Featured Posts

เครื่องมือเตือนสภาพของรถ

Comments Off on เครื่องมือเตือนสภาพของรถ

Posted on : 22-10-2012 | By : Author | In : การดูแลรักษารถ

เกย์วัดความดันน้ำมันเครื่อง

เครื่องมือที่ใช้เตือนสภาพต่าง ๆ ของรถที่ควรมี

ในรถยนต์ส่วนมากนั้นที่แผงหน้าปัทม์มักจะมีเกย์บอกความเร็วรถ (speedometer) เกย์บอกปริมาณน้ำมัน(fuel gauge) และไฟเตือนบอกความดันน้ำมันเครื่อง (oil pressure) แต่ไฟเตือนพวกนี้ จะติดก็ต่อเมื่อมีบางสิ่งเริ่มเสียไปแล้ว ดังนั้นทางที่ดี เราควรที่จะมี เครื่องมือบางอย่างที่สามารถบอกให้ทราบล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดการเสียของเครื่องยนต์ หรือชิ้นส่วนบางอย่าง

ตำแหน่งการติดตั้งสำหรับหน้าปัทม์ใหม่ ๆ ที่เพิ่มนั้น ควรจะติดไว้ที่ตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ง่าย โดยไม่ต้องชำเลืองตามอง ทางที่ดีแล้วก็ควรที่จะติดตามแนวยาวของหน้าปัทม์เดิม แต่อย่าติดในตำแหน่งที่พวงมาลัยหรือก้านพวงมาลัยบังอยู่

แอมมิเตอร์ (Ammeter)

จุดประสงค์ใหญ่ก็คือแสดงการชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ หรือดิสชาร์จแบตเตอรี่ ทำนองเดียวกันมันยังสามารถบอกได้ถึงว่าวงจรไฟและส่วนประกอบอื่น ๆ ที่เหลือเป็นอย่างไร ได้อีกด้วย

การเช็คระบบการชาร์จไฟ

ถ้าระบบการชาร์จไฟทำงานปกติ และแบตเตอรี่อยู่ในสภาพที่ด เราเร่งเครื่องให้รถวิ่งประมาณ 50 ก.ม./ช.ม. เข็มของแอมมเตอร์จะต้องชี้ระหว่าง 20-30 แอมแปร์ทางด้านบวก (โดยที่เรายังไม่เปิดไฟต่าง ๆ หรือที่ปัดน้ำฝนเลย) หลังจากนั้น ไม่กี่นาทีอัตราการเคลื่อนที่ของเข็มจะลดลง และเมื่อวิ่งไปไม่กี่ ก.ม. เข็มจะต้องอยู่ระหว่าง 0-5 แอมแปร์ทางด้านบวก (cha rge)

เมื่อเราวิ่งประมาณ 50 ก.ม./ช.ม. เข็มจะต้องไม่ชี้ไปทางลบ discharge เลยถึงแม้ว่าเราจะเปิดไฟหน้าและที่ปัดน้ำฝน แต่ถ้าเข็มเลยไปทางลบ (discharge) ให้เช็คสายพานว่าตึงพอไหม ถ้าตึงพอก็ให้เช็คเยนเนอเรเตอร์ (generator) หรือเช็คโวลเต็จเรกูเลเตอร์ (voltage regulator) ในกรณีที่อัตราการชาร์จไฟต่ำลงเรื่อย ๆ สาเหตุอาจเกิดจากสายพานของเยนเนอเรเตอร์หลวม ให้ไขให้แน่น

การเช็คระบบไฟในรถ

ไฟเลี้ยว เปิดสวิทช์ทิ้งไว้ แต่ไม่สตาร์ทเครื่องแล้วเปิดไฟเลี้ยวทีละข้าง แล้วดูที่แอมมิเตอร์เข็มจะต้องชี้ด้านลบ disch­arge เท่ากัน ในกรณีที่ไมเท่ากัน อาจเกิดจากหลอดไฟ สายไฟ หรือการลงดินไม่ดี

