Featured Posts

หลักการใช้คลัช สำหรับรถเกียร์ธรรมดา วิธีการใช้คลัชในเกียร์ธรรมดา เมื่อใส่เกียร์หรือปลดเกียร์ว่าง หรือสตาร์ทเครื่องยนต์ ควรเหยยียบคลัชให้จมเสียก่อนทุกครั้ง เมื่อตองการจะออกรถต้องปล่อยคลัชออกช้า...

Read more

วิธีการใช้เกียร์ธรรมดา... หลักการใช้เกียร์ธรรมดา 1. เมื่อรถทำงานหนักหรือขึ้นเนิน หรือลงจากเนิน ควรใช้เกียร์ต่ำ 2. ควรเปลี่ยนเกียร์ตามลำดับ...

Read more

ระบบส่งกำลังแบบธรรมดา

Comments Off

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (ให้คะแนนความชอบได้ที่นี่)
Loading ... Loading ...

ตามปกติแล้วระบบส่งกำลังแบบธรรมดาจะรวมอยู่ในราคาของรถยนต์ทุกคัน แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติจะเสียค่าใช้จ่ายแพงขื้นมากกว่า ชื้อรถยนต์ที’มีระบบส่งกำลังเป็นแบบอัตโนมัติอยู่แล้ว
ข้อดีของระบบส่งกำลังแบบธรรมดาคือช่วยเสริมการเบรคด้วยเครื๋องยนต์ดีขื้น และประหยัดนํ้ามันเชื้อเพลิง แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกันคือทำให้ผู้ขับรถยนต์เกิดความ เมื่อยล้าในการเหยียบคลัตช์และเปลี่ยนเกียร์ การส่งกำลังแบบธรรมดาของรถยนต์ โดยทั่วไปแบ่งออกเป็นสองแบบคือแบบเกียร์กระปุกและเกียร์พวงมาลัย ผู้ขับรถยนต์ ส่วนมากจะชอบแบบเกียร์กระปุกเพราะคันเกียร์อยู่กลางลำคัวรถยนต์ มีกลไกในการ เปลี่ยนเกียร์ไม่ยุ่งยากเหมือนกับแบบเกียร์พวงมาลัย ถ้าเป็นรถที’มีเกียร์เดินหน้าลี’ หรือห้าเกียร์ เราสามารถเรียนรู้การเข้าเกียร์ได้ง่ายเมื่อเป็นแบบเกียร์กระปุกและมี ความสับสนน้อยกว่าแบบที่เป็นเกียร์พวงมาลัย และถ้าจำเกียร์ไม่ได้ก็สามารถดูได้จากปุ่มบนปลายคันเกียร์ ในกรณีที่เป็นแบบเกียร์กระปุกนั้นจำเป็นต้องแบ่งที่นั่งตอนหน้าของรถยนต์ออกเป็นสองส่วน ตรงกลางจะเป็นที่ว่างสำหรับโยกคันเกียร์ เกียร์โอเวอร์ไดร์ฟซึ่งได้กล่าวมาแล้วในตอนแรกสามารถ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้และมักจะพบในระบบส่งกำลังแบบธรรมดา แต่ในรถยนต์บางคันก็ไม่มี
ผมได้ยินมามากเกี่ยวกับข้อดีของโอเวอร์ไดร์ฟในการส่งกำลังแบบธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันช่วยเพิ่มระยะทางที่วิ่งได้ ซงเป็นการประหยดน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย ผมจะทำอย่างไรดีจึงจะสามารถติดโอเวอร์ไดร์ฟบนรถยนต์ คันปัจจุบันของผม ?
ทำได้โดยการเปลี่ยนห้องเกียร์ใหม่เป็นแบบที่มีโอเวอร์ไดร์ฟ แต่ท่านอาจปรับปรุงห้องเกียร์อันเดิมให้สามารถมีโอเวอร์ไดร์ฟก็ได้ ท่านควรไปติดต่อกับผู้แทนจำหน่าย และสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถึงอย่างไรก็ตามท่านต้องจ่ายเงินค่าติดตั้งห้องเกียร์อันใหม่หรือค่าดัดแปลงห้องเกียร์อันเดิม และกว่าจะเริ่มประหยัดเงินได้ก็ต้องวิ่งรถยนต์ไปอีกหลาย กิโลเมตรทีเดียว มันจะเป็นการประหยัดเงินมากกว่าถ้าท่านจะซื้อรถยนต์ที่มีโอเวอร์ไดร์ฟมาเรียบร้อยเลย และยังช่วยลดปัญหาทางด้านกลไกลงได้อีกด้วย
อะไรคือโอเวอร์ไดร์ฟ ?
อัตราส่วนทดเฟืองเกียร์ในห้องเกียร์ที่ทำให้เพลาส่งกำลังขับซึ่งออกจากห้องเกียร์มีอัตราเร็วรอบสูงกว่าเพลาที่เข้าห้องเกียร์ สิ่งนี้จะทำให้อัตราเร็วรอบของเครื่องยนต์ต่ำกว่าปกติในขณะที่อัตราเร็วของรถยนต์เท่ากันเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ที่ไม่มีโอเวอร์ไดร์ฟ ดังนั้นจึงทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการสึกหรอและการเสียหายของเครื่องยนต์ จึงทำให้เกิดแนวความคิดที่ว่ารถยนต์ที่ไม่มีโอเวอร์ไดร์ฟ ไม่ค่อยจะดีเท่าใดนัก
ทำไมรถยนต์บางคันที่ใช้ระบบส่งกำลงแบบธรรมดาจึงไม่มีโอเวอร์ไดร์ฟ ?
เพราะว่ามีปัญหาด้านราคา ด้านวิศวกรรม ด้านการออกแบบและความจริงที่ว่า ระบบส่งกำลังบางแบบไม่ต้องการมีโอเวอร์ไดร์ฟหรือไม่สามารถใช้ได้ซึ่งขึ้นยู่กับเครื่องยนต์และรถยนต์ที่ใช้แนวความคิดของโอเวอร์ไดร์ฟทำให้ดูเหมือนว่าได้ระยะทางมากกว่า ในขณะที่ใช้โอเวอร์ไดร์ฟอยู่จะไม่มีแรงบิดมากที่จะแซงรถยนต์คันหน้าได้อย่างรวดเร็ว ส่วนมากต้องโยกคันเกียร์จากโอเวอร์ไดร์ฟไปยังเกียร์ที่ตํ่ากว่า จึงจะแซงได้รวดเร็วขึ้น จะเห็นได้ว่าในขณะที่ใช้เกียร์โอเวอร์ไดร์ฟอยู่นั้นแล้วยกเท้าออกจากคันเร่ง รถยนต์จะวิ่งต่อไปและอัตราเร็วค่อยๆ ลดลงทีละน้อยและถ้าต้องการหยุดรถยนต์ต้องใช้เบรคมากเป็นพิเศษหรือต้องเปลี่ยนเป็นเกียร์ที่ตํ่าลง (ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดความเครียดมากบนชิ้นส่วนขับเคลื่อน) สำหรับรถยนต์ที่ไม่ค่อยมีกำลังหรือมีกำลังมากเกินไปเมื่อใช้โอเวอร์ไดร์ฟอาจทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ได้ เพราะว่าความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องยนต์และรถยนต์นั้นจะต้องเข้ากันได้ โดยทั่วไปแล้วโอเวอร์ไดร์ฟเป็นสิ่งดีที่มีอยู่ถ้าท่านสนใจเรียนรู้ประโยชน์ของมัน
เป็นไปได้หรือไม่ทีรถยนต์ของผมมีโอเวอร์ไดร์ฟและผมไม่รู้ว่ามี ?
เป็นไปได้มากทีเดียวถ้ารถยนต์ของท่านเป็นแบบทั่วๆ ไปในปัจจุบัน ซึ่งใช้ระบบส่งกำลังแบบธรรมดาชนิดเดินหน้าสี่เกียร์หรือเดินหน้าห้าเกียร์ สำหรับชนิดเดินหน้าสี่เกียร์นั้นเป็นส่วนน้อยที่เกียร์สี่จะเป็นโอเวอร์ไดร์ฟ ในขณะที่ชนิดเดินหน้าห้าเกียร์เกือบทั้งหมดที่เกียร์ห้าเป็นโอเวอร์ไดร์ฟ ท่านสามารถบอกได้ว่าเกียร์สุดท้ายจะเป็นโอเวอร์ไดร์ฟหรือไม่จากหนังสือคู่มือรถ ถ้าเกียร์สุดท้ายมีอัตราทดเฟืองเกียร์น้อยกว่าหนึ่ง (เทียบกับหนึ่ง) มันจะเป็นโอเวอร์ไดร์ฟ วิธีที่เร็วกว่าก็คือสอบถามผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ของท่าน
ผมมีรถยนต์ที่ใช้โอเวอร์ไดร์ฟและเมื่อต้องการใช้โอเวอร์ไดร์ฟต้องดึงหรือกดปุ่มบนแผงหน้าปัด ระบบส่งกำลงเป็นแบบธรรมดาซึ่งจะเปลี่ยน เป็นเกียร์ต่ำอย่างอัตโนมัติเมื่อผมเร่งเครื่องยนต์เต็มที่ และจะเปลี่ยนกลับไปเป็นโอเวอร์ไดร์ฟอีกครั้งหนึ่งเมื่อผมผ่อนคันเร่ง ไม่ทราบว่าพวกเกียร์เดินหน้าสี่เกียร์และห้าเกียร์ตามที่คุณได้กล่าวมาในตอนแรกนั้นทำงานแบบนี้หรือไม่ ?
ไม่ สิ่งที่ท่านกำลังคิดอยู่คือโอเวอร์ไดร์ฟแบบอัตโนมัติซึ่งใช้ร่วมกับระบบส่งกำลังแบบธรรมดาชนิดเดินหน้าสามเกียร์ ในเกียร์แบบเดินหน้าสี่เกียร์และห้าเกียร์ของระบบส่งกำลังแบบธรรมดานั้นโอเวอร์ไดร์ฟจะเป็นเพียงเกียร์สุดท้ายที่ใช้การโยกคันเกียร์ด้วยมือเช่นเดียวกับการเปลี่ยนเกียร์ทั่วๆ ไป โอเวอร์ไดร์ฟแบบอัตโนมัติ สามารถให้เกียร์เดินหน้าได้หกเกียร์เมื่อใช้ร่วมกับระบบส่งกำลังแบบธรรมดาชนิดสามเกียร์เพราะว่าโอเวอร์ไดร์ฟสามารถทำงานร่วมกับเกียร์เดินหน้าได้ทุกเกียร์ แต่โอเวอร์ไดร์ฟแบบธรรมดาจะเป็นเพียงเกียร์สุดท้ายเพียงเกียร์เดียวเท่านั้น
โอเวอร์ไดร์ฟแบบอัตโนมัติมีปัญหามากกว่าโอเวอร์ไดร์ฟแบบธรรมดาหรือไม่ ?
มีแน่นอนและถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนกับปัญหาของการใช้เครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้า กับการใช้ดินสอไม้ธรรมดา เหล่านี้จะรวมถึงการเข้าเกียร์ไม่ได้ เข้าเกียร์แล้วไม่ยอมจาก ไม่เปลี่ยนเป็นเกียร์ตํ่าเมื่อควรเปลี่ยน เมื่อเข้าเกียร์จะลื่นไถลและแข็งกระด้าง หลังจากเข้าเกียร์แล้วมีเสียงหอนเกิดขึ้น ถอนเกียร์ลำบาก หลังจากถอนเกียร์แล้วมีอาการสั่นสะเทือนและเสียงดัง อาการใดอาการหนึ่งที่ได้กล่าวมาแล้วมักจะเกิดขึ้นไม่วันใดก็วันหนึ่ง
ห้องส่งกำลังแบบธรรมดาและแบบอัตโนมัติใช้น้ำมันในการหล่อลื่นชนิดเดียวกันหรือไม่ ?
โดยปกติแล้วห้องส่งกำลังแบบธรรมดาจะใช้นํ้ามันเกียร์ที่มีความหนืดสูง ส่วนห้องส่งกำลังแบบอัตโนมัติจะต้องใช้นํ้ามันเกียร์ที่กำหนดมาให้โดยเฉพาะเท่านั้น ในห้องส่งกำลังแบบธรรมดาของรถยนต์บางคันอาจใช้นํ้ามันเกียร์ที่ใช้กับห้องส่งกำลังแบบอัตโนมัติ อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบให้แน่ใจจากหนังสือคู่มือหรือสอบถามจากผู้แทนจำหน่ายของท่าน
จุดประสงค์ของการมีคลัตช์เพื่ออะไร ?
ทำหน้าที่ตัดต่อกำลังจากเครื่องยนต์ที่ส่งไปยังห้องเกียร์เพื่อทำให้สามารถเข้าเกียร์ หรือเปลี่ยนเกียร์ได้
เมื่อคลัตช์สึกมากผมสามารถเปลี่ยนอันใหม่ด้วยตัวของผมเองได้หรือไม่ ?
อาจเป็นไปได้ถ้าท่านมีความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์เป็นอย่างดี มีเครื่องมือพร้อม มีสถานที่เหมาะสำหรับการทำงาน มีเวลาและมีความอดทนในการทำงาน คู่มือการซ่อมมีความจำเป็นมากถ้าไม่เคยทำงานดังกล่าวมาก่อน จงอ่านคู่มือนั้นก่อนที่จะลงมือ และอาจเป็นไปได้ที่ท่านไม่อยากไปแตะต้องมันหลังจากที่รู้ว่ามีอะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง โดยปกติแล้วสิ่งที่จะต้องเปลี่ยนคือแผ่นคลัตช์ ไม่ใช่เปลี่ยนชุดคลัตช์ ทั้งหมด
ช่วงอายุโดยเฉลี่ยของคลัตช์จะนานสักเท่าใด ?
ขึ้นอยู่กับนิสัยในการขับรถยนต์ของท่านและการปรับแต่งคลัตช์ได้ดีแค่ไหน แผ่นคลัตช์สามารถมีอายุการใช้งานได้นานสามถึงห้าปี ถ้านำแผ่นคลัตช์ที่ออกแบบให้ใช้กับงานทั่วๆ ไปมาใช้กับงานหนักมาก จะทำให้อายุการใช้งานสั้นลงอย่างผิดปกติ
ผมได้เปลี่ยนแผ่นคลัตช์ในรถยนต์ของผมมาแล้วสามครั้งในช่วงเวลาปีครึ่งที่ผ่านมา และผมเองก็ไม่มีนิสัยในการขับรถยนต์แบบไม่ปรานีปราศรัย ช่างเครื่องของผมไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ได้แต่บอกว่าแผ่นคลัตช์ทำจากวัสดุชนิดเลวจึงทำให้มันสึกเร็วกว่าปกติ คุณมีความเห็นว่าอย่างไรบ้าง ?
โดยทั่วไปแล้วคำแนะนำที่ไม่ต้องเสียเงินมักจะมีค่ามากกว่าคำแนะนำที่ต้องเสียเงิน ถ้าสมมติว่าท่านมีนิสัยที่ดีในการขับรถยนต์และรถยนต์ไม่ได้ถูกใช้งานหนักหรือนำไปฉุดลากรถพ่วงแต่อย่างใด ผมจะมองหาสาเหตุทางกลไกนอกเหนือจากชนิดของวัสดุที่ใช้ทำแผ่นคลัตช์ ถ้าช่างเครื่องของท่านไม่ตรวจพบว่ามีน้ำมันหล่อลื่นอยู่บน ผิวหน้าของแผ่นคลัตช์ ก็อาจเป็นไปได้ว่าระยะฟรีของคันเหยียบตั้งไว้ไม่ถูกต้องซึ่งก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว สาเหตุอื่นๆ ที่อาจเป็นไปได้ก็คือเกิดการบิดตัวของล้อช่วยแรงหรือแผ่นกดคลัตช์
ขาคลัตช์ในรถยนต์ของผมจมมากกว่าเดิมอีกครึ่งหนึ่งของระยะจากตำแหน่งเดิมถึงพื้นรถยนต์ ผมได้เปลี่ยนสปริงที่ใช้ดึงขาเหยียบใหม่ แต่สภาพเช่นนั้นก็ยงคงเป็นอยู่ มีอะไรเสียหายหรือ?
สปริงของแผ่นกดคลัตช์อาจหักก็ได้ อาจเกิดการงอหรือหักที่ก้ามปูคลัตช์ หรือมีสิ่งบกพร่องเกิดขึ้นที่ส่วนประกอบของก้ามปู กลไกต่างๆ ของคลัตช์สึกหรือหลวม สลักเกลียวที่ยึดขาคลัตช์หลวม หรือฐานที่ยึดขาคลัตช์ไม่ได้ศูนย์
ในขณะที่เครื่องยนต์เดินเบาและเข้าเกียร์ต่ำโดยที่คลัตช์เข้าสนิทเติมที่ ผมได้ยินเสียงกระทบดังกริ๊กๆ เป็นจังหวะ เสียงนั้นมาจากคลัตช์หรือห้องเกียร์ ?
เป็นไปได้ที่มาจากห้องเกียร์ ควรให้ช่างเครื่องยนต์ตรวจหาความเสียหายของฟันเฟืองในห้องเกียร์
อะไรคือก้ามปูคลัตช์ ลูกปืนคลัตช์ แผ่นกดคลัตช์ ล้อช่วยแรง และอื่นๆ ที่คุณได้กล่าวถึง ?
ล้อช่วยแรงยึดติดกับเพลาข้อเหวี่ยงของเครื่องยนต์ด้วยหมุดเกลียวและหมุนไปพร้อมกัน ชุดแผ่นกดคลัตช์ก็ยึดติดกับล้อช่วยแรงเช่นกันและหมุนไปด้วยกัน ภายในเสื้อหุ้มคลัตช์มีแผ่นกดคลัตช์ ซึ่งทำจากเหล็กกล้าหรือเหล็กหล่อและมีสปริงสำหรับให้แรงกดแก่แผ่นกดคลัตช์ ระหว่างผิวหน้าของล้อช่วยแรง และผิวหน้าของแผ่นกดคลัตช์คือแผ่นคลัตช์ซึ่งต่อกับเพลาที่เข้าสู่ห้องเกียร์ เมื่อคลัตช์ไม่ได้ถูกกดและรถยนต์กำลังเคลื่อนที่อยู่ แรงกดของสปริงซึ่งอยู่ภายในฝาครอบแผ่นกดคลัตช์จะกดให้แผ่นคลัตช์แนบสนิทระหว่างล้อช่วยแรงและแผ่นกด คลัตช์ จึงทำให้แผ่นคลัตช์หมุนไปพร้อมๆ กับล้อช่วยแรงและเนื่องจากแผ่นคลัตช์ต่อกับเพลาที่เข้าสู่ห้องเกียร์ จึงทำให้เฟืองในห้องเกียร์หมุนตามไปด้วยและส่งกำลังต่อไปยังล้อขับเคลื่อนในที่สุดซึ่งทำให้รถยนต์เคลื่อนที่ไปได้ เมื่อขาคลัตช์ถูกกด กลไกต่างๆ จะมีการเคลื่อนที่และทำให้ก้ามปูคลัตช์ไปกดแผ่นกดคลัตช์ทำให้แผ่นกดคลัตช์แยกตัวออกจากแผ่นคลัตช์ เป็นเหตุให้ล้อช่วยแรงไม่สามารถต่อถึงห้องเกียร์ได้ ลูกปืนคลัตช์จะติดอยู่ที่ส่วนปลายของก้ามปูซึ่งช่วยให้การกดแผ่นกดคลัตช์
ส่วนประกอบของคลัตช์
รูปส่วนประกอบของคลัตช์ซึ่งการออกแบบจะแตกต่างกันแล้วแต่ผู้ผลิตและรุ่นของคลัตช์
ของก้ามปูเป็นไปได้ในขณะที่มีการหมุน การเข้าคลัตช์เพียงบางส่วนหรือไม่ได้เข้าเลยก็หมายความว่าไม่ได้ใช้แรงกดจากสปริงอย่างเต็มที่จึงทำให้เกิดการลื่นระหว่างแผ่นคลัตช์และชิ้นส่วนที่ขับเคลื่อน พร้อมทั้งมีความร้อนเกิดขึ้นซึ่งสามารถทำให้แผ่นคลัตช์ไหม้ได้ การลื่นและความเสียหายที่แผ่นคลัตช์อาจเกิดขึ้นได้เมื่อกลไกไม่ได้รับการปรับแต่งให้ถูกต้องหรือเมื่อมีนํ้ามันหล่อลื่นหรือจารบีเปรอะเปื้อนบนหน้าของแผ่นคลัตช์ หรือเมื่อแผ่นคลัตช์สึกมากจนบางหรือเสียหาย หรือเมื่อขาคลัตช์ถูกกดในขณะที่เร่งเครื่องยนต์ หรือขับขี่รถยนต์แบบไม่ปรานีปราศรัย หรือมักวางเท้าบนขาคลัตช์ตลอดเวลาขณะที่รถยนต์กำลังเคลื่อนที่
เมื่อผมยกเท้าออกจากขาคลัตช์ผมได้ยินเสียงโลหะสีกันซึ่งดูเหมือนจะต้องเสียค่าซ่อมแพงทีเดียว ใช่หรือไม่?
ยังไม่ทราบแน่นอนจนกว่าจะตรวจดูภายในของคลัตช์และควรตรวจดูห้องเกียร์ด้วย อาจเป็นไปได้ตั้งแต่ความผิดปกติของลูกปืนในห้องเกียร์จนถึงแผ่นคลัตช์สึกมาก ต้องเสียเวลาในการค้นหาสาเหตุและซ่อมแซม และก็แน่นอนทีเดียวเวลาก็คือเงินที่ท่านจะต้องจ่าย
ผมสามารถเข้าเกียร์เดินหน้าทุกเกียร์ได้อย่างปกติแต่ผมไม่สามารถเข้าเกียร์ถอยหลังได้ มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นที่คลัตช์หรือไม่ ?
สิ่งผิดปกติไม่ได้เกิดขึ้นที่คลัตช์ แต่เกิดขึ้นในห้องเกียร์ อาจเป็นไปได้ว่าก้ามปูในห้องเกียร์เสียศูนย์ หรือฟันเฟืองในห้องเกียร์หัก เพลาไม่ได้ศูนย์ หรือมีข้อบกพร่องเกิดขึ้นที่สปริงถอยหลัง
หลังจากที่ผมเหยียบขาคลัตช์จนมิดแล้วก็ยังพบว่าการเข้าเกียร์ลำบากมาก ทำไม ?
อาจเป็นไปได้ที่กลไกของคลัตช์ได้รับการปรับแต่งไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นระบบไฮดรอลิท ก็อาจเป็นไปได้ว่านํ้ามันคลัตช์ในแม่ปั๊มคลัตช์มีระดับตํ่าเกินไปหรือแม่ปั๊มคลัตช์เสียหาย แผ่นคลัตช์อาจสึกจนบางมากหรือมีนํ้ามันหล่อลื่นหรือจารบีบนแผ่นคลัตช์รอบเดินเบาของเครื่องยนต์อาจสูงเกินไป หรืออาจมีปัญหาอื่นๆ ภายในเกิดขึ้นที่คลัตช์หรือล้อซ่วยแรงของเครื่องยนต์
ผมต้องใช้แรงมากกว่าปกติในการเหยียบขาคลัตช์ในรถยนต์ของผม กลไกต่างๆ ของคลัตช์ก็ดูเหมือนทำงานดีเป็นปกติ ส่วนไหนบกพร่องหรือ ?
ถ้ารถยนต์ใช้คลัตช์ระบบไฮดรอลิก จุดบกพร่องคือแม่ปั๊มคลัตช์ หรือไม่ก็แผ่นคลัตช์
เมื่อผมเปลี่ยนเกียร์จากตำแหน่งหนึ่งไปยังตำแหน่งใหม่พบว่ามีเสียงดังเกิดขึ้นเนื่องจากฟันเฟืองกระทบกัน ผมเองก็เหยียบขาคลัตช์จนมิดแล้วแต่การเปลี่ยนเกียร์ก็ยังไม่เรียบ มีความเสียหายเกิดขึ้นที่ห้องเกียร์หรือไม่ ?
เป็นไปได้ ระยะฟรีของขาคลัตช์อาจไม่ถูกต้อง แผ่นคลัตช์อาจสึกมากหรือมีนํ้ามันหล่อลื่นหรือจารบีบนแผ่นคลัตช์ทำให้ลื่น จากจุดบกพร่องต่างๆ เหล่านี้ถ้าไม่ได้รับการซ่อมแซมให้มีสภาพดีเป็นปกติแล้ว จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเสียหายภายในห้องเกียร์ขึ้นได้ในภายหลัง
ในบางครั้งผมเปลี่ยนจากเกียร์หนึ่งไปยังเกียร์สองยากลำบาก เป็นไปได้ หรือไม่ที่คลัตช์ไม่ดี ?
ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้ารถยนต์ของท่านใช้เกียร์พวงมาลัยคือคันเกียร์อยู่บนแกนพวงมาลัย อาจเป็นไปได้ที่แกนต่อระหว่างคันเกียร์กับห้องเกียร์ขาดการปรับแต่งให้เหมาะสม ระยะฟรีของขาคลัตช์ไม่เหมาะสมก็อาจก่อให้เกิดปัญหาดังกล่าวได้ หรือมีความบกพร่องเกิดขึ้นที่ชุดซิงโครเมชหรือลูกปืนในห้องเกียร์หรือความบกพร่อง ของชิ้นส่วนอื่นๆ ภายในห้องเกียร์ สลักเกลียวที่ยึดเสื้อหุ้มเกียร์อาจหลวมหรือหลุด ห้องเกียร์อาจไม่ได้ศูนย์กับเครื่องยนต์ หรือห้องเกียร์มีน้ำมันหล่อลื่นน้อยเกินไป สาเหตุที่อาจเกิดจากคลัตช์ก็คือสลักเกลียวที่ยึดแผ่นกดคลัตช์หลวม
คลัตช์ในรถยนต์ของผมมักต้องการการปรับแต่งอยู่เสมอ ทำไม ?
อาจเป็นไปได้ที่ท่านไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองในขณะขับรถยนต์จึงมักวางเท้าบนขาคลัตช์อยู่ตลอดเวลา การกระทำเช่นนี้จะทำให้แผ่นคลัตช์สึกเร็วกว่าปกติ ล้อช่วยแรงที่แกว่งไปมาไม่ได้ศูนย์หรือแผ่นกดคลัตช์ที่เสียหายจะทำให้แผ่นคลัตช์สึกเร็วกว่าปกติเช่นกัน
ที่มา:ธีระยุทธ  สุวรรณประทีป, สมชาย  กังวารจิตต์

ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ

Comments Off

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (ให้คะแนนความชอบได้ที่นี่)
Loading ... Loading ...

