Featured Posts

การตรวจซ่อมแซมเครื่องยนต์

Comments Off on การตรวจซ่อมแซมเครื่องยนต์

Posted on : 29-10-2012 | By : Author | In : ระบบต่าง ๆ ในรถยนต์

ตรวจเครื่องยนต์

1.  เครื่องยนต์สตาร์ทไม่หมุน สาเหตุ

-หม้อแบตเตอรี่ไม่มีไฟ หรือมีแต่มีน้อย

-ขั้วแบตเตอรี่หลวม สายที่หลวมจะร้อน

-สายไฟสตาร์ทรั่วหรือช็อต

-ตัวสตาร์ทเตอร์เสีย

-เฟืองสตาร์ทเตอร์ขัดตัวกับเฟืองของเครื่องยนต์(เครื่องยนต์จะติดแน่นหมุนไม่ได้เลย)

-ก้านลูกสูบหลุด และขัดตัวกับข้อเหวี่ยง(เครื่องไม่หมุนเช่นกัน)

-เครื่องยนต์ฝืด

2.  เครื่องยนต์สตาร์ทหมุนดีแต่เครื่องไม่ติด

ก.เกี่ยวกับไฟ

-หัวเทียนไม่ทำงาน

-ต่อสายไฟหรือสายเรียงสูบผิด

-สายไฟหลวมหรือหลุด

-สายไฟรั่วหรือช็อต

-ฉนวนหุ้มสายไฟมากเกินไปไฟเดนไม่ถึงหัวเทียน

-คอยล์เสีย

-คอนเดนเซอร์เสื่อมหรือเสีย

-หน้าทองขาวไม่ทำงาน

ก.  ตั้งหน้าทองขาวชิดหรือห่างเกินไป

ข.  หน้าทองขาวไหม้หรือสกปรก

ค.  หน้าทองขาวไม่เรียบบิดงอมีหน้าสัมผัสน้อย

-ตั้งไฟอ่อนหรือแก่เกินไป

ข.  เกี่ยวกับเชื้อเพลิง

-น้ำมันหมด

-น้ำมันมีน้ำปน

-น้ำมันเข้ามากหรือเข้าน้อยเกินไป

-ท่อทางเดินน้ำมันตันหรือรั่วซึม

-ปั๊มพ์น้ำมันเสีย

3.  เครื่องยนต์ติดไม่เต็มสูบ

-หัวเทียนไม่ทำงานเป็นบางสูบ

-ไฟเดินไม่สะดวกเป็นบางสูบ เนื่องจากมีฉนวนหุ้มสายไฟมากเกินไป

-แกนกลางของกระปุกจานจ่ายคด ทำให้ทองขาวอ้าไม่เท่ากัน

-เครื่องยนต์กำลังอัดต่ำเป็นบางสูบ

-ต่อสายหัวเทียนกลับกันเป็นบางส่วน

-ฝาสูบแตก

4.  เครื่องยนต์ติดแล้วเดินเบาดับ

-น้ำมันเข้ามากหรือเข้าน้อยเกินไป

-เครื่องยนต์ กำลังอัดต่ำ

-ตั้งไฟอ่อนหรือแก่เกินไป

-ส่วนผสมของน้ำมันกับอากาศไม่ถูกส่วน

-เครื่องยนต์ฝืด

-ใช้น้ำมันเครื่องข้นเกินไป

-เข็มนมหนูตัวเดินเบา ตัน

5.  เครื่องยนต์ติดแล้วดับอย่างกะทันหัน

-สายไฟหลวมหลุดหรือขาดหรือทองขาวไม่ทำงาน

-น้ำมันหมดทางเดินน้ำมันตัน แป๊บน้ำมันรั่วหรือซึม

-ก้านลูกสูบหลุดออกมาขัดตัวกับข้อเหวี่ยง

-เครื่องยนต์ฝืด

6.  เครื่องยนต์ติดแต่เดินเบาไม่เรียบ

-เกิดจากเครื่องยนต์เดินไม่ครบทุกสูบ

-ตั้งเขี้ยวหัวเทียนไม่เท่ากัน

-ตั้งวาวไอดีและไอเสียไม่เท่ากัน

-น้ำมันมาไม่สม่ำเสมอ มีฟองอากาศปนอยู่

-แกนลูกเบี้ยวในกระปุกจานจ่ายคด ทำให้หน้าทองขาวอ้าไม่เท่ากัน

-ตั้งน้ำมันกับอากาศไม่ถูกส่วน

-น้ำมันเข้ามากเกินไป

-หัวเทียนเสื่อมทำงานบ้างไม่ทำบ้าง

7.  เครื่องยนต์ติดแล้วแต่เมื่อเร่งเครื่องมีอาการคล้ายๆ จะดับ

-น้ำมันเข้ามากเกินไป

-ปั๊มพ์น้ำมันในคาร์บูเรเตอร์เสีย คือฉีดน้ำมันไม่เป็นฝอยหรือสายบังคับปั๊มพ์หลุด

-ตั้งส่วนผสมของน้ำมันกับอากาศไม่ถูกส่วน

8.  เครื่องยนต์ดับและติดใหม่อีกเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วดับอีก

