หัวเทียน

Posted on : 14-05-2013 | By : Author | In : ระบบต่าง ๆ ในรถยนต์

หัวเทียน (spark plug) เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญชิ้นหนึ่งของเครื่องยนต์เบนซิน หัวเทียนทำหน้าที่จุดประกายไฟทำให้ไอดีเกิดการเผาไหม้ หัวเทียนที่อยู่ในสภาพดี และการเลือกใช้หัวเทียนที่ถูกต้องกับ สภาพของการใช้งานก็จะเป็นผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงสร้างของหัวเทียน
โครงสร้างและหน้าที่ของส่วนประกอบต่างๆ ของหัวเทียนมีดังนี้ (ดูรูปที่ 5.36 ประกอบ)


รูปที่ 5.36 แสดงภาพตัดหัวเทียน
1. เครื่องกั้นการรั่วของกระแสไฟฟ้า (leakage-current barrier)
2. ขั้วหัวเทียน (terminal stud)
3. ฉนวนส่วนบน (pyranite insulator) ทำจากอะลูมิน่าหรืออะลูมิเนียมออกไซด์ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ เช่น การนำความร้อนได้ดี ความแข็งแรงสูง ทนทานต่อความร้อน และทนต่อการกัดกร่อน
4. ส่วนโปร่งอันเกิดจากการอัดโค้งปิดหน้า (heat shrunk fitting zone) รอยอัด และการทำให้ปลอกเหล็กตัวยึดแน่นหลังจากอบร้อนแล้ว
5. ซีลพิเศษ (special seal) เป็นฉนวนพิเศษป้องกันการรั่วของก๊าซและเป็นตัวนำไฟฟ้าแรงสูงได้
6. ปะเก็น (gasket) เป็นตัวป้องกันการรั่วไหลของก๊าซที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง
7. เกลียว (thread) ความยาวของเกลียวจะเป็นไปตามขนาดที่กำหนดในมาตรฐานอุตสาหกรรมสากล
8. ขั้วแกนกลาง (center electrode) ทำจากโลหะพิเศษที่ทนทานต่อการกัดกร่อนของเชื้อเพลิงที่เผาไหม้ และยังสามารถนำกระแสได้ดี
9. เขี้ยวดิน (ground electrode)
10. ฉนวนหุ้มแกนกลาง (insulator nose) เป็นส่วนกำหนดช่วงความร้อนของหัวเทียน (เบอร์หัวเทียน)
11. ช่องว่างระหว่างปลายล่างฉนวนกับเปลือกโลหะ (scavenging area) เป็นบริเวณที่สะสมคราบเขม่า ช่องนี้จะมีความกว้างหรือแคบ จะส่งผลถึงอุณหภูมิของของหัวเทียน เพราะก๊าซจะหมุนเวียนถ่ายเทได้ปริมาณต่างกันในช่องนี้
12. แหวนกันการรั่วด้านใน (internal seal)
13. ปลอกหรือเปลือกหัวเทียน (spark plug shell)
14. แหวนลูกฟูก (crimping ring)
15. ขั้วต่อสายไฟ (terminal nut)
คุณสมบัติของหัวเทียน
หัวเทียนที่ดีจะต้องมีคุณสมบิติตังนี้
1. ต้องรับความดันได้สูง 50 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (700 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
2. ต้องทนอุณหภูมิได้สูง 2,500 องศาเซลเซียส (4,500 องศาฟาเรนไฮต์)
3. ต้องสามารถทนทานต่อแรงเคลื่อนไฟฟ้าสูงๆ ได้
4. ต้องสามารถทนต่อการสั่นสะเทือนจากชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ได้ดี
5. ต้องสามารถปรับสภาพให้รับกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความดันได้เป็นอย่างดี
6. ต้องทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมี
7. ต้องมีการจุดประกายไฟที่แน่นอนในทุกสภาวะของการทำงานของเครื่องยนต์
8. ต้องป้องกันการรั่วไหลภายใต้ความกดดันสูงๆ ได้
9. ต้องให้ค่าความร้อนที่ถูกต้อง
10. ต้องมีอายุการใช้งานยาวนาน
การผลิตหัวเทียน
การผลิตหัวเทียนมีรายละเอียดดังนี้
1. ฉนวนกระเบื้อง (insulator) ทำจากสารอะลูมิน่าบริสุทธิ์ ซึ่งมีความทนต่อการกัดกร่อน แข็งแรง และมีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างกะทันหัน ส่วนประกอบส่วนใหญ่คืออะลูมิน่าขึ้นรูปแล้วเผาที่อุณหภูมิประมาณ 1,700 องศาเซลเซียส แล้วประทับเครื่องหมายการค้าและเบอร์ อาบมัน แล้วอบที่อุณหภูมิประมาณ 900 องศาเซลเซียส
2. เปลือกโลหะ (metal shell) ใช้กรรมวิธีอัดขึ้นรูปแล้วกลึงแต่งให้เรียบร้อย จากนั้นเชื่อมขั้วดินเข้าตามตำแหน่งแล้วกลึงเกลียวก่อนที่จะนำไปชุบเคลือบผิว
3. ขั้ว (electrode) ปัจจุบันนี้จะทำจากโลหะผสมนิกเกลกันโครเมียม แมงกานีส ซิลิคอน และสารอื่นๆ ขั้วแกนกลางทำจากโลหะท่อนกลมเชื่อมต่อกับปลายแกนทองแดงหรือทองคำขาว (แพลทินัม) ซึ่งสามารถจุดประกายไฟได้ดี แม้แรงเคลื่อนไฟฟ้าจะคงที่ก็ตาม
การประกอบ การประกอบเปลือกโลหะกับฉนวนจะใช้ผงแป้งกันรั่วอัดลงไปด้วย เพราะเมื่ออัดโค้ง ปิดหน้าแล้ว จะช่วยป้องกันการรั่วได้แน่นหนาขึ้น
หัวเทียนทองคำขาว
หัวเทียนทองคำขาว (platinum spark plug) เป็นหัวเทียนที่แกนกลางทำจากโลหะทองคำขาว ที่มีความบริสุทธิ์ถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.3 ถึง 1.1 มิลลิเมตร (เล็กกว่า หัวเทียนแบบธรรมดา) มีจุดหลอมละลายสูงถึง 1,769 องศาเซลเซียส และมีคุณสมบัติพิเศษทนทานต่อการผุกร่อนที่มากระทบทั้งทางเคมีและทางไฟฟ้า และทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิสูง-ตํ่าอย่างฉับพลันได้ดี
จากการทดสอบรูปลักษณ์ต่างๆ ของแกนกลางของหัวเทียนพบว่าแกนกลางของหัวเทียนที่มีลักษณะกลมมนจะเกิดประกายไฟได้ยาก ขณะที่แกนกลางของหัวเทียนเป็นรูปทรงกระบอกหรือปลายแหลมจะเกิดประกายไฟได้ง่ายดังรูปที่ 5.37