ระบบส่งกำลัง
กำลังจากเครื่องยนต์ไม่สามารถส่งผ่านไปสู่ล้อขับเคลื่อนของรถยนต์ได้โดยปราศจากกลไกซึ่งสามารถปรับความสามารถของเครื่องยนต์ในการเคลื่อนที่ให้พอดีกับนํ้าหนักบรรทุก และเพราะว่าเพลาข้อเหวี่ยงของเครื่องยนต์จะหมุนไปในทิศทางเดียวเท่านั้น แต่รถยนต์จำเป็นต้องเคลื่อนที่ทั้งเดินหน้าและถอยหลัง กลไกอันนี้จะทำหน้าที่เพื่อให้รถยนต์สามารถเดินหน้าและถอยหลังได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องหยุดเครื่องยนต์ กลไกอันนี้ก็คือกลไกการส่งกำลังนั่นเอง
ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ
รถยนต์ฟอร์ดรุ่น T เป็นรุ่นแรกๆ ที่ใช้ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติและยังคงนำมาใช้ในรถยนต์ปัจจุบัน หลักการส่งแรงบิดจากเครื่องยนต์ไปยังล้อขับเคลื่อนข้างหลังโดยใช้คลัตช์และเบรคแผ่นคาดหลายอันแทนการเข้าเกียร์โดยอาศัยการเหยียบขาคลัตช์ ในรถยนต์ปัจจุบันที่ใช้ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติจะใช้ฟันเฟืองและบางครั้งใช้เบรคแผ่นคาด โดยทั้งหมดใช้คลัตช์อัตโนมัติซึ่งทำงานได้โดยไม่ต้องอาศัยการเหยียบขาคลัตช์จากผู้ขับขี่ มันทำงานโดยการใช้ความดันของไฮดรอลิก
หรือแรงหนีศูนย์กลาง เกียร์ของระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติไม่ใช้การเข้าเกียร์เหมือนระบบส่งกำลังแบบธรรมดา แต่มันจะทำงานตามแรงกระตุ้นที่มีต่อคลัตช์หนึ่งอันหรือมากกว่าตามความต้องการของการขับเคลื่อนและตำแหน่งของคันเกียร์อัตโนมัติที่เลือกไว้ในตอนแรก นั่นก็คือระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติจะทำงานโดยการเปลี่ยนคลัตช์แทนที่จะเปลี่ยนเกียร์ ควรสังเกตการทำงานของมันซึ่งจะทำให้เข้าใจและมีประโยชน์มากขึ้น
ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติประกอบด้วยหน่วยพื้นฐานสองส่วนซึ่งได้แก่ ทอร์คคอนเวอร์เตอร์และชุดเฟืองบริวาร (planetary gear set) ทั้งสองส่วนอยู่ในเสื้อเกียร์อันเดียวกัน และภายในมีนํ้ามันเกียร์ อัตโนมัติบรรจุอยู่ ทอร์คอนเวอร์เตอร์รับกำลังหมุนจากเครื่องยนต์และส่งต่อไปยังเพลาขับโดยผ่านชุดเฟืองบริวาร คลัตช์ เบรคแผ่นคาด และส่วนประกอบอื่นๆ ที่อยู่ภายในห้องส่งกำลัง ห้องส่งกำลังจะไม่ทำงานถ้าปราศจากนํ้ามันภายในเพราะ
ห้องส่งกำลัง
รูปแสดงภาคตัดตามยาวของห้องส่งกำลังแบบอัตโนมัติ
มันทำหน้าที่เป็นตัวส่งผ่านแรงบิดภายในทอร์คคอนเวอร์เตอร์ไปยังส่วนของชุดเฟืองบริวาร นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นตัวหล่อลื่นภายในระบบส่งกำลังอีกด้วย ถ้าระดับของนํ้ามันภายในลดลงหรือสกปรกจะทำให้การทำงานผิดปกติหรืออาจไม่ทำงานเลยก็ได้
ห้องส่งกำลัง1
รูปแสดง เครื่องยนต์ ห้องส่งกำลัง และเฟืองท้ายของรถยนต์ขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนล้อหน้า ห้องส่งกำลังอยู่ด้านซ้ายของเครื่องยนต์และเฟืองท้ายอยู่ด้านหน้าของห้องส่งกำลัง
ห้องส่งกำลัง2
รูปแสดงห้องส่งกำลังแบบอัตโนมัติซึ่งติดอยู่ส่วนหลังของเครื่องยนต์ แต่จะอยู่ข้างเครื่องยนต์ถ้าเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนล้อหน้า
ห้องส่งกำลังแบบอัตโนมัติและกึ่งอัตโนมัติในรุ่นแรกๆ ใช้น้ำมันจำนวน 15 ลิตร ซึ่งจะเสียค่าใช้จ่ายแพงมากเมื่อมีการเปลี่ยนน้ำมันใหม่ แต่ในปัจจุบันมีส่วนน้อยที่ใช้นามันเกินกว่า 5 ลิตรซึ่งบางครั้งรวมถึงน้ำมันในทอร์คคอนเวอร์เตอร์ด้วย ห้องส่งกำลังแบบกึ่งอัตโนมัติในบางรุ่นที่ใช้กันในสมัยแรกใช้น้ำมันหล่อลื่นหมุนเวียนถึงกันระหว่างเครื่องยนต์และห้องส่งกำลังซึ่งได้ผลออกมาไม่ดีจึงทำให้การออกแบบเช่นนี้ไม่เป็นที่นิยมและไม่มีขายในท้องตลาดในเวลาต่อมา เป็นการดี ที่สุดที่ท่านปฏิบัติตามหนังสือคู่มือของท่านเกี่ยวกับการบำรุงรักษาตลอดจนการเปลี่ยนนํ้ามันตามช่วงเวลาที่เหมาะสมและยังต้องรู้ชนิดของนํ้ามันที่ใช้ในระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติด้วย ซึ่งอาจจะต้องเปลี่ยนใหม่หรือเพียงแต่กรองสิ่งสกปรกออกไปเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ วิธีการตรวจสอบระดับของน้ำมันภายในระบบ กระทำได้หลายอย่างไม่เหมือนกันแล้วแต่ผู้ผลิตซึ่งจะปรากฏอยู่ในหนังสือคู่มือ และเป็นการง่ายมากที่จะเกิดความผิดพลาดในการอ่านระดับของน้ำมัน โดยใช้ก้าน วัดระดับและอาจเป็นไปได้ที่เติมนํ้ามันเข้าไปมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ในกรณีนี้ควรปฏิบัติตามหนังสือคู่มือ
ผมสังเกตเห็นหยดน้ำมันหล่อลื่นบนพื้นใต้รถยนต์ มันหยดมาจากเครื่องยนต์หรือจากห้องส่งกำลัง ?
น้ำมันที่ใช้ในห้องส่งกำลังแบบอัตโนมัติจะมีสีแดงเมื่อเทออกจากกระป๋องใหม่ๆ และยังคงมีสีแดงต่อไปในขณะที่กำลังใช้งานอยู่ แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลโปร่งใสซึ่งอาจจะมีสีแดงเรื่อปนออกมาด้วยก็ได้ น้ำมันหล่อลื่นที่ใช้ในเครื่องยนต์จะมีสีอำพันซึ่งอยู่ในช่วงสีแก่ปานกลางจนถึงสีซีดเมื่อเปิดออกจากกระป๋องใหม่ๆ แต่เมื่อใช้งานไปแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีนํ้าตาลเข้มหรือเกือบดำและทึบแสง รอยหยดของนํ้ามันที่เห็นจะสกปรก การสังเกตตำแหน่งของหยดนํ้ามันหล่อลื่นบนพื้นใต้รถยนต์มีประโยชน์มาก ถ้าหยดนํ้ามันเกิดขึ้นบริเวณกลางรถยนต์ ระหว่างหม้อนํ้าและหน้าปัดรถยนต์โดยรถยนต์ของคุณเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหลัง หยดนํ้ามันหล่อลื่นที่เห็นอาจมาจากเครื่องยนต์ ถ้าหยดนํ้ามันอยู่ในแนวเส้นศูนย์กลางของรถยนต์ระหว่างหน้าปัดรถยนต์และพนักพิงของที่นั่งตอนหน้า อาจหยดออกมาจากห้องส่งกำลังถึงแม้ว่านํ้ามันหล่อลื่นที่รั่วออกมาจากเครื่องยนต์สามารถไหลไปตามผิวด้านนอกของห้องส่งกำลังและหยดลงพื้นห่างจากตำแหน่งที่ควรจะเป็นก็ตาม ในกรณีนี้ก็ใช้การสังเกตสีของน้ำมันหล่อลื่นที่หยดออกมา แต่ถ้าหยดนํ้ามันบนพื้นอยู่ใต้เครื่องยนต์แต่ค่อนไปทางด้านคนขับรถยนต์ หยดน้ำมันเหล่านั้น อาจเป็นน้ำมันจากระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ ถ้ารอยหยดน้ำมันค่อนไปทางผู้โดยสาร ที่นั่งคู่กับคนขับ มันอาจหยดออกมาจากห้องส่งกำลังบริเวณก้านวัดระดับนํ้ามัน หรือถ้าเป็นหยดนํ้าก็อาจหยดออกมาจากเครื่องยนต์หรือเครื่องปรับอากาศ ถ้ามีโอกาสยกรถยนต์ของท่านสูงขึ้นก็อย่าลืมตรวจสอบรอยรั่วด้วยว่าอยู่ที่ไหน หรือให้ช่างเครื่องตรวจสอบก็ได้
ผมได้นำรถยนต์ไปสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งบริการตรวจเช็คห้องส่งกำลังโดย ไม่เสียค่าบริการ และเขาบอกว่าผมโชคดีที่ผมได้นำรถยนต์ไปตรวจเช็ค เพราะว่าห้องส่งกำลังของผมกำลังแย่ทีเดียวและมันต้องการการซ่อมใหม่ทั้งหมด ผมควรทำตามที่เขาบอกหรือไม่เพราะว่าผมเพิ่งใช้มาเพียง 37,000 กิโลเมตรเท่านั้น
อาจเป็นไปได้แต่ก็ไม่แน่เสมอไป ไม่มีห้องส่งกำลังอันไหนซึ่งได้รับการรักษาและปรับแต่งเป็นอย่างดีจะต้องการการซ่อมใหม่ทั้งหมดถ้าใช้งานน้อยกว่า 120,000 กิโลเมตรและอาจไม่มีการซ่อมใหม่ทั้งหมดเลยก็ได้ ถ้าสถานีบริการที่ท่านนำรถยนต์ไปตรวจเช็คได้ซ่อมแซมให้ท่านเรียบร้อยแล้ว ท่านจะต้องแน่ใจว่าได้รับใบเสร็จรับเงินและใบรับประกันเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าเขายังไม่ได้ซ่อมแซมให้เพียงแต่ได้ตรวจเช็คเท่านั้น ก็ขอบคุณเขาเหล่านั้นสำหรับการบริการฟรีและนำรถยนต์กลับ ไปหาผู้แทนจำหน่ายเพื่อฟังความเห็นเป็นครั้งที่สอง ถ้าผู้แทนจำหน่ายของท่านยืนยันตามนั้นและท่านได้ซื้อรถยนต์คันนั้นจากเขาก็ควรพยายามให้ได้ประโยชน์มากที่สุดจากใบรับประกันการซื้อรถยนต์คันนั้นถึงแม้ว่าท่านจะลำบากสักหน่อยก็ตาม ถ้าผู้แทนจำหน่ายของท่านยืนยันตามนั้นและท่านไม่มีใบรับประกันแต่อย่างไรก็ควรยกหน้าที่ซ่อมแซมนี้ให้กับใครก็ได้ที่ท่านเชื่อถือมากที่สุด ถ้าผู้แทนจำหน่ายบอก ท่านว่าไม่จำเป็นต้องซ่อมใหม่ทั้งหมดก็ควรไปหาความเห็นครั้งที่สามของผู้แทนจำหน่ายแห่งอื่น ถ้าเขาให้ความเห็นเช่นเดียวกับผู้แทนจำหน่ายแห่งแรก ท่านควรรายงานไปยังที่ทำการของหน่วยควบคุมการค้าเกี่ยวกับพฤติกรรมอันหลอกลวงของสถานีบริการที่ท่านได้นำรถยนต์ไปตรวจเช็คและอย่านำรถยนต์ไปตรวจเช็คที่นั่นอีกต่อไป จงจำไว้ว่าการนำห้องส่งกำลังไปซ่อมใหม่ทั้งหมดจะเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก และอย่าไปสับสนกับการเปลี่ยนปะเก็นและซีลใหม่ว่าเป็นการซ่อมใหม่ทั้งหมด เพราะว่าการเปลี่ยนปะเก็นและซีลอาจกระทำได้ก่อน 120,000 กิโลเมตร เนื่องจากมีนํ้ามันรั่วไหลออกมาและราคาถูกกว่าการซ่อมใหม่ทั้งหมดมาก
ผมควรจะเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ในห้องส่งกำลังบ่อยแค่ไหน ?
ควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ใหม่ทุกๆ 20,000 กิโลเมตร หรือปีละครั้ง แล้วแต่ว่าอย่างไหนมาถึงก่อน ถ้ารถยนต์ของท่านมีไส้กรองนํ้ามันเกียร์ก็ควรเปลี่ยนใหม่ในเวลาเดียวกัน (ไม่ใช่เวลาเดียวกับการเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง) และควรตรวจเช็คแกนต่อต่างๆ ปรับแต่ง และให้นํ้ามันหล่อลื่นบ้างตามจุดหมุนต่างๆ ซึ่งเป็นหลักประกันที่ถูกมากอย่างหนึ่ง
เมื่อการจราจรติดขัดอย่างมากในวันที่มีอากาศร้อน เข็มชี้แสดงความร้อนของเครื่องยนต์ของผมเพิ่มขึ้นทีละน้อย ผมควรจะทำอะไรบ้างที่จะช่วยลดความร้อน ?
ในกรณีที่รถยนต์ของท่านใช้ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ ควรโยกคันเกียร์ไปยังตำแหน่งเกียร์ว่างจนกว่าการจราจรจะเริ่มมีการเคลื่อนที่อีกครั้งหนึ่ง การกระทำเช่นนี้จะตัดแรงฉุดของห้องส่งกำลังออกไป จึงทำให้รอบเดินเบาของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น พัดลมจึงสามารถดูดอากาศให้ผ่านหม้อนํ้าได้มากขึ้น และการหมุนเวียนของนํ้าในระบบเร็วมากขึ้น ทำให้เครื่องยนต์เย็นลงได้ และยังช่วยทำให้ห้องส่งกำลังเย็นลงเช่นกัน ถ้ารถยนต์ของท่านมีเครื่องปรับอากาศและกำลังใช้งานอยู่ ควรปิดเครื่องปรับอากาศชั่วคราวเพื่อลดแรงฉุดที่ใช้ในการหมุนคอมเพรสเซอร์
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมโยกคันเกียร์ซึ่งเป็นแบบอัตโนมัติไปยังตำแหน่งอื่นๆ ในขณะที่รถยนต์กำลังวิ่งอยู่ แต่ผมก็ไม่กล้าที่จะลองดูเสียที ?
ในห้องส่งกำลังบางแบบจะมีตัวล็อกอัตโนมัติซึ่งจะป้องกันการโยกคันเกียร์ไปยังตำแหน่งของเกียร์ที่ตํ่ากว่า จนกว่าอัตราเร็วของรถยนต์จะลดลงจนถึงจุดหนึ่งซึ่งการโยกคันเกียร์เช่นนั้นจะไม่ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นภายในห้องส่งกำลัง ตัวล็อกนี้จะทำงานตลอดไม่ว่าท่านจะโยกคันเกียร์ไปยังตำแหน่งใดก็ตาม ห้องส่งกำลังบางแบบไม่มีตัวล็อกและสามารถเปลี่ยนตำแหน่งได้ทันทีเมื่อโยกคันเกียร์ไปยัง ตำแหน่งที่ต้องการรวมถึงเกียร์ถอยหลังด้วย ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ทั้งภายในห้องเกียร์และชิ้นส่วนขับเคลื่อนทั้งหมดที่ต่อจากห้องส่งกำลังจนถึงล้อขับเคลื่อน ตลอดจนภายในและภายนอกของตัวรถยนต์เองถ้าโยกคันเกียร์จากตำแหน่งขับเคลื่อนไปยังตำแหน่งอื่นๆ คือตำแหน่งเกียร์ต่ำ ถอยหลัง จอด ในขณะที่รถยนต์กำลังวิ่งอยู่ด้วยอัตราเร็วปานกลางจนถึงอัตราเร็วสูงบนถนนที่แห้ง มันเป็นไปได้ที่จะใช้ เกียร์ต่ำช่วยในการเบรคขณะที่ถนนลื่นโดยการโยกคันเกียร์ระหว่างเกียร์ขับเคลื่อน และเกียร์ต่ำ และมันจะไม่เป็นอันตรายใดๆ ต่อห้องส่งกำลังในการโยกคันเกียร์ จากตำแหน่งเกียร์ต่ำไปยังตำแหน่งขับเคลื่อน ลองทำดูก็ได้ที่อัตราเร็วตํ่าๆ แต่ควรอ่านหนังสือคู่มือประกอบด้วย และอย่าโยกคันเกียร์ไปยังตำแหน่งเกียร์ถอยหลังหรือตำแหน่งจอดอย่างเด็ดขาดในขณะที่รถยนต์กำลังวิ่งเดินหน้าอยู่ นอกเสียจากจะกระทำเมื่อมันเป็นเรื่องความเป็นความตายที่จะต้องเสี่ยง และท่านต้องแน่ใจ ว่าท่านมีล้อที่เกาะถนนดี สายรัดนิรภัยตึงแน่น และท่านก็ต้องเตรียมเงินสำหรับค่าซ่อมที่แพงทีเดียว
เข็มชี้อันเล็กบนหน้าปัดจะไม่ชี้ที่ตัวอักษรใดเลยเมื่อผมโยกคันเกียร์แบบ อัตโนมัติ แต่โดยปกติแล้วมันจะชี้ระหว่างตัวอักษรสองตัว สิ่งนี้จะเป็น อันตรายต่อห้องส่งกำลังหรือไม่ ?
ไม่ แต่มันอาจทำให้ท่านสับสน ช่างเครื่องสามารถปรับแต่งได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นรถยนต์ใหม่บางคันที่เพิ่งออกมาจากโรงงานก็ยังต้องปรับแต่งใหม่
ในบางครั้งผมเห็นหยดน้ำมันสีน้ำตาลแดงบนพื้นตรงตำแหน่งใต้ห้องส่งกำลัง และต้องเติมน้ำมันเกียร์ประมาณเดือนละครั้ง อะไรเป็นสาเหตุให้น้ำมันรั่ว ?
อาจเกิดรอยรั่วที่ซีลด้านหน้าหรือด้านหลังของห้องส่งกำลัง สลักเกลียวที่ขันอ่างน้ำมันตอนล่างของห้องส่งกำลังหลวม ท่อสำหรับเติมน้ำมันหลวม หรือวาล์วควบคุมความเร็วของห้องส่งกำลังหลวม
ผมโยกคันเกียร์ไปยังตำแหน่งขับเคลื่อนแล้วก็เร่งเครื่องยนต์แต่รถยนต์ก็ ไม่เคลื่อนที่ มันยังคงจอดนิ่งอยู่ทำไม?
อาจเป็นไปได้ที่ระดับนํ้ามันเกียร์ในห้องส่งกำลังตํ่าเกินไป แกนต่อของระบบส่งกำลังไม่ได้รับการปรับแต่งให้ถูกต้อง คลัตช์เสียหรือไหม้ ไม่มีความดันของนํ้ามัน ในปั๊มเดินหน้าของระบบส่งกำลัง ถ้าท่านรู้สึกว่าเครื่องยนต์ทำงานหนักมากในขณะที่เร่งเครื่องยนต์แต่รถยนต์ก็ยังไม่ยอมเคลื่อนที่อาจเป็นไปได้ที่กันชนด้านหน้าของรถยนต์ถูกต้านด้วยตอไม้ หรืออาจลืมปลดเบรคมือก็ได้ ถ้าได้ยินเสียงจากระบบขับเคลื่อนและเครื่องยนต์เร่งเป็นปกติ อาจเป็นไปได้ว่าล้อขับเคลื่อนข้างใดข้างหนึ่ง หรือสองข้างถูกยกลอยสูงจากพื้น
ผมจอดรถยนต์บนถนนซึ่งมีความลาดเอียงเล็กน้อย และโยกคันเกียร์ซึ่ง เป็นแบบอัตโนมัติไปยังตำแหน่งจอด แต่รถยนต์ของผมเคลื่อนที่ถอยหลังไปตามความลาดทำไม?
กระเดื่องล็อกภายในห้องส่งกำลังที่ใช้ในการจอดรถยนต์อาจจะหักก็ได้ หรือสปริงที่ใช้กับกระเดื่องล็อกขาดหรือหลุด จงทำให้เป็นนิสัยโดยการใช้เบรคมือเมื่อคุณจอดรถยนต์และเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กระเดื่องล็อกหักเสียหายในอนาคต
เกียร์อัตโนมัติของผมจะเปลี่ยนจากเกียร์หนึ่งไปยังเกียร์สองก็ต่อเมื่อผมเร่งเครื่องยนต์อย่างเต็มที่เท่านั้น ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ?
อาจเป็นไปได้ว่ากลไกควบคุมซึ่งเป็นส่วนประกอบภายในห้องส่งกำลังทำงานไม่เต็มที่ ปรับแต่งไม่ถูกต้อง ข้อต่อหลุดหรือหัก ลิ้นควบคุมอาจปิดตาย ปะเก็นในลิ้นควบคุมอาจรั่ว ฉีกขาด หรือติดตั้งไม่ถูกต้อง หรืออาจมีรอยรั่วที่ผนังของห้องส่งกำลังเองก็ได้
เมื่อวานนี้ผมขับรถยนต์โดยใช้เกียร์ต่ำตลอดเวลาจนถึงบ้านเพราะว่าห้องส่งกำลังแบบอัตโนมัตไม่ยอมทำงาน คือไม่ยอมเปลี่ยนเกียร์ ค่าซ่อมครั้งนี้จะแพงหรือไม่ ?
อาจแพงก็ได้ ความเสียหายดูเหมือนจะเกิดขึ้นที่ระบบควบคุมอัตราเร็ว ชุดวาล์วควบคุม มีการรั่วไหลเกิดขึ้นภายในห้องส่งกำลังหรือส่วนประกอบบางชิ้นของมัน หรือมีความเสียหายที่เบรคแผ่นคาด ค่าซ่อมจะแพงแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่าชิ้นส่วนไหนเสียหายและระยะเวลาที่ใช้ในการซ่อม
เมื่อไม่นานมานี้ผมขับรถยนต์ไปในแหล่งที่มีการจราจรติดขัดมาก และผมได้ปฏิบัติตามที่คุณแนะนำมาในตอนแรกคือโยกคันเกียร์อัตโนมัติไปยังตำแหน่งเกียร์ว่างซึ่งทำให้เครื่องยนต์เย็นลง แต่เมื่อการจราจรเริ่มมีการเคลื่อนที่ได้อีกครั้งหนึ่งผมจึงโยกคันเกียร์ไปยังตำแหน่งขับเคลื่อน แต่มันน่าประหลาดจริงๆ ที่มันยังคงอยู่ที่ตำแหน่งเกียร์ว่าง คุณเชื่อเรื่องผีหลอก หรือไม่ ?
ผมไม่เชื่อเรื่องผีหลอก แต่ที่ผมเชื่อถืออย่างจริงจังก็คือกลไกที่ต่อกับคันเกียร์ได้รับการปรับแต่งไม่ถูกต้องหรือหลุดออก หรืออาจเป็นไปได้อีกว่าคลัตช์เดินหน้าไม่คลายตัวออกเพราะมีการรั่วไหลเกิดขึ้นทันทีทันใดในช่องปั๊มหรือห้องส่งกำลัง
เมื่อไม่นานมานี้ผมสังเกตรู้สึกว่าห้องส่งกำลังแบบอัตโนมัติสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างง่ายดายในขณะที่ผมกำลังขับรถยนต์อยู่ และรู้สึกว่าเครื่องยนต์มีอัตราเร็วเพิ่มเล็กน้อยในระหว่างที่มีการเปลี่ยนเกียร์ มันเกิดอะไรขึ้น ?
ดูเหมือนจะมีการลื่นเกิดขึ้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายสิ่งด้วยกัน ถ้าคุณโชคดีสักหน่อย มันอาจเป็นเพียงระดับนํ้ามันเกียร์ในห้องส่งกำลังต่ำเกินไป และการเติมนํ้ามันเกียร์ลงไปก็จะทำให้อาการดังกล่าวหายไปได้ และต่อไปคุณก็ต้องหาสาเหตุว่าทำไมระดับนํ้ามันเกียร์จึงลดต่ำลง
ผมซื้อรถยนต์มาใหม่คันหนึ่ง ห้องส่งกำลังอัตโนมัติของรถยนต์คันเก่า จะเปลี่ยนเกียร์ไปยังเกียร์ที่ต่ำกว่าอย่างอัตโนมัติเมื่อผมเร่งเครื่องยนต์เพื่อที่จะแซงรถยนต์คันอื่น แต่รถยนต์คะนใหม่ไม่ทำเช่นนั้น มันเป็นไปได้หรือ?
มันเป็นไปได้ อาจมีสิ่งบกพร่องเกิดขึ้นในขณะที่มีการผลิตซึ่งเป็นเหตุทำให้ช่องภายในห้องส่งกำลังถูกอุด หรือมีสิ่งบกพร่องในปะเก็นของวาล์ว หรือส่วนประกอบอื่นๆ ได้รับการปรับแต่งไม่เหมาะสมหรือตายใช้งานไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ควรตรวจพบและซ่อมแซมให้เรียบร้อยแล้วก่อนส่งรถยนต์มาให้ท่าน
ที่มา:ธีระยุทธ  สุวรรณประทีป, สมชาย  กังวารจิตต์

ระบบไอเสีย

Comments Off

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (ให้คะแนนความชอบได้ที่นี่)
Loading ... Loading ...

อะไรคือวาล์วเพิ่มความร้อนและทำไมมันจึงมีความสำคัญ?
คล้ายกับการทำงานของเทอร์โมสตัตในระบบระบายความร้อน จุดประสงค์ของวาล์วเพิ่มความร้อนก็คือช่วยให้เครื่องยนต์ร้อนเร็วขึ้น และยังทำหน้าที่ช่วยให้การระเหยของนํ้ามันเชื้อเพลิงดีขึ้นในขณะที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นวาล์วควบคุมความร้อน โดยทั่วไปแล้วจะติดตั้งอยู่บริเวณที่ซึ่งท่อไอเสียติดอยู่กับท่อร่วมไอเสีย ชิ้นส่วนที่เราสามารถมองเห็นได้คือแกนวาล์วซึ่งจะมีสปริงขด และนํ้าหนักถ่วงติดอยู่ ในขณะที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ วาล์วเพิ่มความร้อนนี้จะอยู่ในตำแหน่งที่ยอมให้ไอเสียร้อนไหลผ่านเข้าไปในช่องพิเศษซึ่งอยู่รอบๆ ท่อร่วมไอดี ความร้อนจากไอเสียจะทำให้นํ้ามันเชื้อเพลิงร้อนขึ้นเพื่อป้องกันการรวมตัวเป็นหยดของนํ้ามันเชื้อเพลิงและทำให้การระเหยดีขึ้น ในขณะที่ไอเสียร้อนไหลผ่านวาล์วเพิ่มความร้อน ตำแหน่งของลิ้นนี้จะค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละน้อยจนกระทั่งมันปิดช่องพิเศษและไอเสียร้อนจะไหลไปในท่อไอเสียปกติ วาล์วเพิ่มความร้อนนี้ อาจทำงานผิดปกติได้คืออาจเปิดตายหรือปิดตายตลอดเวลา ถ้าวาล์วนี้เปิดตายตลอดเวลาจะทำให้เครื่องยนต์ร้อนช้ากว่าปกติและอาจเกิดปัญหาขึ้นในขณะที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ แต่ถ้าลิ้นนี้ปิดตายตลอดเวลาเครื่องยนต์จะร้อนเกินไป
วาล์ว
รูปวาล์วเพิ่มความร้อนติดตั้งอยู่ภายในศูนย์กลางของเสื้อวาล์ว ท่อไอเสียถูกยึดด้วยสลักเกลียวสองอันผ่านรูของหน้าแปลนตัวล่างของเสื้อวาล์ว
อะไรเป็นสาเหตุทำให้หม้อพักและท่อไอเสียมีอายุการใช้งานสั้นลง มันมีชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ได้อยู่ภายในหม้อพักและท่อไอเสียหรือไม่ ?
ปกติแล้วจะไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ได้อยู่ภายในหม้อพักและท่อไอเสียนอกเสียจาก แผ่นกั้นไอเสียกระจายอยู่รอบๆ ภายในท่อพัก ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงวัสดุที่ใช้ทำหม้อพักและท่อไอเสียทำให้อายุการใช้งานยาวนานขึ้นกว่าเดิม แต่มันยังคงไม่ได้ผลในการขจัดปัญหาของการเกิดสนิมขึ้นภายในท่อเนื่องจากไอนํ้าและการกลั่นตัวของไอเสีย และการเกิดสนิมภายนอกท่อเนื่องจากนํ้าและสารเคมีต่างๆ เป็นผลทำให้การรักษาความร้อนไม่นานเท่าที่ควรคือเกิดการเย็นตัวอย่างรวดเร็ว ท่อไอเสีย หรือหม้อพักที่ผุกร่อนอยู่แล้วจะเกิดการเสียหายได้เนื่องจากการกระแทก เช่น การชนกันของรถยนต์ การชนกับวัตถุต่างๆ บนท้องถนน การเกิดการจุดระเบิดย้อนกลับ แผ่นรัดและยึดท่อไอเสียและหม้อพักหลุด การขับรถยนต์ในช่วงระยะทางสั้นๆ สามารถทำให้เกิดผลเสียต่อหม้อพักได้เพราะว่าระบบไอเสียยังร้อนไม่เพียงพอที่จะทำให้หยดน้ำที่เกิดขึ้นภายในท่อพักระเหยออกไป หยดน้ำที่ค้างอยู่ภายในหม้อพักจะทำให้เกิดสนิมและผุกร่อนจากภายในท่อสู่ภายนอก บางครั้งการเจาะรูเล็กๆ ที่ปลายหม้อพักจะทำให้ของเหลวภายในไหลออกสู่ภายนอกได้ จงตรวจสอบสภาพของหม้อพักและท่อไอเสียอย่างสมํ่าเสมอเมื่อท่านได้ใช้รถยนต์มาแล้วมากกว่าสองหรือสามปี
ทำไมช่างเครื่องของผมนั่งฟังเสียงที่ปลายท่อไอเสียรถยนต์ของผมในขณะที่เครื่องยนต์กำลังหมุนอยู่ และยังใช้ฝ่ามืออังอยู่ห่างจากปลายท่อไอเสียประมาณ 6 นิ้วเพื่อให้สัมผัสกับไอเสียที่พ่นออกมา และแล้วก็พิจารณาอย่างรอบคอบ ?
เขาอาจจะกำลังประหลาดใจเกี่ยวกับสิ่งที่เขากำลังจะทำกับเงินของท่านที่กำลังจะจ่ายแก่เขาสำหรับงานซ่อมวาล์ว เขากำลังฟังเสียงและจังหวะของไอเสียและความแรงที่เกิดจากไอเสียซึ่งปล่อยออกมาจากกระบอกสูบจากการสังเกตอย่างหยาบๆ ดังกล่าวประกอบกับการตรวจสอบอย่างละเอียดก็สามารถมองเห็นสภาพการทำงานภายในเครื่องยนต์ได้ ถ้าภายในท่อไอเสียปรากฏมีสีนํ้าตาลหรือสีเทาอ่อน ก็แสดงว่าการเผาไหม้ของนํ้ามันเชื้อเพลิงเป็นปกติดี แต่ถ้ามีสีเกือบจะเป็นสีขาว เขาจะรู้ได้ทันทีว่าท่านขับรถยนต์ด้วยอัตราเร็วลงเป็นเวลานานๆ และสามารถหาอาการที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานของรถยนต์ดังกล่าวได้ ถ้ามีสีดำก็แสดงว่าท่านอาจจะขับรถยนต์คันนี้ในระยะทางสั้นๆ เป็นประจำ หรืออาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการน็อกหรือดีเซลลิง หรือมีปัญหาเกี่ยวกับโช๊คและคาร์บูเรเตอร์ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการจุดระเบิด และอาจเป็นไปได้ที่ส่วนผสมของไอดีหนาเกินไป (น้ำมัน เชื้อเพลิงมากเกินไป) ถ้าท่อไอเสียมีสีดำและมีนํ้ามันเครื่องเยิ้มออกมา แสดงว่า ท่านกำลังเผชิญกับปัญหาที่ได้กล่าวมาแล้วพร้อมกับปัญหาการสิ้นเปลืองนํ้ามันเครื่องมากกว่าปกติ ซึ่งอาจจะเกิดจากการเสียหายของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์
ที่มา:ธีระยุทธ  สุวรรณประทีป, สมชาย  กังวารจิตต์

ระบบระบายความร้อนของรถยนต์

Comments Off

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (ให้คะแนนความชอบได้ที่นี่)
Loading ... Loading ...

ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวนิยมใช้นํ้าเป็นตัวหล่อเย็น รถบางคัน หรือรถที่ใช้เครื่องปรับอากาศอาจเติมนํ้ายาแอนตี้ฟรีซผสมกับนํ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหล่อเย็นให้สูงขึ้น เนื่องจากน้ำยาแอนตี้ฟรีซจะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำเดือดกลายเป็นไอ และป้องกันไม่ให้นํ้าแข็งตัวเมื่ออากาศหนาวจัด โดยทั่วไปแล้วส่วนผสมดังกล่าวยังช่วยป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อนในระบบระบายความร้อน และยังช่วยหล่อลื่นปั๊มน้ำอีกด้วย ดังนั้นเมื่อกล่าวถึงน้ำหล่อเย็นในระบบระบายความร้อนก็มักเข้าใจได้ทันทีว่าเป็นส่วนผสมของนํ้ากับนํ้ายาแอนตี้ฟรีซ แต่อย่างไรก็ตามเจ้าของรถยนต์ส่วนมากยังนิยมใช้น้ำเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
นํ้ายาแอนตี้ฟรีซที่ใช้ผสมกับน้ำมันมักผสมกันด้วยอัตราส่วน 50 ต่อ 50 และสามารถใช้งานได้นานถึงสองปีหรือประมาณ 38,000 กิโลเมตร
ทำไมรถยนต์ของผมจึงมีถังน้ำหล่อเย็นสำรองในระบบระบายความร้อน ?
ถังนํ้าหล่อเย็นสำรองมีไว้สำหรับระบายน้ำซึ่งถูกขับออกมาจากหม้อนํ้าเนื่องจากความร้อนและความดันภายในหม้อนํ้า เพราะว่าระดับของนํ้าในถังนํ้าหล่อเย็นสำรองมีความสัมพันธ์กับระดับนํ้าในหม้อนํ้า ดังนั้นเราสามารถตรวจสอบระดับนํ้าในหม้อน้ำได้โดยไม่ต้องเปิดฝาหม้อนํ้าออก ซึ่งอาจถูกไอนํ้ารวกเอาด้ถ้าเปิดในขณะเครื่องยนต์ร้อน และการเติมนํ้าเพิ่มเข้าไปในหม้อน้ำก็กระทำได้โดยเติมนํ้าลงในถังนํ้าหล่อเย็นสำรอง และมันจะถูกดูดเข้าสู่หม้อนํ้าเองโดยอัตโนมัติในขณะที่เครื่องยนต์เย็นลง ถ้าถังนํ้าหล่อเย็นสำรองเป็นแบบอัดความดันได้มันจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้ที่อุณหภูมิสูงขึ้นโดยนํ้าไม่เดือดและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่จะต้องไม่มีการรั่วไหลเกิดขึ้นในระบบ
ผมควรจะเปลี่ยนท่อยางของหม้อน้ำหรือไม่ถ้าไม่มีการรั่วไหลเกิดขึ้น?
ไม่ต้องเปลี่ยนถ้ามันยังมีอายุการใช้งานน้อยกว่าสองปีและไม่ชำรุดเสียหายแต่อย่างไร ถ้ามีรอยแตกที่ผิวของท่อหรือเมื่อบีบท่อแล้วมีความรู้สึกว่าท่อแข็งกระด้างหรืออ่อน จนเละ ก็ควรเปลี่ยนทันทีไม่ว่าจะมีรอยรั่วหรือไม่ก็ตาม โดยทั่วไปแล้วเมื่อมีท่อใดท่อหนึ่งเกิดชำรุดขึ้น อีกท่อที่ยังดูดีอยู่ก็เกือบหมดอายุการใช้งานเช่นกัน ดังนั้น ควรเปลี่ยนท่อทีเดียวทั้งหมดพร้อมๆ กัน
สิ่งที่ยึดติดอยู่ด้านหลังหม้อน้ำและโค้งล้อมรอบพัดลมเรียกว่าอะไร ?
เรียกว่ากำบังลม และจุดประสงค์ของมันมีไว้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของพัดลม ในการดูดอากาศผ่านหม้อนํ้า นอกจากนี้มันยังทำหน้าที่เป็นต้วป้องกันอันตรายไม่ให้มือหรือวัตถุใดๆ สัมผัสกับใบพัดของพัดลม แต่มันอาจทำให้เกิดความไม่สะดวก เมื่อมีการทำงานบริเวณใกล้เคียงกับด้านหน้าของเครื่องยนต์
รถยนต์ของผมมีอะไรก็ไม่ทราบรูปร่างคล้ายเนื้องอกก้อนใหญ่อยู่ระหว่างหม้อน้ำและพัดลม มันคืออะไร ?
มันคือคลัตช์พัดลม ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการหมุนของพัดลม ในขณะที่เครื่องยนต์ร้อนขึ้นจนถึงระดับหนึ่ง คลัตช์จะทำหน้าที่ส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปหมุนพัดลม แต่เมื่อเครื่องยนต์เย็นลงจนถึงระดับหนึ่ง มันจะทำให้พัดลมหมุนช้าลงหรือตัดกำลังจากเครื่องยนต์ทำให้พัดลมหยุดหมุนอย่างอัตโนมัติ ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าคลัตช์พัดลมช่วยควบคุมการระบายความร้อนและทำให้เครื่องยนต์ทำงานที่อุณหภูมิเหมาะสมตลอดเวลา จึงช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
คลัตช์พัดลม
รูปแสดงคลัตช์พัดลม(ศรชี้)ซึ่งมีในรถยนต์บางคัน
ทำไมหม้อน้ำจึงมีการรั่วได้?
หม้อนํ้าทำจากโลหะที่มีความบางและอ่อนซึ่งอาจรั่วได้เมื่อถูกก้อนหินที่คมหรือถูกกระแทกด้วยเครื่องมือต่างๆ เหล่านี้อาจเป็นสาเหตุของการรั่วไหลได้ นอกจากนี้รอยต่อต่างๆ ในหม้อนํ้าส่วนมากจะยึดติดกันด้วยการบัดกรี ดังนั้นหากหม้อนํ้าที่มีคุณภาพไม่ดี รอยต่อต่างๆ จะไม่แข็งแรง และเมื่อได้รับแรงสั่นสะเทือนและความดันภายในประกอบกับความร้อนที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดการรั่วได้ การกัดกร่อน ก็เป็นสาเหตุทำให้หม้อน้ำรั่วได้เช่นกัน โดยเกิดขึ้นเนื่องจากปฏิกิริยาของนํ้ากระด้าง ก๊าซไอเสียที่รั่วไหลและอุณหภูมิที่สูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้เปลี่ยนนํ้าในระบบระบายความร้อนตามช่วงเวลาที่ควรเปลี่ยน การรั่วเนื่องจากการกัดกร่อนนี้ส่วนใหญ่จะรู้ก็ต่อเมื่อมันทะลุออกมาภายนอกแล้ว
ผมสังเกตเห็นน้ำรั่วออกมาเล็กน้อยจากหลายๆ จุดบนรังผึ้งหม้อน้ำ จุด เหล่านี้มีลักษณะสีขาวเหมือนชอล์ก จุดเหล่านั้นคืออะไร? และรังผึ้ง หม้อน้ำคืออะไร ?
หม้อนํ้าประกอบด้วยถังเก็บน้ำสองส่วนคือส่วนบนที่มีฝาหม้อนํ้าปิดอยู่ และส่วนล่างซึ่งอยู่ตํ่าสุดและมีปลั๊กอุดรูระบายน้ำทิ้งติดอยู่สองส่วนนี้ถูกกั้นกลางด้วยรังผึ้งซึ่งทำจากท่อแบนหลายท่อและมีครีบติดอยู่กับท่อเหล่านั้น ส่วนล่างของหม้อน้ำมีความจุมากกว่าส่วนบน พื้นที่ของหม้อนํ้าระหว่างถังเก็บน้ำทั้งสองคือรังผึ้งหม้อน้ำ จุดสีขาวที่คุณเห็นนั้นเป็นผลมาจากการขยายตัวของการกัดกร่อนหรือการเสื่อมของการบัดกรี และจุดเหล่านี้จะปรากฎขึ้นมาใหม่ตามจุดต่างๆ บนรังผึ้งหม้อน้ำและจะแพร่กระจายใหญ่ขึ้นและการรั่วไหลจะมากขึ้น ท่านสามารถจัดการกับสิ่งเหล่านี้ได้โดยการเปลี่ยนรังผึ้งหม้อน้ำใหม่หรือเปลี่ยนหม้อนํ้าใหม่ทั้งลูก หรืออาจจะเติมนํ้ายาหยุดการรั่วไหลแต่จะต้องใช้ตามคำแนะนำที่กำหนดมาให้
หลังจากที่ผมขับรถยนต์ไปได้พักเดียวก็ต้องเติมน้ำในหม้อน้ำอีก มองดูก็ไม่เห็นมีน้ำรั่ว แล้วน้ำในหม้อน้ำหายไปไหน ?
ลองดึงก้านวัดระดับนํ้ามันเครื่องออกมาดูว่าระดับนํ้ามันนั้นอยู่เหนือขีดบนหรือไม่ และให้สังเกตดูด้วยว่ามีหยดน้ำเล็กๆ ปนมากับนํ้ามันเครื่องหรือไม่ ถ้ามีอาการดังกล่าวจงถอดฝาหม้อนํ้าออกเมื่อเครื่องยนต์เย็นลงแล้ว และสตาร์ตเครื่องยนต์อีกครั้งหนึ่งแล้วปล่อยให้เครื่องยนต์ร้อนขึ้นสักครู่ สังเกตดูฟองอากาศในน้ำ ถ้าคุณเห็นฟองอากาศผุดขึ้นมาให้ลองดมกลิ่นดูว่ามีกลิ่นไอเสียหรือไม่ ถ้าได้กลิ่นไอเสียออกมาก็แสดงว่ามีนํ้ารั่วเข้าไปในอ่างนํ้ามันเครื่องภายในเครื่องยนต์ ซึ่งสามารถทำให้เครื่องยนต์และหม้อนํ้าเสียหายได้อย่างมากถ้าปล่อยให้มีการรั่วไหลต่อไป อาการเช่นนี้อาจมีสาเหตุมาจากสลักเกลียวที่ยึดฝาสูบหลวมหรือมีรอยร้าวเกิดขึ้นที่เสื้อสูบ แต่ถ้าไม่พบสาเหตุดังที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ สิ่งที่อาจเป็นไปได้ก็คือมีความบกพร่อง เกิดขึ้นที่ฝาหม้อนํ้าหรือที่ปั๊มน้ำ ยิ่งถ้าท่านใช้นํ้าเพียงอย่างเดียวเติมลงในหม้อนํ้า โดยไม่ได้เติมน้ำยาป้องกันความร้อน ก็อาจเป็นไปได้ว่าน้ำระเหยออกจากหม้อนํ้า เนื่องจากในขณะที่มีอากาศร้อนจัดความสามารถในการระบายความร้อนมีขีดจำกัด จึงทำให้ระดับนํ้าในหม้อน้ำลดลง
ถ้าผมทำฝาหม้อน้ำหายไป ผมจะใช้เศษผ้าอุดแทนได้หรือไม่ ?
ถ้าท่านชอบซะอย่างก็ทำได้ หรือท่านอาจจะใช้หัวมันหรือท่อนไม้ที่มีขนาดพอดีอุดแทนก็ได้ แต่ก่อนที่ท่านจะทำเช่นนั้นควรจะศึกษาการทำงานของฝาหม้อน้ำเสียก่อน เพราะมันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงป้องกันการกระฉอกของน้ำออกจากหม้อนํ้าเท่านั้น คือส่วนล่างของฝาหม้อน้ำเป็นแผ่นซีลยาง ซึ่งจะแนบสนิทพอดีกับบ่าของช่องเติมนํ้าโดยอาศัยแรงกดจากสปริง เมื่ออุณหภูมิของน้ำในหม้อนํ้า
ฝาหม้อน้ำ
รูปฝาหม้อน้ำ
เพิ่มขึ้นความดันและจุดเดือดของนํ้าในหม้อนํ้าก็สูงขึ้นเช่นกัน จึงทำให้น้ำในหม้อนํ้า มีความสามารถในการรับความร้อนจากเครื่องยนต์ได้มากขึ้นและมากกว่าความสามารถในการรับความร้อนของนํ้าภายใต้ความดันบรรยากาศ ถ้าท่านเอาฝาหม้อนํ้าออก และอุดด้วยเศษผ้าจะทำให้นํ้าในหม้อนํ้าไม่สามารถอยู่ภายใต้ความดันที่สูงกว่าความดันบรรยากาศ ถ้าใช้หัวมันอุดแทนฝาหม้อนํ้าท่านจะได้ระบบระบายความร้อนที่อยู่ภายใต้ความดันสูงจนกระทั่งความร้อนทำให้หัวมันสุกได้ เมื่อนํ้าได้รับความร้อนจะขยายตัวและความดันในหม้อนํ้าจะสูงขึ้นจนถึงความดันค่าหนึ่งซึ่งมากกว่าความดันของสปริง ลิ้นความดันจะถูกยกขึ้นและความดันส่วนเกินในหม้อนํ้าจะระบายออกสู่ภายนอกเพราะว่าถ้าไม่ระบายความดันส่วนเกินออกไปจะทำให้ความดันภายในหม้อน้ำสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนทำให้หม้อนํ้าแตกได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อใช้ท่อนไม้อุด แทนฝาหม้อน้ำดังกล่าว หลังจากที่หยุดใช้เครื่องยนต์แล้ว เครื่องยนต์จะเย็นลงทีละน้อย และความดันในหม้อนํ้าจะลดลงเช่นกัน ปริมาตรของน้ำในหม้อน้ำจะลดลงทีละน้อยจนกระทั่งเกิดสุญญากาศขึ้นภายในหม้อน้ำ วาล์วสุญญากาศของฝาหม้อน้ำจะเริ่มเปิดและอากาศภายนอกซึ่งมีความดันสูงกว่าจะไหลเข้าไปภายในหม้อนํ้า เพื่อป้องกันไม่ให้หม้อนํ้าเสียหายเนื่องจากความดันภายนอกที่สูงกว่าภายในหม้อนํ้า จะเห็นได้ว่าถ้าเราใช้หัวมันหรือวัตถุอื่นๆ ที่อ่อน มันอาจลูกดูดกลับเข้าไปในหม้อน้ำได้ในขณะที่เครื่องยนต์เย็นลง และถ้าเราใช้ท่อนไม้อุดแทนฝาหม้อนํ้า อากาศภายนอกไม่สามารถเข้าไปในหม้อนํ้าได้ในขณะที่เครื่องยนต์เย็นลง จึงทำให้ความดันอากาศภายนอกสูงกว่าความดันภายในหม้อน้ำ และทำให้หม้อน้ำเสียหายได้ ดังนั้น ถ้าฝาหม้อน้ำหายไปก็ควรซื้ออันใหม่มาแทนทันที ไม่ควรใช้สิ่งอื่นอุดแทน
ท่อยางอันหนึ่งซึ่งต่อกับหม้อน้ำรถยนต์จะยุบตัวจนแบนเสมอเมื่อเครื่อง ยนต์เย็นลงแล้ว ทำให้น้ำในระบบหมุนเวียนไม่สะดวกและทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัดอย่างรวดเร็วเมื่อเริ่มใช้เครื่องยนต์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ผมได้เปลี่ยนท่อยางใหม่ทั้งหมดสี่ครั้งแล้วในปีนี้ เป็นไปได้หรือไม่ที่ท่อยางเหล่านั้นคุณภาพไม่ดี ?
เป็นไปไม่ได้ สิ่งผิดปกติเกิดขึ้นที่ฝาหม้อน้ำ ควรเปลี่ยนอันใหม่ แต่อย่าลืมถอดฝาหม้อนํ้าในขณะที่เครื่องยนต์เย็นลงแล้วเท่านั้น
ผมได้ยินมาว่าไม่ควรเปิดฝาหม้อน้ำในขณะที่หม้อน้ำยังร้อนอยู่ และไม่ควรเติมน้ำเย็นลงไปในขณะที่เครื่องยนต์ยังร้อนอยู่ ผมรู้สึกไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้เลย ทำไมต้องเป็นเช่นนั้น?
การเปิดฝาหม้อนํ้าทันทีในขณะที่หม้อน้ำยังร้อนอยู่จะมีไอนํ้าร้อนและนํ้าร้อนพุ่งออกมา เป็นอันตรายต่อร่างกายและสิ่งต่างๆ ที่สัมผัสกับไอนํ้าร้อนและนํ้าร้อน เหล่านั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวหนังและลูกตา ส่วนการเติมนํ้าเย็นลงไปในขณะที่เครื่องยนต์ยังร้อนอยู่นั้นสามารถทำให้เกิดรอยร้าวขึ้นได้ที่เสื้อสูบและส่วนอื่นๆ ของเครื่องยนต์ซึ่งจะต้องเสียค่าซ่อมแพงมาก อย่าได้กระทำสิ่งทั้งสองที่ได้กล่าวมาแล้วอย่างเด็ดขาด จงรอให้เครื่องยนต์เย็นก่อนเป็นดีที่สุด
หน้าที่ของเทอร์โมสตัตในระบบระบายความร้อนมีอะไรบ้าง ?
หน้าที่ของมันก็คือ ช่วยให้เครื่องยนต์ร้อนเร็วขึ้นในขณะที่เริ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ใหม่ๆ และช่วยควบคุมอุณหภูมิของนํ้าในระบบระบายความร้อนให้อยู่ในช่วงที่ทำให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพสูง ถ้าวาล์วของเทอร์โมสตัตเปิดตาย ตลอดเวลาหรือถ้าเอาเทอร์โมสตัตออกไปจะทำให้เครื่องยนต์ร้อนช้ากว่าปกติโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวและอุณหภูมิของน้ำในหม้อนํ้าจะไม่สูงเท่าที่ควรในขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงานอยู่ จึงเป็นเหตุทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ตํ่ากว่าปกติ แต่ถ้าวาล์วเทอร์โมสตัตปิดตายตลอดเวลาจะทำให้เครื่องยนต์ร้อนมากเกินไปและอาจทำให้ท่อนํ้าแตกได้ ถึงแม้ว่าจะเติมนํ้ายาป้องกันความร้อนลงไปก็จะไม่มีผลดีอะไร การทำงานที่ผิดปกติของเทอร์โมสตัตดังกล่าวเป็นสิ่งไม่ดี ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนเสียใหม่ และควรเปลี่ยนทุกๆ ปีเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพของเครื่องยนต์

เทอร์โมสตัต

รูปแสดงตัวอย่างของเทอร์โมสตัต (รูปบน) และภาพตัดของเทอร์โมสตัต (รูปล่าง)
ผมสังเกตเห็นมีคราบน้ำมันสีเหลืองๆ ในหม้อน้ำและปรากฏว่าผมต้องเติมน้ำมันลงในห้องส่งกำลังซึ่งเป็นแบบอัตโนมัติบ่อยมากทีเดียว ทั้งๆ ที่ไม่เห็นมีรอยรั่วจากห้องส่งกำลังแต่อย่างไร น้ำมันเข้าไปทำอะไรอยู่ในหม้อน้ำ หรือ?
ในรถยนต์ที่ใช้ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติจะมีหม้อระบายความร้อนของน้ำมัน จากห้องส่งกำลังซึ่งมีลักษณะคล้ายหม้อนํ้าอันเล็กและอยู่ภายในหรือต่อติดอยู่กับหม้อนํ้าอันใหญ่ นํ้ามันในห้องส่งกำลังจะถูกดูดหมุนเวียนเข้าสู่หม้อระบายความร้อน ในขณะที่รถยนต์กำลังวิ่งอยู่เพื่อรักษาอุณหภูมิของนํ้ามันให้คงอยู่ในระดับที่ต้องการ การที่มีคราบน้ำมันเหลืองๆ ปนมากับนํ้าในหม้อนํ้าก็แสดงให้เห็นว่ามีการรั่วไหล ของนํ้ามันออกมาจากหม้อระบายความร้อนซึ่งนอกจากจะทำให้หม้อนํ้าเปื้อนแล้ว ยังมีนํ้าบางส่วนไหลซึมเข้าไปปะปนกับนํ้ามันในห้องส่งกำลังอีกด้วย ควรไปปรึกษาช่างเครื่องโดยเร็วถ้าเกิดอาการดังกล่าว
หม้อน้ำในรถยนต์ของผมจะร้อนขึ้นอย่างมากทีเดียวหลังจากที่ผมขับรถยนต์อยู่เพียงครู่เดียวเท่านั้น ผมได้ยินเสียงน็อกและเสียงน้ำเดือดมาจากหม้อน้ำ และบางครั้งก็เห็นมีไอน้ำพ่นออกมา ผมควรขับรถยนต์ต่อไปอีกหรือไม่ ?
ท่านควรขับต่อไปแต่ขับไปหาช่างเครื่องของท่าน สาเหตุนี้อาจเกิดจากหม้อนํ้าอุดตัน ด้วยสิ่งสกปรกหรือตะกรันทำให้การหมุนเวียนของนํ้าไม่สะดวก และเกิดการเดือดขึ้นภายในหม้อน้ำซึ่งสามารถได้ยินเสียง อาจมีจุดบกพร่องเกิดขึ้นที่เทอร์โมสตัต พัดลม คลัตช์พัดลม เครื่องยนต์ที่เก่าเกินไป หรือสายพานหมุนปั๊มนํ้าขาดหรือลื่น และจงตรวจสอบดูด้วยว่ามีการยุบตัวจนแบนและรอยรั่วเกิดขึ้นที่ท่อนํ้าหรือไม่ วิธีตรวจสอบว่ารังผึ้งหม้อนํ้าส่วนไหนมีการอุดตันหรือไม่ ให้ทำดังนี้คือ หลังจากที่หยุดใช้เครื่องยนต์แล้วหม้อนํ้าจะเริ่มเย็นลงพอที่จะสัมผัสได้ ก็ให้ใช้ฝ่ามือของท่านสัมผัสกับผิวของรังผึ้งหม้อนํ้าให้ทั่วทั้งหมด ถ้าท่านมีความรู้สึกว่าพื้นที่บางจุดบนรังผึ้งหม้อน้ำเย็นกว่าส่วนอื่นๆ ก็หมายความว่าบริเวณนั้นมีการอุดตันเกิดขึ้น
เมื่อพูดถึงการอุดดันของหม้อน้ำ ผมมีความสงสัยว่าเมื่อมีแมลงที่ตายแล้ว เศษขนไก่ สิ่งสกปรก เศษกระดาษต่างๆ มาปกคลุมบริเวณหม้อน้ำด้านหน้าของรถยนต์ มันจะก่อให้เกิดอันตรายหรือไม่ ?
มันสามารถทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัดได้เพราะว่าเศษสิ่งสกปรกที่ปกคลุมบริเวณด้านหน้าของหม้อนํ้าจะกั้นการไหลของอากาศเย็นที่ผ่านหม้อนํ้าซึ่งจะทำให้ความร้อนระบายออกจากหม้อน้ำไม่ดีเท่าที่ควร ควรทำความสะอาดโดยการใช้นํ้าฉีด หรือลมเป่าเศษสิ่งสกปรกต่างๆ ให้หลุดออกไป ท่านอาจจะป้องกันไม่ให้มีเศษสกปรกต่างๆ เข้าไปปิดบังรังผึ้งหม้อน้ำโดยการติดตั้งตาข่ายป้องกันไว้ด้านหน้า หม้อนํ้า แต่อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบจากหนังสือคู่มือก่อนเพราะว่าการติดตั้ง ตาข่ายเพิ่มเข้าไปนั้น ตัวตาข่ายเองก็สามารถเป็นตัวกั้นปริมาณการไหลของอากาศที่ผ่านหม้อน้ำให้ลดน้อยลงได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
ที่มา:ธีระยุทธ  สุวรรณประทีป, สมชาย  กังวารจิตต์

แบตเตอรี่

Comments Off

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (ให้คะแนนความชอบได้ที่นี่)
Loading ... Loading ...

