น้ำมันหล่อลื่นในระบบทำความเย็น REFRIGERATION OIL

Posted on : 23-05-2013 | By : Author | In : ระบบต่าง ๆ ในรถยนต์

ชิ้นส่วนต่างๆ ที่เคลื่อนไหวและไม่เคลื่อนไหวเช่น ซีล ประเก็นชิ้นส่วนเหล่านี้ต้องการการหล่อลื่นทั้งสิ้น นํ้ามันหล่อลื่นจำนวนเล็กน้อยซึ่งถูกผสมกับสารทำความเย็นจะถูกหมุนเวียนอยู่ในระบบ และทำหน้าที่หล่อลื่นชิ้นส่วนภายในระบบให้อยู่ในสภาพการทำงานที่ดี ลดความฝืดและการสึกหรอของชิ้นส่วน
น้ำมันที่ใช้ในการหล่อลื่นในระบบทำความเย็นเป็นน้ำมันพิเศษโดยเฉพาะห้ามใช้น้ำมันอย่างอื่นแทนเป็นอันขาด น้ำมันที่ใช้เป็นน้ำมันที่กลั่นเอาสารเจือปน เช่น ขี้ผึ้ง กำมะถันและความชื้นออกหมดแล้ว น้ำมันหล่อลื่นสำหรับระบบทำความเย็นมีราคาค่อนข้างถูก ดังนั้นจึงไม่ควรใช้น้ำมันชนิดอื่นมาหล่อลื่นระบบทำความเย็น
น้ำมันหล่อลื่นที่ใช้มีหลายเกรด มีความหนืดต่างกัน เช่นขนาดความหนืด 300 SSU (ค่าความหนืดมีหน่วยวัดเป็น SSU.)
น้ำมันหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์ควรมีคุณสมบัติดังนี้
1. คุณสมบัติทางเคมี
2. มีความหนืด
3. เป็นของเหลวที่ไหลได้ตลอดเวลา
4. ไม่มีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้า
1. คุณสมบัติทางเคมี
ต้องไม่เป็นน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางเคมีเมื่อใช้งานดังนั้นน้ำมันที่ใช้จึงต้องระมัดระวังมากควรเติมแต่น้ำมันหล่อลื่นชนิดมีมาตรฐานสูงเท่านั้น ลักษณะของน้ำมันหล่อลื่นที่ดีคือน้ำมันที่มีไฮโดรคาร์บอนผสมอยู่น้อย
2. มีความหนืด
น้ำมันหล่อลื่นมีความหนืดหลายเกรด ค่าความหนืดมีหน่วยวัดเป็น SSU การอ่านค่าความหนืดมีหลักเกณฑ์ที่ควรทราบคือ ถ้าตัวเลขมากค่าความหนืดก็มากถ้าตัวเลขน้อยค่าความหนืดน้อยและค่าความหนืดนี้จะแปรผันไปตามอุณหภูมิ กล่าวคือถ้าอุณหภูมิสูงขึ้น ค่าความหนืดจะต่ำลงแต่ถ้าอุณหภูมิต่ำลงค่าความหนืดจะสูงขึ้น สังเกตได้จากรูปภาพที่ 11-1 เป็น Curve แสดงความหนืดของสารทำความเย็นผสม น้ำมันหล่อลื่น ณ อุณหภูมิต่างๆ


ภาพที่ 11-1 กราฟแสดงค่าความหนืดของน้ำมันหล่อลื่นที่ผสมกับสารทำความเย็น(%) ณ.ที่อุณหภูมิต่างๆ
จากกราฟแสดงให้เห็นว่าน้ำมันหล่อลื่นที่ความหนืด 200 SSU ผสมกับสารทำความเย็น 10% ตรงกับอุณหภูมิ 60°ฟ แต่ถ้าหากอุณหภูมิสูงขึ้นเป็น 80°ฟ ณที่สารทำความเย็น 10% ผสมน้ำมันหล่อลื่นค่าความหนืดคงเดิม ค่าความหนืดจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ระดับของน้ำมันหล่อลื่นในคอมเพรสเซอร์ควรเอาใจใส่และทำการตรวจทุกครั้งที่มีการซ่อมหรือบริการเกี่ยวกับเครื่องทำความเย็น การเติมน้ำมันหล่อลื่นควรเติมตามคำแนะนำของผู้สร้างคอมเพรสเซอร์แต่ละบริษัท
วิธีการวัดระดับน้ำมันหล่อลื่น มีเหล็กสำหรับวัดคล้ายกับวิธีวัดระดับน้ำมันเครื่องของรถยนต์ สำหรับระดับน้ำมันหล่อลื่นของเครื่องคอมเพรสเซอร์เครื่องทำความเย็นในรถยนต์มีเหล็กวัดขนาดต่างๆ กันเเล้วแต่บริษัทผู้สร้าง ภาพต่อไปนี้ เป็นลักษณะเหล็กวัดระดับน้ำมันหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์ของเครื่องปรับอากาศรถยนต์ของแต่ละบริษัท