รูปที่ 5.37 แสดงรูปลักษณ์ต่างๆ ของแกนกลางของหัวเทียนที่ให้ประกายไฟจากง่ายไปหายาก
มีการออกแบบหัวเทียนและโครงสร้างภายในใหม่โดยใช้แกนกลางเป็นโลหะทองคำขาว ซึ่งเป็นโลหะที่เป็นตัวนำทางไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดง (หัวเทียนแบบธรรมดา) และปลายของแกนกลางจะแหลมดังรูปที่ 5.38


รูปที่ 5.38 เปรียบเทียบโครงสร้างของหัวเทียนแบบธรรมดาและหัวเทียนทองคำขาว
ประสิทธิภาพของหัวเทียนทองคำขาวที่ดีกว่าหัวเทียนแบบธรรมดาคือ
1. ขยายช่วงความร้อนได้กว้างมากกว่า
2. ทำให้หัวเทียนร้อนถึงอุณหภูมิทำงานได้เร็วกว่า
3. การที่ร้อนเร็วกว่าและร้อนสูงกว่า ทำให้ฉนวนและปลายหัวเทียนไม่มีเขม่าเกาะ
4. เมื่อไม่มีเขม่าเกาะที่ปลายหัวเทียน การจุดระเบิดจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
5. เมื่อใช้ความเร็วสูงหัวเทียนจะไม่ร้อนเกินไปเพราะมีการออกแบบส่วนต่างๆ สัมพันธ์กันอย่างดี
6. มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 100,000 กิโลเมตร (60,000 ไมล์) โดยไม่ต้องถอดหัวเทียนออกมาทำความสะอาดและปรับตั้งระยะห่างเขี้ยวหัวเทียน
อุณหภูมิของหัวเทียน
หัวเทียนในปัจจุบันจะมีขีดความร้อน (heat range) ต่างๆ กันคือ
1. หัวเทียนร้อน คือหัวเทียนที่มีระยะทางระบายความร้อนจากเขี้ยวหัวเทียนถึงปลายล่างฉนวนยาว ทำให้ระยะเวลาในการระบายความร้อนนาน ความร้อนจึงสะสมอยู่ในตัวได้มาก ใช้สำหรับเครื่องยนต์ที่ทำงานความเร็วตํ่าหรือระยะเวลาในการทำงานช่วงสั้นๆ เครื่องยนต์จึงร้อนถึงอุณหภูมิทำงานเร็วดังรูป ที่ 5.39 (ก)
2. หัวเทียนมาตรฐาน คือหัวเทียนที่มีขีดความร้อนปานกลาง เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ที่ทำงานด้วยความเร็วปานกลางดังรูปที่ 5.39 (ข)
3. หัวเทียนเย็น คือหัวเทียนที่มีระยะทางระบายความร้อนจากเขี้ยวหัวเทียนถึงปลายล่างฉนวนสั้น ทำให้ระยะทางในการระบายความร้อนน้อย ความร้อนจึงระบายได้เร็ว ทำให้เครื่องยนต์ไม่ร้อนจนเกินไป ใช้สำหรับเครื่องยนต์ที่ทำงานด้วยความเร็วสูงหรือใช้วิ่งทางไกลดังรูปที่ 5.39 (ค)