ที่ปัดน้ำฝน ทำให้กระจกหน้าเปียกแล้วเปิดสวิทซ์ เข็มของ แอมมิเตอร์จะต้องอยู่คงที่ ยกเว้นตอนที่ที่ปัดน้ำฝนเปลี่ยนทิศ ทางการเคลื่อนที่เมื่อตอนสุด ซึ่งเข็มจะขยับเพียงเล็กน้อย ในกรณีที่เข็มสั่นตลอดเมื่อเปิดที่ปัดน้ำฝน หรือเข็มเคลื่อนไปในทางลบ(discharge)เรื่อย ๆ เกิดจากเมคแคนิซึม(mechanism) ของที่ปัดน้ำฝนพลาด

เกย์บอกสภาพของแบตเตอรี่ (Battery condition- indicator)

เนื่องจากแอมมิเตอร์เป็นเพียงตัวบอกถึงการชาร์จ หรือดิสชาร์จ (discharge) เข้าสู่(แบตเตอรี่ และเครื่องมือที่ใช้อยู่นั้น กินไฟมากหรือน้อยกว่าที่เยนเนอเรเตอร์ให้ไฟออกมา แต่ยังไม่ได้บอกว่าแบตเตอรี่ตอนนี้ถูกชาร์จอยู่ในสภาพดีหรือยัง

ในการเช็คว่าแบตเตอรี่ตอนนี้อยู่ในสภาพดีแล้วทำได้ โดยใช้โวลท์มิเตอร์ หรือ battery condition indicator โดยทั่วไปแล้ว indicator ตัวนี้จะมีขีดซึ่งบอกค่าระหว่าง 11 โวถลท์ถึงประมาณ 15 โวลท์กว่า ๆ โดยที่ช่วงต่ำกว่า 13 โวลท์ มักจะเขียน ไว้ว่า “off charge” ถ้าเข็มชี้อยูในช่วงตํ่ากว่า 13 โวลท์นี้ เมื่อตอนเปิดสวิทช์แสดงว่าแบตเตอรี่นี้ให้แรงดันออกมาน้อยไป แต่ถ้าเมื่อตอนวิ่งแล้วเข็มเกิน 15 โวลท์ แสดงว่าชาร์จไฟมากไป (overcharge) และถ้าเข็มชี้ช่วง 13 ถึง 15 โวลท์ (on charge) แสดงว่าแบตเตอรี่อยู่ในสภาพที่ดี

เกย์วัดความดันน้ำมันเครื่อง (Oil pressure guage)

ในรถส่วนมากมักจะมีแต่ไฟเตือนเมื่อความดันของน้ำมันเครื่องตกลงมาถึงค่าๆ หนึ่ง ซึ่งปกติจะประมาณ 5-10 psi (บางคันก็สูงกว่านี้) แต่ในขณะที่ความดันตกลงมาเรื่อยๆ นั้นอาจจะมีการเสียหายอย่างมากมายเกิดขึ้น โดยปกติแล้วความดันควรจะอยู่ระหว่าง 45 ถึง 60 psi เมื่อรถวิ่งและขณะที่รถซึ่งสตาร์ทเครื่องแล้วจอดอยู่กับที่ ความดันควรอยู่ระหว่าง 20 ถึง 25 Psi

Oil pressure guage นี้จะทำให้เราทราบได้ทันทีว่าแรงดันเริ่มลดลงในกรณีที่ลดลงขณะที่ขับอยู่ ให้หยุดเครื่องทันทีและลงมาส่ำรวจดูปริมาณน้ำมันเครื่อง และดูว่าน้ำมันเครื่องยังสะอาดอยู่หรือเปล่า

ในกรณีที่เครื่องเย็น เข็มอาจจะชี้สูงกว่าปกติ ในช่วงนี้อย่าขับหรือเร่งเครื่องมากเกินไปจนกระทั่งเข็มชี้อยู่ในช่วงปกติ

เกย์ความร้อน (Water temperature gauge)

