตำแหน่งลูกศรชี้ ตรวจ วัดขนาดของบู๊ชให้ได้ตามค่ากำหนด
๕.๒ ประกอบลูกปืนยาวและบู๊ชเกียร์ ๑ เข้ากับเฟืองเกียร์ ๑ แล้ว หมุนบู๊ชตรวจดูความไม่ราบเรียบหรือคล่องตัวและตรวจเสียงขณะหมุน
ถ้าพบว่าไม่ราบเรียบหรือมีเสียงผิดปกติให้เปลี่ยน
๖. ตรวจเฟืองเกียร์ ๑, ๒ และ ๓

เกียร์8

รูปการตรวจเฟือง

เกียร์9

รูปการตรวจรอยสึกหรอของดุมเฟืองและเฟืองเกียร์ถอยหลัง
๖.๑ ตรวจรอยสึกหรอและรอยเสียหายที่ลูกศรชี้ คือ
-ฟันเกียร์
-รอยสัมผัสของฟัน
-ผิวสัมผัสด้านหน้าของเฟือง
-ผิวสัมผัสภายในของเฟือง
๖.๒ วัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง (๑) ตามค่ากำหนด
๗. ตรวจดุมเลื่อน (Hub sleeve) และเฟืองเกียร์ถอยหลัง
๗.๑ ตรวจรอยสึกหรอของฟันเกียร์ ร่องฟันภายใน (internal spline) และร่องก้ามปูเข้าเกียร์

๗.๒ ตรวจความสึกหรอของร่องก้ามปูและความกว้างของร่องจะต้องอยู่ในค่าที่กำหนด

เกียร์10

รูปการตรวจก้ามปูเข้าเกียร์
๘. ตรวจก้ามปูเข้าเกียร์ (Shift fork) และแขนเข้าเกียร์ถอยหลัง (Reverse shift arm)
๘.๑ ตรวจรอยสึกหรอ รอยบิ่นและรอยเสียหาย ณ ตำแหน่งลูกศรชี้
๘.๒ ตรวจช่องว่างระหว่างก้ามปูเข้าเกียร์กับร่อง (Fork to hub sleeve clearance)
๙. ตรวจเฟืองดุม  ตรวจดูรอยสึกหรอเสียหายของเฟืองดุมตามตำแหน่งลูกศรชี้

เกียร์11

รูปการตรวจเฟืองดุม
๑๐. ตรวจลิ่มตัวหนอนและสปริงดันลิ่มตัวหนอน (Shifting key and key spring)

เกียร์12

รูปการตรวจลิ่มตัวหนอนและสปริงตัวหนอน
๑๐.๑ ตรวจรอยสึกหรอเสียหาย ตามตำแหน่งลูกศรชี้
๑๐.๒ ตรวจความล้าของสปริงตัวหนอน ถ้าพบว่าล้าให้เปลี่ยนใหม่
๑๑. ตรวจแหวนซิงโครไนซ์ (Synchronizer ring)

เกียร์13

รูปแหวนซิงโครไนซ์
๑๑.๑ ตรวจผนังรูปกรวยและ ตำแหน่งฟันของแหวนซิงโครไนซ์ตามตำแหน่งลูกศรชี้
๑๑.๒ ตรวจแหวนซิงโครไนซ์ และตรวจช่องว่างระหว่างแหวนซิงโครไนซ์กับขอบด้านหน้าของ Clutch teeth ซึ่งควรจะอยู่ในค่าที่กำหนด

เกียร์14

รูปการตรวจช่องว่างแหวนซิงโครไนซ์
๑๑.๓ ตรวจแหวนซิงโครไนซ์
ก. ตรวจสอบการเบรคระหว่างผิวภายในของแหวนซิงโครไนซ์ กับผิวสัมผัสภายนอกรูปกรวยของเฟืองเกียร์ โดยออกแรงกดดันลูกศรดังรูป แล้วออกแรงหมุนแหวนซิงโครไนซ์ ซึ่งไม่ควรจะหมุนได้

