เครื่องตรวจการรั่วสารทำความเย็นแบบตะเกียง

Posted on : 27-05-2013 | By : Author | In : ระบบต่าง ๆ ในรถยนต์

การทดสอบการรั่วของระบบโดยใช้ตะเกียงตรวจ (Halide Leak Detector)
เครื่องตรวจการรั่วหรือที่ช่างทั่วไปเรียกว่าตะเกียงตรวจรอยรั่ว เครื่องตรวจรอยรั่วเป็นอุปกรณ์ที่ช่างสมัยใหม่ควรใช้เพราะว่าราคาไม่แพงนัก และที่สำคัญก็คือสามารถตรวจส่องหารอยรั่วได้แน่นอน แต่มีข้อเสียอยู่บ้างคือ ไม่สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายเท่าที่ควร ปัจจุบันนิยมใช้เครื่องตรวจรั่วด้วยอิเลคโทรนิคส์เพราะสะดวกกว่าและทันสมัยกว่า


ภาพที่ 5-1 เครื่องตรวจการรั่วสารทำความเย็นแบบตะเกียงแก๊ส
ส่วนประกอบที่สำคัญของตะเกียงตรวจรอยรั่วคือ แหล่งต้นเพลิง ให้เกิดเปลวไฟ หรือหัวตะเกียงนั่นเอง ตัวหัวตะเกียงสามารถถอดเปลี่ยนได้
การตรวจว่าหัวตะเกียงใช้ได้หรือไม่ ให้ทดลองตรวจดูโดยเปิดตัวสารทำความเย็นไว้แล้วนำสายตรวจสอบของตะเกียงเข้าไปใกล้ๆ สารทำความเย็น ถ้าตัวหัวตะเกียงอยู่ในสภาพดีที่หน้าต่างตะเกียงจะมีสีม่วง แต่ถ้ามีเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยแสดงว่าตัวหัวตะเกียงเสียให้เปลี่ยนหัวใหม่
ข้อควรระวัง ขณะทำการทดสอบหารอยรั่ว ห้ามสูบบุหรี่ และห้ามทำการตรวจสอบใกล้แกสชนิดอื่นเพราะจะทำให้ผิดพลาดในการตรวจสอบ การใช้เครื่องตรวจสอบการรั่วควรกระทำในที่ๆ มีการถ่ายเทอากาศดี เพราะสารทำความเย็นเมื่อพบกับเปลวไฟ จะเกิดแกสพิษ ห้ามสูดดมอย่างเด็ดขาด
เครื่องมือ
ประแจปากตาย 1 ชุด, แว่นนิรภัย 1 อัน, ผ้าคลุมบังโคลนรถ 2 ผืน ชุดแมนิโฟลด์เกจ 1 ชุด, ผ้าปิดจมูก 1 ชิ้น
การเตรียมงานขั้นต้น
1. ต่อชุดแมนิโฟลด์เกจเข้ากับระบบ
2. ต่อสายท่อยางของชุดแมนิโฟลด์เกจเข้ากับลิ้นเซอร์วิสวาวล์บนฝาสูบคอมเพรสเซอร์
3. ลิ้นทางด้านความดันสูงและต่ำอยู่ในตำแหน่งปิด
4. ตรวจดูความดันของสารทำความเย็นในระบบไม่ควรต่ำกว่า 50 p.s.i.g. ถ้าความดันต่ำกว่านี้ ให้ตรวจดูว่ามีการรั่วที่ไหนบ้าง
5. ถ้าหากพบว่าสารทำความเย็นในระบบไม่เพียงพอให้เติมสารทำความเย็นให้เต็มเพื่อให้ระบบมีแรงดันเพียงพอในการตรวจหารอยรั่ว ถ้าหากพบว่าแรงดันในระบบไม่เพียงพอให้ปฏิบัติตามหัวข้อ “การเติมสารทำความเย็นเพื่อตรวจหารอยรั่วจากแรงดันของสารทำความเย็น” ถ้าสารทำความเย็นในระบบมีเพียงพอให้ปฏิบัติการขั้น ‘‘การเตรียมเพื่อทดสอบรอยรั่วต่อไป”
การเติมสารทำความเย็นเพื่อตรวจหาแรงดันที่รั่ว
1. ปิดลิ้นแมนิโฟลด์เกจทางด้านความดันต่ำ และความดันสูงเพื่อ ไล่อากาศที่ค้างอยู่ในสายยางออกไป เสร็จแล้วปิดวาวล์ทั้งสองด้าน
2. ต่อสายยางอันกลางจากแมนิโฟลด์เกจเข้ากับถังบรรจุสารทำความเย็น
3. เปิดลิ้นที่ถังบรรจุสารทำความเย็น
4. เปิดลิ้นด้านเกจวัดความดันสูงจนกระทั่งเข็มชี้เลข 50 p.s.i
5. เปิดลิ้นเกจวัดความดันต่ำ ดูความดันด้านความดันต่ำควรจะมีความดันเท่าด้านความดันสูงด้วยเช่นกัน
เติมสารทำความเย็นเพื่อตรวจหาแรงดันที่รั่ว

