เครื่องทดสอบการอัดเครื่องยนต์

Posted on : 12-11-2012 | By : Author | In : การทำงานของเครื่องยนต์

เครื่องทดสอบนี้ทำหน้าที่วัดความสามารถของกระบอกสูบในการเก็บความดันอัดไว้ในกระบอกสูบ รูปที่ 20.4 แสดงการใช้เครื่องทดสอบการอัด วัดความดันในกระบอกสูบ

ก่อนใช้เครื่องทดสอบการอัด จะต้องถอดหัวเทียนออกก่อน บางครั้งการถอดหัวเทียน ออกโดยที่บริเวณโดยรอบหัวเทียนสกปรก อาจมีสิ่งแปลกปลอมร่วงเข้าไปในรูหัวเทียน ควรใช้ลมเป่าออกให้หมดก่อน หรืออาจใช้วิธีที่จะแนะนำต่อไปนี้

ถอดสายหัวเทียนออกและคลายหัวเทียนหนึ่งรอบ แล้วต่อสายหัวเทียนเข้าไปใหม่และสตาร์ตเครื่องยนต์ ปล่อยให้เครื่องยนต์ทำงานสัก 4-5 วินาทีที่อัตราเร็ว 1,000 rpm ก๊าชที่เกิดจากการเผาไหม้จะถูกเป่าออกมาจากรูหัวเทียน สิ่งสกปรกต่าง ๆ จะถูกเป่าให้กระเด็นออก นอกจากนี้อาจมีตะกอนคาร์บอนหลุดออกมาด้วย

หลังจากถอดหัวเทียนออกแล้ว เปิดวาล์วปีกผีเสื้อให้กว้างที่สุดและยึดไว้ที่ตำแหน่งนั้น

ต่อไปติดตั้งอะแดปเตอร์เข้ากับรูหัวเทียนของกระบอกสูบ 1 (ดูรูปที่ 20.4) และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คอยล์เกิดแรงดันไฟฟ้าสูง จึงถอดสายไฟของขั้วลบออกจากคอยล์ ถ้าเป็นระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ ให้ถอดสายบวกออกจากชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU)

ต่อไปก็สตาร์ตเครื่องยนต์และให้เครื่องยนต์หมุนอย่างน้อย 8 รอบ เข็มบนเครื่องทดสอบจะแสดงค่าความดันอัดสูงสุด จากนั้นทดสอบความดันอัดในกระบอกสูบอื่น ๆ ที่เหลือ ความดันอัดตํ่าสุดที่อ่านได้ควรมีค่ามากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของค่าสูงสุด

การทดสอบการอัดของเครื่องยนต์ดีเซล

การทดสอบการอัดของเครื่องยนต์ดีเซลแตกต่างจากที่กล่าวมาแล้ว เพราะจะต้องใช้เครื่องทดสอบพิเศษ สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลกระบอกสูบวีของเจเนอรัลมอเตอร์นั้น ให้เริ่มด้วยการถอดกรองอากาศออกและติดตั้งฝาครอบท่อร่วมเพื่อรักษาให้สิ่งสกปรกออกจากเครื่องยนต์ ถอดสายไฟออกจากโซลีนอยด์ตัดนํ้ามันของปั๊มหัวฉีด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลำเลียงนํ้ามันเชื้อเพลิงในระหว่างการทดสอบ ถอดสายไฟของหัวเผาและถอดหัวเผาออก ขันอะแดปเตอร์ของเครื่องทดสอบ เข้าในรูหัวเผาของกระบอกสูบที่ต้องการจะตรวจสอบ สตาร์ตเครื่องยนต์และให้เครื่องยนต์หมุนอย่างน้อย 12 รอบ