รูปที่ 5.39 หัวเทียนชนิดต่างๆ
หมายเหตุ หัวเทียนร้อนหรือหัวเทียนเย็นไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดความยาวของเกลียว แต่ขึ้นอยู่กับระยะทางในการระบายความร้อน

ถ้าอุณหภูมิที่แกนกลางของหัวเทียนมีค่าน้อยกว่า 450 องศาเซลเซียส (842 องศาฟาเรนไฮต์) คราบเขม่าที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงที่ไม่สมบูรณ์จะเกาะติดแน่นที่ผิวของกระเบื้องที่หุ้มแกนกลางของหัวเทียน เป็นการลดความต้านทานระหว่างฉนวนกระเบื้องกับโครงหัวเทียน เป็นผลให้แรงเคลื่อนไฟแรงสูงที่ปลายแกนกลางของหัวเทียนอาจจะเกิดการลัดวงจรกับโครง (หัวเทียนบอด) ซึ่งจะไม่มีประกายไฟ กระโดดข้ามเขี้ยวหัวเทียน และที่อุณหภูมิ 450 องศาเซลเซียส (842 องศาฟาเรนไฮต์) หรือสูงกว่านี้ จะทำให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ทำให้เขม่าไม่สามารถที่จะเกาะอยู่กับฉนวนกระเบื้อง อุณหภูมินี้จะเป็นอุณหภูมิที่ทำให้หัวเทียนสะอาด
ถ้าแกนกลางมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นถึง 950 องศาเซลเซียส (1,742 องศาฟาเรนไฮต์ แกนกลางของหัวเทียนจะกลายเป็นแหล่งกำเนิดความร้อน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการจุดระเบิดเชื้อเพลิง โดยไม่ต้องมี ประกายไฟซึ่งเรียกว่า การชิงจุด ถ้าการชิงจุดเกิดขึ้น กำลังงานที่ได้จากเครื่องยนต์จะตกลงจากจังหวะการจุดระเบิดที่ผิดพลาด และที่แกนกลางของหัวเทียนหรือลูกสูบอาจเกิดการติดแน่นหรือชิ้นส่วนต่างๆ หลอมละลายเนื่องจากความร้อนสูงเกินไป ดังนั้นอุณหภูมิที่แกนกลางของหัวเทียนต้องตํ่ากว่า 950 องศาเซลเซียส (1,742 องศาฟาเรนไฮต์)
ค่าความร้อนตามจุดต่างๆ ของหัวเทียนและการเปรียบเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ที่หัวเทียนได้มีการระบายความร้อนออกไปดังรูปที่ 5.40
อุณหภูมิ 450 องศาเซลเซียส (842 องศาฟาเรนไฮต์) และอุณหภูมิ 950 องศาเซลเซียส (1,742 องศาฟาเรนไฮต์) จะเกิดขึ้นใกล้ๆ ตรงปลายแกนกลางของหัวเทียนตำแหน่ง A ในรูปที่ 5.40 อุณหภูมิที่ตำแหน่ง A มีความสำคัญที่จะทำให้หัวเทียนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับไอดีในห้องเผาไหม้ และการออกแบบหัวเทียนด้วยดังรูปที่ 5.40


