Featured Posts

เทคนิครถยนต์:ประแจทอร์ค

Comments Off on เทคนิครถยนต์:ประแจทอร์ค

Posted on : 22-10-2012 | By : Author | In : การดูแลรักษารถ

ประแจทอร์ค

ท่านที่เป็นช่างสมัครเล่น ไม่ว่าเพิ่งจะเริ่มหรือเป็นมานานแล้วก็ตาม คงจะรู้จักประแจทอร์ค (Torgue Wrench) เป็นอย่างดีแล้ว และคงเคยใช้กันมาอย่างช่ำชองแล้ว  สำหรับท่านที่ยังไม่รู้จักก็จะขอแนะนำในที่นี้เลยว่า ประแจทอร์ค (หรือประแจปอนด์ที่เรียกติดปากเพราะหน่วยอังกฤษอ่านคำได้เป็นฟุต-ปอนด์ แต่ในหน่วยเมตตริกอ่านค่าเป็นเมตร-กิโลกรัม  จึงขอเรียกรวมๆ กันเป็นประแจทอร์ค) เป็นเครื่องมือที่ใช้เช็คขนาดความแน่นของโบล์ทและนัตที่ขัน โดยวัดเป็นแรงบิด (Torgue) บางท่านอาจจะคิดว่าทำไมต้องซื้อประแจทอร์คมาใช้กันให้เปลืองเงิน ก็เมื่อเราใช้ความรู้สึกในขณะขันประมาณ ว่าแน่นแล้วหรือยังก็พอแล้วสำหรับท่านที่ชำนาญมากๆ แล้ว อาจจะกะประมาณได้ใกล้เคียงความจริง แต่ท่านที่ไม่ชำนาญจริงๆ แล้วจะทำให้บางครั้งขันแน่นเกินไป จนเกิดผลเสียหาย หรือบางครั้งหลวดเกินไป

ผู้ผลิตรถยนต์หรือเครื่องยนต์ทุกแห่ง เมื่อออกแบบเครื่องยนต์และชิ้นส่วนต่างๆ ของตัวรถ จะต้องมีการกำหนดขนาดแรงบิดที่จะต้องขันตามจุดต่างๆ ที่สำคัญๆ ไว้เป็นมาตรฐานตามที่ได้คำนวณออกแบบไว้  ดังนั้นผู้ใช้ควรจะขันตามขนาดที่กำหนดไว้  เพราะบางส่วนต้องขันแน่นมาก เพื่อความปลอดภัย บางส่วนอาจไม่ต้องขันแน่นนัก เพื่อเผื่อไว้ตอนที่มันขยายตัว จะขอยกตัวอย่างเช่นฝาครอบวาล์ว  ซึ่งถ้าขันแน่นเกินไปแทนที่จะอัดปะเก็นให้กันรั่วได้ดีขึ้น กลับกลายเป็นว่าทำให้รั่วมากขึ้น ทั้งนี้เพราะว่าเราขันโบล์ทของฝาครอบวาล์วแน่นเกินไปจะทำให้มันอัดให้ฝาเสียรูปไปอยู่ตำแหน่งอื่น ซึ่งปะเก็นจะไม่สามารถกันรั่วได้อย่างเต็มที่นัก

ชนิดของประแจทอร์ค

ประแจทอร์คมีผู้ผลิตกันหลายแบบ หลายขนาด เพื่อให้เหมาะสมกับงานต่างๆ มีตั้งแต่ขนาดที่ใช้วัดแรงบิดมากๆ จนถึงน้อยๆ ขนาดตัวของมันก็มีทั้งตัวใหญ่ และตัวเล็กที่เหมาะกับการวัดในที่ซอกเล็กซอกน้อย ในรูปที่ 1 เป็นแบบคานกลม ซึ่งนิยมใช้กับรถยนต์มาก มีทั้งชนิดที่ใช้กับหน่วยอังกฤษและหน่วยเมตตริก

ในรูปที่ 1 (ก) เมื่อเราดึง คานจะโค้งตามแรงที่ดึงแต่เข็มชี้จะอยู่คงที่ ทำให้สเกลที่อ่านได้มีค่าขึ้นไปเรื่อยๆ ตามแรงที่เราดึง เพราะสเกลอยู่บนคานซึ่งโค้ง

ในรูปที่ 1(ข) เป็นแบบปรับได้ละเอียด คล้ายกับไมโครมิเตอร์ (Micrometer) โดยหมุนปรับค่าแรงบิดที่เราต้องการขันที่ใกล้ๆ ด้าม เมื่อเราดึงจนแรงบิดถึงค่านั้นจะได้ยินเสียง “คลิ๊ก”

       ในรูปที่ 1 (ค) การอ่านค่าบนหน้าปัทม์ มีเข็มช่วยในการสังเกตค่าแรงบิดที่เราต้องการขันอยู่ด้วยอีก 1 เข็ม

เดือยสี่เหลี่ยม (Square) ที่หัวจะมีอยู่ไม่กี่ขนาดให้เลือกใช้ตามความแรงที่ต้องขัน โดยมากจะใช้ขนาด 3/8” และ ½ “ เดือยนี้จะไปเสียบเข้ากับ Socket ซึ่งมีขนาดต่างๆ ตามหัวโบล์ทและนัตที่ต้องการทดสอบ ทำให้ประแจทอร์คอันหนึ่งสามารถใช้งานได้หลายจุดเท่าที่สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ติดขัด  ถ้าบริเวณที่โบล์ทและนัตที่ต้องการทดสอบหลบอยู่ในมุมเล็กๆ ที่ต้องเลือกให้ประแจทอร์คตัวเล็ก