ภาพที่ 10 -2ก เหล็กวัดระดับน้ำมันหล่อลื่นของบริษัทยอร์ค


ภาพที่ 10-2ข เหล็กวัดระดับน้ำมันหล่อลื่นของบริษัทเทคัมเช่


ภาพที่ 10-2ค ลักษณะการตรวจระดับน้ำมันหล่อลื่นขณะคอมเพรสเซ่อร์ติดอยู่ในรถยนต์


ภาพที่10-2ง เหล็กวัดระดับน้ำมันหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์แบบตัววี
3. สภาวะการไหลของน้ำมันหล่อลื่น
น้ำมันหล่อลื่นที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไปมีความหนืด 2 ประเภทประเภทที่ 1 หยุดไหลเมื่อมีอุณหภูมิต่ำ
ประเภทที่ 2 การไหลเป็นปกติตลอดเวลา
น้ำมันหล่อลื่นประเภทที่ 1 หยุดไหลเมื่อมีอุณหภูมิต่ำ
น้ำมันหล่อลื่นประกอบไปด้วยส่วนผสมของแว๊กซ (Wax) และพาราฟินดังนั้น เมื่ออุณหภูมิต่ำพวกแว๊กซและสารพาราฟินในน้ำมันจะเพิ่มความหนืดมากขึ้นกว่าปกติ ทำให้น้ำมันหล่อลื่นไหลไม่สะดวกหรือหยุดไหลอันอาจทำให้เกิดผลเสียต่อการหล่อลื่นชิ้นส่วนภายในระบบทำความเย็น ทำให้ระบบทำความเย็นเกิดการขัดข้องได้ การใช้น้ำมันหล่อลื่นประเภทนี้ต้องใช้ความระมัดระวังมากเมื่ออากาศมีอุณหภูมิต่ำมาก
น้ำมันหล่อลื่นประเภทที่ 2 การไหลเป็นปกติตลอดเวลา
น้ำมันหล่อลื่นประเภทนี้มีคุณสมบัติการไหลดีกว่าประเภทแรกเพราะสามารถไหลได้ตลอดเวลาโดยไม่คำนึงถึงอุณหภูมิสูงหรือต่ำ ทำให้ลดปัญหาการหยุดไหลของน้ำมันหล่อลื่น ปัจจุบันนิยมใช้น้ำมันหล่อลื่นประเภทหลังมากกว่าประเภทแรก
4. ไม่มีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้า
น้ำมันเป็นตัวนำไฟฟ้าอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องพยายามทำให้น้ำมันหล่อลื่นไม่เป็นตัวนำไฟฟ้าหรือเป็นตัวนำไฟฟ้าที่เลวที่สุดเพราะอาจเกิดการรั่วจากมอเตอร์หรือระบบวงจรไฟฟ้าอื่นๆ ในคอมเพรสเซอร์เช่นมอเตอร์และคอมเพรสเซอร์ที่อยู่เป็นชุดเดียวกัน (Hermetic Compressor)
ข้อควรระมัดระวังและข้อควรจำเกี่ยวกับการเติมน้ำมันหล่อลื่น
1. ตรวจดูให้แน่ใจว่าเป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับระบบทำความเย็น
2. ห้ามใช้น้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้ว
3. ก่อนทำการเติมน้ำมันหล่อลื่นควรสังเกตดูด้วยว่าปิดฝาถ่ายน้ำมันหรือยัง
4. ปิดฝากระป๋องน้ำมันหล่อลื่นทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งานแล้ว

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

Share this :

  • Stumble upon
  • twitter

Comments are closed.