เสียงดังจากระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (1 votes, average: 5.00 out of 5)
Loading ... Loading ...

เสียงดังจากระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์เป็นตัวชี้ให้เห็นถึงความปกติและผิดปกติของเครื่องยนต์ แต่เสียงบางอย่างก็ไม่มีความหมายอะไรเพียงแต่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจเท่านั้น ท่านสามารถใช้เสียงเป็นตัวบ่งชี้ปัญหาได้เก่งแค่ไหน เรามาลองดูปัญหากันเถอะ
เมื่อหมุนสวิตช์กุญแจไปที่ตำแหน่งสตาร์ตเครื่องยนต์ ได้ยินเสียงไดสตาร์ตหมุนดังหวือ แต่เครื่องยนต์ไม่สตาร์ต หลังจากทดลองหลายครั้งจึงสตาร์ตเครื่องยนต์ได้ มันเกิดอะไรขึ้น ?
เสียงหวือที่ได้ยินนั้นเกิดจากไดสตาร์ตหมุนฟรีเนื่องจากไม่ได้ไปขับเครื่องยนต์ การที่ไม่ขับเครื่องยนต์เพราะว่าเฟืองขับของไดสตาร์ตไม่เข้าไปขับเฟืองของล้อช่วยแรง หรือถึงแม้จะเข้าไปแต่ก็หมุนฟรี ปัญหานี้ควรรีบแก้ไข ถ้าปล่อยทิ้งไว้ยิ่งมีอาการไม่ดีมากขึ้น และยิ่งเสียค่าซ่อมแพงขึ้น ความบกพร่องมักเกิดขึ้นในชิ้นส่วนของไดสตาร์ต แต่อาการดังกล่าวอาจมีสาเหตุมาจากฟันเฟืองของล้อช่วยแรงเสีย สลักเกลียวยึด ไดสตาร์ตหลวม สายดินบกพร่อง หรือแบตเตอรี่มีไฟอ่อน
เมื่อเร่งเครื่องยนต์อย่างเร็ว จะได้ยินเสียงโลหะกระทบกันซึ่งดูเหมือนจะ ดังมาจากใต้ฝากระโปรงหน้า มันปลอดภัยหรือไม่ถ้ายังคงขับขี่ต่อไป ?
ไม่ปลอดภัย เสียงกระทบดังกล่าวอาจมาจากเครื่องยนต์แตกหัก หรือแท่นยึดห้องส่งกำลังแตกหัก ชิ้นส่วนของระบบกันสะเทือนหรือระบบบังคับเลี้ยวหลวมหรือ สึกหรอมาก ข้อต่ออ่อนเสีย แป้นเกลียวยึดล้อหลวมหรือเสีย แบริ่งล้อหน้าหลวม หรือเสีย หรือชิ้นส่วนของระบบไอเสียอาจกระแทกกับโครงฐานรถยนต์
ได้ยินเสียงกระทบดังแกร๊กๆ มาจากเครื่องยนต์ แต่มันค่อยๆ หายไปทีละน้อยเมื่อเครื่องยนต์ร้อนขึ้น มันเกิดจากอะไร ?
เสียงที่คุณได้ยินดูเหมือนจะดังมาจากลูกกระทุ้งของวาล์วซึ่งอาจมีเสียงดังในขณะเริ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ใหม่ๆ ถ้าเป็นระบบไฮดรอลิกมันจะทำงานเป็นปกติเมื่อนํ้ามันเครื่องเริ่มหมุนเวียน แต่ถ้าเป็นระบบธรรมดามันจะเริ่มทำงานเป็นปกติ เมื่อเครื่องยนต์ร้อนขึ้นแล้ว ระดับนํ้ามันเครื่องในเครื่องยนต์ตํ่าเกินไปจะทำให้การทำงานของลูกกระทุ้งไม่แน่นอน และนํ้ามันเครื่องที่สกปรกจะทำให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรกบนกลไกของลูกกระทุ้งซึ่งอาจทำให้ลูกกระทุ้งติดตายได้ และต้องเสียค่าซ่อมแพงแน่นอนถ้ายังปล่อยให้เป็นต่อไป การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองนํ้ามันเครื่องสามารถป้องกันการติดตายของลูกกระทุ้งได้ นอกจากนี้เสียงที่เกิดขึ้นอาจดังมาจากปั๊มนํ้าซึ่งกำลังจะเสีย หรือดังมาจากเพลาจานจ่าย
หลังจากได้นำเครื่องยนต์ดีเซลไปซ่อมหลายครั้งด้วยช่างผู้ชำนาญ เครื่องยนต์ยังคงน็อกอยู่เสมอในขณะขับขี่ ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ?
