ระบบหล่อเย็นเครื่องยนต์:เครื่องวัดอุณหภูมิ

Posted on : 03-11-2012 | By : Author | In : การทำงานของเครื่องยนต์

เครื่องวัดอุณหภูมิของนํ้าหล่อเย็นอาจเป็นแสงไฟหรือเป็นเกจ เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบ เมื่ออุณหภูมิของเครื่องยนต์สูงเกินไป เพราะอุณหภูมิสูงเกินไปอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ และเตือนให้ทราบว่ามีบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นซึ่งจะต้องแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป เครื่องวัดอุณหภูมิโดยทั่วไปประกอบด้วย

1. เกจขดลวดสมดุล (balancing-coil gauge) เกจขดลวดสมดุลที่ใช้วัดความดัน ปริมาณนํ้ามันเชื้อเพลิง และอุณหภูมิมีหลักการทำงานเหมือนกัน แผงหน้าปัดคล้ายกันคือ ประกอบด้วยขดลวด 2 ขด และอาร์มาเจอร์ซึ่งมีเข็มชี้ติดอยู่ ขดลวดทั้งสองวางเอียงทำมุมกัน 90 องศา ดังแสดงในรูปที่ 8.26

ตัวส่งสัญญาณซึ่งจมอยู่ในนํ้าหล่อเย็นสามารถเปลี่ยนความต้านทานได้เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ความต้านทานจะลดลงเมื่ออุณหภูมิของนํ้าหล่อเย็นเพิ่มขึ้น เมื่อหมุนสวิตซ์กุญแจ กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านสวิตซ์กุญแจเข้าขดลวดทั้งสองบนแผงหน้าปัด กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวดด้านซ้ายจะคงที่ตลอดเวลา เมื่อตัวส่งสัญญาณเย็นจะมีความต้านทานสูง ทำให้กระแสไฟฟ้าจำนวนน้อยไหลผ่านขดลวดด้านขวา กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวดทั้งสองก่อให้เกิดสนามแม่เหล็ก สนามแม่เหล็กด้านขวาอ่อนกว่าสนามแม่เหล็กด้านซ้าย จึงทำให้อาร์มาเจอร์ถูกดูดไปทางด้านซ้าย เข็มจะชี้ที่อุณหภูมิตํ่า แต่เมื่ออุณหภูมิของนํ้าหล่อเย็นเพิ่มขึ้น ความต้านทานของตัวส่งสัญญาณลดลง กระแสไฟฟ้าจึงไหลผ่านขดลวดทางด้านขวามากขึ้น สนามแม่เหล็กของขดลวดด้านขวาจึงเพิ่มขึ้น และทำให้เข็มเบี่ยงเบนไปทางด้านขวา

2. เกจเทอร์โมสตัตโลหะคู่ (bimetallic-thermostat gauge) เกจชนิดนี้ใช้เทอร์โมสตัต โลหะคู่บนแผงหน้าปัด ดังแสดงในรูปที่ 8.27 โดยเทอร์โมสตัตยึดต่อกับเข็มชี้ เมื่อตัวส่งสัญญาณร้อนขึ้นและกระแสไฟฟ้าไหลผ่านมากขึ้น เทอร์โมสตัตจะร้อนและโก่งตัว สิ่งนี้ทำให้เข็มขี้เคลื่อนที่ไปด้านขวาซึ่งแสดงอุณหภูมิสูงขึ้น

3. ไฟเตือน ระบบไฟเตือนประกอบด้วยหลอดไฟบนแผงหน้าปัดและสวิตช์ส่งสัญญาณอุณหภูมิซึ่งติดตั้งบนเครื่องยนต์ สวิตช์ส่งสัญญาณจุ่มลงในนํ้าหล่อเย็นและมีแผ่นโลหะคู่ซึ่งจะโก่งตัว เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น ถ้าอุณหภูมิเพิ่มขึ้นมากเกินไป แผ่นโลหะคู่จะโก่งตัวมากเพียงพอที่จะสัมผัสกับหน้าสัมผัส ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านหลอดไฟเตือน เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบว่าเครื่องยนต์ร้อนจัดเกินไป ดังแสดงในรูปที่ 8.28

