การบริการเพลาข้อเหวี่ยงและแบริ่งหลัก

Posted on : 15-11-2012 | By : Author | In : การทำงานของเครื่องยนต์

การบริการเพลาข้อเหวี่ยงและแบริง

บางครั้งอาจเปลี่ยนแบริ่งหลัก (แบริ่งเพลาข้อเหวี่ยง) ได้โดยไม่ต้องถอดเพลาข้อเหวี่ยง อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแบริ่งจะไม่ได้ช่วยซ่อมแซมการอุดตันของรูนํ้ามัน การสึกหรอของเจอร์นัล ความเสียหายของเพลาข้อเหวี่ยง หรือเสื้อสูบ ความเสียหายของเสื้อสูบเกิดจากการขาดนํ้ามันหล่อเลี้ยงที่แบริ่งและเจอร์นัลของเพลาข้อเหวี่ยง จะทำให้เกิดความร้อนและเกิดการหลอมละลายขึ้น เพียงชั่วคราว และเป็นเหตุให้แบริ่งหมุนไปพร้อมกับเพลาข้อเหวี่ยงและขูดขีดรูแบริ่งบนเสื้อสูบ เสียหาย ในกรณีนี้จะต้องเปลี่ยนเสื้อสูบใหม่

ถ้าแบริ่งทั้งหมดสึกหรออย่างสมํ่าเสมอ สิ่งที่ต้องการก็คือตรวจสอบเจอร์นัลและติดตั้งแบริ่งใหม่ อย่างไรก็ตามแบริ่งบางอันสึกหรอมากกว่าแบริ่งอันอื่น ๆ

แบริ่งชิ้นล่างจะสึกหรอมากที่สุด เพราะรับภาระนํ้าหนักของเพลาข้อเหวี่ยงและความดัน เนื่องจากการเผาไหม้ การสึกหรอไม่สมํ่าเสมออาจเกิดจากการสึกหรอของปั๊มนํ้ามันหล่อลื่น เพราะความดันและปริมาณนํ้ามันหล่อลื่นจะลดลง แบริ่งหลักและแบริ่งก้านสูบที่อยู่ไกลจากปั๊มนํ้ามันหล่อลื่นมากที่สุดจะได้รับนํ้ามันหล่อลื่นน้อยมาก ดังนั้นจึงสึกหรอมากที่สุด ถ้ารูนํ้ามันหล่อลื่น หรือช่องทางไหลของนํ้ามันหล่อลื่นอุดตัน ก็จะทำให้แบริ่งขาดนํ้ามันหล่อลื่น แบริ่งจะเสียหายหรืออาจหมุนอยู่ในรูแบริ่งบนเสื้อสูบซึ่งจะทำให้เสื้อสูบเสียหายไปด้วย

ถ้าแบริ่งหลักสึกหรอไม่สมํ่าเสมอ ถอดเพลาข้อเหวี่ยงออกจากเสื้อสูบ แล้วตรวจสอบเสื้อสูบและเพลาข้อเหวี่ยงเกี่ยวกับการสึกหรอและการอุดตันของรูนํ้ามัน

การถอดฝาประกับแบริ่งหลัก

เพื่อที่จะตรวจสอบเฉพาะเจอร์นัลของเพลาข้อเหวี่ยงและสภาพของแบริ่งหลัก ให้ถอดฝาประกับแบริ่งออกทีละอัน ถ้าต้องถอดเพลาข้อเหวี่ยงออกจากเสื้อสูบ เราก็สามารถถอดก้านสูบและฝาประกับแบริ่งหลักออกได้หลังจากถอดเครื่องยนต์ออกจากรถยนต์

ควรทำเครื่องหมายบนฝาประกับแบริ่งหลักไว้ด้วย เพื่อจะได้ใส่กลับได้ตรงตำแหน่งเดิม ที่ถอดออก การถอดฝาประกับให้เริ่มด้วยการถอดสลักเกลียวหรือแป้นเกลียว ดัดแหวนล็อกกลับคืน (ถ้าใช้) การประกอบกลับเข้าที่เดิมจะใช้แหวนล็อกอันใหม่ ถอดปั๊มนํ้ามันหรือท่อนํ้ามันใด ๆ ที่กีดขวางออก จากนั้นดึงฝาประกับออกในแนวตรง