บ่อยแค่ไหนที่ผมควรจะตรวจสอบระดับน้ำกรดภายในแบตเตอรี่ ?
โดยปกติแล้วควรตรวจสอบเดือนละสองครั้ง แต่ในช่วงที่อากาศร้อน ใช่’รกยนต์มากเป็นพิเศษหรือมักจะขับรถยนต์ในเวลากลางคืนเสมอก็ควรตรวจเช็คให้บ่อยขึ้นกว่าปกติคือทุกๆ สัปดาห์
เมื่อระดับนํ้ากรดในแบตเตอรี่ลดต่ำลง ควรจะเติมอะไรลงไป ?
เติมนํ้ากลั่นดีที่สุดเพราะจะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่เนื่องจากในนํ้ากลั่น ไม่มีสารเคมีใดๆ อย่างนํ้าประปา ตามสถานีบริการหลายแห่งใช้นํ้าประปาในการบริการเมื่อท่านขอให้เขาเติมนํ้ากลั่น แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายแต่อย่างไรถ้าเติมเพียงเล็กน้อย มีเจ้าของรถยนต์และช่างเครื่องบางคนใช้นํ้ากรดเติมลงไปแทนที่จะใช้น้ำกลั่น ซึ่งการกระทำเช่นนั้นจะเกิดอันตรายหลายประการด้วยกัน และไม่ควรกระทำอย่างเด็ดขาด นอกเสียจากเป็นแบตเตอรี่ใหม่และต้องเติมนํ้ากรดลงไป เพื่อการใช้งานในครั้งแรกเท่านั้น
ผมต้องเติมนำกลั่นลงในแบตเตอรี่หลายครั้งต่อส์ปดาห์ ตามที่คุณกล่าวมานั้นก็ย่อมหมายความว่าแบตเตอรี่ของผมผิดปกติใช่หรือไม่ ?
ใช่ อาจเป็นเพราะเปลือกหุ้มแบตเตอรี่มีรอยแตกร้าวหรือนํ้ากรดภายในแบตเตอรี่ เดือดและระเหยออกไปเนื่องจากระบบชาร์จไฟผิดปกติหรือภายในห้องเครื่องยนต์ร้อนมากเกินไป
อะไรคือความแตกต่างระหว่าง “โวลต์” และ “แอมป์”?
ศัพท์ทั้งสองคำพอจะอธิบายเพื่อให้สามารถเข้าใจได้ง่ายๆ ดังนี้ แอมป์คือสิ่งที่วิ่ง อยู่ในสายไฟฟ้า และโวลต์คือสิ่งที่ดันให้กระแสไฟฟ้าวิ่งไปตามสายไฟฟ้า แบตเตอรี่ สามารถให้กระแสไฟฟ้าได้สูงถึงหลายร้อยแอมป์โดยผ่านสายไฟฟ้า กุญแจปากตาย ไขควง สายนาฬิกาข้อมือ แหวน ในเวลาอันสั้นโดยไม่ทำลายสื่อกลางเหล่านั้น ดังนั้นเราจึงสามารถใช้กระแสจำนวนมากจากแบตเตอรี่มาสตาร์ตเครื่องยนต์ได้ด้วย แรงดันไฟฟ้าเพียง 12 โวลต์เท่านั้น แรงดันไฟฟ้า 12 โวลต์จากแบตเตอรี่จะถูกเปลี่ยนให้มากขึ้นเกือบสองพันเท่าเพื่อใช้ในการจุดระเบิดที่หัวเทียน แต่อย่างไรก็ตาม กระแสไฟฟ้าจะถูกทำให้ลดลงเช่นกัน แรงดันไฟฟ้าที่สูงมากๆ นี้สามารถทำให้ผู้ที่สัมผัสกับสายไฟฟ้าถูกดูดจนแขนชาหรือล้มลงได้ แต่ที่ได้รับบาดเจ็บมีน้อยรายมาก เพราะกระแสไฟฟ้ามีค่าแอมป์ตํ่านั่นเอง เนื่องจากสายไฟฟ้าจะยอมให้กระแสไฟผ่านได้จำนวนจำกัดตามขนาดของมัน ถ้ามีกระแสไฟฟ้าจำนวนมากเกินไปผ่านสายไฟฟ้า จะทำให้มันขาดเป็นสองท่อน ซึ่งลักษณะเช่นนี้ได้นำไปประยุกต์ใช้ทำฟิวส์ไฟฟ้า โดยทั่วไปแล้วสายไฟฟ้าเส้นใหญ่จะยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้จำนวนมากกว่าสายไฟฟ้าเส้นเล็ก สายไฟฟ้าที่ใช้กับแรงดันไฟฟ้าสูงๆ จะมีฉนวนหุ้มมากขึ้น ดังนั้นสายไฟฟ้าที่ใช้กับงานที่ต้องการกระแสไฟฟ้าสูงๆ และงานที่ต้องการแรงดันไฟฟ้าสูงๆ อาจมีขนาดเท่าๆ กันเมื่อมองภายนอก แต่ขนาดของเส้นลวดภายใน และความหนาของฉนวนไม่เท่ากัน
เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ถอดแบตเตอรี่ออกมาเช็ดทำความสะอาด หลังจากที่ผมติดตั้งกลับเข้าไปตามเดิมและสตาร์ตเครื่องยนต์ พบว่าสายไฟฟ้าจำนวนมากใต้ฝากระโปรงเริ่มไหม้ และต่อมาไม่นานแบตเตอรี่ก็ระเบิดและน้ำกรดกระจายเต็มห้องเครื่องยนต์ไปหมด ผมเองรู้สึกเศร้าใจทีเดียวเมื่อมองเห็น สิ่งที่เสียหายกระจายเต็มไปหมด ผมทำอะไรผิดไปหรือ ?
มีอย่างเดียวเท่านั้นที่ท่านทำผิดคือต่อสายแบตเตอรี่กลับขั้วกัน แต่คุณควรจะรู้สึกโชคดีมากกว่ารู้สึกเศร้าใจเพราะว่าการระเบิดของแบตเตอรี่อาจเกิดได้ภายในเวลา 5 วินาทีหลังจากที่คุณต่อสายแบตเตอรี่เสร็จ ไม่เช่นนั้นหากท่านอยู่ใกล้กับแบตเตอรี่ ท่านอาจได้รับอันตรายแน่นอน ที่จริงแล้วเราไม่สามารถที่จะทำนายแน่นอนว่าเมื่อต่อสายแบตเตอรี่กลับขั้วกันแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้น เพราะว่ามันมีผลที่แตกต่างกันออกมาได้หลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแน่ๆ ก็คือต้องมีบางสิ่งบางอย่างในรถยนต์ของท่านเสียหาย โดยปกติรถยนต์ในปัจจุบันออกแบบให้ต่อสายแบตเตอรี่กลับขั้วกันไม่ได้ ทั้งนี้เพราะว่าสายแบตเตอรี่จะสั้นเกินไปที่จะต่อไปยังขั้วที่ผิด แต่มีบางรายที่สายแบตเตอรี่ชำรุดและได้เปลี่ยนเส้นใหม่โดยใช้สายแบตเตอรี่ที่ยาวเกินไปจนทำให้มีโอกาสต่อผิดขั้วได้ สิ่งนี้ต้องระวังให้ดี
แบตเตอรี่รถยนต์ของผมดูภายนอกก็ดี แต่ผมคิดว่ามันไม่ดี ผมสามารถ ที่จะตรวจสอบได้อย่างไร ?
ท่านสามารถให้อู่ซ่อมหรือสถานีบริการตรวจสอบค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดภายในแบตเตอรี่รวมถึงกำลังของแบตเตอรี่ที่จะจ่ายออกมา ถ้าเครื่องมือมีสภาพดี และการตรวจสอบถูกต้องตามหลักวิชาการแล้วก็สามารถบอกสภาพแบตเตอรี่ของท่านได้ จงให้คนที่มีใจเป็นกลางตรวจสอบให้ และอย่าเลือกคนซึ่งสนใจแต่จะขายแบตเตอรี่อันใหม่ให้กับท่าน
ผมได้นำแบตเตอรี่ไปตรวจสอบแล้วปรากฏว่าดีเป็นปกติ แต่มันยังคงมี อาการเหมือนกับว่าไฟหมดอยู่บ่อยครั้งทีเดียว ทำไม ?
การที่ขั้วแบตเตอรี่หลวม สกปรก หรือสึกกร่อน จะทำให้แบตเตอรี่มีอาการคล้ายกับว่าไฟหมด ทั้งๆ ที่มีกำลังเต็มที่ ซึ่งอาการอาจจะหายไปเพียงแต่ทำความสะอาดขั้วต่อและขันให้แน่น ถ้าแบตเตอรี่มีอาการหมดกำลังอย่างรวดเร็วอาจเป็นเพราะเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที้งไว้ค้างคืนหรืออาจเป็นเพราะใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถยนต์มากเกินไปในขณะที่เครื่องยนต์ไม่ได้ทำงาน สาเหตุอื่นๆ อาจเป็นเพราะการติดตั้ง อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ถูกต้องหรือมีการลัดวงจรเกิดขึ้นในอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือสวิตช์ไฟฟ้าอัตโนมัติเปิดตายอยู่ตลอดเวลา หรือแบตเตอรี่จ่ายไฟให้กับตัวเองซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากใช้งานแบตเตอรี่ไม่สมํ่าเสมอ และอาจเกิดจากแบตเตอรี่สกปรกมากประกอบกับมีความชื้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสิ่งสกปรกและความชื้นนั้นปกคลุมขั้วทั้งสองของแบตเตอรี่ สิ่งต่อไปที่ควรพิจารณาคือตรวจสอบกระแสไฟที่ชาร์จเข้าแบตเตอรี่เพียงพอหรือไม่ สมมติว่าไม่มีอะไรผิดปกติที่ไดชาร์จ การไหลของกระแสไฟฟ้า ไปยังแบตเตอรี่อาจไม่สะดวกเพราะว่าขั้วแบตเตอรี่ที่ต่ออยู่นั้นหลวม สกปรก หรือสึกกร่อน ซึ่งรวมถึงสายดินด้วย สายพานที่หย่อนและการปรับแต่งเรกูเลเตอร์ไม่ถูกต้อง (ถ้าปรับแต่งได้) อาจเป็นสาเหตุทำให้ระบบชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ทำงานไม่เต็มที่ ถ้าทุกสิ่งได้รับการตรวจสอบแล้วพบว่ายังดีอยู่ก็อาจเป็นเพราะแบตเตอรี่มีสภาพไม่เป็นปกติคือเก็บไฟไม่อยู่ ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่
อะไรคือขี้เกลือสีขาวที่เกิดขึ้นบริเวณขั้วแบตเตอรี่และมันจะเป็นสาเหตุ ทำให้แบตเตอรี่ตายหรือไม่ ?
ขี้เกลือสีขาวนี้เป็นอาการมากกว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่ของท่านไม่ทำงาน สาเหตุที่เกิดขี้เกลือนี้มาจากปฏิกริยาเคมี ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปฏิกริยาเคมีไฟฟ้านี้ก็คือ สิ่งสกปรกที่สะสมบนเปลือกหุ้มแบตเตอรี่ ขั้วแบตเตอรี่กับขั้วสายและกรดกำมะถัน ซึ่งเป็นคราบอยู่ภายนอกแบตเตอรี่ เมื่อสิ่งสกปรกและนํ้ากรดรวมตัวกันเกิดเป็น
แบตเตอรี
รูปแสดงการบำรุงรักษาแบตเตอรี่ซึ่งได้แก่การทำความสะอาดเปลือกหุ้มแบตเตอรี่ (รูปบน) การทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ (รูปล่างซ้าย)และการทำความสะอาดขั้วสายแบตเตอรี่ (รูปล่างขวา) เครื่องมือทำความสะอาดนอกจากที่แสดงไว้ในรูปแล้วยังมีแบบอื่นๆ อีกมาก
ทางเดินของกระแสไฟฟ้าระหว่างขั้วทั้งสองของแบตเตอรี่เป็นเหตุให้แบตเตอรี่จ่ายกระแสไฟให้กับตัวของมันเองและจะเกิดออกไซด์สีนํ้าตาลหรือสีดำระหว่างหน้าสัมผัสของขั้วแบตเตอรี่กับขั้วสายแบตเตอรี่ อาการเช่นนี้เราสามารถเห็นได้คือ จะเกิดเป็นขี้เกลือสีขาวเกาะอยู่ตามขั้วแบตเตอรี่ การขูดเอาขี้เกลือเหล่านี้ออกจะไม่ได้ช่วยลดปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดขี้เกลือแต่อย่างไร แต่จะเผยให้เห็นความเสียหาย สึกกร่อนของขั้วต่อสายแบตเตอรี่ สลักเกลียว หรือแม้กระทั่งสายแบตเตอรี่เอง ตัว การสำคัญที่เป็นสาเหตุทำให้แบตเตอรี่ดูเหมือนจะตายไปทันทีอย่างไม่คาดคิดมาก่อนก็คือออกไซด์สีดำ เพราะว่าออกไซด์สีดำนี้ถึงแม้จะบางก็ตามแต่มันสามารกกั้นการไหลของกระแสไฟฟ้าซึ่งไหลระหว่างขั้วและสายแบตเตอรี่ได้ดีทีเดียว เมื่อขูดเอาออกไซด์สีดำนี้ออกไปแบตเตอรี่ก็จะทำงานได้ดีขึ้นเป็นปกติ วิธีลดปฏิกิริยา และเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้แบตเตอรี่มีอาการดังกล่าวควรปฏิบัติดังนี้คือ รักษาความสะอาดของเปลือกหุ้มแบตเตอรี่โดยใช้สารละลายโซดาหรือแอมโมเนียผสมกับนํ้าอุ่น อย่าเติมน้ำกลั่นลงในแบตเตอรี่จนระดับของเหลวสูงมากเกินไปหรือ ล้นออกมาภายนอกและควรปิดฝาครอบเซลให้แน่น ต้องแน่ใจว่าไดชาร์จนั้นชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ ใช้จารบีเล็กน้อยทาที่ขั้วแบตเตอรี่หรือใช้ฝาปิดที่ขั้วแบตเตอรี่ การถอดและติดตั้งสายแบตเตอรี่ควรทำอย่างนิ่มนวลเพื่อป้องกันการแตกร้าวซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ตรงบริเวณขั้วและเปลือกหุ้มแบตเตอรี่
ผมต้องเติมน้ำยาป้องกันการแข็งตัวลงในแบตเตอรี่หรือไม่ในฤดูหนาว ?
ไม่ต้องเติม แบตเตอรี่ที่ได้รับการชาร์จไฟจนเต็มนั้น น้ำกรดภายในแบตเตอรี่จะไม่แข็งตัว ตรงกันข้ามหากแบตเตอรี่ชาร์จไฟไม่เต็ม นํ้ากรดภายในจะสามารถแข็งตัวได้เมื่ออากาศเย็นมากๆ ถ้าท่านสงสัยว่าน้ำกรดในแบตเตอรี่อันนั้นแข็งตัว จงอย่าพยายามอัดไฟเข้าไปเด็ดขาด อย่ากระตุ้นแบตเตอรี่หรืออย่าสตาร์ตเครื่องยนต์โดยการต่อสายพ่วงมาจากแบตเตอรี่ของรถยนต์คันอื่น จนกว่าจะแน่ใจว่าน้ำกรด ภายในแบตเตอรี่ละลายหมดแล้ว มิฉะนั้นจะเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง
การใช้สายพ่วงแบตเตอรี่มีความปลอดภัยหรือไม่ ?
มีความปลอดภัยถ้ามีขนาดใหญ่พอ อยู่ในสภาพดี และพ่วงต่อระหว่างแบตเตอรี่อย่างถูกต้อง การใช้สายพ่วงที่ราคาถูกหรือบกพร่องเป็นสิ่งที่มีอันตรายเพราะว่ามันอาจจะก่อให้เกิดไฟไหม้หรือสายพ่วงร้อนจัดจนมือพองได้ วิธีการต่อสายพ่วง
แบตเตอรี1
รูปแสดงสายพ่วงต่อขั่วบวกของแบตเตอรี่อันที่ไม่ทำงาน ถ้าแบตเตอรี่ของท่านเป็นแบบเปิดฝาปิดเซลออกได้ ก็ควรเปิดออกและใช้ผ้าสะอาดปิดช่องเหล่านั้นเอาไว้ตามที่แสดงในรูป ผ้าชิ้นนั้นควรทิ้งไปหลังจากปฏิบัติงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว
แบตเตอรี2
รูปแสดงการต่อสายพ่วงลบเข้ากับชิ้นโลหะหนาของรถยนต์คันที่มีแบต เตอรีไม่ทำงาน และไม่ควรต่อเข้ากับขั้วลบของแบตเตอรี่โดยตรง
ที่ถูกต้องมีหลายวิธีด้วยกัน วิธีที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นวิธีที่แนะนำให้ใช้คือ ก่อนอื่นต้องแน่ใจว่ารถยนต์ทั้งสองคันไม่ได้จอดชิดกันมากจนสัมผัสกัน ต่อจากนั้นก็ให้ต่อสายพ่วงเส้นแรกระหว่างขั้วบวกของแบตเตอรี่ทั้งสอง แล้วต่อสายพ่วงเส้นที่สองเข้ากับขั้วลบของแบตเตอรี่อันดีและต่อปลายที่เหลือเข้ากับเครื่องยนต์หรือตัวถังของรถยนต์คันที่มีแบตเตอรี่ไม่ทำงาน เมื่อเครื่องยนต์ของรถยนต์คันที่มีแบตเตอรี่ตายสตาร์ตเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เอาสายพ่วงออกโดยการถอดตามลำดับย้อนกลับ อย่าให้ปลายสายพ่วงที่ถอดออกมาจากขั้วแบตเตอรี่ไปสัมผัสกับโลหะหรือสายพ่วงเส้นที่ยังไม่ได้ถอดออกเพราะอาจเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ เครื่องยนต์ของรถยนต์คันที่มีแบตเตอรี่ดีควรปล่อยให้หมุนอยู่ตลอดเวลาในระหว่างพ่วงสายอุปกรณ์ไฟฟ้าและสวิตช์กุญแจในรถยนต์คันที่มีแบตเตอรี่ตายควรปิดให้หมดในระหว่างที่ต่อสายพ่วง
เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ซื้อรถยนต์คันหนึ่งซึ่งใช้เครื่องยนต์ดีเซล และเป็น รถยนต์ที่ผลิตจากอเมริกา ในขณะที่ผมเปิดฝากระโปรงรถยนต์ออก ผม เห็นมีแบตเตอรี่อยู่สองอัน แบตเตอรี่อันที่สองเป็นอะไหล่หรืออย่างไร ?
ไม่ใช่ เพราะว่าเครื่องยนต์ดีเซลต้องใช้ไฟจากแบตเตอรี่มากขึ้น จึงต้องเพิ่มแบตเตอรี่อีกหนึ่งตัว แต่ระบบไฟฟ้ายังคงเป็นแบบ 12 โวลต์เช่นเดิม และรถยนต์ของท่านยังสามารถใช้การสตาร์ตโดยต่อสายพ่วงได้เช่นเดียวกับรถยนต์ทั่วๆ ไปที่ใช้แบตเตอรี่เพียงอันเดียว การต่อสายพ่วงให้ต่อกับแบตเตอรี่อันที่อยู่ใกล้ไดสตาร์ตมากที่สุด แต่อย่าลืมว่าต้องใช้แรงดันเพียง 12 โวลต์เท่านั้นเพราะบางคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็น 24 โวลต์ ทั้งนี้เพราะมีรถยนต์บรรทุกดีเซลบางแบบใช้แรงดัน 24 โวลต์ในการสตาร์ต หรือบางคนอาจคิดว่ามีแบตเตอรี่สองอันแรงดันควรจะเป็น 24 โวลต์
ทำไมบางคนขับรถยนต์ในเวลากลางวันชอบเปิดไฟหน้ารถยนต์เอาไว้?
อาจเป็นไปได้ที่เจ้าของรถยนต์คันนั้นต้องการสร้างจุดเด่นให้กับรถยนต์ของเขาด้วยเหตุผลบางอย่าง หรืออาจเป็นเพราะเป็นคนขี้ลืม ถ้ามองอีกแง่หนึ่งอาจตกเป็นเหยื่อความเชื่อถือที่ผิดๆ คือเชื่อว่าการเปิดไฟหน้ารถยนต์จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่มากเกินไป ซึ่งที่จริงแล้วเป็นหน้าที่ของเรกูเลเตอร์ การกระทำเช่นนั้นจะเป็นการช่วยทำให้อายุการใช้งานของหลอดไฟสั้นลงกว่าปกติ
ควรทำอะไรบ้างในการช่วยบำรุงรักษาแบตเตอรี่ในรถยนต์ของผมให้อยู่ ในสภาพที่ดี ?
ควรดูแลทำความสะอาดเป็นครั้งคราวและตรวจสอบดูว่ามีรอยรั่วหรือมีการกัดกร่อนเกิดขึ้นบริเวณขั้วแบตเตอรี่หรือไม่ เติมน้ำกลั่นลงในแบตเตอรี่เพื่อรักษาระดับนํ้ากรดให้ตรงตามที่กำหนดทุกๆ สามเดือนควรถอดขั้วสายแบตเตอรี่ออกจากขั้วแบตเตอรี่และทำความสะอาด ถ้าจะให้ได้ผลดีควรใช้อุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่โดยเฉพาะทาด้วยจารบีบางๆ บริเวณขั้วแบตเตอรี่และด้านในของขั้วสายแบตเตอรี่ และใส่กลับเข้าไปที่ขั้วเดิมโดยไม่สลับขั้วเด็ดขาด หลัง จากนั้นก็ทาจารบีภายนอกขั้วสายแบตเตอรี่โดยรอบอีกครั้งหนึ่ง ทุกๆ หกเดือน ควรถอดแบตเตอรี่ออกจากรถยนต์ (ถ้าเป็นไปได้) และล้างผิวด้านนอกด้วยสารละลายที่ค่อนข้างแก่ของโซดาปิ้งขนมและนํ้า หรือสารละลายของแอมโมเนียและน้ำ ควรระมัดระวังอย่าให้สารละลายเหล่านั้นเข้าไปในแบตเตอรี่ หลังจากนั้นก็ทำความสะอาดอีกครั้งหนึ่งด้วยนํ้าสะอาดแล้วเช็ดให้แห้ง ระวังอย่าให้สารละลายดังกล่าว และน้ำกรดของแบตเตอรี่ถูกเสื้อผ้า ผิวหนัง หรือเข้าตา ถ้าเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้นควรล้างด้วยนํ้าปริมาณมากๆ ทันที ควรทิ้งเศษผ้าทั้งหมดที่ใช้ในการทำความสะอาดและล้างมือด้วยสบู่และนํ้าทันทีหลังจากเสร็จงานเรียบร้อยแล้ว อย่าสูบบุหรี่หรือทำให้เกิดประกายไฟหรือนำเปลวไฟมาใกล้แบตเตอรี่รถยนต์โดยเด็ดขาด เพราะว่าในขณะที่แบตเตอรี่กำลังทำงานอยู่นั้นจะเกิดมีก๊าซไฮโดรเจนออกมาทางช่องหายใจของฝาปิดเซลและก๊าซนี้สามารถติดไฟได้ ซึ่งถ้าไม่ระมัดระวังแล้วอาจก่อให้เกิดไฟไหม้ได้หรือเกิดการระเบิดของแบตเตอรี่ได้
ที่มา:ธีระยุทธ  สุวรรณประทีป, สมชาย  กังวารจิตต์

เครื่องยนต์ที่ติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์

Comments Off

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (ให้คะแนนความชอบได้ที่นี่)
Loading ... Loading ...

เทอร์โบชาร์จเจอร์
ผมมีปัญหาเกี่ยวกับอาการสั่นของเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ติดตั้งในเครื่องยนต์ของผม ช่างเครื่องบอกว่าอาการสั่นไม่ได้มีสาเหตุมาจากคราบเขม่าหรือคราบสกปรกที่สะสมอยู่บนกังหันของเทอร์โบชาร์จเจอร์เพราะเขาได้เอามันออกไปหมดแล้ว คุณคิดว่ามันควรจะเป็นอะไร ?
อาการสั่นเกิดจากชิ้นส่วนที่ไม่สมดุล การขูดคราบเขม่าที่สะสมบนกังหันของเทอร์โบชาร์จเจอร์ออกเป็นเหตุให้เกิดรอยขูดขีดและเสียสมดุล ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการสั่นเมื่อหมุนที่รอบสูงๆ การกำจัดคราบเขม่าที่สะสมในเทอร์โบชาร์จเจอร์ ควรล้างด้วยนํ้ายาในกรณีที่มีมากก็ควรเปลี่ยนใหม่
ผมสามารถติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์กับเครื่องยนต์ของผมได้หรือไม่ ?
เป็นไปได้ที่จะติดตั้ง ลองติดต่อกับตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของท่านและติดต่อกับตัวแทนจำหน่ายเทอร์โบผู้ติดตั้ง หรือผู้ผลิต ท่านต้องแน่ใจว่าได้เทอร์โบที่มีขนาดเหมาะสมกับเครื่องยนต์ ถ้าได้เทอร์โบชาร์จเจอร์ที่มีขนาดใหญ่เกินไปจะเร่งเครื่องยนต์ได้ไม่ทันใจ แต่ถ้ามีขนาดเล็กเกินไปสมรรถนะของเทอร์โบชาร์จเจอร์จะถูกจำกัดในขณะที่อัตราเร็วรอบค่อนข้างสูง นอกจากนี้การใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์ที่มีขนาดเล็กเกินไปก็อาจมีอายุการใช้งานสั้นอีกด้วย และอย่าลืมสอบถามราคาหลายๆ แห่งจะได้ของถูก
เพื่อนบ้านของผมบอกว่าเทอร์โบชาร์จเจอร์เพิ่มปัญหาทางด้าอากาศเป็นพิษและหมอกควันมากขึ้น จริงหรือไม่?
ไม่จริง หลักการของเทอร์โบชาร์จเจอร์เป็นวิธีหนึ่งในสองสามวิธีสำหรับเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์โดยไม่ได้ไปรบกวนอุปกรณ์ควบคุมการขับถ่ายไอเสียแต่อย่างไร
อะไรเป็นสาเหตุทำให้เกิดการสูญเสียกำลังที่ล้อขับเคลื่อนของรถยนต์ที่ ติดเทอร์โบชาร์จเจอร์ ในขณะที่เร่งเครื่องยนต์เต็มที่มันมีความรู้สึกคล้ายกับว่ากำลังของเครื่องยนต์สูญหายไปจำนวนมากที่ใดที่หนึ่งในระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ ช่างเครื่องของผมไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับเครื่องยนต์
เหตุการณ์เช่นนี้มีสาเหตุมาจากหลายๆ สิ่งด้วยกัน แต่ถ้าสิ่งเหล่านั้นได้รับการตรวจสอบแล้วแต่ยังไม่ได้ผลก็ควรให้ช่างเครื่องลองตรวจสอบสาเหตุอื่นๆ ที่อาจเป็นไปได้คือตรวจสอบแผ่นคลัตช์และจานกดคลัตช์ซึ่งผิวสัมผัสอาจสึกหรอและเกิดการลื่นไถลทำให้กำลังจากเครื่องยนต์สูญหายไป
อะไรเป็นสาเหตุทำให้ขาดแรงเสริมจากเทอรโบชาร์จเจอร์หรือผลตอบสนองจากเครื่องยนต์ไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่เครื่องยนต์ติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์ แต่เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นน้อยครั้งมาก ช่างเครื่องของผมบอกว่ามันควรจะมีสาเหตุมาจากการรั่วไหลที่ปะเก็นถูกหรือไม่ครับ ?
ก็อาจเป็นไปได้ ถ้าแรงเสริมของเทอร์โบชาร์จเจอร์ได้รับการตรวจสอบว่ายังคงใช้การได้ นั่นคือเทอร์โบชาร์จเจอร์ไม่บกพร่อง สาเหตุอื่นที่เป็นไปได้นอกจากมีการรั่วไหลเกิดขึ้นที่ปะเก็นแล้วอาจมีสาเหตุมาจากมีรูรั่วที่ระบบไอเสีย วาล์วหรือแหวนลูกสูบของเครื่องยนต์สึกหรอมาก คาร์บูเรเตอร์มีความบกพร่อง เกิดการอุดตันที่ท่อพักไอเสีย หรือไส้กรองอากาศอุดตัน
เครื่องยนต์ของผมซึ่งติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์มีรอบเดินเบาที่แย่มาก ทั้งๆ ที่ก็ได้ตรวจเช็คและเปลี่ยนอะไหล่บางส่วนของระบบจุดระเบิดและระบบน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ทำไม ?
บางครั้งการมีอากาศรั่วไหลเกิดขึ้นระหว่างคาร์บูเรเตอร์กับเทอร์โบชาร์จเจอร์ก็สามารถทำให้เกิดปัญหาเดินเบาของเครื่องยนต์ได้ ลองสังเกตฟังเสียงดูจะได้ยินเสียงซีดๆ ของลมที่พ่นออกมาตามรอยรั่วในบริเวณนั้น
ผมเริ่มเห็นควันสีฟ้าจำนวนมากออกมาจากท่อไอเสียของรถยนต์ซึ่งใช้ เครื่องยนต์ที่ติดเทอร์โบชาร์จเจอร์และเป็นชนิด 6 สูบ หลังจากตรวจสอบกำลังอัดแล้วพบว่ามีค่าสูงอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ และผมก็ไม่เห็นว่ามีอะไรเป็นเครื่องชี้ว่ามีการรั่วไหลของน้ำมันเครื่องแต่อย่างไร ปัญหามันอยู่ที่ไหน ?
ตรงกันข้ามการที่ท่านเห็นควันสีฟ้าออกมาจากท่อไอเสีย ย่อมเป็นเครื่องชี้ได้อย่างดีทีเดียวว่ามีการรั่วไหลของน้ำมันเครื่องเข้าไปในกระบอกสูบ สาเหตุนี้เกิดขึ้นจากท่านปล่อยให้ไส้กรองอากาศสกปรกมากจนกระทั่งเกือบอุดตันซึ่งเป็นเหตุให้ความดันภายในเทอร์โบชาร์จเจอร์ปลดต่ำลงมากจนมีนํ้ามันเครื่องบางส่วนถูกดูดผ่านซีลเข้าไปในเทอร์โบชาร์จเจอร์ จากนั้นก็จะถูกดันเข้าไปในกระบอกสูบ และเผาไหม้พร้อมๆ กับนํ้ามันเชื้อเพลิงทำให้ไอเสียที่ออกมาทางท่อไอเสียมีลักษณะเป็นควันสีฟ้า ที่กล่าวมาแล้วนี้เป็นเพียงสาเหตุเดียวที่อาจเป็นไปได้ ซึ่งช่างเครื่องอาจพบสาเหตุอื่นๆ อีกก็ได้
รถยนต์ของผมซึ่งใช้เครื่องยนต์ที่มีเทอร์โบชาร์จเจอร์จะมีอาการเดินไม่ครบสูบในขณะเร่งเครื่องยนต์ ปัญหานี้เกิดขึ้นในเทอร์โบหรือในระบบน้ำมันเชื้อเพลิง ?
อาจไม่ใช่ทั้งสองอย่างก็ได้ ปัญหานี้มักจะมีสาเหตุมาจากการทำงานผิดปกติของระบบไฟฟ้า ลองตรวจสอบระยะเขี้ยวหัวเทียนดูใหม่และปรับแต่งให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์ที่ติดเทอร์โบ แต่ถ้าอาการยังไม่หายก็ลองทำใหม่โดยลดระยะเขี้ยวหัวเทียน ให้แคบลงจากเดิม 0.005 นิ้ว
ผมได้ปฏิบัติตามคำแนะนำแล้วพบว่ามันดีขึ้นได้ไม่นานนัก คือขณะนี้ เครื่องยนต์ของผมทำงานไม่ครบสูบไม่ว่าอัตราเร็วรอบจะเป็นเท่าใดก็ตามมันจะเป็นเพราะเทอร์โบชาร์จเจอร์หรือไม่ในคราวนี้ ?
ไม่ใช่เพราะเทอร์โบชาร์จเจอร์ ควรเปลี่ยนสายหัวเทียนใหม่ทั้งหมด
คุณก็ถูกต้องอีกครั้งแต่ผมก็ยังมีปัญหาอีกครั้งเช่นกัน หลังจากที่รถยนต์ ของผมวิ่งไปแล้วหลายพันกิโลเมตรพบว่าเครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น คราวนี้ อาการไม่ได้เป็นเพราะเครื่องยนต์ทำงานไม่ครบสูบ แต่มีอาการสะดุด ตะกุกตะกัก คล้ายกับว่าช่างเครื่องแทนที่จะแก้ปัญหาแต่กลับทิ้งปัญหา ไว้ให้ อะไรเป็นสาเหตุของปัญหานี้ ?
คราวนี้ปัญหาเกิดจากระบบนํ้ามันเชื้อเพลิง อาจเป็นเพราะนํ้ามันเชื้อเพลิงในวงจร คาร์บูเรเตอร์เดินไม่สะดวกหรืออุดตัน หรืออาจเป็นเพราะใช้นมหนูผิดขนาดถ้าหากเพิ่งจะมีการซ่อมคาร์บูเรเตอร์ สาเหตุอื่นที่อาจเป็นไปได้คือปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงเสีย
อะไรเป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นฉุนของน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งจะเกิดขึ้นใน ระหว่างที่ใช้เทอร์โบในการเร่งเครื่องยนต์ และผมจะไม่ได้กลิ่นในช่วงเวลาอื่น
มีการรั่วไหลเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่งระหว่างเทอร์โบและเสื้อสูบ ลองตรวจดูรอยคราบน้ำมันเชื้อเพลิงรอบๆ ข้อต่อทุกตัวในบริเวณนี้ ถ้าท่านพบว่ามีคราบน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วออกมาก็ควรขันข้อต่อนั้นให้แน่น หรือเปลี่ยนปะเก็นที่ขาดเสียใหม่
ควรจะตอบว่าอย่างไรดีเกี่ยวกับความเห็นที่ว่าเทอร์โบชาร์จเจอร์ทุกตัวทำให้เกิดการรั่วไหลของน้ำมันเครื่อง
มันก็มีส่วนที่เป็นจริงอยู่เหมือนความเห็นที่ว่าช่างเครื่องทุกคนทำงานไม่ค่อยมีกฎเกณฑ์อะไรแน่นอน บางคนทำงานดีแต่บางคนก็ไม่เอาไหน ซึ่งเมื่อมาเกี่ยวข้องกับเทอร์โบชาร์จเจอร์ด้วย โอกาสที่จะเกิดปัญหาก็จะมีมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมักจะมาจากความไม่ชำนาญในการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องยนต์ของช่างเสียเป็นส่วนใหญ่
ที่มา:ธีระยุทธ  สุวรรณประทีป, สมชาย  กังวารจิตต์

สมรรถนะของระบบต่างๆ ในเครื่องยนต์

Comments Off

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (ให้คะแนนความชอบได้ที่นี่)
Loading ... Loading ...