รูปที่ 5.40 แสดงค่าความร้อนตามจุดต่างๆ ของหัวเทียนเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์
การตั้งระยะห่างของเขี้ยวหัวเทียน
ระยะห่างของเขี้ยวหัวเทียนต้องตั้งตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต (ปกติจะถูกตั้งมาจากโรงงานเรียบร้อยแล้ว) โดยทั่วไปค่าระยะห่างมาตรฐานจะค่าประมาณ 0.6 ถึง 0.8 มิลลิเมตร (0.024 ถึง 0.31 นิ้ว) การตั้งเขี้ยวหัวเทียนต้องระวังขั้วแกนกลางที่เป็นกระเบื้องหุ้มอยู่ อย่าให้กระเบื้องแตกเสียหายได้ การวัดระยะห่างเขี้ยวหัวเทียนให้ถูกต้องจริงๆ ต้องใช้ฟิลเลอร์เกจชนิดลวดกลม (round wire gauge) ระยะห่างเขี้ยวหัวเทียนที่ถูกต้องจะทำให้ไฟแรงเคลื่อนสูงสามารถกระโดดได้ดี เครื่องยนต์ก็จะติดง่ายและมีกำลังสูง รูปที่ 5.41 ได้แสดงระยะห่างของเขี้ยวหัวเทียนที่ถูกต้อง


รูปที่ 5.41 ระยะห่างของเขี้ยวหัวเทียน
การใส่หัวเทียน
การใส่หัวเทียนกับเครื่องยนต์ ครั้งแรกให้หมุนเข้าด้วยมือก่อน เพื่อป้องกันการปีนเกลียว เมื่อหมุนเข้าจนแน่นแล้วจึงใช้ประแจขันให้แน่นอีกครั้งหนึ่ง และถ้าใช้ประแจปอนด์ขันด้วยค่าแรงบิดที่บริษัทผู้ผลิตรถรุ่นนั้นๆ กำหนดไว้ก็จะดียิ่งขึ้น เพราะว่าถ้าขันด้วยแรงบิดที่น้อยไปจะทำให้กำลังอัดรั่วออกมาได้ แต่ถ้าขันมากเกินไปก็จะทำให้เกลียวหัวเทียนที่ฝาสูบเสียหายได้
การเลือกใช้หัวเทียนที่ถูกต้อง
การเลือกใช้หัวเทียนที่ถูกต้องมีรายละเอียดดังนี้
1. เลือกใช้ขนาดความยาวเกลียวให้ถูกต้องกับฝาสูบ ไม่ยาวไปและไม่สั้นไป ถ้าหัวเทียนยาวไป จะทำให้มีเขม่าจับที่เกลียวหัวเทียน มีผลทำให้ถอดหัวเทียนยากและเขม่าจะทำให้หัวเทียนร้อนจัด ถ้าหัวเทียนสั้นไปจะทำให้มีเขม่าจับที่เกลียวฝาสูบและเมื่อใช้หัวเทียนที่มีความยาวถูกต้องก็จะทำให้ขันเข้าไปยากและกำลังอัดก็จะน้อยลงดังรูปที่ 5.42
2. เลือกใช้เบอร์หัวเทียนให้ถูกต้องกับสภาพของการขับขี่หรือตามคู่มือที่บริษัทผู้ผลิตรถได้กำหนด


รูปที่ 5.42 แสดงระยะเกลียวของหัวเทียน
การสังเกตสีและลักษณะของหัวเทียน
การสังเกตสีและลักษณะของหัวเทียนทำได้ดังนี้
1. ถ้าหัวเทียนมีสภาพสีดำแห้ง และสามารถเช็ดออกได้ง่าย แสดงว่าส่วนผสมหนา ให้ทำการปรับซ่อมคาร์บูเรเตอร์ใหม่
2. ถ้าหัวเทียนมีสภาพนํ้ามันเครื่องเปียก แสดงว่าลูกสูบ กระบอกสูบ หรือแหวนลูกสูบสึกหรอ ให้ทำการตรวจเช็กเครื่องหรือซ่อมใหญ่
3. ถ้าหัวเทียนมีสภาพแห้ง มีสีนํ้าตาลอ่อนๆ แสดงว่าการเผาไหม้ของเครื่องยนต์สมบูรณ์เป็นปกติ
4. ถ้าหัวเทียนมีสภาพไหม้และกร่อน แสดงว่าเครื่องยนต์ทำงานที่อุณหภูมิสูงเกินไป อาจใช้หัวเทียนผิดเบอร์คือ ใช้หัวเทียนร้อนเกินไป หรืออาจจะเกิดจากการชิงจุดระเบิด (pri ignition) อันเนื่องมาจากเครื่องยนต์ร้อนจัด
5. ถ้าหัวเทียนมีสภาพสีขาวจับ หรือสีเหลืองจับ แสดงว่าไฟอ่อน แก้ไขโดยการตั้งไฟจุดระเบิดให้แก่ขึ้น และเปลี่ยนหัวเทียนให้เป็นหัวเทียนที่ร้อนขึ้นดังรูปที่ 5.43


