โครงสร้างของตัวถังและโครงรถยนต์

Posted on : 15-11-2013 | By : Author | In : Uncategorized

โครงสร้างของตัวถังรถยนต์

(Auto Body Frame Construction)
โครงสร้างตัวถังรถยนต์ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่ง หรือรถยนต์บรรทุก ตัวถังรถยนต์สามารถแบ่งลักษณะโครงสร้างออกได้ 2 ชนิด
1. โครงรถและตัวถัง (The Auto body and Frame)
2. โครงตัวถังทั้งหมดเป็นโครงชิ้นเดียวกัน (Unitized body)
1. โครงรถและตัวถัง (The Auto body and Frame)
ก. โครงรถ (Frame) โครงรถหมายถึงโครงรถยนต์เพื่อเป็นรากฐานในการสร้างรถยนต์นั่ง หรือรถยนต์บรรทุก มีไว้ให้เกิดความแข็งแรง เพื่อรองรับตัวถังซึ่งมีเครื่องยนต์ กระปุกเกียร์ เพลาขับ, สปริง, เพลา, ล้อ, ยาง ยึดติดกับโครงรถ และโครงรถจะต้องได้ศูนย์ ตลอดเวลา ถ้าโครงรถไม่ได้ศูนย์อาจเนื่องจากเกิดการชนจะทำให้ชิ้นส่วนอื่นๆ และประตูรถไม่ได้ศูนย์ ทำให้ตัวถังเกิดความเครียด (strain) ทำให้ตัวถังชำรุดเร็วขึ้น
ลักษณะทั่วไปของโครงรถ โครงรถโดยปกติทำขึ้นจากเหล็กรางตัวยู (U channels) สองอันเชื่อมประกอบกันให้เกิดโครงสร้างเป็นรูปกล่อง (box Construction) หรืออาจใช้หมุดย้ำก็ได้ และจะมีเหล็กขวาง (Cross member) ซึ่งใช้วัสดุอย่างเดียวกันเชื่อมติดหรือยึดให้โครงรถเกิดความแข็งแรงมากขึ้น และส่วนข้างของโครงรถจะมีแผ่นเหล็ก (Bracket) ยื่นออกมาเพื่อใช้เป็นตัวยึดติดกับชิ้นส่วนตัวถัง โครงรถทั้งหมดด้านหน้าจะแคบกว่าด้านหลังเสมอการสร้างด้านหน้าแคบเพื่อให้เกิดการหันเลี้ยวได้ง่าย ส่วนด้านหลังกว้างเพื่อรองรับตัวถังรถได้ดีขึ้น

เหล็กตัวยู

รูปลักษณะเหล็กตัวยูใช้เป็นโครงรถ

โครงรถแบบต่างๆ

รูปแสดงโครงรถแบบต่างๆ

ลักษณะโครงรถที่มีเหล็กขวาง

รูปลักษณะโครงรถที่มีเหล็กขวาง
ชนิดโครงรถ (Type of frame)
1. โครงรถแบบขั้นบันได (Ladder)
2. โครงรถแบบตัวเอ็กซ์ (X Frame)
3. โครงรถแบบออฟเซท (offset)
4. โครงรถแบบออฟเซทและตัวเอกซ์ (offset with X member)
1. โครงรถแบบขั้นบันได (Ladder) โครงรถแบบนี้มีลักษณะสร้างคล้ายรูปสี่เหลี่ยม ไม่มีเครื่องยึดเหนี่ยวที่ศูนย์กลาง แต่จะมีเหล็กขวางเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทำให้โครงรถแข็งแรง
2.  โครงรถแบบตัวเอ็กซ์ (X Frame) จะมีท่อกลวงอยู่กึ่งกลางโครงรถ ซึ่งจะลอกเพลาในท่อกลวงนี้ สำหรับโครงรถจะใช้เหล็กตัวยูเชื่อมประกบเป็นรูปกล่อง ด้านหน้าจะมีเหล็กขวางยึดติดกับโครงรถไว้เพื่อยกระบบรองรับ และส่วนหลังจะสูงเพื่อให้เหมาะสมกับส่วนประกอบของเพลาท้าย
3. โครงรถแบบออฟเซท (offset) โครงรถแบบออฟเซทมีลักษณะโครงรถเหมือนแบบขั้นบันได ซึ่งจะไม่มีเครื่องยึดเหนี่ยวที่ศูนย์กลาง แต่จะมีเหล็กขวางเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทำให้โครงรถแข็งแรง โครงรถแบบนี้จะมีแผ่นเหล็กเชื่อมยื่นออกมาทางด้านข้าง เพื่อยึดกับตัวถังรถ
4. โครงรถแบบออฟเซทและตัวเอ็กซ์ (offset with X member) โครงรถแบบออฟเซทและตัวเอ็กซ์เป็นแบบผสม ลักษณะคล้ายกับนำโครงรถแบบออฟเซทมา แล้วตรงกลาง ใช้เหล็กเชื่อมในลักษณะตัวเอ็กซ์ ซึ่งจะทำให้โครงรถแบบนี้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