-น้ำมันหมด

-น้ำมันรั่วหรือซึม

-หน้าทองขาวชิดเกินไป

-น้ำมันเข้าน้อยเกินไป เนื่องจากมีสิ่งสกปรกตามท่อทางเดินน้ำมัน หรืออากาศเข้าถังน้ำมันได้น้อย

-ส่วนผสมของน้ำมันกับอากาศไม่ถูกส่วน

-ปั๊มพ์น้ำมันเชื้อเพลิงอาจเสื่อม

9.  เครื่องยนต์ดับแล้วติดยาก

-หน้าทองขาวไม่ทำงานหรือตั้งห่างหรือชิดเกินไป

-น้ำมันมาไม่เต็มแป๊บมีฟองอากาศปนอยู่

-มีน้ำปนอยู่กับน้ำมัน

-น้ำมันเข้ามากหรือน้อยเกินไป

-มีน้ำอยู่ในกระบอกสูบหรือฝาสูบแตก

-หัวเทียนมีเขม่าหรือเสื่อม

10.  เครื่องยนต์ติดแล้วดับและติดใหม่อีกเมื่อเครื่องเย็นหรือมีการกระตุก

-คอนเดนเซอร์เสียหรือเสื่อมคุณภาพหรือสายไฟหลวม

-คอยล์เสื่อมมีอาการร้อน

-เครื่องยนต์ร้อนมาก ทำให้เครื่องยนต์ฝืด

11.  เครื่องยนต์ติดแต่กำลังตก

-เกิดจากการตั้งไฟอ่อนหรือแก่เกินไป

-เครื่องเดินไม่เต็มสูบ

-ตั้งลิ้นไอดีไอเสียมากเกินไป

-เครื่องยนต์ฝืด

-เครื่องยนต์กำลังอัดต่ำ

-น้ำมันเข้ามากหรือเข้าน้อยเกินไป

-ส่วนผสมของน้ำมันกับอากาศไม่ถูกส่วน

-ใช้เครื่องยนต์ทำงานหนักเกินกำลัง

-ล้อยางมีลมน้อย(ยางอ่อน)หรือเบรคค้างติดกับจานล้อ

12.  เครื่องยนต์ติดแต่มีเสียงจามออกมาทางท่อไอดี

-น้ำมันเข้ามากเกินไป(น้ำมันท่วม)

-วาวไอดีรั่ว ค้าง สปริงอ่อนหรือหัก ตั้งชิดเกินไป

-ใส่สายหัวเทียนผิด

-ตั้งไฟแก่เกินไปหรือระบบไฟคลาดเคลื่อน

13.  เครื่องติดแต่มีเสียงระเบิดออกทางท่อไอเสีย

-ใส่สายหัวเทียนผิดหรือไฟรั่วเข้าหากัน

-วาวไอเสียรั่ว สปริงอ่อน ตั้งชิดเกินไป หรือเปิดค้างอยู่

14.  เครื่องยนต์ดีเซล (เครื่องที่ใช้เก็บน้ำมันโซล่า)

เครื่องยนต์ไม่ติดหรือติดยาก

1. กำลังอัดต่ำ

-แหวนลูกสูบหลวม

-แหวนลูกสูบหัก

-ลูกสูบหลวม

-แป๊กกิ้งฝาสูบแตก

-แหวนลูกสูบตาย(ไม่เป็นสปริง)

2.  ตั้งปั๊มพ์น้ำมันเชื้อเพลิงผิดหรือปั๊มพ์เสีย

3.  ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงตัน

4.  หัวฉีดตันหรือฉีดน้ำมันไม่เป็นฝอย

5.  ใส่สายหัวฉีดผิด

6.  ปั๊มพ์น้ำมันรั่วหรือซึม มีอากาศปนอยู่ในระบบท่อทางเดิน

7.  มีน้ำปนอยู่กับน้ำมัน

8.  น้ำมันหมด ไล่อากาศออกไม่หมด

9.  ตั้งวาวชิดหรือห่างเกินไป

10. ฝาสูบแตก

15.  เมื่อน้ำมันหมดไล่อากาศแล้ว แต่เครื่องยังเดินไม่เต็มสูบ

-น้ำมันหมด

-น้ำมันมีน้อย เมื่อรถขึ้นเนินชันสายดูดจะดูดไม่ถึงทำให้มีอากาศอยู่ในท่อทางเดินน้ำมัน

-แป๊บน้ำมันซึมหรือรั่ว

-ปั๊มพ์น้ำมันเสีย

-ท่อทางเดินน้ำมันตัน เช่น ไส้กรองตัน เป็นต้น

-ตัวเครื่องยนต์ หรือตัวเฟืองในระบบเครื่องเสีย

-สายไฟระบบเผาไหม้ คือ ขาด หลวม หลุด สายไฟรั่ว

-คอยล์ เสื่อม หรือเสีย

-หน้าทองขาวในกระปุกจานจ่าย ไหม้ หรือชิดเกินไป เนื่องจากการสึกหรอ

-คอนเดนเซอร์เสื่อมหรือเสีย

-ไฟในแบตเตอรี่หมดหรือมีน้อยไม่พอกับการจุดระเบิด