ระบบเครื่องยนต์
เครื่องยนต์ของผมวิ่งอืดมากจนกว่าเครื่องจะร้อนขึ้น ผมต้องเสียเวลารอให้เครื่องยนต์ร้อนขึ้น ถ้าผมจะเร่งเครื่องยนต์หรือขับขี่อย่างรุนแรงเพื่อเร่งให้เครื่องยนต์ร้อนเร็วขึ้นจะได้หรือไม่ ?
ท่านสามารถทำได้ แต่ท่านจะทำลายชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์เร็วขึ้นเช่นกัน เพราะการเร่งเครื่องยนต์อย่างแรงในขณะที่เครื่องยนต์เพิ่งเริ่มสตาร์ตใหม่ๆ จะทำให้เกิดการสึกหรอเร็วขึ้น ทั้งนี้เพราะว่ามีบางจุดของเครื่องยนต์ที่น้ำมันเครื่องยังเข้าไปหล่อเลี้ยงไม่ถึง และนอกจากนี้ยังทำให้อุณหภูมิของชิ้นส่วนภายในเพิ่มขึ้น อย่างไม่สมํ่าเสมอ
การจุดระเบิดย้อนกลับ (backfire) และการจุดระเบิดไม่ครบสูบ (misfire) ต่างกันอย่างไร ?
การจุดระเบิดย้อนกลับโดยทั่วใปแล้วควบคุมไม่ได้ และมีเสียงดังของการจุดระเบิด น้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเกิดขึ้นนอกห้องสันดาป การจุดระเบิดย้อนกลับอาจเกิดขึ้นในท่อไอดีหรือเกิดขึ้นในท่อไอเสียก็ได้แล้วแต่ความบกพร่อง ส่วนการจุดระเบิดไม่ครบสูบเกิดขึ้นเมื่อไม่มีการจุดระเบิดของนํ้ามันเชื้อเพลิงภายในกระบอกสูบ
รถยนต์ของผมกินน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นอย่างผิดปกติในเวลาอันสั้น ทำไม ?
ถ้าไม่รวมถึงนิสัยการขับขี่ที่เปลี่ยนไปหรือภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแล้ว สาเหตุอาจเกิดจากมีการรั่วไหลในระบบนํ้ามันเชื้อเพลิงระหว่างถังนํ้ามันและคาร์บูเรเตอร์ หรือที่ตัวคาร์บูเรเตอร์เอง การรั่วไหลสามารถบอกได้ด้วยกลิ่นของนํ้ามันเชื้อเพลิง แต่ถ้าเครื่องยนต์วิ่งไม่เรียบและไม่มีกำลัง ควรตรวจสอบหัวเทียน และตั้งไฟใหม่ ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น ก็หมายความว่ามีคนดูดน้ำมันออกจากถังนํ้ามันของท่าน จึงทำให้ท่านคำนวณระยะทางผิดไปจากปกติ
การปรับแต่งเครื่องยนต์ใหม่จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นได้ถูกหรือไม่ ?
เป็นไปได้ ถ้าการสิ้นเปลืองนํ้ามันเชื้อเพลิงเกิดจากหัวเทียนและการตั้งไฟไม่ถูกต้อง แต่โดยทั่วไปแล้วการปรับแต่งเครื่องยนต์ใหม่จะช่วยเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น แต่การสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นโดยตรงกับนิสัยของผู้ขับขี่เกี่ยวกับวิธีการเลือกใช้สมรรถนะให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่
เครื่องยนต์แก๊สโซลีนของผมยังคงหมุนต่อไปอีก ทั้งๆ ที่ผมได้ปิดสวิตช์ กุญแจแล้วก็ตาม มันเป็นอันตรายหรือไม่ ?
ไม่อันตราย แต่อาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ ถ้าปล่อยให้มันเกิดขึ้นบ่อยๆ อาการดังกล่าวเรียกว่า ดีเซลลิง (dieseling) สาเหตุอาจเกิดจากหลายๆ อย่างด้วยกัน เช่น การตั้งไฟไม่ถูกต้อง ใช้น้ำมันผิดชนิด ปรับแต่งปีกโช๊คไม่ถูกต้อง หรือปีกโช๊คปิดตาย หรือตั้งรอบเดินเบาสูงเกินไป นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นได้อีกคือ มีสิ่งสกปรกสะสมในห้องสันดาปมากเกินไป ชุดแวคคั่มผิดปกติ สปริงวาล์วปีกผีเสียหาย ถ้าต้องการให้เครื่องยนต์หยุดหมุนก็สามารถทำได้ง่ายๆ คือ เหยียบขาคลัตช์แล้วเข้าเกียร์สูงพร้อมกับเหยียบเบรคแล้วปล่อยคลัตช์
เครื่องยนต์สตาร์ตยากในขณะที่อากาศชื้นหรือมีฝนตก แต่จะสตาร์ตได้ ง่ายในวันที่อากาศแห้ง มันเกิดอะไรขึ้น ?
ความชื้นทำให้แรงดันไฟฟ้าที่ส่งไปยังหัวเทียนอ่อนลงถ้าสายหัวเทียนมีอายุการใช้งานมานานหรือเสื่อมสภาพ และปัญหาเดียวกันนี้จะเกิดกับคอยล์ที่มีความชื้นเช่นกัน บางครั้งอาจเกิดการกลั่นตัวของไอนํ้าเป็นหยดภายในฝาครอบจานจ่าย และทำให้เกิดการลัดวงจรต่อเนื่องกันจนกระทั่งไม่มีแรงดันไฟฟ้าที่สูงเต็มที่เข้าถึงหัวเทียนเลย และอาการจะหายไปเมื่อภายในฝาครอบจานจ่ายแห้งเป็นปกติ บางครั้งอุปกรณ์ที่มีรอยร้าวหรือแตกหักอาจเป็นช่องทางให้ความชื้นเข้าไปได้ เช่นฝาครอบจานจ่าย แตกหักหรือมีรอยร้าว เป็นต้น
รถยนต์ของผมวิ่งดีเป็นปกติ แต่มักสตาร์ตยากเมื่อเครื่องยนต์ร้อน ทำไม ?
อาจมีสาเหตุมาจากเวเปอร์ล็อก แบตเตอรี่มีไฟอ่อน สายแบตเตอรี่บกพร่อง ไดสตาร์ตบกพร่อง มีการไหลซึมของนํ้ามันเชื้อเพลิงจากคาร์บูเรเตอร์เข้าไปในท่อร่วมไอดี หรือสภาพต่างๆ ที่ทำให้กำลังอัดในกระบอกสูบลดลง เช่น วาล์วรั่ว แหวนลูกสูบสึกมาก หัวเทียนหลวม เป็นต้น นอกจากนี้อาจมีสาเหตุมาจากการตั้ง ไฟไม่ถูกต้อง โซลีนอยด์บกพร่อง คอยล์เสีย ตั้งระยะเขี้ยวหัวเทียนไม่เหมาะสม
รถยนต์ของผมเป็นแบบเกียร์อัตโนมัติ แต่ทำไมผมจึงสามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้ ทั้งๆ ที่คันเกียร์อยู่ที่ตำแหน่งจอด (PARK) แทนที่จะอยู่ที่ตำแหน่งเกียร์ว่าง (NEUTRAL)
ควรปรับสวิตช์นิรภัยของเกียร์ว่างใหม่ หรือเปลี่ยนสวิตช์ใหม่
รถยนต์ของผมใช้เกียร์แบบธรรมดา และบางครั้งเครื่องยนต์ไม่ยอมสตาร์ตเอาเลย นอกจากจะให้คนช่วยเข็น ทำไมเป็นเช่นนั้น ?
ถ้าไดสตาร์ตไม่ยอมทำงาน ควรมองหาจุดบกพร่องของสายไฟฟ้าในระบบสตาร์ต เช่น มีการกัดกร่อนหรือข้อต่อหลวม เป็นต้น หรืออาจเป็นเพราะโซลีนอยต์เสีย สลักเกลียวยึดฐานไดสตาร์ตหลวม หรือไดสตาร์ตเสีย ถ้าไดสตาร์ตหมุนแต่เครื่องยนต์ไม่ถูกขับเคลื่อน แสดงว่าชุดขับเคลื่อนของไดสตาร์ดเสีย โซลีนอยด์เสีย หรือฟันเฟืองของล้อช่วยแรงชำรุดบางจุด ถ้าเครื่องยนต์หมุนแต่ไม่ยอมติด แสดงว่าแบตเตอรี่มีไฟอ่อน หรือหัวเทียน สายหัวเทียน คอยล์ ชิ้นส่วนของจานจ่ายหมดอายุ สาเหตุอาจมาจากมีการรั่วไหลที่คาร์บูเรเตอร์ ปั๊มเชื้อเพลิงไม่ปกติ มีการอุดตันที่ไส้กรองนํ้ามันเชื้อเพลิง
เครื่องยนต์ดีเซลในรถยนต์ของผมสตาร์ตยาก ทั้งๆ ที่ไดสตาร์ตก็ขับเคลื่อนเครื่องยนต์ดีเป็นปกติ ทำไมเป็นเช่นนั้น ?
สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเช่นนี้อาจเนื่องจาก จังหวะการทำงานของปั๊มหัวฉีดไม่เหมาะสม มีความดันรั่วไหลที่ท่อความดันสูง ระดับนํ้ามันเชื้อเพลิงในถังต่ำเกินไป ไส้กรองนํ้ามันเชื้อเพลิงอุดตัน ปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิงไม่ทำงาน มีอากาศ นํ้า หรือสิ่งสกปรกในระบบนํ้ามันเชื้อเพลิง หรือหัวฉีดทำงานผิดปกติ นอกจากนี้อาจเป็นเพราะระบบทางเดินนํ้ามันเชื้อเพลิงกลับมีการตีบตัน หัวเผาบางอันเสีย ระบบควบคุมหัวเผาบกพร่อง หรือไส้กรองอากาศอุดตัน
เครื่องยนต์ดีเซลของผมหมุนช้ามากในขณะสตาร์ตหรือบางครั้งไม่หมุน เอาเสียเลย มีอะไรเป็นสาเหตุบ้าง?
สาเหตุที่เห็นได้คือ มีกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ไดสตาร์ตน้อยเกินไป คล้ายๆ กับที่เกิดขึ้นในเครื่องยนต์แก๊สโซลีน เครื่องยนต์ดีเซลต้องการรอบสูงและเวลายาวนานกว่าเครื่องยนต์แก๊สโซลีนในขณะสตาร์ตเครื่องยนต์ซึ่งจำเป็นต้องใช้กระแสไฟจากแบตเตอรี่เป็นจำนวนมาก และบางครั้งแบตเตอรี่ถูกชาร์จด้วยระยะเวลาที่สั้นเกินไปจนไม่สามารถชดเชยกับกระแสไฟที่ใช้ไป
รอบเดินเบาของเครื่องยนต์สูงเกินไป เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ?
อาจเป็นไปได้ว่าตั้งรอบเดินเบาที่คาร์บูเรเตอร์สูงเกินไปนั่นเอง และอาจมีสาเหตุมาจากชุดแวคคั่มรั่วหรือสายต่อหลุด แกนต่อของโช๊คตาย สปริงดึงวาล์วปีกผีเสื้อบกพร่อง ตั้งไฟของเครื่องยนต์ไม่ถูกต้อง
บางครั้งผมรู้สึกว่าได้กลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งก่อนเริ่มขับรถยนต์และหลัง จากสตาร์ตเครื่องยนต์แล้ว รอบเดินเบาของเครื่องยนต์สูงกว่าปกติ สาเหตุ เกิดจากอะไร?
การอุดตันของหม้อดักไอน้ำมันเชื้อเพลิง ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ การตรวจสอบสามารถทำได้โดยเปิดฝากระโปรงรถยนต์ออก จะเห็นหม้อดักไอน้ำมันเชื้อเพลิงมีขนาดใกล้เคียงกับกระป๋องกาแฟขนาดบรรจุ 1 ปอนด์ และมักทำด้วยพลาสติกสีดำ และมีท่อจำนวน 2 หรือ 3 ท่อต่อกับหม้อดักไอน้ำมันเชื้อเพลิงนี้ ไส้ดักไอนํ้ามันเชื้อเพลิงมีลักษณะคล้ายฟองนํ้า คลุมอยู่ส่วนล่างของหม้อดัก และสามารถดึงออกมาได้ง่ายเพื่อการตรวจสอบ ควรเปลี่ยนไส้ดักไอนํ้ามันเชื้อเพลิงทุกๆ 32,000 – 40,000 กิโลเมตร หรือเมื่อมีการอุดตัน
หลังจากสตาร์ตเครื่องยนต์แล้ว เครื่องยนต์เดินเบาดีเป็นปกติ แต่เมื่อผมโยกคันเกียร์ซึ่งเป็นแบบอัตโนมัติไปยังตำแหน่งขับเคลื่อน (DRIVE) รถยนต์จะสั่นทั้งคัน และจะหายสั่นเมื่อผมเร่งเครื่องยนต์ ทำไมเป็นเช่นนั้น?
ส่วนผสมของไอดีสำหรับรอบเดินเบายังไม่เหมาะสม การตั้งไฟยังไม่ถูกต้อง หรือรอบเดินเบาตํ่าเกินไป ระดับนํ้ามันในห้องส่งกำลังอาจตํ่าเกินไป หรืออาจมีปัญหาเกิดขึ้นภายในเครื่องยนต์ทำให้มันต้องทำงานหนักมากกว่าปกติ บางครั้งการอุดตันของระบบไอเสียก็อาจทำให้เกิดความดันย้อนกลับซึ่งทำให้เครื่องยนต์ไม่มีกำลัง
รถยนต์ของผมใช้เกียร์อัตโนมัติ ทำไมเมื่อผมหยุดรถยนต์โดยที่คันเกียร์ ยังอยู่ในตำแหน่งขับเคลื่อน พบว่าเครื่องยนต์เดินเบาไม่เรียบสม่ำเสมอ คล้ายกับว่ามีบางสิ่งผิดปกติอย่างรุนแรง ?
มีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติและรุนแรงเกิดขึ้นแต่ไม่จำเป็นว่าจะต้องเสียค่าซ่อมแพง หรือเกรงว่าจะมีอันตรายสูง อาจเป็นเพราะสายสุญญากาศของเครื่องยนต์รั่วหรือหลุดออกมา หน้าทองขาว (ถ้ามี)ที่ตั้งไว้อาจไม่เหมาะสมหรือหมดอายุการใช้งาน สายหัวเทียนบางเส้นหรือสายคอยล์อาจหลุดออกมาที่ปลายใดปลายหนึ่ง หรืออาจขาดภายในซึ่งทำให้กระแสไฟฟ้าเดินไม่สะดวก ฉนวนหุ้มสายไฟอาจสึกกร่อนและ ขาดซึ่งทำให้เกิดไฟรั่ว หัวเทียนอาจสกปรกมากและต้องการการบำรุงรักษาหรือเปลี่ยนใหม่ หรือท่านอาจใช้ฝาครอบจานจ่ายหรือหัวนกกระจอกไม่ถูกต้อง บางครั้งการตั้งไฟไม่ถูกต้องก็อาจเป็นสาเหตุได้เช่นกัน สาเหตุอื่นๆ ที่อาจเป็นไปได้ก็คือ  คาร์บูเรเตอร์มีการรั่วไหล สกปรก หรือปรับแต่งไม่ถูกต้อง มีการรั่วไหลที่ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงหรือที่ท่อร่วมไอดี รอบเดินเบาของเครื่องยนต์อาจตํ่าเกินไปหรือไส้กรองอากาศสกปรก
โดยไม่คาดคิดมาก่อน รถยนต์ของผมซึ่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลเริ่มมีอาการ เดินเบาไม่เรียบสม่ำเสมอ อย่างไรก็ดีมันไม่มีอาการน็อกและไม่มีควันออกมาทางท่อไอเสีย มีอะไรผิดปกติหรือ?
อาจเป็นเพราะนํ้ามันเชื้อเพลิงที่ท่านเติมเข้าไปใหม่มีคุณภาพเลว แต่ถ้าท่านไม่ได้เพิ่งเติมนํ้ามันเชื้อเพลิงมาใหม่ๆ ก็อาจมีการรั่วไหลในท่อฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงหรือเกิดหยดนํ้ามันเชื้อเพลิงจากหัวฉีดหรือหัวฉีดหลวม สาเหตุอื่นๆ ได้แก่ กลไกรอบเดินเบาอาจได้รับการปรับแต่งไม่ถูกต้อง เกิดการอุดตันในระบบส่งนํ้ามันเชื้อเพลิงกลับ ปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิงไม่ทำงาน หรือปริมาณนํ้ามันเชื้อเพลิงที่ฉีดเข้าไปในกระบอกสูบแต่ละอันไม่เท่ากัน
อะไรเป็นสาเหตุทำให้เครื่องยนต์ดีเซลทำงานไม่ดีที่รอบเดินเบา ทั้งๆ ที่ มันทำงานได้ดีที่รอบสูงๆ ?
สิ่งที่มีโอกาสเป็นสาเหตุได้มากที่สุดคือ โซลีนอยด์ควบคุมรอบเดินเบาไม่ทำงาน สาเหตุอื่นๆ ที่อาจเป็นไปได้คือ ท่อทางเดินนํ้ามันกลับอาจตีบตัน นํ้ามันเชื้อเพลิงใกล้จะหมดถัง ระบบควบคุมหัวเผาทำงานผิดปกติ ปั๊มหัวฉีดขาดนํ้ามันเชื้อเพลิง มีน้ำผสมอยู่ในน้ำมันเชื้อเพลิง ปั๊มหัวฉีดทำงานไม่เต็มที่หรือทำงานผิดจังหวะ
ผมมีปัญหาตรงกันข้ามกับปัญหาก่อนหน้านี้ คือเครื่องยนต์ดีเซลเดินเบาเป็นปกติ แต่จะมีอาการผิดปกติอย่างมากในขณะขับขี่รถยนต์ สาเหตุของปัญหาจะเหมือนกับของปัญหาที่ผ่านมาหรือไม่ ?
อาจเหมือนกันในบางสาเหตุ หรืออาจมีการทำงานที่ผิดปกติเกิดขึ้นภายในเครื่องยนต์ จังหวะการทำงานของปั๊มหัวฉีดอาจผิดปกติ ไส้กรองนํ้ามันเชื้อเพลิงเกือบอุดตันหรือสกปรก หรือใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงผิดชนิด
ในขณะที่กำลังสตาร์ตเครื่องยนต์ผมต้องถือลูกกุญแจสตาร์ตตลอดเวลาในตำแหน่งเปิด (ON) มิฉะนั้นแล้วเครื่องยนต์จะดับทำไมเป็นเช่นนี้ ?
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะท่านมีสวิตช์กุญแจที่บกพร่อง ควรเปลี่ยนใหม่หรือซ่อมแซมให้เรียบร้อย นอกเสียจากท่านจะถือลูกกุญแจสตาร์ตเอาไว้เช่นนั้นตลอดเวลาที่กำลังขับขี่
ในขณะที่เร่งเครื่องยนต์ พบว่าเครื่องยนต์มีอาการชะงักคล้ายกับว่าจะหมดแรง แต่หลังจากนั้นสักครู่รอบเครื่องยนต์จะสูงขึ้นและวิ่งดีเป็นปกติ มี อะไรผิดปกติหรือ ?
มีความบกพร่องเกิดขึ้นที่ระบบปั๊มเร่งนํ้ามันในคาร์บูเรเตอร์
เครื่องยนต์ของผมดูเหมือนจะเดินไม่ครบสูบในบางโอกาส บางครั้งจะ เกิดการจุดระเบิดย้อนกลับ และบางครั้งมีเสียงไอ แต่หลังจากเครื่องยนต์ร้อนขึ้นเล็กน้อยมันจะทำงานได้ดี อะไรเป็นสาเหตุของปัญหานี้?
วาล์วปีกผีเสื้อต้องการการปรับแต่ง โช๊คอัตโนมัติอาจทำงานผิดปกติคือ เปิดออกช้ามากหรือไม่ปิดเมื่อเครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ซึ่งทำให้เครื่องยนต์สตาร์ตยากอีกด้วย หรือวาล์วเพิ่มความร้อนในระบบไอเสียอาจไม่ทำงาน สาเหตุอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้เหมือนกันแต่ไม่บ่อยนักได้แก่ นํ้ามันยี่ห้อที่ใช้อยู่อาจระเหยดีไม่เท่ากับนํ้ามันยี่ห้ออื่นในขณะที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่
รถยนต์ดูเหมือนจะเดินไม่ครบสูบ เร่งได้ช้า และกระตุกในขณะที่กำลัง ขับขี่ อะไรเป็นสาเหตุของอาการนี้ ?
ทางที่ดีควรทำใจให้สบาย เพราะสาเหตุมียืดยาวทีเดียวได้แก่ สายไฟของระบบจุดระเบิดหลวม หลุด หรือบกพร่อง ความดันของปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิงตํ่าเกินไป ขั้วต่อของแบตเตอรี่หลวม สวิตช์กุญแจบกพร่อง ฝาครอบจานจ่ายชำรุด หน้าทองขาว หรือคอนเดนเซอร์เสีย มีอากาศรั่วเข้าทางท่อร่วมไอดี วาล์วไอเสียไหม้ ไส้กรองอากาศหรือไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงอุดตัน สายสุญญากาศแตกหรือหลุดออก ท่อของระบบควบคุมการขับถ่ายไอเสียตีบตัน วาล์วพีซีวีเสีย มีน้ำผสมอยู่ในนํ้ามันเชื้อเพลิง คาร์บูเรเตอร์สกปรกมาก ชุดแวคคั่มไม่ทำงาน คอยล์เสีย หัวเทียน บกพร่อง หรือใช้หัวเทียนผิดชนิด
ท่านอาจขับขี่มันไปจนกว่าเครื่องยนต์ไปไม่ไหว จึงค่อยซ่อมก็ได้ ซึ่งช่างจะบอกท่านได้ว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง แต่อาการดังกล่าวมักเกิดจากสาเหตุของระบบจุดระเบิดเป็นส่วนใหญ่
เครื่องยนต์ของผมดูเหมือนจะกระตุก เดินสะดุด และเกิดการจุดระเบิด ย้อนกลับเล็กน้อยในขณะขับขี่รถยนต์ ซึ่งคล้ายกับว่าเกือบไม่มีนามันเชื้อเพลิงในถังเลย คราวนี้คืออะไรล่ะ ?
จงดูสาเหตุที่อาจเป็นไปได้เกี่ยวกับนํ้ามันเชื้อเพลิงในคำตอบที่ได้กล่าวมาแล้ว และจงสังเกตว่าท่านมีนิสัยชอบขับรถยนต์จนระดับนํ้ามันเชื้อเพลิงในถังลดตํ่าลงมากก่อนที่จะเติมนํ้ามันเชื้อเพลิงครั้งต่อไปหรือไม่ การกระทำเช่นนี้สามารถทำให้ปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิงดูดเอาสิ่งสกปรก ขี้สนิม และเศษผงต่างๆ ในก้นถังนํ้ามัน และส่งไปยังคาร์บูเรเตอร์ ทำให้ไส้กรองนํ้ามันเชื้อเพลิงและส่วนประกอบต่างๆ ของ คาร์บูเรเตอร์อุดตัน เป็นเหตุให้เครื่องยนต์ขาดนํ้ามันเชื้อเพลิง ถ้าเคยมีการชนกันเกิดขึ้นและก่อให้เกิดความเสียหายจนทำให้ท่อนํ้ามันเชื้อเพลิงที่มีรอยย่น โค้งงอ หรือบุบสลายก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาดังกล่าวได้
เครื่องยนต์ดีเซลในรถยนต์ของผมสั่นอย่างผิดปกติไม่ว่าอัตราเร็วของมันจะเป็นเท่าใดก็ตามและช่างเครื่องของผมไม่สามารถหาสาเหตุได้ คุณคิดว่า มันควรจะเป็นอะไร ?
ตั้งความดันในหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละตัวไม่เท่ากัน มีอากาศในระบบนํ้ามันเชื้อเพลิง แบริ่งของเครื่องยนต์สึกหรอมาก กำลังอัดของแต่ละสูบไม่เท่ากันเป็นเหตุทำให้แท่นเครื่องหลวมและอาจแตกหักได้ หรือเกิดสภาพไม่สมดุลในการส่งนํ้ามันเชื้อเพลิงหรือเกิดแรงต้านการไหลของนํ้ามันเชื้อเพลิงในท่อมากเกินไป
เครื่องยนต์ดีเซลของผมใช้งานไม่ได้แล้ว ช่างเครื่องแนะนำให้เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ ผมไม่อยากเสียเงินจำนวนมากถ้าเครื่องยนต์เก่ายังซ่อมแซมได้ อะไรที่ทำให้มันไม่ยอมวิ่ง ?
ช่างเครื่องของท่านอาจตรวจสอบสาเหตุต่างๆ เรียบร้อยแล้วก็ได้ แต่อาจมีสาเหตุมาจากตั้งตัวควบคุมอัตราเร็วของเครื่องยนต์ตํ่าเกินไป ปรับแต่งวาล์วปีกผีเสื้อไม่เหมาะสมหรือไส้กรองอากาศอุดตัน ท่านอาจใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงผิดชนิดหรือสกปรกก็ได้ อาจมีนํ้ามันเชื้อเพลิงน้อยมากจนติดก้นถัง หรือเกิดการอุดตันที่หัวฉีด หรือท่อหายใจของถังนํ้ามันเชื้อเพลิงอุดตัน อาจมีการรั่วไหลภายนอกซึ่งได้แก่มีรอยตัดขาดที่ใดที่หนึ่งในระบบทางเดินน้ำมันเชื้อเพลิงไหลกลับหรือไส้กรองน้ำมันเชื้อ เพลิงเกือบอุดตัน ลองพิจารณาการยกเครื่องแทนการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจแน่นอนว่าจะเอาอย่างไหนดี
อย่างไม่คาดคิดมาก่อน ปรากฏว่าเครื่องยนต์ดีเซลให้กำลังหรือแรงบิดต่ำมาก สภาพนี้มีสาเหตุมาจากสาเหตุเดียวกันกับคำถามที่ผ่านมาหรือไม่ ?
บางสาเหตุอาจเป็นไปได้แต่ที่มีโอกาสเป็นไปได้มากคือหัวฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิงมีรอยร้าวหรือสกปรก มีรอยรั่วในท่อความดันลงของนํ้ามันเชื้อเพลิง หรือการแตกกระจายเป็นฝอยของนํ้ามันเชื้อเพลิงช้าไม่ดีพอ จังหวะการทำงานของวาล์วเครื่องยนต์ไม่ถูกต้อง มีความดันสูงย้อนกลับในท่อไอเสีย หรือจังหวะการทำงานของหัวฉีดไม่ถูกต้อง
บางทีเครื่องยนต์ของผมมีความร้อนสูงและระดับน้ำในหม้อน้ำลดลง ผม ควรจะทำอย่างไร ?
ก่อนอื่นก็ควรเติมนํ้าลงในหม้อน้ำเสียก่อน ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่อาจเป็นไปได้อีก ได้แก่การติดตั้งที่ไม่เหมาะสมของเทอร์โมสตัตหรือเทอร์โมสตัตปิดตาย หม้อนํ้ารั่ว หรือตัน ปั๊มน้ำชำรุด หม้อนํ้าชำรุด หรือท่อที่เชื่อมระหว่างหม้อนํ้าและถังนํ้าสำรองหลุด ปะเก็นระหว่างเสื้อสูบและฝาสูบบกพร่องซึ่งจะมีน้ำไหลเข้าไปปนกับนํ้ามันเครื่อง หรือมีรอยร้าวที่เสื้อสูบ นอกจากนี้อาจเป็นไปได้ว่าฝาหม้อนํ้าหลวมหรือชำรุด ช่องระบายนํ้าที้งที่หม้อนํ้าปิดไม่สนิท
ผมได้ให้ช่างเครื่องตรวจสอบระบบน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างละเอียด เพื่อพยายามกำจัดปัญหาเกี่ยวกับเครื่องยนต์ซึ่งมีอาการคล้ายกันว่าไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงในถัง ทั้งๆ ที่มีน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณมากพอ แต่ปัญหาก็ยังแก้ ไม่ตก ผมควรจะทำอย่างไรดี?
ลองเปลี่ยนฝาปิดถังน้ำมันเชื้อเพลิงดู และต้องแน่ใจว่าอันใหม่นี้เหมาะสำหรับรถยนต์ของท่าน ฝาปิดถังนํ้ามันเชื้อเพลิงอันเก่าอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดสุญญากาศภายในถัง และเมื่อเปลี่ยนอันใหม่แล้วหวังว่าอาการคงหายไป
ทำไมเมื่อเลี้ยวรถยนต์อย่างกระทันหันบนทางโค้งหักศอก (sharp corner) เครื่องยนต์จะมีอาการหมดแรง ?
ถ้าสมมติว่ารถยนต์ของท่านวิ่งเป็นปกติดีบนทางตรง แสดงว่าตั้งลูกลอยในคาร์บูเรเตอร์ไม่เหมาะสม คืออาจตั้งไว้สูงเกินไป หรือตํ่าเกินไป แล้วแต่ชนิดของลูกลอย โดยปกติแล้วอาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นเฉพาะในการเลี้ยวทิศทางใดทิศทางหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อเลี้ยวในทิศทางตรงกันข้ามจะไม่มีอาการดังกล่าว
เมื่อผมถอยรถยนต์ออกจากโรงเก็บรถในตอนเช้า เครื่องยนต์ไม่มีกำลัง แต่เมื่อเครื่องยนต์ร้อนขึ้นเล็กน้อยอาการนั้นก็หายไป อาการเช่นนี้เรียกว่าอะไร และอะไรเป็นสาเหตุ?
อาการเช่นนี้ไม่มีชื่อเรียกแน่นอน แต่มีสาเหตุหลายประการด้วยกันคือวาล์วปีกผีเสื้อได้รับการปรับแต่งไม่เหมาะสม ตั้งนมหนูเดินเบาไม่ถูกต้อง ขั้วแบตเตอรี่อาจหลวม สกปรก หรือมีขี้เกลือจับ ชิ้นส่วนของโช๊คอาจติดตายหรือหลวม กลไกของคาร์บูเรเตอร์อาจโค้งงอหรือติดขัด การตั้งลูกลอยในคาร์บูเรเตอร์ไม่เหมาะสม อาจมีการอุดตันหรือมีสิ่งผิดปกติในระบบควบคุมการขับถ่ายไอเสีย ฐานปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิง หลวม ท่อสุญญากาศอาจมีการรั่วไหล การตั้งไฟแก่ไฟอ่อนไม่เหมาะสม ใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงผิดชนิด หรือความดันในท่อส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปสู่คาร์บูเรเตอร์ลดตํ่าลงด้วยเหตุใดก็ตาม
เมื่อเครื่องยนต์ของผมไม่มีกำลังและหยุดหมุน ปรากฏว่าต้องออกแรง เหยียบเบรคมากขึ้นกว่าปกติ และต้องออกแรงหมุนพวงมาลัยมากขึ้น เช่นกันในการเลี้ยวรถยนต์ และมีสัญญาณไฟเตือนสว่างขึ้นหลายดวง มีอะไรเกิดขึ้นหรือ ?
ระบบเบรคและระบบพวงมาลัยที่ใช้กำลังจากเครื่องยนต์เป็นตัวช่วยนั้นจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อเครื่องยนต์กำลังหมุนอยู่ ดังนั้นเมื่อเครื่องยนต์ไม่มีกำลังและหยุดหมุน จึงทำให้รู้สึกว่าต้องออกแรงมากกว่าปกติเมื่อเหยียบเบรคหรือหมุนพวงมาลัยในขณะที่ไม่มีกำลังจากเครื่องยนต์ช่วย ระบบเบรคเพาเวอร์มักมีสุญญากาศสำรองไว้สำหรับช่วยในการเหยียบเบรคได้อีกหนึ่งหรือสองครั้งหลังจากเครื่องยนต์หยุดวิ่งแล้ว และหลังจากนั้นก็ต้องออกแรงมากกว่าปกติในการเหยียบเบรคจนกว่าเครื่องยนต์จะสตาร์ตใหม่อีกครั้งหนึ่ง แต่ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไม่มีกำลังสำรองเช่นนั้น ดังนั้น มันเป็นสิ่งที่ดีที่จะฝึกนิสัยให้เคยชินกับการจับพวงมาลัยรถยนต์ให้แน่นและมั่นคง เพื่อควบคุมทิศทางของรถยนต์ได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเครื่องยนต์หยุดวิ่งในขณะที่ท่านกำลังเลี้ยวรถยนต์ได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น หรืออยู่ในสภาพการเลี้ยวแบบอื่นๆ มันเป็นสิ่งปกติสำหรับเหตุการณ์เช่นนี้ที่มีสัญญาณไฟเตือนสว่างขึ้นหลายดวง
อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ไม่มีกำลังและหยุดหมุน
รอบเดินเบาหรือส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ถูกต้อง การตั้งโช๊คไม่ถูกต้องหรือการทำงานของโช๊คมีความบกพร่อง เร่งเครื่องยนต์ทันทีโดยไม่มีการอุ่นเครื่อง ตั้งระยะห่างหน้าทองขาวผิดหรือกาวานาสุญญากาศชำรุด เกิดเวเปอร์ล็อก หรือใช้หัวเทียนผิดชนิด แกนหัวเทียนสึกมาก หรือตั้งระยะเขี้ยวหัวเทียนไม่เหมาะสม
อะไรเป็นสาเหตุทำให้เครื่องยนต์ไม่มีกำลังและหยุดหมุนเมื่อผมโยกคัน เกียร์ซึ่งเป็นแบบอัตโนมัติไปยังตำแหน่งขับเคลื่อน
อาจมีข้อบกพร่องเกิดขึ้นที่คอนเดนเซอร์ในระบบจุดระเบิดที่ใช้หน้าทองขาว หรือมีการรั่วไหลเกิดขึ้นที่สายต่อสุญญากาศของเครื่องยนต์หรือของระบบส่งกำลัง
ที่มา:ธีระยุทธ  สุวรรณประทีป, สมชาย  กังวารจิตต์

เสียงดังจากระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์

Comments Off

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (ให้คะแนนความชอบได้ที่นี่)
Loading ... Loading ...

เสียงดังจากระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์เป็นตัวชี้ให้เห็นถึงความปกติและผิดปกติของเครื่องยนต์ แต่เสียงบางอย่างก็ไม่มีความหมายอะไรเพียงแต่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจเท่านั้น ท่านสามารถใช้เสียงเป็นตัวบ่งชี้ปัญหาได้เก่งแค่ไหน เรามาลองดูปัญหากันเถอะ
เมื่อหมุนสวิตช์กุญแจไปที่ตำแหน่งสตาร์ตเครื่องยนต์ ได้ยินเสียงไดสตาร์ตหมุนดังหวือ แต่เครื่องยนต์ไม่สตาร์ต หลังจากทดลองหลายครั้งจึงสตาร์ตเครื่องยนต์ได้ มันเกิดอะไรขึ้น ?
เสียงหวือที่ได้ยินนั้นเกิดจากไดสตาร์ตหมุนฟรีเนื่องจากไม่ได้ไปขับเครื่องยนต์ การที่ไม่ขับเครื่องยนต์เพราะว่าเฟืองขับของไดสตาร์ตไม่เข้าไปขับเฟืองของล้อช่วยแรง หรือถึงแม้จะเข้าไปแต่ก็หมุนฟรี ปัญหานี้ควรรีบแก้ไข ถ้าปล่อยทิ้งไว้ยิ่งมีอาการไม่ดีมากขึ้น และยิ่งเสียค่าซ่อมแพงขึ้น ความบกพร่องมักเกิดขึ้นในชิ้นส่วนของไดสตาร์ต แต่อาการดังกล่าวอาจมีสาเหตุมาจากฟันเฟืองของล้อช่วยแรงเสีย สลักเกลียวยึด ไดสตาร์ตหลวม สายดินบกพร่อง หรือแบตเตอรี่มีไฟอ่อน
เมื่อเร่งเครื่องยนต์อย่างเร็ว จะได้ยินเสียงโลหะกระทบกันซึ่งดูเหมือนจะ ดังมาจากใต้ฝากระโปรงหน้า มันปลอดภัยหรือไม่ถ้ายังคงขับขี่ต่อไป ?
ไม่ปลอดภัย เสียงกระทบดังกล่าวอาจมาจากเครื่องยนต์แตกหัก หรือแท่นยึดห้องส่งกำลังแตกหัก ชิ้นส่วนของระบบกันสะเทือนหรือระบบบังคับเลี้ยวหลวมหรือ สึกหรอมาก ข้อต่ออ่อนเสีย แป้นเกลียวยึดล้อหลวมหรือเสีย แบริ่งล้อหน้าหลวม หรือเสีย หรือชิ้นส่วนของระบบไอเสียอาจกระแทกกับโครงฐานรถยนต์
ได้ยินเสียงกระทบดังแกร๊กๆ มาจากเครื่องยนต์ แต่มันค่อยๆ หายไปทีละน้อยเมื่อเครื่องยนต์ร้อนขึ้น มันเกิดจากอะไร ?
เสียงที่คุณได้ยินดูเหมือนจะดังมาจากลูกกระทุ้งของวาล์วซึ่งอาจมีเสียงดังในขณะเริ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ใหม่ๆ ถ้าเป็นระบบไฮดรอลิกมันจะทำงานเป็นปกติเมื่อนํ้ามันเครื่องเริ่มหมุนเวียน แต่ถ้าเป็นระบบธรรมดามันจะเริ่มทำงานเป็นปกติ เมื่อเครื่องยนต์ร้อนขึ้นแล้ว ระดับนํ้ามันเครื่องในเครื่องยนต์ตํ่าเกินไปจะทำให้การทำงานของลูกกระทุ้งไม่แน่นอน และนํ้ามันเครื่องที่สกปรกจะทำให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรกบนกลไกของลูกกระทุ้งซึ่งอาจทำให้ลูกกระทุ้งติดตายได้ และต้องเสียค่าซ่อมแพงแน่นอนถ้ายังปล่อยให้เป็นต่อไป การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองนํ้ามันเครื่องสามารถป้องกันการติดตายของลูกกระทุ้งได้ นอกจากนี้เสียงที่เกิดขึ้นอาจดังมาจากปั๊มนํ้าซึ่งกำลังจะเสีย หรือดังมาจากเพลาจานจ่าย
หลังจากได้นำเครื่องยนต์ดีเซลไปซ่อมหลายครั้งด้วยช่างผู้ชำนาญ เครื่องยนต์ยังคงน็อกอยู่เสมอในขณะขับขี่ ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ?
ช่างที่ซ่อมเครื่องยนต์ของท่านไม่ใช่ช่างผู้ชำนาญที่แท้จริง เครื่องยนต์ดีเซลของท่านอาจมีปัญหาภายในเกี่ยวกับวาล์ว แบริ่ง เพลาลูกเบี้ยว ลูกสูบ เฟืองภายใน หรือชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ต่อโยงกับส่วนที่กล่าวมานี้ นอกจากนี้อาจมีสาเหตุมาจากปั๊มหัวฉีดทำงานเร็วกว่าปกติ การแตกกระจายเป็นฝอยของนํ้ามันเชื้อเพลิงไม่ดี หรือน้ำมันเชื้อเพลิงมีคุณภาพเลว ปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิงหรือปั๊มนํ้าอาจบกพร่อง
เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ในขณะที่ยังเย็นอยู่พบว่ามีเสียงดังเอี๊ยดๆ และเสียงดังจะลดลงเมื่อขับขี่เป็นเวลานานพอสมควร เสียงดังเกิดจากอะไร ?
เกิดจากสายพานแห้ง สึกหรอ หรือหลวม ซึ่งมีการลื่นไถลบนมู่เล่ในขณะที่เร่งเครื่องยนต์หรือมีภาระ (load) บนเพลามู่เล่ การทำให้สายพานตึงขึ้นมักไม่ช่วยรักษาอาการดังกล่าว แต่การใช้นํ้ายาฉีดสายพานอาจช่วยได้เป็นการชั่วคราว การเปลี่ยนสายพานใหม่จะช่วยได้อย่างแน่นอน
การลื่นไถลของสายพานมีข้อเสียหลายอย่างคือ ทำให้แบตเตอรี่ตายหรือมีไฟอ่อนเรื้อรัง เครื่องยนต์ร้อนกว่าปกติ พวงมาลัยเพาเวอร์อาจใช้งานไม่ได้เพียงชั่วคราว หลังจากได้ขับขี่ผ่านแหล่งน้ำ หรือที่มีฝนตก สายพานของพวงมาลัยเพาเวอร์บกพร่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดการลื่นไถลและมีเสียงดังเกิดขึ้นในขณะที่หมุนพวงมาลัย เลี้ยวช้ายหรือเลี้ยวขวาอย่างเต็มที่
มีเสียงครางดังมาจากใต้ฝากระโปรงหน้าในขณะที่เครื่องยนต์เดินเบา และเมื่อหมุนพวงมาลัยขณะขับขี่ เสียงดังเกิดจากอะไร ?
ถ้าปั๊มของพวงมาลัยเพาเวอร์มีระดับนํ้ามันตํ่า ควรเติมให้ได้ระดับที่กำหนดไว้ซึ่งอาจลดเสียงลงได้ แต่ควรหาสาเหตุที่ทำให้ระดับน้ำมันในปั๊มลดลงด้วย โดยตรวจสอบจุดรั่วไหลบริเวณท่อนํ้ามัน ข้อต่อต่างๆ ซีลปั๊ม และรอยร้าวของเสื้อปั๊ม ถ้าระดับนํ้ามันในปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์มีระดับปกติ ควรตรวจสอบสายพานว่าหลวมหรือบกพร่องหรือใม่ หรืออาจเป็นไปได้ว่าสลักเกลียวที่ยึดปั๊มหลวม
ทุกครั้งที่ยกเท้าออกจากคันเร่งในขณะขับขี่รถยนต์ จะได้ยินเสียงเครื่อง ยนต์สำลัก สภาพเช่นนี้เป็นอันตรายหรือไม่ ?
ไม่จำเป็นเสมอไป เสียงสำลักของเครื่องยนต์อาจเกิดขึ้นจาก วาล์วเครื่องยนต์ไหม้ ท่อร่วมไอเสียมีคาร์บอนภายในมากเกินไป ระบบท่อไอเสียอุดตันหรือรั่วไหล หรือใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงผิดชนิด
ทุกครั้งที่เหยียบคันเร่งถึงแม้ว่าจะเหยียบอย่างนิ่มนวลก็ตาม จะได้ยินเสียงเครื่องยนต์น็อกดังกึ๊กๆ สาเหตุเกิดจากอะไร ?
สาเหตุที่เครื่องยนต์น็อกมักเกิดจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนตํ่า เช่น การใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงธรรมดาแทนการใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงซุปเปอร์ซึ่งจะเกิดการน็อกทันทีถ้าเครื่องยนต์นั้นระบุให้ใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงซุปเปอร์เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เครื่องยนต์น็อกคือ ชุดแวคคั่มไม่ทำงาน ตั้งไฟเครื่องยนต์ไม่เหมาะสม หัวเทียนเสียหรือไม่เหมาะสม เครื่องยนต์ร้อนเกินไป มีสิ่งสกปรกสะสมอยู่ในห้องสันดาปมากเกินไป วาล์วของเครื่องยนต์รั่วหรือตาย แต่ถ้าเสียงน็อกเกิดจากชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์เสียหายควรรีบซ่อมโดยเร็ว
ผมได้ยินเสียงประหลาดซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ในขณะที่เครื่องยนต์เดินเบา และมันดูเหมือนจะดังมากขึ้นเมื่อเครื่องยนต์วิ่งเร็วขึ้น เสียงนี้จะดังมากบริเวณด้านหน้าของเครื่องยนต์ ผมคิดว่าคงจะไม่ใช่เสียงปกติ อะไรเป็นสาเหตุของเสียงนั้น ?
ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ส่วนใดส่วนหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งชิ้นเกิดเสียหายขึ้น หรือเกิดจากมู่เล่หลวม หรือมีการสั่นสะทือนบริเวณส่วนหน้าของเพลาข้อเหวี่ยง แบริ่งของไดชาร์จเสีย สายพานตึงเกินไป หรือปั๊มนํ้าบกพร่อง นอกจากนี้อาจเกิดจากใบพัดหม้อนํ้าแตกหัก หรือคลัตช์พัดลมเสีย แบริ่งของปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์บกพร่อง ชุดขับคอมเพรสเซอร์หรือคอมเพรสเซอร์เองเสียหาย ล้อช่วยแรงหลวม หรือมีรอยร้าวอาจทำให้เกิดเสียงดังที่ส่วนหน้าของเครื่องยนต์ได้ ทั้งนี้เพราะว่าเสียงสามารถเดินทางผ่านโลหะได้ง่าย และไปปรากฏเสียงดังตรงจุดที่อยู่ห่างจากจุดกำเนิดเสียง
เมื่อเร่งเครื่องยนต์ในขณะขับขี่รถยนต์ แล้วถอนคันเร่งอย่างรวดเร็ว ผม ได้ยินเสียงกระทบกันของโลหะอย่างแน่นๆ และเมื่อกดคันเร่งอย่างแรง อีกครั้งหนึ่งจะได้ยินเสียงนั้นอีกครั้งหนึ่งแต่ดังกว่าเดิม ซึ่งดูเหมือนจะดัง มาจากเครื่องยนต์และทำให้ผมรู้สึกกลัวเล็กน้อย เสียงอะไรกันแน่ ?
อาจเป็นไปได้ว่าล้อช่วยแรงหลวม หรือคัปปลิงของระบบส่งกำลังหลวม ชิ้นส่วนขับเคลื่อนบกพร่อง ระบบกันสะเทือนของล้อหลังเสียหายถ้ารถยนต์ของคุณเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหลัง ควรให้ช่างเครื่องตรวจสอบล้อช่วยแรงโดยเร็วที่สุด และอย่าลืมเลยไปตรวจดูว่าแท่นเครื่องยนต์หักหรือไม่ด้วย
ทุกครั้งที่เร่งเครื่องยนต์แล้วถอนคันเร่ง จะได้ยินเสียงเบาดังก๊อกๆ มา จากเครื่องยนต์ ไม่ทราบว่าผมคิดมากไปเองหรือเปล่า เสียงมันมาจากไหน ?
อาจเป็นไปได้ที่คุณคิดมากไปเอง แต่ก็ไม่แน่เสมอไป เสียงที่คุณได้ยินอาจมาจากความบกพร่องของแบริ่งก้านสูบ ระดับนํ้ามันเครื่องตํ่าเกินไป หรือปั๊มน้ำมันเครื่องไม่ปกติ มาตรวัดความดันของนํ้ามันเครื่อง จะชี้ที่ความดันต่ำกว่าปกติถ้าแบริ่งของเพลาข้อเหวี่ยงบกพร่อง
เมื่อหมึนสวิตช์กุญแจเพื่อสตาร์ตเครื่องยนต์จะได้ยินเสียงดังกริ๊กๆ ต่อ เนื่องกันซึ่งดังมาจากใต้ฝากระโปรงหน้า และไม่มีปฏิกิริยาอะไรออกมา จากไดสตาร์ต มีอะไรผิดปกติหรือ ?
อาจเป็นไปได้ว่าแบตเตอรี่เสีย หมดอายุ หรือมีไฟอ่อนมาก หรือสายเคเบิ้ลที่ต่อกับแบตเตอรี่สกปรกหรือถูกกัดกร่อนจนใช้งานไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิดขึ้นหลังจากที่อากาศมีความชื้นมากๆ ถอดขั้วของสายเคเบิ้ลออกจากขั้วแบตเตอรี่แล้วทำความสะอาด เมื่อใส่กลับเข้าที่เดิมแล้วลองสตาร์ตเครื่องยนต์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถ้าไดสตาร์ตยังคงไม่ยอมทำงาน ก็ควรตรวจสอบจุดอื่นๆ ของสายเคเบิ้ลซึ่งอาจเกิดจากสายดินหลวมหรือสึกกร่อน ไดสตาร์ตเสีย หรือโซลีนอยด์ไดสตาร์ตเสีย
อะไรเป็นสาเหตุทำให้เครื่องยนต์เกิดการจุดระเบิดย้อนกลับ (backfire) ?
คอนเดนเซอร์ของระบบจุดระเบิดแบบใช้ทองขาวบกพร่อง สปริงของวาล์วไอเสียอ่อนเกินไป วาล์วไอเสียรั่ว การตั้งไฟไม่ถูกต้อง คอยล์เสีย การเกิดการจุดระเบิดย้อนกลับติดต่อกันหลายๆ ครั้งผ่านระบบไอเสียอาจทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ ของระบบเสียหายและกระจายแยกจากกัน แต่ถ้าเกิดการจุดระเบิดย้อนกลับผ่านคาร์บูเรเตอร์ เนื่องจากวาล์วไอดีรั่ว อาจก่อให้คาร์บูเรเตอร์หรือหม้อกรองอากาศเสียหาย และมีโอกาสเกิดการลุกไหม้ขึ้นได้
หลังจากสตาร์ตเครื่องยนต์แล้วพบว่าไดสตาร์ตยงคงหมุนอยู่กับล้อช่วยแรง สักครู่หนึ่งแล้วจึงหยุดหมุน มีข้อเสียหรือไม่ และทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ?
หลังจากเครื่องยนต์สตาร์ตแล้ว เฟืองขับของไดสตาร์ตจะต้องเคลื่อนที่กลับตำแหน่งเดิมคือไม่ขบกับเฟืองของล้อช่วยแรงอีกต่อไป แต่อาการของท่านไม่ได้เป็นไปตามปกติ แสดงว่าเฟืองทั้งสองยังคงขบกันอยู่ต่อไปอีกสักครู่หนึ่งจึงหยุด สาเหตุนี้อาจเกิดจากการทำงานไม่เหมาะสมของไดสตาร์ตหรือชุดโซลีนอยด์ อาการดังกล่าวควรรีบรักษาเสียแต่เนิ่นๆ มิฉะนั้นแล้วอาจเป็นผลเสียต่อเฟืองของล้อช่วยแรงและตัว ไดสตาร์ตเอง
ที่มา:ธีระยุทธ  สุวรรณประทีป, สมชาย  กังวารจิตต์

ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์

Comments Off

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (ให้คะแนนความชอบได้ที่นี่)
Loading ... Loading ...

