การวัดแรงอัดในกระบอกสูบ

Posted on : 07-11-2012 | By : Author | In : การดูแลรักษารถ

ถ้าท่านตั้งไฟไว้ตามที่ต้องการแล้ว แต่มันก็วิ่งได้ไม่เหมือนเดิม หรืออาจดีขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ถ้าเป็นอย่างนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเครื่องมันจะเริ่มหลวมก็ได้ สาเหตุที่เครื่องหลวมนั้นอาจเกิดจากการที่แหวนสึกหรอหรือไม่ก็ลิ้นวาล์วไอดี-ไอเสียมันรั่ว  ซึ่งเป็นผลทำให้กำลังอัดตกลงไปได้  การที่กำลังอัดตกลงก็จะมีผลทำให้รถวิ่งได้ช้าลงด้วย ดังนั้นถ้าเครื่องหลวมแล้วการตั้งไฟก็จะไม่ช่วยให้กำลังเพิ่มขึ้นได้ ทางที่ดีควรจะทดสอบกำลังอัดดูซิว่า กำลังอัดยังดีเท่าเดิมหรือเปล่า

เครื่องยนต์จะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อกำลังอัดของกระบอกสูบสูงพอตามต้องการ  กำลังอัดของกระบอกสูบนี้หมายถึงกำลังอัดของไอดี (ส่วนผสมของอากาศกับน้ำมันเชื้อเพลิง) ภายในกระบอกสูบก่อนการจุดระเบิด  ดังนั้นลำดับแรกของการปรับแต่งเครื่องยนต์ ก็ควรจะได้วัดดูความดันภายในกระบอกสูบ  ถ้าปรากฎว่าผิดปกติแม้แต่เพียงกระบอกสูบใดกระบอกสูบหนึ่งแล้ว แสดงว่าแหวนลูกสูบหรือลิ้นไอดี-ไอเสีย ควรจะได้ทำการซ่อมเสียก่อน

วิธีการในการวัดแรงอัดในกระบอกสูบนั้นให้ทำเป็นลำดับขั้นดังนี้

1. (ดูรูปที่ 1) ตามรูปจะเห็นลิ้นโช๊คอยู่ทางตอนบนของคาร์บูเรเตอร์ ให้ผลักลิ้นโช๊คให้เปิดอยู่แนวดิ่ง ใช้ไขควงสอดเข้าไปในท่อคาร์บูเรเตอร์ ดันลิ้นคันเร่งให้เปิดออกแล้วใช้ไขควงดันไว้ ทั้งลิ้นโช๊คและลิ้นคันเร่งจะเปิดโดยใช้ไขควงผลักไว้

2. (ดูรูปที่ 2) ให้ถอดสายไฟเส้นที่อยู่ตรงกลางที่ต่อจากจานจ่ายออกหรือถอดสายหัวเทียนที่จานจ่ายออกหมดก็ได้

3. (ดูรูปที่ 3) ถอดหัวเทียนออกแล้ว ใช้เครื่องวัดความดัน ขันเกลียวเข้าไปช่องใส่หัวเทียนเพื่อวัดความดันทีละกระบอกสูบ บิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์ประมาณ 5 วินาที จนเข็มความดันบนเครื่องวัดขึ้นสูงสุด อ่านค่าความดันได้จากเข็มเครื่องวัด แล้วถอดเครื่องวัดความดันออกไปวัดที่กระบอกสูบถัดไป

5. ตรวจดูความดันที่วัดจากแต่ละกระบอกสูบเทียบกับค่าความดันซึ่งบอกไว้ในหนังสือคู่มือการซ่อม  ถ้าความดันที่วัดได้ต่ำกว่าความดันที่ควรจะเป็นมาก ก็ควรจะได้ให้อู่ทำการซ่อมให้เนื่องจากเครื่องอาจจะหลวม

เมื่อวัดความดันในกระบอกสูบเรียบร้อยแล้ว ก็ดึงเอาไขควงออกจากท่อคาร์บูเรเตอร์ และใส่สายคอยล์คืนที่เป็นอันเรียบร้อย

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.