โครงรถ

รูปโครงรถประกอบกับตัวถังเมื่อมองข้างล่างขึ้นมา

โครงรถ1

รูปลักษณะโครงรถที่ใช้กับรถบรรทุก

โครงรถ2
ข. ตัวถัง (Auto Body)
ตัวถัง เป็นส่วนประกอบของชิ้นส่วนโลหะทั้งหมดที่ออกแบบขึ้น และนำมาประกอบเข้าด้วยกัน โดยการเชื่อมหรือหมุดย้ำ จะมีความแข็งแรงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
โครงตัวถังและโครงรถรวมเป็นโครงเดียวกัน (Unitized Body)
รถยนต์ที่มีโครงสร้างตัวถังและโครงรถรวมเป็นโครงเดียวกันนี้ หมายถึงการนำทุกชิ้นส่วนที่เป็นโลหะทั้งหมดมาเชื่อมยึดกันขึ้นเป็นตัวถังเข้าด้วยกันเป็นหน่วยเดียวกัน ซึ่งจะมีความแข็งแรงทั้งโครงตัวถังนั้น
ส่วนประกอบของพื้นใต้ท้องรถ (Floor essembly) และรางด้านข้าง ซึ่งรวมทั้งเครื่องรองรับที่อยู่ข้างล่างของตัวถังยึดรวมกันเข้าเพื่อจัดไว้เพื่อเครื่องยนต์ การส่งกำลัง และระบบรองรับน้ำหนัก รางทางด้านข้างก็คือรางของซอบประตูจะเป็นเหล็กขวางจำนวนมากเป็นแบบรูปกล่อง (Box Type Section) ซึ่งจะกระจายน้ำหนักไปยังพื้นและโครงสร้างของตัวถัง
โครงสร้างของส่วนทางด้านหน้าเพื่อรองรับเครื่องยนต์ และล้อหน้า และโครงสร้างของส่วนทางด้านหลังเพื่อรองรับล้อหลัง และเหนือทางด้านข้างขึ้นไปของโครงสร้างแบบนี้ ก็จะคล้ายคลึงกับโครงสร้างแบบตัวถังและโครงรถแบบแยกกัน
ประตูรถ
ประตูรถเป็นส่วนประกอบของชิ้นส่วนโลหะที่ออกแบบขึ้น โดยการเชื่อม มีความแข็งแรงคงทน ซึ่งจะมี 2 ประตู หรือ 4 ประตูก็ได้ ย่อมขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิต ถ้าเป็นรถคูเป้ นิยมสร้าง 2 ประตู ส่วนรถนั่งแบบครอบครัวนิยมสร้างแบบ 4 ประตู ภายในจะมีกลไกต่างๆ เช่น กลไกติดกับปุ่มล๊อก กลไกต่อจากกุญแจไปยังตัวล๊อกด้านข้าง พร้อมกันนั้นจะมีแผ่นกระจก สามารถเลื่อนขึ้นลงได้โดยใช้มือหมุนหรือมอเตอร์ไฟฟ้า บริเวณด้านนอกจะมีกุญแจไขสำหรับด้านในจะมีแผ่นหนังหรือหนังเทียมสีดำติดไว้ยังผลให้ความสวยงาม และมีอุปกรณ์ประกอบ เช่น มือหมุน (window Handle) ที่ล๊อคประตู (Door Lock) ที่เปิดประตู (Door Handle) และมือจับ (Arm Rest) เป็นต้น มือหมุนที่เปิดประตูทำจากโลหะชุบโครเมี่ยม ส่วนมือจับทำจากโบลียูเรเทน*
เบาะนั่งรถยนต์
เบาะนั่งรถยนต์ เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะขาดมิได้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์บรรทุก, รถยนต์นั่ง จะต้องมีเบาะนั่งทั้งนั้น เบาะนั่งได้ถูกออกแบบไว้เหมาะสมกับสภาพของรถยนต์แต่ละคันโดยเฉพาะ เพื่อให้เกิดความนิ่มนวล นั่งสบายถูกสุขลักษณะ และยังได้ดัดแปลงเป็นเฟอร์นิเจอร์ภายในรถเกิดความสวยงามอีกด้วย