คุณรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับหม้อกรอง

Posted on : 08-11-2012 | By : Author | In : การดูแลรักษารถ

การกินน้ำมันมาก ไอเสียมีก๊าซคาร์บอนมอนอคไซด์มากเกินไป เครื่องยนต์โทรมเร็วผิดปกติ น้ำมันเชื้อเพลิงป้อนเข้าเครื่องไม่พอ เหล่านี้อาจเป็นปัญหาเนื่องจากหม้อกรองทั้งหลายในเครื่องยนต์  นอกจากว่าคุณจะได้ทำการตรวจซ่อมหม้อกรองตามช่วงเวลาที่กำหนด การตรวจซ่อมนี้ทำได้ง่ายๆ คุณก็สามารถทำได้ด้วยตัวเอง สิ่งที่ต้องการก็คือที่ขันหม้อกรองน้ำมันเครื่องตัวเดียวเท่านั้น ซึ่งหาซื้อได้ในราคาไม่แพง เครื่องมือพิเศษอื่นๆ ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เลย

ระบบกรองที่ดีนั้นมีผลต่อความคงทนของเครื่องยนต์ประกอบด้วยหม้อกรองอากาศ หม้อกรองน้ำมันเชื้อเพลิงและหม้อกรองน้ำมันเครื่อง  ถ้าหากไม่ให้ความสนใจหม้อกรองเหล่านี้แล้วอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง สำหรับหม้อกรองอากาศฝุ่นผงสกปรกจะเข้าไปอุดตันที่ไส้กรองเป็นการลดปริมาณอากาศที่จะเข้าสู่คาร์บิวเรเตอร์ทำให้เครื่องยนต์ทำงานด้วยส่วนผสมหนา กินน้ำมันมาก ทั้งยังเกินปริมาณคาร์บอนมอนอคไซด์มากด้วย เมื่อไส้กรองน้ำมันเครื่องเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกซึ่งจะอยู่ในสภาพของเหลวเหนียวข้นจะมีวาล์วตัวหนึ่งเปิดให้น้ำมันเครื่องที่ไม่ได้ผ่านหม้อกรองไหลไปหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ นำเอาเศษโลหะและสิ่งสกปรกไปตามส่วนต่างๆ ในเครื่องยนต์ด้วย ไม่ต้องบอกก็คงเดาได้ว่า เครื่องยนต์ของคุณจะโทรมเร็วขนาดไหน ส่วนหม้อกรองน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น เมื่อมีสิ่งสกปรกอัดอยู่มาก ๆ เข้าน้ำมันเชื้อเพลิงก็จะไหลกระพร่องกระแพร่ง ทำให้เครื่องยนต์ขาดเชื้อเพลิง โดยเฉพาะที่ความเร็วสูงๆ แล้วสำคัญมากแต่ไม่ต้องตกใจ ปัญหาพวกนี้แก้ง่ายมากเปลี่ยนหม้อกรองเสีย สำหรับหม้อกรองอากาศมักจะมีฝาเปิดได้ เปลี่ยนเฉพาะตัวไส้กรองก็พอ

หม้อกรองน้ำมันเครื่องมี 2 แบบ

หม้อกรองน้ำมันเครื่องนั้นเป็นตัวที่จะต้องตรวจบ่อยที่สุด ควรจะเปลี่ยนอย่างน้อยที่สุด ก็ทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อถ่ายน้ำมันเครื่องออกแล้ว จะมีน้ำมันสกปรกส่วนหนึ่งเหลืออยู่ในหม้อกรองน้ำมันเครื่อง  ถ้าไม่เปลี่ยนมันก็จะผสมผสานกับน้ำมันใหม่อย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำมันเครื่องใหม่สกปรก และอายุการใช้งานก็น้อยลงไป

แบบพื้นฐาน 2 แบบ ของหม้อกรองน้ำมันเครื่องก็คือแบบเพิ่มพื้นที่การกรองและแบบกรองตามความลึก ในรถยนต์รุ่นใหม่ทั่วไปจะใช้แบบแรก ซึ่งทำจากกระดากรองชนิดพิเศษ พับเป็นกลีบๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่การกรอง สำหรับแบบที่กรองตามความลึกนั้น จะใช้วัสดุกรองพวกที่มีลักษณะเป็นเส้นใย ซึ่งมักแยกเป็น 2 ชั้น ประกอบด้วยฝ้ายและเยื่อไม้ (ผู้ผลิตใหญ่ๆ สำหรับแบบเพิ่มพื้นที่การกรอง เช่น AC-fram-และ Purolator สำหรับแบบกรองตามความลึกนั้นได้แก่ Lee-Motorcraft และ STP)