ทฤษฎีแรงบิด

แรงบิดรอบจุดหมุนจุดหนึ่งจะเท่ากับแรงซึ่งมีแนวตั้งฉากกับแขนของคานคูณระยะแขนของคานจากจุดที่แรงกระทำถึงจุดหมุน ดังในรูปที่ 2 แรงบิด Tw = แรง F x ระยะ L

การเช็คความเที่ยงตรงของประแจทอร์ค

ตามธรรมดาผู้ผลิตประแจทอร์คเขาจะเช็คโดยใช้เครื่องมือ แต่สำหรับท่านเจ้าของประแจทอร์คจะเช็คประแจทอร์คของตน ซึ่งใช้งานมาเป็นเวลานานแล้วว่าจะยังคงซื่อสัตย์ อ่านค่าได้เที่ยงตรงหรือไม่ ทำได้ง่ายมากโดยใช้ทฤษฎีแรงบิด คือ ถ้าเรายึดหัวของกุญแจทอร์คให้แน่น อาจจะสวมเข้ากับโบล์ทขนาดใหญ่ที่ขันแน่นมากๆ เกินค่าที่เราจะทดสอบ แล้วใช้ก้อนน้ำหนักถ่วงที่ด้าม อ่านค่าจากสเกลมาเทียบกับค่าที่คำนวณจากน้ำหนักคูณระยะแขน  ถ้าตรงกันแสดงว่าประแจทอร์คอันนั้นยังคงอ่านค่าได้ถูกต้อง

การเลือกประแจทอร์คให้เหมาะกับงาน

ก่อนที่จะซื้อประแจทอร์คจะต้องสำรวจก่อนว่าเราจะใช้กับงานใด เช่น ใช้กับรถยนต์ ก็ต้องเปิดดูหนังสือคู่มือว่าจุดต่างๆ ที่กำหนดค่าแรงบิดมา มีค่าใดบ้าง แล้วเลือกซื้อขนาดของประแจทอร์คที่จะให้ใช้งานได้คุ้มที่สุด  โดยช่วงของค่าที่ใช้งานไม่ควรต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของสเกล ตัวอย่างเช่น ค่าที่เราใช้งานบ่อยๆ อยู่ระหว่าง 150 ถึง 450 ฟุต-ปอนด์ ควรเลือกซื้อขนาดวัดได้สูงสุด 600 ฟุต-ปอนด์

ถ้าท่านต้องการความถูกต้องและความสะดวกก็อาจซื้อประแจทอร์คไว้หลายๆ ตัว เพื่อวัดแรงบิดแต่ละช่วงจากน้อยไปมาก  แต่ถ้าต้องการประหยัดก็ไม่จำเป็น เพียงแต่มีตัวสำหรับวัดแรงบิดค่าสูง กับค่าต่ำ ก็พอแล้ว เมื่อต่อเข้ากับ Socket ก็จะใช้วัดได้ตลอดคันรถ ถ้าที่ใดเข้าไม่ถึงก็ใช้วิธีต่อข้อต่อ (Extension) แต่ต้องขอเตือนไว้ในที่นี้ว่า ประแจทอร์คจะต่อข้อต่ออ่อน (Universal Joint) ไม่ได้เด็ดขาด เพราะระยะแขนจะผิดไป ทำให้ผ่านค่าผิดพลาดอย่างมาก

ได้กล่าวถึงเรื่องราวเกี่ยวกับกุญแจทอร์คมาพอสมควรแล้ว ท่านที่เป็นช่างสมัครเล่นทั้งหลายคงจะตัดสินใจได้บ้างแล้วว่าการมีประแจทอร์คไว้ใช้งานจะเป็นการคุ้มค่า  เพราะเป็นเครื่องมือที่จำเป็นอย่างหนึ่ง และที่สำคัญที่สุดจะเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการซ่อมแซม ว่าเราทำตามค่าที่กำหนดของผู้ออกแบบ

ต่อไปนี้จะขอปิดท้ายด้วยรายการส่วนต่างๆ ของรถยนต์ที่ควรระวังในการขันให้มีความแน่นถูกต้องตามกำหนด

-โบล์ทยึดแท่นเครื่อง

-โบล์ทยึดหม้อน้ำ และคลิ๊บรัดท่อน้ำเข้าหม้อน้ำ

-โบล์ทยึด Shock-absorber

-นัตล้อรถ

-โบล์ทยึดประตู

-โบล์ทยึดตัวถังกับโครง

-โบล์ทยึดกันชน

-โบล์ทและนัตของช่วงล่าง

-หัวเทียน

-โบล์ทที่ฝาสูบ

-โบล์ทยึดฝาครอบวาล์ว

-โบล์ทที่ Main Bearing Cap และก้านสูบ

-นัตที่ท่อไอดีจากคาร์บิวเรเตอร์เข้าเครื่อง

-โบล์ทยึด ปั๊มเอ.ซี.

-โบล์ทยึดแท่นยึด Alternator

-โบล์ทยึดเครื่องแอร์

-โบล์ทยึดห้องเกียร์กับเครื่อง

-โบล์ทยึดจานจ่าย

-โบล์ทยึดมอเตอร์สตาร์ท

-นัตยึด Flange ท่อไอเสียขาออกจากเครื่อง

-ข้อต่อต่างๆ ของท่อน้ำมันเบรคและคลัช

ที่มา:สมมาตร  สุพานิชวิทย์