1. เปิดมือหมุนด้านความดันต่ำและความดันสูง เพื่อไล่อากาศที่หลงเหลืออยู่ในท่อยางแล้วปิดลิ้นทั้งสองด้าน
2. ต่อสายยางตัวกลางเข้ากับถังเก็บสารทำความเย็น
3. เปิดลิ้นที่ถังเก็บสารทำความเย็น
4. เปิดมือหมุนด้านความดันสูง ของชุดแมนิโฟลด์เกจ จนกระทั่งเข็มทางด้านความดันต่ำชี้ไปที่ 50 ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว แล้วจึงปิดมือหมุนด้านความดันสูง
5. ปิดลิ้นที่ถังสารทำความเย็น นำสายยางออก
เตรียมเครื่องตรวจหารอยรั่ว
1. เปิดลิ้นแก๊สที่ตะเกียงและจุดแกส ปรับให้เปลวไฟสูงประมาณ ½  นิ้ว เหนือแผ่นหัวตะเกียง
2. ทิ้งให้เกิดเปลวไฟจนกระทั่งสีที่หัวตะเกียง เป็นสีแดงแก่
3. ปรับให้เปลวไฟต่ำลงเหลือ ½  นิ้ว เหนือหัวตะเกียง
การตรวจหารอยรั่วในระบบทำความเย็น
1. นำสายยางไปจ่อไว้ที่ข้อต่อ หรือซีลหรืออุปกรณ์ควบคุมสารทำความเย็น ตลอดจนสถานที่ซึ่งเราสงสัยว่ามีการรั่ว
ผลของเปลวไฟจากเครื่องตรวจเมื่อมีสารทำความเย็นรั่ว
เมื่อสีของเปลวไฟเหนือหัวตะเกียง เปลี่ยนไปสามารถวินิจฉัยได้ดังนี้
สีฟ้าอ่อน-ไม่มีการรั่ว
สีเหลืองอ่อนที่บริเวณรอบเปลวไฟ-มีการรั่วน้อยมาก
สีเหลือง-มีการรั่วเล็กน้อย
สีฟ้าปนม่วง-มีการรั่วมากพอควร
สีม่วง-มีการรั่วอย่างมาก ทำให้เปลวไฟมีสีม่วงเข้ม
การซ่อมระบบ
1. หลังจากทราบว่ารั่ว ให้ถ่ายสารทำความเย็นออกจากระบบ
2. ซ่อมจุดที่รั่ว และตรวจน้ำมันหล่อลื่นของคอมเพรสเซอร์
3. เติมน้ำมันหล่อลื่นให้เพียงพอ เติมสารทำความเย็น และทำการตรวจรั่วอีกครั้ง
4. หากไม่มีการรั่ว ทำสูญญากาศและบรรจุสารทำความเย็นเข้าระบบต่อไป

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.