ในหนังสือเกี่ยวกับทางเทคนิค เล่มหนึ่ง AC รายงานว่า ได้ทำการทดสอบเปรียบเทียบ ระหว่างแบบทั้งสองแล้ว แบบแรกให้ผลดีกว่าแบบหลังมาก แต่ทางฝ่ายผู้ผลิตแบบหลังก็คุยถึงการทดสอบผลิตภัณฑืของเขาเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นการปลอดภัยที่สุด ที่คุณจะเปลี่ยนหม้อกรองอันใหม่ตามแบบเดิมที่ใช้อยู่ทุกครั้งที่ทำการเปลี่ยน

หม้อกรองน้ำมันเครื่อง รุ่นใหม่สุดชื่อ filter Plus ผลิตโดยบริษัท Monroe Auto Equipment ซึ่งเรารู้จักกันดีในด้านผู้ผลิตโช๊คอัพ  นอกเหนือจากกระดาษกรองที่เป็นกลีบๆ แล้ว บริษัทนี้ได้เพิ่มสารปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเครื่องเข้าไปด้วย  โดยทำเป็นแผ่นแบนอยู่ภายในซึ่งจะค่อยๆ ละลาย เมื่อน้ำมันเครื่องไหลผ่าน จุดประสงค์ก็เพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่องนั่นเอง

การเปลี่ยนหม้อกรองน้ำมันเครื่อง

ตอนแรกก็ไปซื้อหม้อกรอง อะไหล่มาก่อน ให้แน่ใจว่าเป็นแบบเดียวกับที่รถคุณใช้อยู่ อุ่นเครื่องจนถึงอุณหภูมิใช้งานปกติแล้วดับ ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งสกปรกที่ตกค้างจะไม่เกาะตัวอยู่ภายในเมื่อเวลาถ่ายน้ำมันเครื่อง จากนั้นก็ถ่ายน้ำมันเครื่องเก่าออกจากห้องเพลาแล้วปิดปลั๊กกลับที่เดิมที่อ่างน้ำมันเครื่อง ใช้ที่ขันหม้อกรองน้ำมันเครื่อง ซึ่งเป็นแถบเหล็กรัดและมีด้ามถือ ขันหม้อกรองออก ต้องใส่ให้ถูกโดยเวลาขันปลอกเหล็กจะรัดหม้อกรองแน่น ถ้าใส่ผิดทางจะหลวมขันไม่ได้ ขันพอหลวมแล้วก็ถอดออกด้วยมือ ถ้าปะเก็นเก่าติดอยู่ตรงช่องตัวหม้อกรองก็แกะออกแล้วเช็ดบริเวณนั้นด้วยผ้าแห้ง นำปะเก็นอันใหม่ที่ให้มากับหม้อกรองอะไหล่นั้นมาทาด้วยน้ำมันเครื่องใหม่บางๆ จากนั้นหมุนหม้อกรองตัวใหม่เข้าที่ จนกระทั่งปะเก็นติดสนิทหมุนให้แน่นด้วยมือตามข้อแนะนำที่บ่งบนกล่อง ปกติมักจะหมุนอีก 2 ใน 3 หรือ 1รอบก็จะได้ที่ อย่าบิดแน่นเกินไป เพราะจะเป็นปัญหาสำหรับการถอดครั้งต่อไป เติมน้ำมันเครื่องใหม่ให้ได้ปริมาณที่กำหนด เดินเครื่องและตรวจดูว่าบริเวณหม้อกรองรั่วหรือไม่  ถ้ารั่วตรวจดูว่าขันแน่นตามกำหนดหรือเปล่า ถ้าแน่นพอ แต่ยังรั่วอีกก็ถอดและจัดปะเก็นใหม่ ขันเข้าที่แล้วตรวจดูอีกครั้ง