เบาะนั่งรถยนต์ประกอบด้วยโฟมหรือฟองน้ำชนิดอ่อนตัว (Flexible Foam) ซึ่งทำจาก ยูเรเทน หรือโปลียูเรเทน สปริง หนังแท้หรือหนังเทียมเพื่อห่อหุ้มเบาะนั่งจะทำแบบนั่งคนเดียว หรือทำเป็นเบาะนั่งยาว เบาะนั่งรถยนต์นั้น แม้ว่าจะสวยเพียงไรแต่เมื่อนานเข้าก็ย่อมเก่า และสีจะซีด ซึ่งไม่น่าดู เรื่องนี้สามารถแก้ได้โดยใช้วิธีพ่นสี (สีเฉพาะพ่นเบาะ) ทับเพื่อให้เบาะนั่งรถยนต์สวยงามคล้ายของเดิม
กระจกรถยนต์
กระจกรถยนต์ได้ถูกออกแบบและสร้างเป็นพิเศษนสำหรับติดรถยนต์โดยเฉพาะ มีความใสสามารถมองเห็นวัตถุภายนอกชัดเจนมีลักษณะเท่าของจริง พร้อมกับมีความคงทน ซึ่งทนต่อแรงกระแทกของวัตถุและทนต่อแรงปะทะของลม ในรถยนต์นั่งจะติดกระจกหน้า และหลัง ลักษณะโค้งเป็นการป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองและลมผ่านทะลุ ทำให้ผู้ใช้รถสะดวกสบาย ส่วนกระจกรถด้านข้างประกอบที่ประตูรถดังได้กล่าวมาแล้ว ส่วนดีของกระจกรถชนิดพิเศษนี้ เมื่อเกิดการแตกขึ้นเศษกระจกจะไม่กระเด็นออกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนการแตกของกระจกธรรมดา แต่มันจะแตกเป็นเม็ดเล็กๆ เกาะติดแน่นกับแผ่นกระจก ไม่กระเด็นไปถูกผู้ใช้รถและผู้อยู่ใกล้เคียง เป็นการลดอันตรายอันอาจเกิดจากกระจกได้ ดังนั้นช่างสีควรระวังในขณะทำการพ่นสีบริเวณใกล้กระจก อย่าให้ละอองสี ติดที่กระจกได้การใส่กระจกรถยนต์
กระจกรถยนค์เมื่อเกิดแตกขึ้น จำเป็นจะต้องเปลี่ยนกระจกใหม่ ซึ่งกระจกที่ใช้จะต้องเป็นกระจกพิเศษสำหรับรถยนต์โดยตรง อย่าใช้กระจกธรรมดา โดยนำกระจกใส่กับขอบยางให้เรียบร้อย ใช้เส้นเชือกสอดในร่องของขอบยางกระจกด้านนอกให้รอบขอบยางนั้นนำกระจกเข้า ใส่กับขอบหน้าหรือหลังรถ ให้ร่องยางที่มีเชือกสอดอยู่สวมเข้ากับขอบหน้าหรือหลังรถ ดึงเส้นเชือกออก ยางขอบกระจกก็จะสวมแน่นกับขอบหน้ารถ
คลิฟ (Clip)
คลิฟเป็นอุปกรณ์สำหรับหนีบ กลัด ยึดโครเมียมกับตัวถังรถ และยึดแผ่นหนงกับประตูรถด้านในด้วย โดยคลิฟจะมีลักษณะต่างๆ
คิ้ว
เป็นอุปกรณ์ตกแต่งรถภายนอก ให้ดูสวยงาม มักจะคาดอยู่ข้างรถทั้งสองด้าน อาจจะเป็นคิ้วโลหะหรือคิ้วยางก็ได้ ในการพ่นสีถ้าสามารถถอดคิ้วออกได้ก็จะเป็นการดียิ่ง และจะไม่มีปัญหาถ้าไม่สามารถถอดออก ช่างสีจะทำการพ่นสีได้ แต่ต้องคำนึงถึงความสะอาดตามขอบคิ้ว ซึ่งมีไขมันขี้ผึ้ง สิ่งสกปรกซ่อนอยู่ สิ่งเหล่านี้เมื่อพ่นสี จะมีปัญหาเกิดขึ้นคือทำให้สีลอกพองและอื่นๆ ดังนั้นช่างสีควรคำนึงถึงความสะอาดตามขอบคิ้ว ควรปิดกระดาษกาวเป็นพิเศษ
ที่มา:อร่าม  เริงฤทธิ์

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.