รูปที่ 5.43 สภาพต่างๆ ของหัวเทียน
สาเหตุข้อขัดข้องของหัวเทียน
สาเหตุข้อขัดข้องของหัวเทียนจะมีสาเหตุใหญ่ๆ คือ
1. การสึกหรอของเขี้ยวหัวเทียน
2. มีเขม่าหรือนํ้ามันเครื่องจับมากเกินไป
3. ฉนวนที่หุ้มแตก
4. หัวเทียนหมดอายุการใช้งาน ถ้าหัวเทียนหมดอายุแล้วแต่เรายังใช้อยู่ จะทำให้เกิดผลเสียคือ ทำให้สิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิง ทำให้ระบบไฟจุดระเบิดบกพร่อง และการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ทำให้เกิดก๊าซพิษเพิ่มมากขึ้นในอากาศ
สาเหตุที่มีคราบน้ำมันและเขม่าจันที่หัวเทียน
สาเหตุที่ทำให้มีคราบนํ้ามันและเขม่าจับที่หัวเทียนคือ
1. ส่วนผสมหนา
2. โช้กค้าง
3. ขับขี่ด้วยความเร็วตํ่าเป็นเวลานานๆ
4. ตั้งไฟจุดระเบิดอ่อนไป
5. ใช้หัวเทียนเย็นเกินไป
6. ระบบไฟจุดระเบิดบกพร่อง
7. เครื่องยนต์ไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์
สาเหตุที่ทำให้หัวเทียนร้อนจัด
สาเหตุที่ทำให้หัวเทียนร้อนจัดคือ
1. ตั้งไฟจุดระเบิดแก่เกินไป
2. ปรับส่วนผสมบางไป
3. ใช้หัวเทียนร้อนไป
4. ระบบหล่อลื่นและหล่อเย็นบกพร่อง
5. เกิดเขม่าในห้องเผาไหม้มาก
6. ขันหัวเทียนไม่แน่นหรือไม่มีปะเก็น
7. ใช้นํ้ามันออกเทนตํ่าเกินไป
8. บรรทุกหนักเป็นเวลานานๆ
โค้ดของหัวเทียน
โค้ดของหัวเทียนจะเป็นตัวที่บอกให้เราได้รู้ว่าหัวเทียนนั้นๆ เป็นหัวเทียนขนาดเท่าไร เป็นหัวเทียนร้อนหรือหัวเทียนเย็น และเป็นหัวเทียนโครงสร้างแบบใด ซึ่งโค้ดของหัวเทียนทุกบริษัทจะถูกกำหนดเป็น มาตรฐานสากล เราสามารถที่จะใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ใส่กับรถจักรยานยนต์ โดยการเปรียบเทียบเบอร์โค้ดของหัวเทียนจะกำหนดไว้ดังในรูปที่ 5.44


รูปที่ 5.44 ตัวอย่างการเปรียบเทียบเบอร์โค้ดของหัวเทียน
อักษรตัวแรกจะแสดงขนาดความโตของเกลียว อักษรตัวที่ 2 จะแสดงลักษณะโครงสร้าง (บางแบบก็ไม่มีอักษรตัวนี้) หมายเลขตัวที่ 3 จะแสดงช่วงความร้อน เบอร์มากจะเป็นหัวเทียนเย็น เบอร์น้อยจะเป็นหัวเทียนร้อน อักษรตามตัวที่ 4 จะแสดงขนาดความยาวของเกลียวหัวเทียน อักษรตัวที่ 5 จะแสดงลักษณะโครงสร้างพิเศษของหัวเทียนดังนี้
S-แกนกลางเป็นทองแดง
C-ชนิดใช้กับเครื่องยนต์ความเร็วสูง
N-ใช้กับรถแข่งมีเขี้ยวตัวงอเป็นนิกเกิล
M-ชนิดแกนสั้น
A-แบบ 2 เขี้ยว ใช้กับเครื่องยนต์โรตารี
R-ชนิดมีรีซิสเตอร์ที่แกนกลางของหัวเทียน

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.


Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%258d%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b6%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%258d%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2597%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents() [function.file-get-contents]: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179

Warning: file_get_contents(http://urls.api.twitter.com/1/urls/count.json?url=http%3A%2F%2Fwww.auto2drive.com%2F%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2597%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%2F) [function.file-get-contents]: failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in /home/napin165/public_html/AUTO2DRIVE.COM/wp-content/plugins/most-shared-posts/msp-fetch.php on line 179