ถ้าฝาประกับติดแน่น ควรทำให้หลวมโดยไม่ให้เกิดความเสียหาย อาจใช้ไขควงหรือเหล็กงัด บางครั้งอาจใช้ค้อนพลาสติกหรือแท่งทองเหลืองเคาะเบา ๆ ด้านข้างฝาประกับ ก็จะทำให้ฝาประกับหลวมออกได้

ถ้าฝาประกับแบริ่งเสียหาย จะต้องเปลี่ยนฝาประกับใหม่ การใส่ฝาประกับให้ได้ขนาดเหมาะสม อาจต้องถอดเครื่องยนต์ออกจากรถยนต์และแยกชิ้นส่วนเครื่องยนต์และติดตั้งฝาประกับ โดยไม่มีแบริ่ง แล้วปรับศูนย์แบริ่งกับรูแบริ่ง

การตรวจสอบเจอร์นัลเพลาข้อเหวี่ยง

หลังจากถอดฝาประกับแบริ่งหลักและฝาประกับก้านสูบออกแล้ว จะต้องตรวจสอบเจอร์นัลของเพลาข้อเหวี่ยงและสลักข้อเหวี่ยง

พลาสติเกจถูกนำมาใช้เพื่อการวัดระยะห่างแบริ่งและเทเปอร์ของเจอร์นัล อาจวัดเจอร์นัล บางแบบได้ในขณะที่เพลาข้อเหวี่ยงอยู่ในเสื้อสูบ ด้วยการใช้ไมโครมิเตอร์พิเศษ หรือใช้เกจเพลา

ข้อเหวี่ยง ดังแสดงในรูปที่ 25.6

การวัดควรกระทำหลายจุดไปตามเจอร์นัลเพื่อตรวจสอบเทเปอร์ ควรหมุนเพลาข้อเหวี่ยงไปประมาณ 1 ใน 4 หรือ 1 ใน 8 ของรอบ เพื่อตรวจสอบความไม่กลมของเจอร์นัล เทเปอร์ และความไม่กลมควรมีค่าไม่เกิน 0.025 mm ถ้าเกินกว่านี้จะต้องเจียระไนใหม่ เทเปอร์และความ ไม่กลมของเจอร์นัลจะทำให้อายุของแบริ่งสั้นลง

การตรวจสอบแบริ่งหลัก

จะต้องเปลี่ยนแบริ่งหลักใหม่ถ้าแบริ่งสึกหรอ ไหม้ มีรอยขีดขูด เป็นหลุม ผิวหยาบ มีรอยแตกร้าว หรืออื่น ๆ ที่เสียหาย ต้องตรวจสอบเจอร์นัลเพลาข้อเหวี่ยงก่อนการติดตั้งแบริ่งใหม่ แบริ่งที่ทำงานร่วมกับเจอร์นัลที่มีสภาพเลวจะเสียหายอย่างรวดเร็ว ถ้าแบริ่งสึกหรอไม่สมํ่าเสมอหรือมีแบริ่งบางอันสึกหรอมากกว่าแบริ่งอันอื่น ให้ถอดเพลาข้อเหวี่ยงออก แล้วตรวจสอบศูนย์ของรูแบริ่งและรูนํ้ามันในเสื้อสูบและเพลาข้อเหวี่ยง

ถ้าต้องเปลี่ยนแบริ่งหลักเพียงอันเดียวเท่านั้น ควรเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดพร้อมกัน เพราะถ้าเปลี่ยนเพียงอันเดียวอาจทำให้เพลาข้อเหวี่ยงเสียศูนย์ได้ และเป็นการเพิ่มภาระให้กับแบริ่งอันอื่น ซึ่งจะทำให้แบริ่งเสียหาย

การวัดระยะห่างแบริ่งหลัก

จะต้องตรวจสอบระยะห่างแบริ่งหลักเมื่อต้องการตรวจสอบแบริ่งหรือต้องการติดตั้งแบริ่งใหม่ และจะต้องตรวจสอบเจอร์นัลด้วยพร้อมกัน ระยะห่างแบริ่งหลักสามารถตรวจสอบได้โดย ใช้พลาสติเกจ