ช่างที่ซ่อมเครื่องยนต์ของท่านไม่ใช่ช่างผู้ชำนาญที่แท้จริง เครื่องยนต์ดีเซลของท่านอาจมีปัญหาภายในเกี่ยวกับวาล์ว แบริ่ง เพลาลูกเบี้ยว ลูกสูบ เฟืองภายใน หรือชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ต่อโยงกับส่วนที่กล่าวมานี้ นอกจากนี้อาจมีสาเหตุมาจากปั๊มหัวฉีดทำงานเร็วกว่าปกติ การแตกกระจายเป็นฝอยของนํ้ามันเชื้อเพลิงไม่ดี หรือน้ำมันเชื้อเพลิงมีคุณภาพเลว ปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิงหรือปั๊มนํ้าอาจบกพร่อง
เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ในขณะที่ยังเย็นอยู่พบว่ามีเสียงดังเอี๊ยดๆ และเสียงดังจะลดลงเมื่อขับขี่เป็นเวลานานพอสมควร เสียงดังเกิดจากอะไร ?
เกิดจากสายพานแห้ง สึกหรอ หรือหลวม ซึ่งมีการลื่นไถลบนมู่เล่ในขณะที่เร่งเครื่องยนต์หรือมีภาระ (load) บนเพลามู่เล่ การทำให้สายพานตึงขึ้นมักไม่ช่วยรักษาอาการดังกล่าว แต่การใช้นํ้ายาฉีดสายพานอาจช่วยได้เป็นการชั่วคราว การเปลี่ยนสายพานใหม่จะช่วยได้อย่างแน่นอน
การลื่นไถลของสายพานมีข้อเสียหลายอย่างคือ ทำให้แบตเตอรี่ตายหรือมีไฟอ่อนเรื้อรัง เครื่องยนต์ร้อนกว่าปกติ พวงมาลัยเพาเวอร์อาจใช้งานไม่ได้เพียงชั่วคราว หลังจากได้ขับขี่ผ่านแหล่งน้ำ หรือที่มีฝนตก สายพานของพวงมาลัยเพาเวอร์บกพร่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดการลื่นไถลและมีเสียงดังเกิดขึ้นในขณะที่หมุนพวงมาลัย เลี้ยวช้ายหรือเลี้ยวขวาอย่างเต็มที่
มีเสียงครางดังมาจากใต้ฝากระโปรงหน้าในขณะที่เครื่องยนต์เดินเบา และเมื่อหมุนพวงมาลัยขณะขับขี่ เสียงดังเกิดจากอะไร ?
ถ้าปั๊มของพวงมาลัยเพาเวอร์มีระดับนํ้ามันตํ่า ควรเติมให้ได้ระดับที่กำหนดไว้ซึ่งอาจลดเสียงลงได้ แต่ควรหาสาเหตุที่ทำให้ระดับน้ำมันในปั๊มลดลงด้วย โดยตรวจสอบจุดรั่วไหลบริเวณท่อนํ้ามัน ข้อต่อต่างๆ ซีลปั๊ม และรอยร้าวของเสื้อปั๊ม ถ้าระดับนํ้ามันในปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์มีระดับปกติ ควรตรวจสอบสายพานว่าหลวมหรือบกพร่องหรือใม่ หรืออาจเป็นไปได้ว่าสลักเกลียวที่ยึดปั๊มหลวม
ทุกครั้งที่ยกเท้าออกจากคันเร่งในขณะขับขี่รถยนต์ จะได้ยินเสียงเครื่อง ยนต์สำลัก สภาพเช่นนี้เป็นอันตรายหรือไม่ ?