ตรวจสอบทุกกระบอกสูบด้วยวิธีเดียวกัน ค่าความดันอัดที่วัดได้ไม่ควรน้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของค่าสูงสุด ค่าความดันอัดไม่ควรอ่านได้น้อยกว่า 275 psi (1892 kPa) ถ้าทุกอย่างเป็นปกติ ความดันอัดจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและสมํ่าเสมอ แต่ถ้ามีการรั่วไหลผ่านแหวนลูกสูบ ความดันอัดจะมีค่าตํ่าในจังหวะอัดแรก แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในจังหวะอัดต่อ ๆ ไป อย่างไรก็ตาม ความดันจะไม่สูงถึงค่าปกติ และจะลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากหยุดสตาร์ตเครื่องยนต์แล้ว

เครื่องยนต์ดีเซลบางเครื่อง อาจมีความยุ่งยากมากขึ้นในการทดสอบการอัด เพราะนอกจากจะต้องถอดหัวเผาแล้ว ยังต้องถอดอุปกรณ์อื่น ๆ อีกหลายชิ้น

ผลของการทดสอบการอัด

ผู้ผลิตเครื่องยนต์จะกำหนดไว้ว่าความดันอัดควรจะเป็นเท่าใดจึงจะเหมาะสม ถ้าความดันอัดต่ำ แสดงว่ามีการรั่วไหลผ่านแหวนลูกสูบ วาล์ว หรือปะเก็นฝาสูบ ถ้าต้องการหาสาเหตุของปัญหานี้ จะต้องทดสอบต่อไปอีก

การทดสอบเพื่อหาจุดบกพร่องต่อไปทำได้โดยฉีดนํ้ามันหล่อลื่นประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ (15 cc) ผ่านรูหัวเทียนเข้าไปในกระบอกสูบ แล้วตรวจสอบการอัดอีกครั้งหนึ่ง ถ้าความดันอัดเพิ่มขึ้นถึงค่าปกติ แสดงว่าในการทดสอบครั้งแรกนั้นมีการรั่วไหลผ่านแหวนลูกสูบ การเติมนํ้ามัน หล่อลื่นเข้าไปนั้นจะช่วยซีลแหวนลูกสูบได้ชั่วคราว และทำให้กระบอกสูบสามารถตรึงความดัน อัดไว้ได้ดีขึ้น ดังนั้นปัญหามีสาเหตุมาจากแหวนลูกสูบ ลูกสูบ หรือกระบอกสูบสึกหรอ หรืออาจเนื่องจากแหวนลูกสูบหักหรือติดตายในร่องแหวน

ถ้าการเติมนํ้ามันหล่อลื่นเข้าไปในกระบอกสูบไม่ได้ช่วยให้ความดันอัดเพิ่มขึ้น การรั่วไหลของความดันอาจผ่านออกมาจากวาล์ว ซึ่งมีสาเหตุมาจาก

1. สปริงวาล์วหัก

2. ปรับวาล์วไม่ถูกต้อง

3. วาล์วติดค้าง

4. วาล์วสึกหรอหรือไหม้

5. บ่าวาล์วสึกหรอหรือไหม้

6. ลูกเบี้ยวสึกหรอ

7. ลูกกระทุ้งวาล์วสึกหรอหรือเป็นหลุม

อาจมีสาเหตุมาจากปะเก็นฝาสูบขาด สิ่งนี้หมายถึงปะเก็นไหม้จนความดันรั่วไหลออกมาจากรอยต่อระหว่างฝาสูบกับเสื้อสูบ ถ้าความดันอัดของกระบอกสูบที่อยู่ติดกันมีค่าตํ่า อาจมีสาเหตุมาจากปะเก็นฝาสูบขาดตรงบริเวณกระบอกสูบทั้งสอง

อย่างไรก็ตามไม่ว่าสาเหตุจะเกิดที่แหวนลูกสูบ ลูกสูบ ผนังกระบอกลูบ วาล์ว หรือปะเก็น จะต้องถอดฝาสูบออกเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ยกเว้นถ้าปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากการตั้งวาล์วไม่เหมาะสม การตั้งวาล์วสามารถทำได้โดยไม่ต้องถอดฝาสูบออก

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.