หม้อกรองน้ำมันเชื้อเพลิง

ในระหว่างการเก็บและขนส่ง น้ำมันเชื้อเพลิงจะได้รับสิ่งสกปรก เช่น สนิม หรือฝุ่นผง ถ้าคุณชอบใช้น้ำมันจนเกือบหมดหรือหมดถังแล้วถึงจะเติมใหม่ ปั๊มน้ำมันจะดูดเอาตะกอนก้นถังน้ำมันเข้าไปด้วย ถ้าไม่มีหม้อกรองน้ำมันเชื้อเพลิงสิ่งสกปรกเหล่านี้จะไปอุดตามนมหนูหรือส่วนอื่นๆ  ทั้งยังก่อให้เกิดการขัดสีจนเครื่องยนต์สึกหรอได้ด้วย

คุณจะพบหม้อกรองน้ำมันเชื้อเพลิงในที่แห่งหรือสองแห่งนี้ก็คือ ช่องน้ำมันเข้าของคาร์บิวเรเตอร์หรือในทางเดินน้ำมันเชื้อเพลิงระหว่างปั๊มน้ำมันกับคาร์บิวเรเตอร์ สำหรับแบบแรกการตรวจซ่อมต้องถอดสายน้ำมันออกจากคาร์บิวเรเตอร์แล้วถอดไส้กรองออก ในรถยนต์ใหม่ๆ ทั่วไปเป็นแบบกระดาษกรองพับกลับอย่าไปทำความสะอาดแล้วใช้อีกด้วยความเสียดาย เปลี่ยนอันใหม่เลยดีกว่า แล้วต่อสายน้ำมันกลับเข้าที่ เดินเครื่องและตรวจดูว่ารั่วหรือไม่ ถ้าเป็นรถรุ่นเก่าอาจพบไส้กรองที่ทำจากสารประกอบของโลหะ แบบนี้ล้างด้วยน้ำมันก๊าดแล้วใช้ใหม่ได้

สำหรับแบบที่ต่อในทางเดินน้ำมันเชื้อเพลิง ตอนแรกให้คลายที่ยึดเสียก่อน รูดจนพ้นจากท่อทางเข้า จะทางออกแล้วดึงหม้อกรองออกจากยางข้อต่อทั้งสองข้างและทิ้งไปรูดที่ยึดออกทิ้งไปและใส่ที่ยึดใหม่ที่ให้มากับหม้อกรองอะไหล่รูดจนพ้นยางข้อต่อ เสียบหม้อกรองอันใหม่เข้าไปดูลูกศรให้ถูกทิศทางด้วยว่าชี้เข้าหาคาร์บิวเรเตอร์เลื่อนที่ยึดเข้าที่เดินเครื่องและตรวจดูว่ารั่วหรือไม่

หม้อกรองอากาศ

ปริมาณอากาศที่ใช้ในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์นั้นประมาณ 15 เท่าของน้ำมันเชื้อเพลิงเทียบโดยน้ำหนัก อากาศส่วนมาก จะมีฝุ่นผงและสิ่งสกปรกปลอมอื่นๆ ผสมอยู่ สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดการสึกหรอในเครื่องยนต์ ดังนั้นเราจึงต้องมีหม้อกรองอากาศที่จะกรองสิ่งเหล่านี้ไว้

หม้อกรองอากาศแบบแห้ง

แบบนี้ใช้กันอยู่ทั่วไปในรถยนต์รุ่นใหม่ทุกชนิด กรองเป็นกระดากรองพับกลีบ ถอดออกได้โดยการคลายน็อตหางปลาบนฝาหม้อกรองและเปิดฝาออกดึงไส้กรองออกมาดู (ควรตรวจดูทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง) ถ้าไม่สกปรกมากก็ทำความสะอาดโดยการเคาะเบาๆ หรือฉีดลมจากขอบในออกมา ควรเปลี่ยนตามเวลาที่กำหนดไว้ในคู่มือรถหรืออาจต้องเปลี่ยนบ่อยครั้งถ้าใช้งานในบริเวณที่มีฝุ่นมาก ควรเช็ดทำความสะอาดหม้อกรองและฝาครอบด้วยผ้าเปียก ทางที่ดีควรถอดออกจากคาร์บิวเรเตอร์ก่อนเพื่อไม่ให้ฝุ่นที่เช็ดนั้นตกไปในคาร์บิวเรเตอร์  ถ้ารถของคุณมีเครื่องควบคุมปริมาณอากาศตามอุณหภูมิ จะมีสายต่อจากท่ออากาศไปยังเครื่อง ถอดสายนี้ออกก่อน ถอดหม้อกรองอากาศ (สายทำด้วยโลหะบาง อาจแตกถ้าบิดมากไป)