เกียร์15

รูปตรวจสภาพการทำงานของแหวนซิงโครไนซ์
ข. ตรวจรอยสัมผัสระหว่างแหวน ซิงโครไนซ์ กับผิวสัมผัสรูปกรวยของเฟืองเกียร์ ถ้ารอยสัมผัสไม่ถูกต้อง ให้เปลี่ยนแหวนตัวใหม่
ข้อควรจำ
ในการเปลี่ยนแหวนซิงโครไนซ์ตัวใหม่ จะต้องนำแหวนตัวใหม่มาบดกับเฟืยงเกียร์ โดยใช้ยาบด (Lapping compound) ทาที่ผิวสัมผัสลาดเอียงของแหวนซิงโครไนซ์และเฟืองเกียร์ แล้วบดโดยการหมุนจนหน้าสัมผัสถูกต้อง จากนั้นให้ตรวจความถูกต้องตามข้อ (ข) อีกครั้งหนึ่ง
๑๒. ตรวจเพลารอง (Counter shaft)

เกียร์16

รูปการตรวจเพลารอง
๑๒.๑ ตรวจการสึกหรอรอยบิ่น และความเสียหายของเฟืองเกียร์และผิวสัมผัสในตำแหน่งลูกศรชี้
๑๒.๒ ตรวจช่องว่างระหว่าง แหวนรองก้านเพลารอง ปกติค่าช่อง จะประมาณ ๑.๗ ม.ม. (๐.๐๖๗”)
๑๓. ตรวจเฟืองไอดเลอร์และเพลา (Reverse idler gear and shaft)

เกียร์17

รูปการตรวจเฟืองและเพลาไอดเลอร์

เกียร์18

รูปการตรวจเฟืองขับสายไมล์
๑๓.๑ ตรวจดูรอยสึกหรอ และความเสียหายของเฟือง, ร่องเลื่อนเข้าเกียร์ บู๊ชและเพลาตามลูกศรชี้
๑๓.๒ ตรวจหาค่าสึกหรอของบู๊ช และเพลา โดยวัดหาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพื่อเทียบกับค่ามาตรฐานที่กำหนด
๑๔. ตรวจเฟืองขับสายไมล์ ตามตำแหน่งหมายเลขในรูปโดย
๑๔.๑ ตรวจรอยสึกหรอและรอยเสียหาย
๑๔.๒ ตรวจความไม่แข็งแรงและรอยเสียหาย
๑๕. ตรวจเสื้อเกียร์ (Transmission case) ให้ตรวจตามตำแหน่ง ที่มีหมายเลข

เกียร์19

รูปการตรวจเสื้อเกีียร์

เกียร์20

รูปตรวจเพลาก้ามปูเข้าเกียร์

เกียร์21

รูปตรวจการเสียหายของชุดเข้าเกียร์
๑๕.๑ ตรวจตำแหน่งการติดตั้ง และการเสียหาย
๑๕.๒ ตรวจรอยเสียหายและรอยสึกหรอ
๑๖. ตรวจเพลาก้ามปู ลูกปืน และสปริง (Shift fork shaft ball spring) ตรวจตำแหน่งต่างๆ ตาม ตัวเลขโดย
๑๖.๑ ตรวจความล้าของสปริง
๑๖.๒ ตรวจรอยเสียหาย

เกียร์22

รูปตรวจเรือนเลือกเกียร์และคันเกียร์
๑๖.๓ ตรวจรอยสึกหรอ
๑๗. ตรวจรอยสึกหรอความเสียหายตามตำแหน่งลูกศรชี้
๑๘. ตรวจเรือน เลื่อน เลือกเกียร์และคันเกียร์ (Shift lever housing and shift lever)
๑๘.๑ ตรวจตำแหน่งการสึกหรอ และความเสียหาย
ก. ตรวจด้านหลังปลายล่างของคันเกียร์
ข. ตรวจผิวสัมผัสของเรือนเลื่อน เลือกเกียร์กับด้านหน้าตอนปลายล่างของคันเกียร์
ที่มา:อ.ศรีณรงค์  ตู้ทองคำ, อ.ธิติ  ธาตรีนรานนท์, อ.พงษ์วุฒิ  สิทธิพล

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.