ทำความสะอาดบริเวณแบริ่งและเจอร์นัลให้ปราศจากนํ้ามันหล่อลื่น วางชิ้นพลาสติเกจไปตามความยาวตรงบริเวณศูนย์กลางของเจอร์นัล ดังรูปที่ 25.7 ติดตั้งฝาประกับและขั้นสลักเกลียว หรือแป้นเกลียวด้วยทอร์กที่กำหนด แล้วถอดฝาประกับออกและวัดความแบนของพลาสติเกจ ดังรูปที่ 25.8 อย่าหมุนเพลาข้อเหวี่ยงในขณะที่พลาสติเกจอยู่ในแบริ่ง

การวัดระยะกันรุนของเพลาข้อเหวี่ยง

ถ้าแบริ่งกันรุนสึกหรอมาก จะทำให้เพลาข้อเหวี่ยงขยับตัวไปตามแนวแกนมากเกินไป สิ่งนี้จะก่อให้เกิดเสียงน็อกขึ้นซึ่งจะไม่สมํ่าเสมอ ในกรณีของห้องเกียร์ธรรมดา เสียงน็อกจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่คลัตช์ทำงาน เนื่องจากเพลาข้อเหวี่ยงจะขยับตัวตามแนวแกน

การตรวจสอบระยะรุนดังกล่าว ทำได้โดยดันเพลาข้อเหวี่ยงไปตามแนวแกนจนกระทั่ง ไม่สามารถขยับตัวได้อีกต่อไป แล้วใช้ฟีลเลอร์เกจวัดระยะรุนที่แบริ่งกันรุน หรืออาจใช้เกจหน้าปัด ช่วยในการวัดก็ได้ ดังแสดงในรูปที่ 25.9 ตรวจสอบจากหนังสือคู่มือว่าระยะรุนสูงสุดมีค่าเท่าใด สำหรับเครื่องยนต์นั้น ๆ

การติดตั้งแบริ่งหลัก

ก่อนติดตั้งแบริ่งหลัก จะต้องตรวจสอบเจอร์นัลเพลาข้อเหวี่ยง ในเครื่องยนต์บางเครื่อง อาจเปลี่ยนแบริ่งหลักได้โดยไม่ต้องถอดเครื่องยนต์ออกจากรถยนต์ อย่างไรก็ตามถ้าแบริ่งสึกหรอ ไม่สมํ่าเสมอ จะต้องถอดเพลาข้อเหวี่ยงออกเพื่อตรวจสอบต่อไป

แบริ่งบางชุดมีร่องนํ้ามันเฉพาะในชิ้นใดชิ้นหนึ่งเท่านั้น บางชุดมีร่องนํ้ามันทั้ง 2 ชิ้น บางชุดไม่มีร่องนํ้ามันเลย ถ้าแบริ่งแต่ละชิ้นไม่เหมือนกัน ต้องแน่ใจว่าใส่แบริ่งถูกต้องตามตำแหน่งที่เหมาะสม

เมื่อถอดหรือใส่แบริ่งครึ่งบนของแบริ่งหลักชุดหลัง จะต้องยึดซีลนํ้ามันให้อยู่ในเสื้อสูบ มิฉะนั้นซีลอาจจะเลื่อนออกมาได้

1. เครื่องยนต์อยู่ในรถยนต์ การใส่แบริ่งหลักโดยไม่ต้องถอดเพลาข้อเหวี่ยง จะใช้เครื่องมือพิเศษในการถอดแบริ่ง ดังรูปที่ 25.10 สอดเครื่องมือนี้เข้าไปในรูนํ้ามันหล่อลื่นในเจอร์นัล แล้วหมุนเพลาข้อเหวี่ยง เครื่องมือจะดันชิ้นแบริ่งให้หมุนไปพร้อมกับเพลาข้อเหวี่ยงและชิ้นแบริ่ง จะถูกดันออกจากรูแบริ่งในที่สุด การหมุนเพลาข้อเหวี่ยงจะต้องทำให้ถูกทิศทางที่เหมาะสม เพื่อให้หูของชิ้นแบริ่งเลื่อนออกจากร่องบากในเสื้อสูบ

การใส่ชิ้นแบริ่งอันใหม่ ให้เริ่มด้วยการทาผิวหน้าแบริ่งด้านที่สัมผัสกับเจอร์นัลด้วยนํ้ามันหล่อลื่น ไม่ต้องทาผิวหน้าด้านนอกอีกข้างหนึ่ง ต้องแน่ใจว่ารูแบริ่งในเสื้อสูบสะอาด อย่าตะไบขอบแบริ่งออก