ไม่จำเป็นเสมอไป เสียงสำลักของเครื่องยนต์อาจเกิดขึ้นจาก วาล์วเครื่องยนต์ไหม้ ท่อร่วมไอเสียมีคาร์บอนภายในมากเกินไป ระบบท่อไอเสียอุดตันหรือรั่วไหล หรือใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงผิดชนิด
ทุกครั้งที่เหยียบคันเร่งถึงแม้ว่าจะเหยียบอย่างนิ่มนวลก็ตาม จะได้ยินเสียงเครื่องยนต์น็อกดังกึ๊กๆ สาเหตุเกิดจากอะไร ?
สาเหตุที่เครื่องยนต์น็อกมักเกิดจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนตํ่า เช่น การใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงธรรมดาแทนการใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงซุปเปอร์ซึ่งจะเกิดการน็อกทันทีถ้าเครื่องยนต์นั้นระบุให้ใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงซุปเปอร์เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เครื่องยนต์น็อกคือ ชุดแวคคั่มไม่ทำงาน ตั้งไฟเครื่องยนต์ไม่เหมาะสม หัวเทียนเสียหรือไม่เหมาะสม เครื่องยนต์ร้อนเกินไป มีสิ่งสกปรกสะสมอยู่ในห้องสันดาปมากเกินไป วาล์วของเครื่องยนต์รั่วหรือตาย แต่ถ้าเสียงน็อกเกิดจากชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์เสียหายควรรีบซ่อมโดยเร็ว
ผมได้ยินเสียงประหลาดซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ในขณะที่เครื่องยนต์เดินเบา และมันดูเหมือนจะดังมากขึ้นเมื่อเครื่องยนต์วิ่งเร็วขึ้น เสียงนี้จะดังมากบริเวณด้านหน้าของเครื่องยนต์ ผมคิดว่าคงจะไม่ใช่เสียงปกติ อะไรเป็นสาเหตุของเสียงนั้น ?
ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ส่วนใดส่วนหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งชิ้นเกิดเสียหายขึ้น หรือเกิดจากมู่เล่หลวม หรือมีการสั่นสะทือนบริเวณส่วนหน้าของเพลาข้อเหวี่ยง แบริ่งของไดชาร์จเสีย สายพานตึงเกินไป หรือปั๊มนํ้าบกพร่อง นอกจากนี้อาจเกิดจากใบพัดหม้อนํ้าแตกหัก หรือคลัตช์พัดลมเสีย แบริ่งของปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์บกพร่อง ชุดขับคอมเพรสเซอร์หรือคอมเพรสเซอร์เองเสียหาย ล้อช่วยแรงหลวม หรือมีรอยร้าวอาจทำให้เกิดเสียงดังที่ส่วนหน้าของเครื่องยนต์ได้ ทั้งนี้เพราะว่าเสียงสามารถเดินทางผ่านโลหะได้ง่าย และไปปรากฏเสียงดังตรงจุดที่อยู่ห่างจากจุดกำเนิดเสียง
เมื่อเร่งเครื่องยนต์ในขณะขับขี่รถยนต์ แล้วถอนคันเร่งอย่างรวดเร็ว ผม ได้ยินเสียงกระทบกันของโลหะอย่างแน่นๆ และเมื่อกดคันเร่งอย่างแรง อีกครั้งหนึ่งจะได้ยินเสียงนั้นอีกครั้งหนึ่งแต่ดังกว่าเดิม ซึ่งดูเหมือนจะดัง มาจากเครื่องยนต์และทำให้ผมรู้สึกกลัวเล็กน้อย เสียงอะไรกันแน่ ?
อาจเป็นไปได้ว่าล้อช่วยแรงหลวม หรือคัปปลิงของระบบส่งกำลังหลวม ชิ้นส่วนขับเคลื่อนบกพร่อง ระบบกันสะเทือนของล้อหลังเสียหายถ้ารถยนต์ของคุณเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหลัง ควรให้ช่างเครื่องตรวจสอบล้อช่วยแรงโดยเร็วที่สุด และอย่าลืมเลยไปตรวจดูว่าแท่นเครื่องยนต์หักหรือไม่ด้วย
ทุกครั้งที่เร่งเครื่องยนต์แล้วถอนคันเร่ง จะได้ยินเสียงเบาดังก๊อกๆ มา จากเครื่องยนต์ ไม่ทราบว่าผมคิดมากไปเองหรือเปล่า เสียงมันมาจากไหน ?