เกย์ความร้อนนี้จะเป็นตัวเตือนก่อนเพื่อนในกรณีที่เครื่องร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไป หลังจากสตาร์ทและวิ่งไปแล้วเป็นระยะทางประมาณ 4 ก.ม. เข็มความร้อนควรจะชี้อยู่ในช่วงปกติ ซึ่งมีค่าอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 80-85°C หรืออาจจะสูงกว่านี้เล็กน้อยแต่จะต้องไม่ถึงขีดแดง

ในกรณีที่เข็มชี้ผิดปกติไปเมื่อวิ่งอยู่บนทางที่รถไม่ติดให้หยุดรถและสำรวจหม้อน้ำทันที ในกรณีที่เทอโมสตัท ยังทำงานปกติอาจเกิดเพราะสายพานขาด หรือหม้อน้ำรั่วหรือฝาครอบพัดลมอาจจะแตก ควรปล่อยให้เครื่องเย็นลงเองก่อนเปิดฝาครอบหม้อน้ำ เติมน้ำลงไป (ถ้าเป็นไปได้ ควรเป็นน้ำร้อนป แต่ในกรณีฉุกเฉินอาจใช้น้ำทำความสะอาดกระจกหน้า

เกย์วัดรอบ(tachometer)

เกย์วัดรอบนี้จะแสดงจำนวนรอบของเพลาข้อเหวี่ยง(crankshaft) ต่อนาที โดยมากแล้วจะถูกต้องมากกว่าเกย์วัดรอบที่ติดมากับรถ ซึ่งบอกจำนวนรอบอย่างหยาบๆ จุดประสงค์ของการติดเกย์วัดรอบ เพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาการเปลี่ยนเกียร์ ถ้าต้องการประหวัด ช่วงการเปลี่ยนเกียร์มักตกอยู่ในช่วง 2,000-3,000 รอบต่อนาที หรือถ้าต้องการกำลังมากก็มักจะเปลี่ยนที่รอบ ซึ่งให้กำลังมากที่สุด โดยที่รถแต่ละคันจะมีค่ารอบไม่เท่ากัน (ควรดู specification ของรถ)

เกย์วัดรอบนี้มักจะมีช่วงขีดเป็นสีแดงซึ่งจะเป็นเขตที่รอบเครื่องสูงมาก ปกติแล้วไม่ควรเร่งหรือลากเกียร์ให้ถึงเขตแดงนี้ เพราะจะทำให้เครื่องหมุนรอบจัดเกินไป

เกย์วัดสูญญากาศ (Vacuum guage)

เกย์ชนิดนี้จะบอกให้ทราบถึงสภาพของเครื่องยนต์โดยมากจะบอกเป็นนิ้วของปรอท (in-Hg) ซึ่งเป็นค่าความแตกต่างของแรงดันระหว่างอากาศข้างนอก และภายในท่อไอดี (inlet manifold) เกย์ชนิดนี้จะแบ่งออกเป็นช่วงที่มีสีต่างๆ กัน เมื่อเครื่องยนต์อยู่ในสภาพที่ดีที่ idle speed (start เครื่องโดยไม่วิ่ง) เข็มจะต้องชี้อยู่ระหว่าง 17-21 in-Hg (โดยมากมักเป็นช่วงสีเขียว) ถ้ารถวิ่งเข็มควรชี้ในช่วง 10-18 in-Hg โดยที่ยิ่งสูงยิ่งดี (มักเป็นช่วงสีน้ำเงิน)

ในกรณีที่เข็มชี้ต่ำกว่าที่กล่าวมาแสดงว่าตั้งไฟอ่อนไปหรือ compression ratio ลดลง แต่ถ้าเข็มส่ายไปมาแสดงว่าการจุดระเบิดผิดพลาดหรือไม่ระเบิดหรือแรงดันของลูกสูบลดลงในกรณีที่เข็มต่ำมากๆ แสดงว่าท่อไอดีรั่ว

ต่อไปเรามาพิจารณาดูว่า ถ้าเข็มชี้ในแต่ละช่วงของ vacuum guage จะหมายถึงอะไร

เกย์วัดสูญญากาศ

ที่มา:กนก เดชาวาศน์