รถบางยี่ห้อมีหม้อกรองอากาศแบบปิดตาย เวลาเปลี่ยนต้องเปลี่ยนทั้งชุด กำหนดการใช้งานประมาณ 500,000 ไมล์

หม้อกรองอากาศแบบน้ำมัน

ก่อน ๆ นี้รถจำนวนมากที่ใช้หม้อกรองอากาศแบบนี้ อากาศจะผ่านไปในหม้อกรองระหว่างผนังด้านนอกและในแล้วลงสู่เบื้องล่างที่มีน้ำมันขังอยู่ เศษชิ้นส่วนเล็กๆ ที่หนักกว่าก็จะวิ่งไปสู่น้ำมัน ด้วยโมเมนตัมของมันและถูกจับไว้ขณะเดียวกันอากาศก็จะวนกลับขึ้นสู่ผิวบนของน้ำมันพร้อมทั้งพาเอาน้ำมันเป็นฝอยเล็กๆ ไปด้วย ฝุ่นในอากาศจะเกาะกับฝอยน้ำมันเหล่านี้ เมื่อผ่านตะแกรงโลหะก็จะถูกกรองเอาไว้ จากนั้นอากาศจะวกกลับลงอีกครั้งหนึ่งเข้าสู่ใจกลางหม้อกรองแล้วไปสู่คาร์บิวเรเตอร์ การดูแลรักษาหม้อกรองอากาศแบบนี้ คุณต้องถอดชิ้นส่วนทั้งหมดของหม้อกรองออก เอาน้ำมันเก่าทิ้งไปและทำความสะอาดภายในด้วนน้ำมันก๊าดและล้างตะแกรงด้วย แล้วปล่อยให้มันแห้ง เติมน้ำมันชนิดที่บ่งไว้จนถึงขีดกำหนด หล่อน้ำมันชนิดนี้ที่ตะแกรงบ้างพอให้เปียกแล้วประกอบตะแกรงและหม้อกรองกลับเข้าที่

ถ้ารถคุณเป็นรถ GM รุ่นเก่า อาจมีหม้อกรองอากาศแบบที่ไส้กรองทำจากโฟมพลาสติค เมื่อถอดหม้อกรองออกและเปิดฝาหม้อกรองดึงเอาไส้กรองออก แล้วเช็ดทำความสะอาด ภายในหม้อกรองด้วยผ้าเปียก ส่วนไส้กรองล้างด้วยน้ำอุ่นและผงซักฟอก สบัดและบีบน้ำออกแล้วแขวนให้แห้ง จากนั้นก็ประกอบกลับ ถ้าไส้กรองเริ่มแตกก็เปลี่ยนเสีย

หม้อกรองอากาศอีกแบบหนึ่งซึ่งเลิกใช้แล้วมีตะแกรงโลหะหล่อน้ำมันอย่างเดียวกันกับหม้อกรองอากาศแบบน้ำมันเพียงแต่ไม่มีอ่างขังน้ำมันเท่านั้น ตะแกรงนี้ทำความสะอาดโดยการล้างด้วยน้ำมันก๊าด

การตรวจอื่นๆ

ฝาหายใจ ถ้าเครื่องยนต์ของคุณมีฝาหายใจ(ปรับความดันภายในห้องเพลาและอ่างน้ำมันเครื่องให้เท่าความดันบรรยากาศ) ให้ทำความสะอาดโดยการล้างด้วยน้ำมันก๊าด เมื่อทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง หรือหม้อกรองน้ำมันเครื่องให้เปลี่ยนไส้สำหรับฝาหายใจนี้ด้วย

หม้อกรองแบบใช้ถ่านเป็นไส้กรองให้เปลี่ยนไส้กรองตามกำหนดของบริษัทผู้ผลิตรถ ถอดข้อต่อออกจากหัวหม้อกรอง คลายสายรัดฝากั้นออก ถอดเอาไส้กรองออกเปลี่ยนโดยดันจากข้างใต้แล้วกดไส้กรองใหม่เข้าไปจากนั้นประกอบเข้าที่

หม้อกรองสำหรับระบบส่งกำลังในการใช้งานตามปกติสามารถใช้ตลอดอายุรถ แต่สำหรับงานหนัก เช่น พวกรถแท็กซี่หรือรถโดยสารจำเป็นต้องเปลี่ยนทุกๆ 30,000 ไมล์

ที่มา:สถิร  หาญอุตสาหะ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.