อาจเป็นไปได้ที่คุณคิดมากไปเอง แต่ก็ไม่แน่เสมอไป เสียงที่คุณได้ยินอาจมาจากความบกพร่องของแบริ่งก้านสูบ ระดับนํ้ามันเครื่องตํ่าเกินไป หรือปั๊มน้ำมันเครื่องไม่ปกติ มาตรวัดความดันของนํ้ามันเครื่อง จะชี้ที่ความดันต่ำกว่าปกติถ้าแบริ่งของเพลาข้อเหวี่ยงบกพร่อง
เมื่อหมึนสวิตช์กุญแจเพื่อสตาร์ตเครื่องยนต์จะได้ยินเสียงดังกริ๊กๆ ต่อ เนื่องกันซึ่งดังมาจากใต้ฝากระโปรงหน้า และไม่มีปฏิกิริยาอะไรออกมา จากไดสตาร์ต มีอะไรผิดปกติหรือ ?
อาจเป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่เสีย หมดอายุ หรือมีไฟอ่อนมาก หรือสายเคเบิ้ลที่ต่อกับแบตเตอรี่สกปรกหรือถูกกัดกร่อนจนใช้งานไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิดขึ้นหลังจากที่อากาศมีความชื้นมากๆ ถอดขั้วของสายเคเบิ้ลออกจากขั้วแบตเตอรี่แล้วทำความสะอาด เมื่อใส่กลับเข้าที่เดิมแล้วลองสตาร์ตเครื่องยนต์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถ้าไดสตาร์ตยังคงไม่ยอมทำงาน ก็ควรตรวจสอบจุดอื่นๆ ของสายเคเบิ้ลซึ่งอาจเกิดจากสายดินหลวมหรือสึกกร่อน ไดสตาร์ตเสีย หรือโซลีนอยด์ไดสตาร์ตเสีย
อะไรเป็นสาเหตุทำให้เครื่องยนต์เกิดการจุดระเบิดย้อนกลับ (backfire) ?
คอนเดนเซอร์ของระบบจุดระเบิดแบบใช้ทองขาวบกพร่อง สปริงของวาล์วไอเสียอ่อนเกินไป วาล์วไอเสียรั่ว การตั้งไฟไม่ถูกต้อง คอยล์เสีย การเกิดการจุดระเบิดย้อนกลับติดต่อกันหลายๆ ครั้งผ่านระบบไอเสียอาจทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ ของระบบเสียหายและกระจายแยกจากกัน แต่ถ้าเกิดการจุดระเบิดย้อนกลับผ่านคาร์บูเรเตอร์ เนื่องจากวาล์วไอดีรั่ว อาจก่อให้คาร์บูเรเตอร์หรือหม้อกรองอากาศเสียหาย และมีโอกาสเกิดการลุกไหม้ขึ้นได้
หลังจากสตาร์ตเครื่องยนต์แล้วพบว่าไดสตาร์ตยงคงหมุนอยู่กับล้อช่วยแรง สักครู่หนึ่งแล้วจึงหยุดหมุน มีข้อเสียหรือไม่ และทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ?
หลังจากเครื่องยนต์สตาร์ตแล้ว เฟืองขับของไดสตาร์ตจะต้องเคลื่อนที่กลับตำแหน่งเดิมคือไม่ขบกับเฟืองของล้อช่วยแรงอีกต่อไป แต่อาการของท่านไม่ได้เป็นไปตามปกติ แสดงว่าเฟืองทั้งสองยังคงขบกันอยู่ต่อไปอีกสักครู่หนึ่งจึงหยุด สาเหตุนี้อาจเกิดจากการทำงานไม่เหมาะสมของไดสตาร์ตหรือชุดโซลีนอยด์ อาการดังกล่าวควรรีบรักษาเสียแต่เนิ่นๆ มิฉะนั้นแล้วอาจเป็นผลเสียต่อเฟืองของล้อช่วยแรงและตัว ไดสตาร์ตเอง
ที่มา:ธีระยุทธ  สุวรรณประทีป, สมชาย  กังวารจิตต์

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.