โดยทั่วไปไฟเตือนจะสว่างขึ้นเมื่ออุณหภูมิของนํ้าหล่อเย็นสูงถึงจุดหนึ่งซึ่งมีอุณหภูมิตํ่ากว่าจุดเดือดประมาณ 2.8 ถึง 5.6°c (5 ถึง 10°F) อย่างไรก็ตามถ้าท่อนํ้ารั่วและระดับนํ้าหล่อเย็นลดตํ่าลงมากจนสวิตช์ส่งสัญญาณไม่จุ่มอยู่ในนํ้าหล่อเย็น ไฟเตือนอาจไม่สว่างขึ้นถึงแม้ว่านํ้าหล่อเย็นจะเดือดก็ตาม ไอนํ้ามีความร้อนไม่เพียงพอที่จะทำให้ไฟเตือนสว่างขึ้น ดังนั้นเครื่องยนต์บางเครื่องจึงมีตัวส่งสัญญาณความร้อนในฝาสูบและส่งสัญญาณอุณหภูมิของโลหะไฟเตือนจะสว่างขึ้นเมื่ออุณหภูมิของฝาสูบสูงเกินไป

ระบบไฟเตือนบางระบบมีวงจรพิสูจน์ด้วย เมื่อหมุนสวิตช์กุญแจจากตำแหน่งปิดไปที่ตำแหน่งเปิด แสงไฟจะสว่างขึ้นเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าระบบกำลังทำงาน ถ้าแสงไฟไม่สว่างขึ้นแสดงว่าหลอดไฟขาด หรือสวิตช์ส่งสัญญาณเสีย หรือสายไฟขาด เมื่อเครื่องยนต์สตาร์ตติดแล้วแสงไฟจะดับและเข้าสู่ระบบปกติ

ปัญหาขัดข้องของระบบหล่อเย็น

ปัญหาที่มักเกิดกับระบบหล่อเย็น ได้แก่ เครื่องยนต์ร้อนจัด เครื่องยนต์ร้อนช้า และนํ้าหล่อเย็นรั่วไหล

เครื่องยนต์ร้อนจัดอาจมีสาเหตุมาจากระดับนํ้าหล่อเย็นตํ่าเกินไป เทอร์โมสตัตเสีย ปั๊มนํ้าชำรุด สายพานลื่นหรือขาด ท่อน้ำอุดดัน เครื่องยนต์เดินเบาเป็นเวลานาน ใช้เครื่องยนต์หนักเกินไป และทำงานที่ระดับความสูงมาก ปัญหาเครื่องยนต์ร้อนจัดอาจเนื่องมาจากขาดนํ้ามันหล่อลื่นก็ได้

เครื่องยนต์ร้อนช้าเกินไปอาจเนื่องมาจากเทอร์โมสตัตเปิดค้างตลอดเวลา หรือบางเครื่องถูกนำเอาเทอร์โมสตัตออกไป ทำให้นํ้าหล่อเย็นไหลเวียนทั้งระบบในขณะเครื่องยนต์เย็น

การรั่วไหลของนํ้าหล่อเย็นทำให้ระดับนํ้าหล่อเย็นลดลง และอาจทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัด โดยปกติแล้วถ้าระบบหล่อเย็นรั่วไหลอาจสังเกตเห็นได้จากสีที่ผสมลงในสารกันเยือกแข็ง ถ้าการ รั่วไหลเกิดขึ้นเนื่องจากท่อนํ้าหลวมหรือสายรัดท่อหลวม ควรเปลี่ยนท่อนํ้าใหม่หรือขันสายรัดให้แน่น ถ้าหม้อนํ้ารั่วควรซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.