ถ้าต้องการเอาอุปกรณ์ควบคุมการขับถ่ายไอเสียออกเพื่อเป็นการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและเพิ่มกำลังให้กับเครื่องยนต์จะได้หรือไม่ ?
ย่อมทำได้ถ้าแน่ใจว่าไอเสียที่ปล่อยออกมาอยู่ในระดับที่ไม่เกินขีดจำกัดของความเป็นมลภาวะตามกฎหมายกำหนดไว้ แต่ท่านก็เสี่ยงพอสมควร (สำหรับประเทศไทยนั้น ยังไม่มีการใช้กฎหมายบังคับอย่างจริงจัง ดังนั้นจึงดูเป็นเรื่องที่ไม่มีใครสนใจ)
อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษเป็นอย่างไรบ้าง ?
ภายในอุปกรณ์กำจัดก๊าชพิษประกอบด้วยสารเคมีซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้สารประกอบอื่น ทำปฏิกิริยากันโดยที่ตัวเองไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นสารเคมีนี้จะกระตุ้นให้ไฮโดรคาร์บอนที่เผาไหม้ไม่หมดในท่อไอเสียทำปฏิกิริยากับคาร์บอนมอนอกไซด์ แล้วได้คาร์บอนไดออกไซด์กับนํ้าภายใต้ความร้อนสูง
นํ้ามันเชื้อเพลิงที่มีตะกั่วผสมอยู่จะทำให้สารเคมีในอุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษเสื่อมคุณภาพลงและใช้ไม่ได้ผลในที่สุด
อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษของรถยนต์ทุกคันเหมือนกันหมดหรือไม่ ?
โดยที่จริงแล้วดูภายนอกก็อาจเหมือนๆ กัน แต่ภายในอาจแตกต่างกันบ้าง บางบริษัทอาจใช้สารเคมีภายในอุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษเป็นลักษณะเม็ดกลมเล็กๆ บางบริษัท อาจใช้เป็นลักษณะรวมกันเป็นก้อนใหญ่ ส่วนประกอบของสารเคมีอาจเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อยขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม
อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษของรถยนต์ไม่ทำงาน เราสามารถทำให้สารเคมีภายในมีสภาพกลับคืนดีเช่นเดิมได้หรือไม่ ?
บางชนิดอาจทำได้แต่บางชนิดต้องเปลี่ยนใหม่ สิ่งนี้ตัวแทนจำหน่ายรกยนต์ทราบได้เป็นอย่างดี และยกให้เป็นหน้าที่ของเขา
อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษสามารถทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดค่าบำรุงรักษาลงได้ใช่หรือไม่ ?
คิดว่าคงจะมีการเข้าใจผิดเกิดขึ้น อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษที่ใส่เข้าไปในระบบไอเสียนั้น เพื่อใช้แทนอุปกรณ์ควบคุมการขับถ่ายไอเสียอื่น ๆ หลายตัว และเมื่อติดตั้งอุปกรณ์นี้แล้วจำเป็นต้องปรับแต่งเครื่องยนต์ใหม่ให้เหมาะสมกับการทำงานของมัน และการปรับแต่งนี้อาจมีผลทำให้ประหยัดนํ้ามันเชื้อเพลิงมากขึ้นกว่าแต่ก่อนก็ได้ สำหรับค่าบำรุงรักษานั้นไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับอุปกรณ์นี้ แต่อาจเป็นไปได้ที่อุปกรณ์นี้ ช่วยลดการผุกร่อนของท่อไอเสียช่วงที่ต่อออกจากอุปกรณ์และประหยัดค่าบำรุงรักษามากกว่าค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษอันใหม่
หลังจากที่ช่างเครื่องตรวจสอบหัวเทียนและสายหัวเทียน เขาบอกว่าผม ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษอันใหม่ ฟังดูแล้วไม่เห็นจะเกี่ยวข้องกันเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนผมนำรถยนต์เข้าอู่อุปกรณ์ดังกล่าวยังทำงานดีเป็นปกติ มันเป็นไปได้ตามที่เขาพูดหรือไม่?
มันเป็นไปได้ แต่ก่อนอื่นต้องรู้เหตุผลก่อนว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เนื่องจากอุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษ สามารถใช้กับเครื่องยนต์ที่ทำงานไม่ครบสูบได้นานไม่เกิน 5 นาที มิฉะนั้นอุปกรณ์นั้นจะร้อนจัดเกินไป ถ้าท่านนำรถยนต์เข้าอู่เนื่องจากปัญหาของการทำงานไม่ครบสูบของเครื่องยนต์ อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษอาจเสียหายไปแล้ว ก่อนถึงอู่โดยที่ท่านไม่ได้ระมัดระวังเรื่องนี้มาก่อน แต่ในอีกแง่หนึ่งคือตัวท่านไม่มี ปัญหาเกี่ยวกับเครื่องยนต์ทำงานไม่ครบสูบมาก่อน อาจเป็นไปได้ที่ช่างได้ทำอุปกรณ์นั้นเสียในขณะที่ตรวจสอบหัวเทียนและสายหัวเทียน คือถ้าช่างถอดสายหัวเทียนออกหนึ่งเส้นหรือมากกว่านั้นในขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงานอยู่เป็นเวลานานกว่า 30 วินาทีเพื่อตรวจสอบสายหัวเทียนและหัวเทียนจึงทำให้อุปกรณ์กำจัดก๊าซพิษเสียหาย
มีน้ำไหลจำนวนน้อยคล้ายกับว่าออกมาจากปั๊มน้ำ ทำอย่างไรจึงจะแน่ใจว่ามันรั่วออกมาจากปั๊มน้ำหรือไม่?
ก่อนอื่นให้ดับเครื่องยนต์ แล้วขยับใบพัดหม้อนํ้าให้หมุนไปมาพร้อมกับสังเกตว่ามีนํ้าไหลออกมาจากด้านหลังของมู่เล่ปั๊มนํ้ามันหรือไม่ ถ้ามีน้ำไหลออกมากแน่ใจได้ว่าปั๊มน้ำรั่ว ควรรีบซ่อมโดยด่วน เพราะมิฉะนั้นอาจก่อให้เกิดผลเสียต่างๆ เช่น เครื่องยนต์จะร้อนจัดเกินไป และอาจทำให้ชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์เสียหายมากได้
หลังจากสตาร์ตเครื่องยนต์แล้ว พบว่ามีหยดน้ำสีดำออกมาจากปลายท่อไอเสียในขณะที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่และวิ่งที่รอบเดินเบา แต่หลังจากนั้นหลายนาที ปรากฏว่าหยดน้ำหายไป ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?
เนื่องจากการสันดาปของนํ้ามันเชื้อเพลิงจะได้ไอนํ้าออกมา และในขณะที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่นั้น ไอนํ้าจะรวมตัวกันแล้วกลายเป็นหยดนํ้าและผสมกับเขม่าที่ค้างอยู่ในท่อไอเสียได้หยดนํ้าสีดำ แต่เมื่อเครื่องยนต์ร้อนขึ้น หยดนํ้าจะหายไป แต่จะเป็นไอนํ้าออกมาแทน
มีควันสีฟ้าออกมาจากท่อไอเสีย มันหมายความว่าอะไร ?
ถ้าเครื่องยนต์แก๊สโซลีนใช้น้ำมันเครื่องสิ้นเปลืองมากกว่าปกติ และยังมีควันสีฟ้าออกมาตลอดเวลา นั่นย่อมหมายความว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นภายในเครื่องยนต์ซึ่งอาจเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อไปนี้ ก้านวาล์วสึกมากจนหลวม แหวนลูกสูบหลวม ตาย หรือ หัก ช่องทางเดินนํ้ามันไหลกลับในฝาสูบอุดตัน หรือวาล์วพีซีวีใช้การไม่ได้ เพื่อให้รู้ต้นตอของสาเหตุควรตรวจสอบกำลังอัดของแต่ละกระบอกสูบ ควันสีฟ้าเกิด ขึ้นเป็นผลจากการที่นํ้ามันเครื่องเข้าไปสันดาปภายในกระบอกสูบมากเกินไป ซึ่งเป็นการสันดาปที่ไม่สมบูรณ์
มีควันสีดำออกมาจากท่อไอเสีย มันมีความหมายเช่นเดียวกับควันสีฟ้า หรือไม่ ?
ไม่เหมือนกัน ควันสีฟ้าชี้ให้เห็นถึงการมีนํ้ามันเครื่องเข้าไปสันดาปภายในห้องสันดาป ส่วนควันสีดำนั้นหมายกึงมีนํ้ามันเชื้อเพลิงเข้าไปสันดาปในห้องสันดาปมากเกินไป หรือการสันดาปผิดปกติ ก่อนการหาสาเหตุของการเกิดควันสีดำจะเป็นการช่วยได้มากทีเดียวถ้าได้สังเกตว่าสภาวะใดที่เกิดควันสีดำและเกิดนานเท่าใด ควันสีดำอาจเกิดจากการปรับแต่งโช๊คไม่เหมาะสม ปรับลูกลอยในคาร์บูเรเตอร์ไม่เหมาะสมจนทำให้ในห้องลูกลอยมีนํ้ามันเชื้อเพลิงมากเกินไป วาล์วในห้องลูกลอยรั่ว ความดันของปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิงสูงเกินไป ปรับแต่งคาร์บูเรเตอร์ไม่เหมาะสม ไส้กรองอากาคสกปรกมากเกินไป ท่อไอเสียเกือบตีบตัน มีความบกพร่องในชิ้นส่วนของระบบควบคุมการขับก่ายไอเสีย หัวเทียนเสียหรือสายหัวเทียนบกพร่องหรือหลุด ความดำของควันประกอบด้วยอนุภาคของคาร์บอนที่เผาไหม้ไม่หมด ถ้ายิ่งดำก็หมายความว่าท่านยิ่งเสียนํ้ามันเชื้อเพลิงโดยเปล่าประโยชน์มากขึ้น เครื่องยนต์ควันดำจะมีสมรรถนะลดลงและยังมีกลิ่นเหม็นของน้ำมันเชื้อเพลิงที่เผาไหม้ไม่หมดอีกด้วย
ควันจากเครื่องยนต์ดีเซลมีความหมายเช่นเดียวกับที่ออกมาจากเครื่องยนต์แก๊สโซลีนหรือไม่ ?
บางครั้งมีความหมายเช่นเดียวกันแต่สาเหตุอาจแตกต่างกัน ส่วนมากควันที่ออกมาจากเครื่องยนต์ดีเซลมักมีผลมาจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์หรือผิดปกติ ควันสีดำของเครื่องยนต์ดีเซลประกอบด้วยอนุภาคคาร์บอนจำนวนมากมาย ซึ่งเกิดขึ้นภายในห้องสันดาปบริเวณที่มีออกซิเจนน้อย ควันสีขาวเกิดขึ้นจากการรวมตัวเป็นหยดของนํ้ามันเชื้อเพลิงซึ่งจะเห็นเด่นชัดเมื่อเครื่องยนต์เดินเบาในขณะที่ยังเย็นอยู่ หรือวิ่งด้วยอัตราเร็วรอบที่ต่ำมากและมักจะเกิดขึ้นเพียงครู่เดียวเท่านั้น ควันสีฟ้า เกิดจากการรวมตัวของนํ้ามันเชื้อเพลิงเป็นหยดเล็กๆ และเผาไหม้ไม่หมดซึ่งจะถูกขับออกมาทางท่อไอเสีย ควันสีฟ้านี้แปลกมากเพราะมันจะปรากฏเป็นสีนํ้าตาล เมื่อมองทะลุแสงที่ส่องผ่าน การเกิดควันสีฟ้ามีสาเหตุมาจากความไม่สมํ่าเสมอของอุณหภูมิภายในห้องสันดาปซึ่งมีผลทำให้นํ้ามันเชื้อเพลิงบางส่วนไม่เผาไหม้ หรือมีการเผาไหม้เพียงบางส่วนเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วเครื่องยนต์ดีเซลที่มีสภาพเป็นปกติมักเกือบไม่มีควันออกมาให้เห็น แต่ถ้ามีควันออกมาจำนวนมากและมีกลิ่นผิดปกติควรนำรถยนต์เข้าอู่เพื่อตรวจสอบได้แล้ว
ในขณะที่เครื่องยนต์กำลังหมุนอยู่ มีของเหลวไหลออกมาจากใต้ฝาปิด ช่องเติมน้ำมันของปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?
อาจเป็นเพราะเติมนํ้ามันปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์มากเกินไปจนล้นออกมา หรือมิฉะนั้น ก็มีอากาศเข้าไปผสมกับนํ้ามันในปั๊มในขณะที่ปั๊มทำงานจึงทำให้ปริมาตรเพิ่มขึ้น จนล้นออกมา แต่ถ้ายังมีการรั่วไหลอยู่ตลอดไปควรนำรถยนต์เข้าอู่เพื่อตรวจสอบหาจุดบกพร่องต่อไป
ถ้าเห็นว่ามีของเหลวไหลออกมาจากที่ใดก็ได้บนปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์ มันจะหมายความว่าอะไร?
หมายความว่าท่อหรือข้อต่อหลวม มีรอยร้าวที่เสื้อปั๊ม หรือ
ซีลเสื่อมคุณภาพ
รถยนต์มีอาการคล้ายกับว่าน้ำมันเชื้อเพลิงหมดถังซึ่งเกิดเป็นบางครั้งในช่วงที่มีอากาศร้อนจัด หลังจากที่จอดรถยนต์พักสักครู่แล้วสตาร์ตเครื่องยนต์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง มันสามารถวิ่งไปได้เพียงครู่เดียวแล้วก็หยุด ประมาณหนงชั่วโมงต่อมามันจะวิ่งได้ดี ผมเองเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถังอยู่เสมอ ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ?
รถยนต์ของคุณกำลังตกเป็นเหยื่อของเวเปอร์ล็อก (vapor lock) การเกิดเวเปอร์ ล็อก มีสาเหตุมาจากนํ้ามันเชื้อเพลิงมีอุณหภูมิถึงจุดเดือดในขณะที่กำลังไหลอยู่ ในท่อทางเดินนํ้ามันเชื้อเพลิงระหว่างปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิงกับคาร์บูเรเตอร์ เมื่อนํ้ามันเชื้อเพลิงเดือดจะกลายเป็นไอซึ่งมีลักษณะเป็นฟองแทรกอยู่ภายในทางเดินน้ำมัน และทำหน้าที่เป็นตัวขัดขวางการไหลของนํ้ามันเชื้อเพลิงเข้าสู่คาร์บูเรเตอร์ เมื่อนํ้ามันเชื้อเพลิงในห้องลูกลอยของคาร์บูเรเตอร์ถูกใช้จนหมดก็ทำให้มีสภาพเหมือนกับนํ้ามันหมดถัง การเดือดของนํ้ามันเนื่องจากเครื่องยนต์ร้อนจัดเกินไปหรืออาจมีสาเหตุมาจากการเดินท่อนํ้ามันใกล้บริเวณที่ร้อนจนเกินไป วิธีรักษาทำได้หลายวิธี ได้แก่ รอจนกว่าเครื่องยนต์จะเย็นซึ่งอาจต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน หรืออาจจะเร่งให้เร็วขึ้นโดยการใช้ผ้าชุบนํ้าเย็นหรือของเหลวที่ไม่ติดไฟ แล้วพันรอบท่อทางเดินนํ้ามันเชื้อเพลิง ถ้ามีเครื่องมือติดรถอยู่บ้างก็อาจถอดสายนํ้ามันเชื้อเพลิงที่คาร์บูเรเตอร์ออกและปล่อยให้ฟองนํ้ามันออกไปจากท่อ แล้วต่อสายนํ้ามันกลับเข้าที่เดิม และสตาร์ตเครื่องยนต์ใหม่ การหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเวเปอร์ล็อกทำได้ดังนี้คือ ใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงคุณภาพดี ไม่ต่อท่อทางเดินนํ้ามันใกล้บริเวณที่ร้อนจนเกินไป ติดตั้งตัวปรับความดันระหว่างปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิงกับคาร์บูเรเตอร์
ไม่ควรสตาร์ตเครื่องยนต์ในขณะที่เปิดแอร์อยู่จริงหรือไม่?
เนื่องจากเครื่องยนต์ต้องใช้กำลังส่วนหนึ่งไปขับคอมเพรสเซอร์ ดังนั้นในขณะที่สตาร์ตเครื่องยนต์ซึ่งยังเย็นอยู่และใส่ภาระ (load) ให้กับเครื่องยนต์อย่างทันทีทันใด ในการขับคอมเพรสเซอร์อาจทำให้เครื่องยนต์ดับได้ ทำให้ต้องสตาร์ตใหม่ ทางที่เหมาะสมที่สุดคือควรปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดรวมทั้งปิดแอร์ด้วย ก่อนการสตาร์ตเครื่องยนต์
ช่างเครื่องใส่สายพานไดชาร์จเส้นใหม่ให้ผม ในตอนแรกสายพานก็ตึงดี แต่ขณะนี้มันดูเหมือนจะหย่อนเกินไป ผมจะต้องเปลี่ยนสายพานใหม่หรือไม่?
ยังไม่ต้องเปลียน ควรนำรถยนต์ไปให้ช่างคนเดิมปรับสายพานให้ตึงอีกครั้งหนึ่ง โดยทั่วไปสายพานใหม่จะเริ่มหย่อนเมื่อใช้งานไปประมาณหนึ่งหรือสองสัปดาห์ ดังนั้นจึงควรปรับสายพานอีกครั้งหนึ่งให้ตึงเหมาะสมกับการใช้งาน
ผมปับสายพานไดชาร์จจนตึงมากเพื่อป้องกันไม่ให้ต้องมาปรับใหม่อีก ครั้งหนึ่ง ผมทำเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่ ?
การปรับให้สายพานไดชาร์จตึงมากเกินไปจะทำให้แบริ่งเสียเร็วกว่าปกติ และอาจทำให้มู่เล่และเพลาเสียศูนย์ นอกจากนี้ยังทำให้สายพานขาดเร็วกว่าปกติ และอาจทำให้ร่องสายพานของมู่เล่เสียหายได้
การวัดความตึงของสายพานที่ดีที่สุดคือใช้มาตรวัดความตึง แต่ถ้าไม่มีมาตรวัด เราสามารถตรวจสอบความตึงที่เหมาะสโดยประมาณได้ดังนี้ ใช้หัวแม่มือกดสายพานตรงจุดกึ่งกลางระหว่างมู่เล่ทั้งสองอย่างแรง ซึ่งจะทำให้สายพานยุบตัวลงอย่างน้อย 1/4 นิ้ว แต่ไม่ควรเกิน 1/2 นิ้ว สายพานที่หย่อนเกินไปจะทำให้เกิดการลื่นไถล ระหว่างมู่เล่และสายพาน ไดชาร์จจึงทำงานได้ไม่เต็มที่
การจุดระเบิดข้ามสูบ (crossfire) หมายความว่าอะไร ?
หมายความว่า หัวเทียนให้ประกายไฟเผาไหม้ไอดีในกระบอกสูบก่อนจังหวะการทำงานของมัน คลื่นแรงดันไฟฟ้าที่ผ่านสายหัวเทียนอาจทำให้เกิดคลื่นแรงดันไฟฟ้าที่คล้ายๆ กันในสายหัวเทียนที่อยู่ใกล้กัน ถึงแม้ว่าสายหัวเทียนไม่ได้ต่อกันก็ตาม ถ้าสายหัวเทียนเส้นที่อยู่ใกล้นั้นเป็นสายหัวเทียนของหัวเทียนที่จะต้องจุดระเบิดต่อจากหัวเทียน อันแรก จะทำให้เกิดการระเบิดของหัวเทียนผิดลำดับ หรือเรียกว่าการจุดระเบิดข้ามสูบ
วิธีป้องกันการจุดระเบิดข้ามสูบสามารถทำได้โดยการแยกสายหัวเทียนเส้นที่ขนานกันออกจากกัน ถ้าสายหัวเทียนเหล่านั้นจำเป็นต้องสัมผัสกันควรจัดให้สายหัวเทียนสัมผัสกันในลักษณะตั้งฉากกัน ไม่ควรจับมัดรวมกัน
การจุดระเบิดข้ามสูบอาจก่อให้เกิดความเสียหายภายในเครื่องยนต์ได้ ถ้าสงสัย ควรรีบตรวจสอบทันที อาการของการจุดระเบิดข้ามสูบคือเครื่องยนต์เดินไม่เรียบ และทำงานไม่ครบสูบ
หัวเทียนร้อนและหัวเทียนเย็นแตกต่างกันอย่างไร ?
หัวเทียนทั้งสองแบบเหมาะกับการใช้งานที่อุณหภูมิต่างกัน รูปไดแสดงหัวเทียนเย็นและหัวเทียนร้อนที่ใช้กับเครื่องยนต์ในลักษณะงานต่างๆ กันดังนี้ หัวเทียนร้อน มักใช้กับเครื่องยนต์ที่ทำงานในช่วงเดินเบาเป็นเวลานานๆ หรือที่อัตราเร็วรอบต่ำๆ หัวเทียนเย็นมักใช้กับห้องสันดาปที่มีอุณหภูมิค่อนข้างสูง เช่น เครื่องยนต์ที่ทำงานด้วยอัตราเร็วรอบสูงเป็นเวลานานๆ หรือใช้งานหนักในรถยนต์บรรทุก เป็นต้น ซึ่งอุณหภูมิของหัวเทียนจะไม่สูงเกินไปเพื่อหลีกเลี่ยงการขชิงจุดระเบิด(preignition) และลดการสึกกร่อนของเขี้ยวหัวเทียน
หัวเทียน
รูปหัวเทียนเย็น(ซ้าย) และหัวเทียนร้อน (ขวา)
ควรซ่อมใหญ่กับคาร์บูเรเตอร์ของเครื่องยนต์เมื่อใด ?
โดยปกติแล้ว ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรไปถอดชิ้นส่วนต่างๆ ของคาร์บูเรเตอร์ เพราะการทำงานของมันมีประสิทธิภาพดีอยู่แล้ว นอกเสียจากเกิดปัญหาขึ้นกับคาร์บูเรเตอร์ ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่พ้นการซ่อมใหญ่ โดยทั่วไปแล้วมักมีการซ่อมใหญ่กับคาร์บูเรเตอร์เมื่อใช้งานไปแล้ว 120,000 กิโลเมตร แต่ถ้าเกิดขัดข้องเนื่องจากปะเก็น ซีล หรือชิ้นส่วนที่อ่อนอื่นๆ เสื่อมสภาพ หรืออุดตันด้วยสิ่งสกปรก ก็อาจต้องซ่อมใหญ่ก่อนกำหนด
ทำไมเครื่องยนต์แก๊สโซลีนจึงไม่มีหัวฉีดอย่างเช่นเครื่องยนต์ดีเซล ?
ความจริงแล้วเครื่องยนต์แก๊สโซลีนที่ใช้หัวฉีดนั้นมีใช้กันบ้างเหมือนกันเป็นเวลานานหลายปีแล้ว และยังคงใช้กันอยู่ แต่แตกต่างไปจากระบบหัวฉีดของเครื่องยนต์ดีเซล เครื่องยนต์ประเภทนี้มีความสลับซับซ้อน ทั้งยังมีราคาแพงอีกด้วย
หัวฉีดของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนทำงานอย่างไร ?
เช่นเดียวกับเครื่องยนต์ดีเซล เครื่องยนต์แก๊สโซลีนที่ใช้หัวฉีดจึงไม่มีคาร์บูเรเตอร์ ท่อร่วมไอดีมีเฉพาะช่องอากาศเข้าของลูกสูบแต่ละอันเท่านั้น เครื่องยนต์ประเภทนี้มีปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิง 2 อัน และมักทำงานโดยใช้กระแสไฟฟ้ามากกว่าใช้หลักทางกล ปั๊มอันแรกติดตั้งอยู่ภายในถังนํ้ามันเชื้อเพลิงและป้อนนํ้ามันเข้าสู่ถังอันที่สองซึ่งติดตั้งอยู่บนด้านหลังแชสซี ใกล้กับถังนํ้ามันเชื้อเพลิง ปั๊มอันที่สองดูดนํ้ามันส่งผ่านไส้กรองเข้าสู่ท่อทางเดินน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยความดันสูง และผ่านเข้าสู่ตัวปรับความดันซึ่งมีหน้าที่ควบคุมความดันของนํ้ามันเชื้อเพลิงที่ไหลเข้าท่อแยกของแต่ละกระบอกสูบ และส่งนํ้ามันเชื้อเพลิงที่ไม่ใช้กลับสู่ถังนํ้ามันโดยผ่านเส้นทางเดินนํ้ามันไหลกลับ ทำให้เกิดวงจรการไหลของน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ที่ปลายท่อแยก ของแต่ละกระบอกสูบมีหัวฉีดซึ่งเป็นวาล์วที่ใช้ระบบไฟฟ้าในการทำงานหัวฉีด ติดตั้งอยู่บนท่อร่วมไอดีเหนือวาล์วไอดีของแต่ละกระบอกสูบ และฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิงเข้าสู่กระบอกสูบแต่ละอันตามปริมาณที่เครื่องยนต์ต้องการโดยอาศัยคำสั่ง จากคอมพิวเตอร์ซึ่งติดตั้งอยู่บนแผงหน้าปัด ตามจุดต่างๆ ของเครื่องยนต์ (5 หรือ 6 จุด) มีชุดส่งสัญญาณติดตั้งอยู่ และส่งข้อมูลของเครื่องยนต์ให้กับหน่วยควบคุมเพื่อคำนวณค่าที่เหมาะสมเกี่ยวกับอัตราส่วนผสมของอากาศกับนํ้ามันเชื้อเพลิงตามสภาพการขับขี่และบรรยากาศภายนอก ทั้งนี้ทำได้โดยควบคุมเวลาในการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงของหัวฉีดควบคุมการทำงานของปั๊มนํ้ามันเชื้อเพลิง วาล์วเดิน น้ำ และอุปกรณ์บางส่วนของระบบขับถ่ายไอเสีย
ผนังกระบอกสูบได้รับการหล่อลื่นได้อย่างไร ?
โดยทั่วไปแล้วผนังกระบอกลูบ ลูกสูบและสลักลูกสูบ อาจได้รับการหล่อลื่นได้ทางคือ จากละอองนํ้ามันเครื่องภายในเครื่องยนต์ และจากนํ้ามันเครื่องที่ถูกปั๊มไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ซึ่งรวมถึงที่สลักลูกสูบด้วย นํ้ามันเครื่องที่เล็ดลอดออกมาจากสลักลูกสูบจะไหลไปหล่อลื่นผนังกระบอกสูบและลูกสูบ ผนังกระบอกสูบอาจได้รับน้ำมันเครื่องจากแบริ่งก้านสูบ ซึ่งมีรูสำหรับฉีดนํ้ามันเครื่องไปยังผนังกระบอกสูบ
จะรู้ได้อย่างไรว่าปั๊มน้ำของระบบระบายความร้อนทำงานหรือไม่และดีแค่ไหน?
วิธีตรวจสอบง่ายๆ คือ เปิดฝาหม้อน้ำออกในขณะที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ แล้วสตาร์ตเครื่องยนต์ และสังเกตการหมุนเวียนของน้ำภายในหม้อน้ำซึ่งจะเห็นได้เมื่อเครื่องยนต์เริ่มร้อนขึ้น ถ้าท่านต้องการจะตรวจสอบให้ลึกเข้าไปอีกหนึ่งขั้นก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องปิดฝาหม้อน้ำหลังจากที่เครื่องยนต์ร้อนขึ้นแล้ว ต่อไปให้ดับเครื่อง แล้วถ่ายน้ำบางส่วนออกจากหม้อน้ำตรงช่องระบาย จนกระทั่งระดับน้ำในหม้อน้ำ ลดลงต่ำกว่าช่องทางเข้าของน้ำร้อนจากเครื่องยนต์ แล้วปิดช่องระบาย ถอดท่อน้ำชิ้นบนออกจากหม้อน้ำแล้วใช้ภาชนะรองรับน้ำใต้ท่อน้ำ แล้วสตาร์ตเครื่องยนต์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถ้าน้ำพุ่งออกมาจากท่อน้ำอย่างสมํ่าเสมอในขณะเร่งเครื่องยนต์ ทีละน้อย เราก็แน่ใจได้ว่าปั๊มน้ำทำงานดีเป็นปกติ ถ้าไม่มีน้ำพุ่งออกมาหรือออๆ มาในปริมาณน้อย หรือไม่สมํ่าเสมอก็แสดงว่าปั๊มน้ำบกพร่อง
เครื่องยนต์ดูเหมือนทำงานไม่ครบสูบ วิ่งไม่เรียบ มีอาการกระตุกเมื่อเร่ง เครื่องยนต์ และไม่มีกำลังมากอย่างที่เคยเป็น หลังจากได้เปลี่ยนหัวเทียนใหม่แล้วอาการดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีอาการเช่นเดิม ควรทำอย่างไรดี?
ควรเปลี่ยนสายหัวเทียน ในปีหนึ่งๆ ควรเปลี่ยนสายหัวเทียนหนึ่งครั้ง เพราะว่าความร้อนและสภาพอื่นๆ โดยรอบทำให้มันเสื่อมสภาพ ถ้าท่านต้องการจะเปลี่ยนด้วยตัวของท่านเองก็สามารถทำได้ไม่ยากดังนี้ ให้ถอดสายหัวเทียนออกทีละเส้น แล้วใส่เส้นใหม่เข้าไปแทนที่เส้นเดิม เพื่อป้องกันไม่ให้ใส่สายหัวเทียนสลับตำแหน่งกัน หลังจากนั้นจัดสายหัวเทียนให้เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สัมผัสกับบริเวณที่ร้อนของเครื่องยนต์และหลีกเลี่ยงการเกิดการจุดระเบิดข้ามสูบตามที่ได้กล่าวมาแล้ว
การทำความสะอาดหัวเทียนแทนที่จะเปลี่ยนใหม่นั้นดีหรือไม่ ?
หัวเทียนเก่าในที่สุดก็ต้องเปลี่ยนแน่นอน แต่มันสามารถมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้นถ้าได้รับการบำรุงรักษาเป็นอย่างดี โดยปกติแล้วเมื่อใช้งานหัวเทียนไปแล้ว 8,000 กิโลเมตรควรถอดออกมาทำความสะอาดตั้งเขี้ยวใหม่ ตรวจสอบความบกพร่อง และควรเปลี่ยนใหม่เมื่อใช้ไปแล้ว 15,000 กิโลเมตร
ระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้โซลิดสเตต (solid-state) ดีกว่าระบบ จุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์แบบเก่าหรือไม่ ?
โดยทั่วไปแล้วดีกว่าในหลายๆ แง่ ส่วนดีที่สุดคือเชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพดีกว่า แต่ถ้าเสียแล้วจะซ่อมยากและเสียค่าใช้จ่ายสูง
ทำไมจึงเรียกระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ว่าระบบจุดระเบิด “พลังสูง” ?
เนื่องจากระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ให้แรงดันไฟฟ้าเข้าสู่หัวเทียนสูงถึง 35,000 โวลต์ แต่ในระบบจุดระเบิดธรรมดาได้สูงประมาณ 20,000 โวลต์
เนื่องจากระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ไม่มีหน้าทองขาว มันจะทำงานได้อย่างไร และทำไมจึงมีคอนเดนเซอร์ ?
ในระบบธรรมดาใช้หน้าทองขาวทำหน้าที่เป็นสวิตช์เปิดและปิดการไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าแรงดันต่ำ แต่ในระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ใช้ทรานซิสเตอร์ ทำหน้าที่แทนหน้าทองขาว ในระบบธรรมดาใช้ลูกเบี้ยวควบคุมการปิดเปิดหน้าทองขาว ก็เปลี่ยนมาใช้คอยล์และอาร์มาเจอร์แทน สำหรับมุมปิดของหน้าทองขาว (dwell angle) ในระบบธรรมดาต้องการปรับแต่งให้เหมาะสม แต่ระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์มันจะปรับแต่งให้เองโดยอัตโนมัติ สำหรับคอนเดนเซอร์ที่เห็นใช้อยู่ในระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์นั้นทำหน้าที่เพียงแค่ลดเสียงรบกวนของวิทยุ และไม่เกี่ยวข้องแต่อย่างใดกับการจุดระเบิดของหัวเทียน
ระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ซอลิดสเตตทำงานเช่นเดียวกับระบบ อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้กล่าวมาแล้วหรือไม่ ?
โดยทั่วไปแล้วมีหลักการทำงานคล้ายกันถึงแม้ว่าโครงสร้าง รายละเอียดของระบบสายไฟ และการควบคุมการปิดเปิดหน้าทองขาวจะต่างกันก็ตาม ที่ต่างกันเห็นได้ชัดคือระบบวงจรไฟฟ้าแรงดันต่ำ แต่ด้านวงจรไฟฟ้าแรงดันสูงก็คล้ายๆ กัน
ระบบจุดระเบิดแบบหน้าทองขาวที่ใช้อยู่สามารถเปลี่ยนไปเป็นระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้โซลิดสเตตได้หรือไม่ ?
สามารถเปลี่ยนได้ถ้ามีอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับรถยนต์ของท่าน ชิ้นส่วนบางชิ้นของระบบเดิมต้องถอดออกและใส่ชิ้นส่วนใหม่ของระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปแทนและอาจมีชิ้นส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมเข้าไปอีก การเปลี่ยนระบบนี้สามารถทำได้ด้วยตัวของท่านเองถ้าท่านเป็นผู้ที่มีความสามารถดีสักหน่อย โดยการปฏิบติตามคำแนะนำที่แนบมา
รถยนต์ของผมใช้ระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์แบบโซลิดสเตต และวิ่งดีเป็นปกติ แต่หลังจากเปลี่ยนหัวเทียนใหม่ทั้งชุดมันวิ่งแย่มาก ผมจะตรวจสอบได้อย่างไรว่าชุดอิเล็กทรอนิกส์ของระบบจุดระเบิดมันเสียหรือไม่ และซ่อมอย่างไร ?
ถ้าท่านไม่มีเครื่องมือตรวจสอบหรือชุดอิเล็กทรอนิกส์อะไหล่สำหรับสับเปลี่ยนมันเป็นการยากมากที่ท่านจะตรวจสอบพบจุดบกพร่อง ถึงแม้ว่าจะตรวจพบก็มักต้องเปลี่ยนใหม่หมดทั้งชุดทั้งๆ ที่บางจุดอาจไม่เสียหาย สมมติว่าหัวเทียนใหม่ทุกอันดีเป็นปกติ และต่อสายหัวเทียนถูกต้องตามตำแหน่งเดิมโดยไม่ได้เปลี่ยนเส้นทางของสายหัวเทียนใหม่ซึ่งแน่ใจว่าไม่เกิดการจุดระเบิดข้ามสูบหรือไฟลัดวงจรผ่านเครื่องยนต์ ดังนั้นอาจเป็นไปได้ว่าท่านตั้งระยะเขี้ยวหัวเทียนไม่ถูกต้อง ควรถอดออกและตั้งใหม่ให้ถูกต้องตามกำหนด และควรสังเกตอีกครั้งหนึ่งว่าท่านซื้อหัวเทียนชนิดที่กำหนดให้ใช้กับรถยนต์ของท่านหรือไม่
ผมเปลี่ยนหัวเทียนใหม่ทุกอันในรถยนต์ของผมซึ่งใช้ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ แลขณะนี้พบว่าเครื่องยนต์ดูเหมือนเดินไม่ครบสูบที่ อัตราเร็วรอบต่างๆ มีอะไรผิดปกติหรือ?
อาจเป็นไปได้ว่าหัวเทียนเสียหรือเกิดความเสียหายขึ้นในขณะติดตั้ง หรือสายหัวเทียนบกพร่อง โดยปกติแล้วสายหัวเทียนเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะบอบบาง ควรถอด และใส่อย่างระมัดระวังบริเวณรอยต่อ ไม่ควรกระชากสายหัวเทียนออกจากหัวเทียน เวลาถอดสายหัวเทียนที่มีรอยฉีกขาดเนื่องจากถูกความร้อน ลูกบิด ถูกดัดโค้งไป โค้งมา หรือถูกของมีคมเฉือนในขณะตรวจสอบจะทำให้เกิดอาการผิดปกติดังกล่าวได้อย่างง่ายดาย
มีปัญหาพิเศษอะไรหรือไม่ที่อาจจะเกิดกับเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์แบบโซลิดสเตต ?
ไม่มีอะไรพิเศษ มันอาจวิ่งได้ดีหรือไม่ก็ไม่ดีไปเลย ถ้ามันวิ่งไม่ดีเราอาจตรวจดูจุดปัญหาได้สองสามแห่งคือ ตรวจดูสายไฟทั้งด้านไฟแรงตํ่าและแรงสูง ตรวจดูชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ และสุดท้ายคือชุดคอยล์และอาร์มาเจอร์
เครื่องยนต์ในรถยนต์ของผมมีอัตราเร็วรอบไม่คงที่ทั้งๆ ที่ผมกดคันเร่ง ด้วยแรงที่คงที่ก็ตาม ช่างเครื่องบอกว่าปัญหาอยู่ที่คาร์บูเรเตอร์ และเขา ก็ได้ปรับมันแล้ว แต่ปัญหาก็ยังคงอยู่ อะไรคือสาเหตุที่แท้จริง?
เครื่องยนต์ที่มีอัตราเร็วรอบไม่คงที่คือเพิ่มและลดได้เองทั้งๆ ที่แรงกดที่คันเร่งไม่เปลี่ยนแปลง มักมีสาเหตุมาจากระบบน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ถ้าช่างเครื่องได้ตรวจสอบและปรับแต่งใหม่แล้วอาการยังไม่หาย ปัญหานี้อาจมีสาเหตุมาจากระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ ควรให้ช่างตรวจสอบสายหัวเทียนเกี่ยวกับความต้านทานความสมํ่าเสมอ ตลอดจนฉนวนหุ้มสายหัวเทียน และตรวจสอบด้านวงจรไฟแรงตํ่า รวมถึงความสกปรกตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะที่คอยล์และอาร์มาเจอร์
สายพานเส้นหนึ่งในรถยนต์ของผมไม่เหมือนกับเส้นอื่นๆ คือผิวด้านล่างของสายพานมีร่องฟันตามขวาง ทำไมเป็นเช่นนั้น ?
ร่องฟันของสายพานเข้ากับร่องฟันของมู่เล่ได้พอดี ทำให้การส่งถ่ายกำลังมีประสิทธิภาพสูงกว่าสายพานธรรมดา โดยปกติแล้วเมื่อเปลี่ยนสายพานใหม่ควรใช้สายพานที่มีร่องฟันแบบเดิม แต่สามารถใช้สายพานธรรมดาแทนได้ชั่วคราวในกรณีฉุกเฉิน
ควรเปลี่ยนวาล์วพีซีวีเมื่อไร ?
เมื่อเราไม่สามารถทำความสะอาดมันได้ดีเท่าที่ควร
เครื่องยนต์ที่มีกระบอกสูบ 6 อัน ย่อมหมายถึงว่ามีหัวเทียน 6 อันด้วยใช่ หรือไม่ ?
ใช่แล้วถ้าเป็นเครื่องยนต์แก๊สโซลีน แต่ละกระบอกสูบมีหัวเทียนหนื่งอัน สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลไม่มีหัวเทียน แต่จะมีหัวเผาอยู่ที่กระบอกสูบทุกอัน
ผมดึงสายหัวเทียนทุกเส้นออกหมด แล้วใส่สายหัวเทียนใหม่ แต่เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์แล้วมีเสียงดังผิดปกติ และบางครั้งก็ไม่ยอมสตาร์ตเอาเลย ผมทำอะไรผิดหรือ ?
ท่านทำบางอย่างผิดไปแล้ว คือ ต่อสายหัวเทียนผิดลำดับการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ ตรวจสอบลำดับการจุดระเบิดใหม่ แล้วต่อให้ถูกต้อง
หัวเทียนของผมต้องเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 6,500 กิโลเมตร ทำไม ?
อายุการทำงานของหัวเทียนสั้นกว่าปกติอาจมีสาเหตุมาจาก ใช้หัวเทียนไม่ถูกต้องตามที่กำหนดให้ใช้ ตั้งไฟแก่เกินใป ปรับส่วนผสมของอากาศและนํ้ามันเชื้อเพลิงไม่เหมาะสมคือ ส่วนผสมบางเกินไป หรือมีรอยรั่วที่ชุดแวดคั่ม หรือมีการหล่อลื่น ภายในกระบอกสูบน้อยเกินไป
ผมต้องเปลี่ยนท่อร่วมไอเสียใหม่ถึงสองครั้งแล้วในเวลาเพียง 7 เดือนที่ ผ่านมาน เนื่องจากมันเกิดรอยร้าวขึ้น ทำไมจึงมีรอยร้าวเกิดขึ้น?
สาเหตุที่อาจทำให้เกิดรอยร้าวคือ ท่อร่วมไอเสียไม่ได้ศูนย์กับส่วนอื่นๆ ของระบบไอเสีย จึงทำให้เกิดความเค้นขึ้นภายในท่อร่วมและอาจทำให้ท่อร่วมมีรอยร้าวเกิดขึ้นได้ หรืออาจมีนํ้าค่อนข้างเย็นหยดลงบนท่อร่วมไอเสียที่ร้อน หรืออาจเกิดจากความไม่ระมัดระวังในขณะขันสลักเกลียวยึดท่อร่วมไอเสีย คือเครื่องมือไปกระแทกกับท่อร่วมไอเสียจนแตกร้าว
มันเป็นสิ่งผิดปกติหรือไม่ถ้าต้องเปลี่ยนหน้าทองขาวทุกๆ สองเดือน ?
ผิดปกติ สาเหตุต่อไปนี้มีส่วนทำให้หน้าทองขาวมีอายุการใช้งานสั้นลงคือ ต่อ คอยล์กลับขั้ว สายดินที่จานจ่ายบกพร่อง และคอนเดนเซอร์เสีย การต่อคอยล์กลับขั้วยังทำให้คอนเดนเซอร์เสียอีกด้วย และจงจำไว้ว่าสายไฟแรงตํ่าจากจานจ่ายต้องต่อกับคอยล์ตรงขั้วลบ และถ้าพบว่าสาเหตุเกิดจากการต่อคอยล์กลับขั้วควรเปลี่ยนหน้าทองขาวและคอนเดนเซอร์ใหม่ด้วย
รถยนต์ของผมใช้งานมาหลายปี ผมสังเกตเห็นมีน้ำมันเครื่องเปรอะเปื้อนทั่วเครื่องยนต์ และผมต้องเติมน้ำมันเครื่องประมาณ 1 ลิตรทุกๆ 500 กิโลเมตร ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ?
แสดงว่ามีการรั่วไหลของน้ำมันเครื่องอย่างมากซึ่งอาจออกมาจากรอยรั่วของปะเก็นรูเสียบก้านวัดระดับน้ำมัน และจากใต้ฝาปิดช่องเติมนํ้ามันเครื่อง ในขณะเดียวกัน จะมีนํ้ามันเครื่องบางส่วนรั่วไหลเข้าไปในห้องสันดาปและเผาไหม้ คุณอาจใช้งานต่อไปโดยเติมนํ้ามันเครื่องเป็นประจำจนกว่าเครื่องยนต์จะหยุดทำงาน หรือซ่อมแซมชิ้นส่วนที่เสียหาย หรือยกเครื่อง หรือเปลี่ยนเครื่องใหม่ สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับ จำนวนเงินที่ท่านมีและตัดสินใจเอง
เครื่องยนต์โอเวอร์เฮดแคมของผมกินน้ำมันเครื่องประมาณ 1 ลิตรทุกๆ 800 กิโลเมตร ผมไม่เห็นมีรอยรั่วไหลของน้ำมันเครื่อง และรถยนต์ของ ผมได้ถูกใช้งานไม่มากมายอะไรนัก น้ำมันเครื่องมันหายไปไหน ?
ออกไปทางท่อไอเสียเนื่องจากนํ้ามันเครื่องบางส่วนเข้าไปเผาไหม้ในห้องสันดาป สิ่งนี้อาจไม่ใช่สิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเครื่องยนต์โอเวอร์เฮดแคม ทั้งนี้เพราะว่าเครื่องยนต์แบบนี้ต้องการน้ำมันเครื่องจำนวนมากมาหล่อลื่นกลไกปิดเปิดวาล์วซึ่งอยู่เหนือห้องสันดาป
ผมสังเกตเห็นมีหยดน้ำมันเครื่องบนพื้นใต้ท้องรถยนต์และมันดูเหมือนจะมีปริมาณมากขึ้นทุกวัน น้ำมันรั่วออกมาจากส่วนไหนของเครื่องยนต์ ?
ส่วนของเครื่องยนต์ที่อาจมีนํ้ามันเครื่องรั่วไหลออกมาได้แก่ ปะเก็นฝาครอบวาล์ว ปะเก็นอ่างนํ้ามันเครื่อง หรือปะเก็นฝาครอบไทม์มิ่ง หรืออาจเป็นเพราะสลักเกลียวที่ยึดส่วนต่างๆ ดังกล่าวหลวม นอกจากนี้อาจมีการรั่วไหลออกมาจากซีลหน้า หรือซีลหลังของเพลาข้อเหวี่ยง จากสวิตช์ความดันนํ้ามันเครื่อง จากไส้กรองนํ้ามันเครื่องที่หลวม หรือจากฝาปิดช่องเติมนํ้ามันและก้านวัดระดับนํ้ามันเครื่อง
มีน้ำหยดลงพื้นใต้ท้องรถยนต์ มันออกมาจากไหน ?
ลองเปิดฝาหม้อนํ้าออกและสังเกตนํ้าหล่อเย็น ถ้าน้ำหล่อเย็นค่อนข้างสะอาด แต่หยดนํ้าที่หยดออกมามีความสกปรกของสนิมปนอยู่ แสดงว่ารอยรั่วอาจเกิดตรงจุดระบายน้ำทิ้งของเสื้อสูบหรือจากปั๊มน้ำรอยรั่วที่เกิดขึ้นบริเวณหม้อนํ้า ได้แก่ ช่องระบายนํ้าทิ้ง ฝาหม้อนํ้า และบริเวณรังผึ้งหม้อน้ำ นอกจากนี้อาจรั่วไหลออกมาจากท่อนํ้าที่ขาด ข้อต่อที่หลวม และล้นออกมาจากถังนํ้าสำรอง และถ้ารถยนต์ของท่านติดแอร์ก็อาจเป็นไปได้ที่มีนํ้าไหลออกมาจากท่อระบายนํ้าทิ้งของแอร์ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
ที่มา:ธีระยุทธ  สุวรรณประทีป, สมชาย  กังวารจิตต์