ใช้เครื่องมืออันเดิม (ดูรูปที่ 25.10) สำหรับใส่ชิ้นแบริ่งเข้าที่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหูของแบริ่งต้องนั่งเข้าไปในร่องบากบนเสื้อสูบ แล้วใส่แบริ่งใหม่ในฝาประกับและติดตั้งฝาประกับ ขันสลักเกลียวหรือแป้นเกลียวด้วยทอร์กตามกำหนด

เจอร์นัลหลักด้านหลังของเครื่องยนต์กระบอกสูบวีส่วนมากไม่มีรูนํ้ามัน ดังนั้นจะไม่สามารถใช้เครื่องมือพิเศษดังกล่าวมาแล้วนั้น การถอดและการติดตั้งชิ้นแบริ่งบนเจอร์นัลนี้ จะใช้คีมปากจิ้งจกยึดชิ้นแบริ่งไว้กับแหวนเหวี่ยงน้ำมัน (ดูรูปที่ 25.11) แล้วหมุนเพลาข้อเหวี่ยงเพื่อ ดึงแบริ่งออกมา

การใส่แบริ่งใหม่เข้าที่เดิมให้ทำด้วยวิธีคล้ายกัน ปลายแบริ่งสามารถถูกดันเข้าที่ได้ด้วย การใช้คีมยึดที่แหวนเหวี่ยงนํ้ามันเท่านั้น ในขณะเดียวกันก็หมุนเพลาข้อเหวี่ยง หรืออาจตอกแบริ่งเข้าที่ด้วยเครื่องมือและค้อนที่อ่อน ระวังอย่าทำให้แบริ่งเสียหาย

2. เพลาข้อเหวี่ยงอยู่นอกเสื้อสูบ ถ้าเครื่องยนต์อยู่นอกรถยนต์และเพลาข้อเหวี่ยงอยู่นอกเสื้อสูบ ก็จะทำให้การใส่ชิ้นแบริ่งส่วนบนง่ายขึ้น ตรวจสอบรูแบริ่งซึ่งจะต้องสะอาดและมีสภาพดี แล้วติดตั้งชิ้นแบริ่งส่วนบนเข้าในเสื้อสูบ ดังแสดงในรูปที่ 25.12

หลังจากใส่ฝาประกับแบริ่งทั้งหมดแล้วจะต้องตรวจสอบระยะห่างแบริ่ง ถ้าพบว่ามีระยะห่างมากเกินไป แสดงว่าเจอร์นัลของเพลาข้อเหวี่ยงสึกหรอ ต้องถอดเพลาข้อเหวี่ยงออกเพื่อเปลี่ยนใหม่หรือเจียระไน แล้วใช้แบริ่งขนาดอันเดอร์ไซซ์

การเปลี่ยนซีลนํ้ามันหล่อลื่นของแบริ่งหลักด้านหลัง

ซีลนํ้ามันหล่อลื่นมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้นํ้ามันหล่อลื่นรั่วไหลออกไปได้ (ดูรูปที่ 25.13) ในระหว่างการบริการหรือมีการรั่วไหลเกิดขึ้น จะต้องเปลี่ยนซีลนํ้ามันใหม่

การเปลี่ยนซีลนํ้ามันแตกต่างกันไปตามการออกแบบ ซีลนํ้ามันตามรูปที่ 25.13 นั้น ชิ้นล่างของซีลนํ้ามันอยู่ในฝาประกับแบริ่ง ส่วนชิ้นบนสามารถถอดออกได้โดยไม่ต้องถอดเพลาข้อเหวี่ยง เริ่มด้วยการใช้เหล็กส่งและค้อนเพื่อดันให้ซีลเลื่อนออก แล้วใช้คีมดึงออก (ดูรูปที่ 25.14) ทาซีลชิ้นบนอันใหม่ด้วยนํ้ามันหล่อลื่นแล้วใส่เข้าที่ได้ง่าย

สำหรับการใส่ซีลนํ้ามันซึ่งเป็นแบบเชือกเข้าไปในเสื้อสูบนั้น จะต้องถอดเพลาข้อเหวี่ยงออกก่อน แล้วใช้เครื่องมือช่วยในการใส่ซีลนํ้ามันอันใหม่เข้าไปเสื้อสูบดังแสดงในรูปที่ 25.15 แล้วเฉือนซีลนํ้ามันส่วนที่เกินออกมาให้เสมอกับเสื้อสูบ

