การใช้แบตเตอรี่ให้คุ้ม

Posted on : 08-11-2012 | By : Author | In : การดูแลรักษารถ

แบตเตอรี่รถยนต์

ท่านเจ้าของรถยนต์คงจะเคยประสบปัญหา เมื่อจอดรถของท่านไปซื้อของกลับมา ปรากฎว่าสตาร์ทรถไม่ติดต้องออกแรงเข็นกัน ซึ่งสาเหตุมาจากแบตเตอรี่มีไฟไม่พอสตาร์ท แบตเตอรี่นั้นท่านอาจจะเพิ่งซื้อใหม่ อย่าเพิ่งโทษแบตเตอรี่ลองมาดูว่าท่านได้ดูแลมันตามที่กำหนดหรือไม่ เริ่มแรก

1. ร้านค้าอาจบอกว่า แบตเตอรี่นี้ชาร์จแห้ง (dry charge) เติมน้ำกรดแล้วใช้ได้ทันที แบตเตอรี่ที่ชาร์จแห้งส่วนมากต้องอัดด้วยสูญญากาศ เวลาจะเติมน้ำกรดต้องเจาะที่ฝาเสียก่อน และจะมีคำว่า “dry charge” ติดอยู่ข้างหม้อ ซึ่งถ้าหม้อมีลักษณะนี้ หม้อของท่านก็ไม่จำเป็นที่จะต้องชาร์จไฟครั้งแรก แต่ถ้าจะชาร์จไฟก้ไม่เสียหาย ถ้าหม้อที่ท่านจะซื้อไม่เข้าลักษณะที่ว่าแล้ว ควรจะให้เจ้าของร้านชาร์จไฟให้

2. น้ำกรดที่เติมควรมี ถ.พ. ตามที่กำหนด คือ ถ.พ.ประมาณ 1.240 ซึ่งสามารถวัดได้ด้วย ไฮโดรมิเตอร์ ที่ร้านนั่นเอง เติมน้ำกรดให้เหนือระดับแผ่นธาตุประมาณ 1 ซม. แบตเตอรี่บางแบบจะบอกระดับที่จะเติมไว้ให้

3. เมื่อเติมน้ำกรดแล้วแบตเตอรี่จะร้อน เนื่องจากน้ำกรดทำปฏิกิรยากับแผ่นธาตุ ไม่ควรจะชาร์จไฟทันที เพราะจะทำให้เกิดความร้อนสูง เป็นเหตุให้แผ่นธาตุงอแทงทะลุแผ่นกั้นเกิดลัดวงจนได้ ฉะนั้นควรทิ้งไว้ให้เย็นประมาณ 12 ชม. แล้วชาร์จไฟช้าๆ อีกประมาณ 12 ชม. เสร็จแล้วล้างเปลือกนอกแบตเตอรี่ให้สะอาด เพื่อกำจัดคราบน้ำกรด แบตเตอรี่ก็พร้อมที่จะทำงานให้คุณได้ ถ้าระบบในรถของคุณเรียบร้อยคุณสามารถจะใช้แบตเตอรี่ได้ไม่ต่ำกว่า 2 ปี

4.  การติดตั้งเมื่อนำแบตเตอรี่ที่ชาร์จเรียบร้อยมาติดตั้งที่รถ ควรหายางในเก่าๆ รองที่แท่นแบตเตอรี่ กันการกระแทกซึ่งอาจทำให้เปลือกนอกแตกได้ ขันน็อตยึดหม้อแบตเตอรี่ให้แน่นพอควร

5. ทำความสะอาดที่ขั้วแบตเตอรี่ และขั้วสายไฟที่ต่อไปยังรถ ใส่ขั่วบวกและลบตามลำดับ ขันขั้วแบตเตอรี่ให้แน่น ห้ามตอกหรืองัดขั้วเป็นอันขาด เพราะจะทำให้แกนขั้วข้างในหักได้ จากนั้นทาวาสลีนหรือจารบีบางๆ ที่ขั้ว

6. ก่อนสตาร์ทควรดูที่ขั้วอีกครั้งว่าแน่นหรือไม่  ถ้าขั้วไม่แน่นจะทำให้ไฟอ่อน และทำให้ไฟรั่วได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รถของคุณสตาร์ทไม่ค่อยติด

7. เมื่อผ่านการใช้งานแล้ว ควรจะเช็คดูน้ำกรดว่าพร่องลงไปหรือไม่ ถ้าลดล่งก็ให้เติมน้ำกลั่น ระวังอย่าหยิบน้ำกรดมาเติมเป็นอันขาด

8. สำหรับรถที่ใช้งานหนักเป็นประจำ ควรจะชาร์จไฟเดือนละครั้ง ถ้าหากท่านต้องชาร์จไฟบ่อยๆ 2-3 วันชาร์จไฟละก็ ให้ท่านดูไดชาร์จว่าชาร์จไฟเข้าแบตเตอรรี่ตามที่กำหนดไว้หรือไม่ ถ้าไฟชาร์จเข้าตามที่กำหนดก็มาดูสายไฟว่ารั่วที่ไหนหรือเปล่า ถ้าสายไฟรั่วสักแห่งจะทำให้แบตเตอรี่ไฟไม่พอสตาร์ท เมื่อจอดรถแล้วมาสตาร์ทอีกทีมักจะสตาร์ทไม่ติด

9. ถ้าแบตเตอรี่มีน้ำกรดไหลจากฝาปิด หรือจากยางมะตอย หรือยางมะตอยปูดและขึ้นมา หรือหม้อแบตเตอรี่บวมขึ้นมาละก็ ไฟได้ชาร์จแบตเตอรี่มากเกินไปแล้ว จะต้องลดลง

10. เมื่อท่านต้องนำรถเข้าอู่เคาะหรือเชื่อม ให้ถอดขั้วแบตเตอรี่ออก หรือเอาแบตเตอรี่มาเก็บไว้ที่บ้านได้ยิ่งดี ขณะที่เก็บห้ามเทน้ำกรดออก แม้ว่าจะเก็บไว้นานเท่าไร และควรชาร็จไฟเดือนละครั้ง เมื่อต้องการใช้ก็สามารถนำมาใช้ได้ทันที ถ้าหากท่านเทน้ำกรดออกแผ่นธาตุจะแห้งหรือผุ ทำให้อายุการใช้งานสั้นกว่าที่ควรจะเป็น

ท่านที่ได้ทำตามขั้นตอนและคำแนะนำแล้ว ท่านจะสามารถใช้แบตเตอรี่ท่านนานจนเกินคุ้ม

ที่มา:ดิศพงษ์  ไพรทวีพงศ์

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.