ปัญหาเกี่ยวกับระบบเครื่องยนต์ของรถยนต์

Comments Off

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (ให้คะแนนความชอบได้ที่นี่)
Loading ... Loading ...

ความร้อนจากเครื่องยนต์เกิดขึ้นได้อย่างไรในขณะขับขี่?
ความร้อนที่เกิดขึ้นกับเครื่องยนต์ในขณะทำงานเกิดได้ 2 ทางคือ เนื่องจากการสันดาปของนํ้ามันเชื้อเพลิงภายในกระบอกสูบ และเนื่องจากการเสียดสีกันของชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องยนต์ แต่ความร้อนจะถูกควบคุมให้อยู่ในระดับปกติโดยใช้ระบบระบายความร้อน ระบบหล่อลื่น และระบบไอเสีย
ช่างเครื่องบอกผมว่า ผมสามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถ้าผมกลับ ฝาครอบหม้อกรองอากาศ หรือถอดหม้อกรองอากาศออก เขาให้เหตุผลว่าอากาศจะเข้าสู่เครื่องยนต์มากขึ้นและใช้น้ำมันเชื้อเพลิงน้อยลง เครื่องยนต์จะมีกำลังมากขึ้น เขาพูดถูกหรือไม่?
การที่ช่างเครื่องพูดเช่นนั้นถูกต้อง แต่ถ้าพิจารณาให้ดีแล้วจะเห็นได้ว่าการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีก 2-3 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อเทียบกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในภายหลังมันไม่คุ้มกันเลย ผลเสียของการเอาไส้กรองอากาศออกคือ ทำให้วาล์วเสียหายและเครื่องยนต์สตาร์ตยาก สิ่งสกปรกและฝุ่นละอองต่างๆ สามารถเข้าไปภายในเครื่องยนต์ได้โดยสะดวก ทำให้เครื่องยนต์หลวมเร็วขึ้น และถ้าหากฝุ่นละอองไปเกาะที่บ่าวาล์วทำให้วาล์วปิดไม่สนิท จะทำให้วาล์วไหม้โดยง่าย ผลเสียที่ตามมาอีกก็คือถ้าเกิดการจุดระเบิดย้อนกลับ เปลวไฟจะแลบออกมาจากคาร์บูเรเตอร์ได้ง่ายเพราะไม่มีหม้อกรองอากาศกั้นอยู่ และอาจทำให้เกิดการลุกไหม้เสียหายมากได้
โดยทั่วไปอายุการใช้งานเฉลี่ยของเครื่องยนต์ประมาณกี่กิโลเมตรจึงจะยกเครื่อง?
ปัญหานี้ตอบได้ยากมากเพราะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลายประการ เช่น หากเครื่องยนต์ได้รับการบำรุงรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม อย่างน้อยควรใช้งานได้ 120,000 กิโลเมตร ก่อนจะยกเครื่อง แต่ก็ไม่แน่นอนเสมอไป เครื่องยนต์บางเครื่องอาจได้ถึง 200,000 กิโลเมตร ในขณะที่บางเครื่องใช้เพียง 80,000 กิโลเมตรเท่านั้น
เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ?
สำหรับเครื่องยนต์แก๊สโซลีน เมื่อบิดกุญแจสตาร์ตไปที่ตำแหน่ง “ON” ล็อกพวงมาลัยจะถูกปลด กระแสไฟจากแบตเตอรี่จะไหลมายังระบบจุดระเบิด อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ก็จะสามารถทำงานได้ สัญญาณไฟเตือนต่างๆ ได้แก่ ไดชาร์จ ความดันน้ำมันเครื่อง เบรค และอื่นๆ จะติด เมื่อกุญแจบิดไปยังตำแหน่ง “START” อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ จะหยุดทำงานชั่วขณะเนื่องจากกระแสไฟจากแบตเตอรี่ถูกดึงมาใช้ในการทำงานของไดสตาร์ต ยกเว้นกระแสไฟในระบบจุดระเบิดเท่านั้นที่ยังคงทำงานอยู่ ในตำแหน่ง “START” กระแสไฟจะทำให้สวิต์แมกเนติคทำงาน คือจะดันเฟืองไดสตาร์ดซึ่งหมุนให้ไปขบกับล้อช่วยแรงและทำให้เครื่องยนต์หมุน
ในขณะเครื่องยนต์กำลังหมุน การเคลื่อนที่ของลูกสูบและวาล์ว จะทำให้อากาศถูกดูดเข้ามายังคาร์บูเรเตอร์และผสมกับละอองนํ้ามันเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ในกระบอกสูบ และเกิดการสันดาปขึ้นเนื่องจากประกายไฟจากหัวเทียน และเมื่อปล่อยกุญแจสตาร์ตจากการบิดไปยังตำแหน่ง “START” กุญแจจะคืนกลับมายังตำแหน่ง “ON” โดยอัตโนมัติ ซึ่งในตำแหน่งนี้ไดสตาร์ตจะหยุดทำงาน สัญญาณไฟเตือนต่างๆ จะดับ ส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าจะสามารถทำงานได้เพียงแค่เปิดสวิตช์เครื่องยนต์ซึ่งหมุนทำงานแล้วจะไปขับไดชาร์จทำให้เกิดกระแสไฟไปหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ส่วนกระแสไฟที่เหลือจะถูกชาร์จเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ให้เต็มหลังจากถูกดึงเอามาใช้ในการสตาร์ตเครื่องยนต์
เครื่องยนต์แบบลูกสูบชัก คืออะไร ?
เครื่องยนต์ซึ่งอาศัยหลักการเคลื่อนที่ไปมาของลูกสูบในกระบอกสูบ เราเรียกว่า เครื่องยนต์แบบลูกสูบชัก โดยทั่วไปเครื่องยนต์จะมีลักษณะเช่นนี้ แต่ยังมีเครื่องยนต์ประเภทอื่นอีกซึ่งมิได้ใช้การเคลื่อนที่ของลูกสูบในกระบอกสูบ ได้แก่เครื่องยนต์โรตารี่ และเครื่องยนต์กังหัน และมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
เพื่อนบ้านของผมบอกว่าเราสามารถเปลี่ยนจากน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดซุปเปอร์ มาเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดเบนซินธรรมดาได้ ทั้งๆ ที่เครื่องยนต์มีอัตราส่วนกำลังอัดสูง จริงหรือไม่?
ไม่จริงจนกว่าท่านจะได้ตั้งไฟใหม่โดยให้อ่อนกว่าเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงการน็อกซึ่งมักจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่เร่งเครื่องยนต์ แต่การตั้งไฟอ่อนจะทำให้เครื่องยนต์ร้อนมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้สมรรถนะของเครื่องยนต์ลดลง นั่นคือท่านอาจจ่ายค่านํ้ามันเชื้อเพลิงต่อลิตรน้อยลง แต่สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น
เครื่องยนต์แบบหัวแบน (flat-head) คืออะไร?
เครื่องยนต์แบบหัวแบนเป็นเครื่องยนต์ ซึ่งมีวาล์วและกลไกการทำงานของวาส์วอยู่รวมกันภายในเสื้อสูบแทนที่จะอยู่ภายในฝาสูบ เครื่องยนต์แบบนี้เป็นเครื่องยนต์ล้าสมัย แต่ยังเป็นที่นิยมกันในบางแห่ง
ทำไมจึงเรียกเครื่องยนต์บางชนิดว่าเป็นแบบรูปตัววี (V)?
เนื่องจากเครื่องยนต์มีลักษณะรูปตัววี (V) โดยปกติแล้วเครื่องยนต์ประเภทนี้มักมีตั้งแต่ 6 สูบขึ้นไป
ข้อดีข้อเสียของเครื่องยนต์ดีเซลเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์แก๊สโซลีน?
ข้อดีของเครื่องยนต์ดีเซลคือ ทนทานกว่า ค่าบำรุงรักษาตํ่ากว่า ประหยัดนํ้ามันเชื้อเพลิงมากกว่า
ข้อเสียของเครื่องยนต์ดีเซลคือ มีเสียงดังกว่า มีน้ำหนักมากกว่า สตาร์ตยากกว่า มีกลิ่นน้ำมันมากกว่า มีควันทางท่อไอเสียมากกว่า สั่นสะเทือนมากกว่า มีความเฉื่อยมากกว่า
เครื่องยนต์ดีเซล
รูปแสดงเครื่องยนต์ดีเซล
เหตุใดเครื่องยนต์ดีเซลจึงไม่ใช้หัวเทียน?
เนื่องจากเครื่องยนต์ดีเซลอาศัยหลักการอัดอากาศโดยการเคลื่อนที่ของลูกสูบภายในกระบอกสูบจนกระทั่งความดันและอุณหภูมิของอากาศสูงมากเพียงพอเมื่อนํ้ามันเชื้อเพลิงถูกฉีดเข้าไปจะเกิดการสันดาปขึ้น ทั้งนี้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยประกายไฟ เหตุนี้จะเห็นได้ว่าเครื่องยนต์ดีเซลมิได้ใช้หัวเทียนในการให้ประกายไฟเพื่อการสันดาป และที่เห็นหัวเผาอยู่ที่ทุกกระบอกสูบของเครื่องยนต์ดีเซลนั้นมิได้ทำหน้าที่ลักษณะเดียวกันกับหัวเทียน เพียงแต่หัวเผาเป็นตัวเพิ่มอุณหภูมิภายในห้องเผาไหม้ให้สูงขึ้นถึงจุดที่สามารถสันดาปได้เมื่อฉีดนํ้ามันเชื้อเพลิงเข้าไปในห้องเผาตอนสตาร์ตเครื่องยนต์ใหม่ๆ เท่านั้น
ทำไมเมื่อปิดสวิตช์กุญแจดับเครื่องยนต์แก๊สโซลีน แต่เครื่องยนต์ยังคง ทำงานต่อไปได้อีก?
อาการดังกล่าวหากเป็นกับเครื่องยนต์ดีเซลถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเป็นกับเครื่องยนต์แก๊สโซลีนแล้วจะต้องมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น อาการดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเพราะภายในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนมีอุณหภูมิสูง และเมื่อปิดสวิตช์แล้วแต่นํ้ามันเชื้อเพลิงยังคงผ่านเข้าไปในกระบอกสูบได้ ทำให้เกิดการจุดระเบิดขึ้นเองได้โดยปราศจากประกายไฟของหัวเทียน เครื่องยนต์จึงยังคงทำงานต่อไปได้อีกในลักษณะเช่นเดียวกับเครื่องยนต์ดีเซล อาการเช่นนี้ควรรีบแก้ไข
หม้อน้ำของเครื่องยนต์ซึ่งระบายความร้อนด้วยอากาศติดตั้งอยู่ที่ใด?
จริงๆ แล้ว เครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศไม่ใช่หม้อน้ำ และไม่มีท่อน้ำกับปั๊มนํ้าด้วย เครื่องยนต์ชนิดนี้ใช้อากาศช่วยในการระบายความร้อนโดยมีพัดลมพิเศษที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นตัวเป่าอากาศเย็นไปยังบริเวณของเครื่องยนต์ที่ร้อน
อะไรเป็นสาเหตุทำให้เครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศร้อนจัดเกินไป?
โดยทั่วไปมักมีสาเหตุมาจากสายพานขับเคลื่อนขาดหรือลื่นไถล นอกจากนี้อาจมีสาเหตุมาจากเกิดรอยร้าวที่เสื้อหุ้มพัดลม ท่อลมอุดตัน ข้อต่อท่อหลุด ครีบระบายความร้อนรอบกระบอกสูบอุดตัน หรือครีบของหม้อระบายความร้อนของน้ำมันเครื่องอุดตัน
เครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศสามารถใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์ได้หรือไม่?
ได้ และทำให้กำลังเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นสูงถึง 100% โดยไม่ต้องดัดแปลงอะไรมาภมาย แต่ข้อควรระวังคือ บริเวณฝาสูบของเครื่องยนต์อาจร้อนจัดเกินไปก็ได้ ทางที่ดี ควรติดมาตรวัดอุณหภูมิเพื่อให้ทราบอุณหภูมิที่ฝาสูบได้ตลอดเวลา
รถยนต์คันใหม่ล่าสุดของผมดูเหมือนจะกินน้ำมันเชื้อเพลิงมากในตอนแรก แต่ยิ่งขับขี่ไปเรื่อยๆ ยิ่งประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?
รถยนต์ใหม่จะใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงมากและสมรรถนะค่อนข้างตํ่า เพราะว่าชิ้นส่วนต่างๆ ที่หมุนและเคลื่อนที่ไปมายังใหม่อยู่ ชิ้นส่วนค่อนข้างคับ ผิวสัมผัสไม่เรียบ และยังเข้ากันไม่เหมาะสม นั่นคือเครื่องยนต์แน่นเกินไป ในช่วงเวลาที่ใช้งานเครื่องยนต์เริ่มเดินเข้าที่ ชิ้นส่วนต่างๆ เริ่มหลวมบ้างเล็กน้อย และเข้ากันได้เหมาะสมมากขึ้น โดยทั่วไปเครื่องยนต์ใหม่จะเข้าที่เมื่อใช้งานไปแล้วประมาณ 15,000 กิโลเมตร เช่น ในตอนแรกท่านอาจเริ่มต้นด้วยการใช้นํ้ามันเชื้อเพลิง 8 กิโลเมตรต่อลิตร และเมื่อใช้ไปจะเป็น 12 กิโลเมตรต่อลิตรเมื่อถึงระยะทาง 15,000 กิโลเมตร เป็นต้น
ที่มา:ธีระยุทธ  สุวรรณประทีป, สมชาย  กังวารจิตต์