เครื่องยนต์บางเครื่องมีซีลนํ้ามันชิ้นเดียวกันซึ่งจะสวมโดยรอบหน้าแปลนของเพลาข้อเหวี่ยง (ดูรูปที่ 25.16) การถอดซีลชนิดนี้จะต้องถอดล้อช่วยแรงหรือแผ่นขับเกียร์อัตโนมัติออกจากเครื่องยนต์ แล้วใช้ไขควงงัดซีลนํ้ามันเก่าออกได้ อย่าทำให้เกิดรอยขีดขูดบนผิวหน้าซีลของหน้าแปรนเพลาข้อเหวี่ยง

การใส่ซีลอันใหม่ ให้ทานํ้ามันหล่อลื่นที่ปากซีลแล้วใส่บนเพลาข้อเหวี่ยง ใช้ค้อนพลาสติก หรืออุปกรณ์เฉพาะดันซีลเข้าที่

การถอดเพลาข้อเหวี่ยง

ก่อนถอดเพลาข้อเหวี่ยงออกได้ อาจต้องถอดชิ้นส่วนอื่น ๆ ที่จำเป็นออกก่อน เช่น อ่างนํ้ามัน ฝาครอบไทมิ่ง เฟืองไทมิ่ง ท่อน้ำมัน และปั๊มนํ้ามัน ในเครื่องยนต์บางเครื่อง อาจต้องถอดล้อช่วยแรงหรือแผ่นขับออกก่อน แล้วถอดฝาประกับแบริ่งเพื่อถอดเพลาข้อเหวี่ยง

ข้อควรระวัง เพลาข้อเหวี่ยงมีนํ้าหนักมาก ดังนั้นต้องรองรับให้ดีเมื่อถอดฝาประกับออกแล้ว

การซ่อมใหญ่เครื่องยนต์ จะต้องถอดฝาสูบและชุดลูกสูบและก้านสูบออกด้วย แต่ถ้าจะถอดเฉพาะเพลาข้อเหวี่ยงก็ไม่จำเป็นต้องถอดชุดลูกสูบและก้านสูบออก

ให้ใช้ปลอกนำหรือท่อยางสวมเข้าบนสลักเกลียวก้านสูบเพื่อป้องกันไม่ให้เกลียวขูดกับเจอร์นัล หลังจากถอดเพลาข้อเหวี่ยงแล้ว ให้ใช้ยางยึดก้านสูบไว้ในตำแหน่งเดิมเพื่อการติดตั้งเพลาข้อเหวี่ยง ดังแสดงในรูปที่ 25.17

การตรวจสอบและการทำความสะอาดเพลาข้อเหวี่ยง

ตรวจสอบความไม่กลมและเทเปอร์ของสลักข้อเหวี่ยงและเจอร์นัลของแบริ่งหลัก ถ้าเป็นเทเปอร์หรือไม่กลม จะต้องเจียระไนออก แล้วใช้แบริ่งขนาดอันเดอร์ไซซ์

ในขณะที่เพลาข้อเหวี่ยงอยู่นอกเครื่องยนต์และหลังจากผ่านการเจียระไนแล้ว ทำความสะอาดเพลาข้อเหวี่ยงให้ทั่วทั้งชิ้น ทำความสะอาดรูนํ้ามันด้วยแปรงขนาดเล็ก (ดูรูปที่ 25.18) และทานํ้ามันหล่อลื่นบนผิวหน้าสัมผัสทันทีหลังจากการทำความสะอาดแล้ว เพื่อป้องกันการเกิดสนิม

การเจียระไนเพลาข้อเหวี่ยง

การเจียระไนจะใช้เครื่องเจียระไนเพลาข้อเหวี่ยง ซึ่งจะทำหน้าที่เจียระไนเจอร์นัลแบริ่ง หลักและสลักข้อเหวี่ยง (ดูรูปที่ 25.19) หินเจียระไนจะทำให้ผิวหน้าของเจอร์นัลและสลักข้อเหวี่ยงราบเรียบและมีขนาดเที่ยงตรง

เพื่อป้องกันไมให้แบริ่งเสียหายเนื่องจากการขี่ของแบริ่งบนส่วนโค้งที่เจียระไนออกไม่หมด จะต้องตรวจสอบแนวรอยต่อระหว่างแก้มข้อเหวี่ยงกับสลักข้อเหวี่ยงส่วนโค้งดังกล่าวจะต้องถูกเจียระไนออกให้หมด

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.